หน้าหลัก
ค้นหา:    

การศึกษา รร.เอกชน

มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต – นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บรรยายพิเศษเรื่อง "แนวนโยบายภาครัฐต่อการแก้ปัญหาโรงเรียนเอกชนอย่างยั่งยืน" ในการสัมมนาคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร และคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาการศึกษา การส่งเสริมการศึกษาเอกชน เพื่อพัฒนาระบบการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมสภาการศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย เรื่องทางออกกับการแก้ไขปัญหาและพัฒนาระบบการศึกษาเอกชนอย่างยั่งยืน  เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2556  ที่ห้องประชุมรักตะกนิษฐ 2


รมว.ศธ.กล่าวแสดงความชื่นชมการจัดประชุมสัมมนาในครั้งนี้ ที่ได้มีการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้จัดการศึกษาเอกชน เพื่อนำไปปรับใช้กับการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งในส่วนของ ศธ.ก็ได้รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของภาคเอกชนแล้วเช่นกัน พร้อมจะนำความคิดเห็นไปปรับใช้เพื่อให้สอดคล้องกับความจำเป็นและปัญหาที่เกิดขึ้น

ในส่วนของการจัดการศึกษาเอกชน นับว่าเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับบทบาทของเอกชนในการจัดการศึกษาอย่างมาก ทำให้เอกชนสามารถจัดการได้ดีมีคุณภาพ และเอกชนเองก็มีทรัพยากรที่ดี ไม่ใช่เฉพาะอาคารสถานที่เท่านั้น แต่หมายถึงทรัพยากรบุคคล ครูอาจารย์ เจ้าของโรงเรียน ที่เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ และที่สำคัญคือมีใจรักและมีความเสียสละ

แต่ในระยะหลังมานี้ ภาครัฐทุ่มเทงบประมาณและให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาของภาครัฐมากกว่าภาคเอกชน โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบกับการจัดการศึกษาของภาคเอกชน จึงเกิดเป็นอุปสรรคต่อการจัดการศึกษาด้านต่างๆ เช่น ครูย้ายไปอยู่โรงเรียนของรัฐ ความสนใจของผู้เรียนลดลง การเพิ่มจำนวนโรงเรียนเอกชนอย่างรวดเร็ว ซึ่งเมื่อได้พิจารณาภาพรวมของทิศทางการพัฒนาประเทศแล้ว ทำให้เห็นว่าเราจำเป็นต้องส่งเสริมให้การจัดการศึกษาของเอกชนมีบทบาทมากขึ้น เพื่อช่วยส่งเสริมการพัฒนาประเทศในอนาคต

สำหรับนโยบายปัจจุบัน ศธ.ได้เร่งดำเนินการเพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาเอกชนในประเด็นสำคัญต่างๆ เช่น การเพิ่มเงินเดือนรายได้ 15,000 บาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการนำเสนอคณะรัฐมนตรี โดยจะเร่งให้สามารถเข้าสู่การพิจารณาได้ภายใน 2-3 สัปดาห์หลังจากนี้ นอกจากนี้ ศธ.ได้ตั้งคณะทำงาน ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากองค์กรหลัก เพื่อศึกษาและรวบรวมเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณในด้านต่างๆ พร้อมทั้งจะประชุมหารือร่วมกับรองนายกรัฐมนตรี (นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง) เพื่อเร่งดำเนินการเรื่องต่างๆ ตามความจำเป็นให้รวดเร็วขึ้น ซึ่งรวมถึงการนำเรื่องของมาตรการด้านภาษีไปพิจารณาด้วย

ส่วนประเด็นสำคัญ คือ การปรับปรุงกฎระเบียบและขั้นตอนที่เป็นอุปสรรคต่อการจัดการศึกษาเอกชนนั้น ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุด เพื่อศึกษาและรวบรวมปัญหาอุปสรรคต่างๆ เช่น ระเบียบเงินอุดหนุนรายหัว การพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพการจัดการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้ขยายคำนิยามเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพการจัดการศึกษาให้กว้างขึ้น เพื่อสามารถใช้งบประมาณได้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการศึกษาเอกชนในเขตพื้นที่การศึกษา คือ การขอเพิ่มสัดส่วนบุคลากรของกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชนให้สอดคล้องกับจำนวนโรงเรียนเอกชนในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งได้หารือหลักการกับเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานคนใหม่แล้ว ก็มีความเข้าใจและเห็นด้วยว่า บุคลากรในกลุ่มส่งเสริมการศึกษาเอกชนควรมีจำนวนเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สอดคล้องกับภาระงานในพื้นที่ที่มีโรงเรียนและนักเรียนเอกชน

นอกจากนี้ รมว.ศธ.ได้ฝากให้โรงเรียนเอกชนร่วมผลักดันการปฏิรูปการศึกษาตาม 8 นโยบายด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่องด้วย ซึ่งต้องขอแสดงความขอบคุณโรงเรียนเอกชนที่ได้มีการจัดประชุมเสวนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นและช่วยคิดหาแนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบายทั้ง 8 ข้อ พร้อมทั้งมีข้อเสนอแนะประกอบ โดยย้ำว่ากระบวนการปฏิรูปการศึกษาจะต้องดำเนินการร่วมทั้งภาครัฐและเอกชนทุกระดับ ทั้งในการจัดการศึกษาสายสามัญและสายอาชีพ ซึ่งการศึกษาเอกชนมีตัวอย่างที่ดีและตัวแบบที่ดีจำนวนมาก มีองค์ความรู้ ประสบการณ์ที่ดีที่ ศธ.จะนำมาปรับใช้ในระบบการศึกษา รวมทั้งจะเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานของภาคราชการ จากการกำหนดและควบคุม เป็นการช่วยสนับสนุนส่งเสริมการดำเนินงานของภาคเอกชนมากขึ้น ในส่วนภาครัฐมีหน้าที่ในการดูแลคุณภาพการศึกษา ซึ่งจะต้องมีตัวชี้วัดคุณภาพ และระบบการประเมินผลการศึกษา แต่จะจัดการศึกษาอย่างไร วิธีการและกระบวนการต่างๆ เป็นเรื่องที่ต้องส่งเสริมให้มีการคิดอย่างสร้างสรรค์ ส่งเสริมให้มีการใช้ความรู้ความเข้าใจ ความสามารถและประสบการณ์ที่ต่างกัน เพื่อให้เกิดการพัฒนายิ่งๆ ขึ้นไป

สำหรับข้อเสนอเกี่ยวกับการเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนในสถานศึกษาเอกชนในระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จากปัจจุบันร้อยละ 22 เป็นร้อยละ 30 ภายในปี 2559 นั้น รมว.ศธ.กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ยังไม่ได้กำหนดเป็นนโยบายมาก่อน จึงถือเป็นเรื่องที่ต้องรับฟังความคิดเห็น เพื่อให้ได้วิธีปฏิบัติที่ดี แต่ในทิศทางนโยบายการศึกษาที่ให้ความสำคัญในการจัดการศึกษาโดยเอกชน ซึ่งได้ย้ำมาโดยตลอดว่าต้องส่งเสริมภาคเอกชนให้มีบทบาทมากขึ้น ดังนั้นข้อเสนอเพิ่มสัดส่วนในเชิงหลักการ ไม่ขัดข้องและยินดีที่จะส่งเสริมให้เกิดขึ้น แต่เรื่องวิธีการนั้น จะต้องการให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างชัดเจน รวมทั้งช่วยคิดวิธีการสร้างความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการยอมรับได้ ซึ่งมาตรการและวิธีการที่เสนอด้วยนั้น ได้ผ่านการคิดในเชิงบริหารจัดการและทรัพยากรมาระดับหนึ่งแล้ว จากนี้ไปขอให้ช่วยคิดต่ออย่างจริงจัง โดย ศธ.จะมอบหมายผู้แทนมาช่วยคิด เพื่อจะได้กำหนดเป็นมาตรการและนโยบายต่อไป

ทั้งนี้ ขอให้ใช้เวทีสัมมนา เพื่อแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ และช่วยรวบรวมประเด็นต่างๆ รวมทั้งสิ่งที่ต้องการให้ ศธ.ช่วยเหลือ แก้ไข ปรับปรุง เพื่อส่งเสริมการจัดการศึกษาเอกชนให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อจะได้มอบหมายผู้ที่เกี่ยวข้องผลักดันแก้ไขเรื่องต่างๆ ให้ได้ผลโดยเร็วและยั่งยืนต่อไป

นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
27/09/2556


Powered By Netthailand.com 2010