หน้าหลัก
ค้นหา:    

มติครม.11พ.ค.2553

รายละเอียดภาพข่าว http://www.moe.go.th/websm/2010/may/142.html

สรุปผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ ๔ เรื่อง คือ โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด ค่าอาหารกลางวัน จัดสรรเงินรางวัล และการส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน

โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด

คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามมติที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ที่ได้เสนอ คือ  ให้มีการดำเนินมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ (โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด) ในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๔ และปีงบประมาณ ๒๕๕๕ โดยมีรายละเอียดข้อเสนอมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ (โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด) ดังนี้

  • ให้ส่วนราชการจัดระบบบริหารจัดการและกำหนดหลักเกณฑ์ในการคัดกรองผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ตามความจำเป็นและความเหมาะสม เพื่อให้การดำเนินมาตรการฯ เกิดประสิทธิภาพและไม่มีผลเสียหายต่องานราชการ

  • ให้คงคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมมาตรการฯ ในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๔ ตามหลักเกณฑ์เดิม คือ ต้องมีอายุตั้งแต่ ๕๐ ปีขึ้นไป (อายุ ๔๕ ปีขึ้นไปสำหรับข้าราชการทหาร) หรือมีเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญตั้งแต่ ๒๕ ปีขึ้นไป (ไม่รวมเวลาทวีคูณ) โดยต้องมีเวลาราชการเหลือตั้งแต่ ปีขึ้นไป นับตั้งแต่วันที่ออกจากราชการ

  • กำหนดหลักเกณฑ์การดำเนินโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนดในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๕ เพิ่มเติมบางส่วน โดยปรับคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมมาตรการฯ จากเดิมที่กำหนดให้มีเวลาราชการที่เหลือตั้งแต่ ปีขึ้นไป เป็นตั้งแต่ ปีขึ้นไป เพื่อให้การดำเนินมาตรการฯ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาคราชการ โดยมอบหมายให้หน่วยงานกลางร่วมกันพิจารณาปรับกำหนดการดำเนินการตาม             มาตรการฯ ให้เร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้ส่วนราชการมีเวลาในการบริหารจัดการงานและวางแผนการสรรหาบุคลากรทดแทน หรือแผนการบริหารจัดการอัตรากำลัง


อนุมัติงบประมาณค่าอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนทุกคนรับประทานอาหารกลางวัน

ครม.อนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๓ งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อเป็นค่าอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียนทุกคนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๒ ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เฉพาะภาคการศึกษาที่ ๑ ของปี พ.ศ.๒๕๕๓ สำหรับงบประมาณในการดำเนินการให้กระทรวงมหาดไทยไปขอทำความตกลงในรายละเอียดกับสำนักงบประมาณต่อไป


ผลการประเมินการปฏิบัติราชการและการจัดสรรเงินรางวัลสำหรับส่วนราชการ จังหวัดและสถาบันอุดมศึกษาที่มีการจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๒

ครม.เห็นชอบตามมติของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ในการประชุม ครั้งที่ ๒/๒๕๕๓ เมื่อวันที่  เมษายน ๒๕๕๓ ดังนี้

  • เห็นชอบผลการประเมินการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ  ของส่วนราชการและจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๒ และเมื่อสำนักงาน ก.พ.ร.ติดตามข้อมูลผลการประเมินจากหน่วยงานกลางที่เป็นเจ้าภาพตัวชี้วัดครบถ้วนแล้ว รวมถึงการตรวจสอบข้อทักท้วงและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและการประมวลผลคะแนนของส่วนราชการ จังหวัด  รวมทั้งสถาบันอุดมศึกษาแล้วเสร็จ ให้สำนักงาน ก.พ.ร.ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงคะแนนให้มีความครบถ้วนและถูกต้องสมบูรณ์ เพื่อนำเสนอ ก.พ.ร.เพื่อทราบโดยด่วนต่อไป

  • ไม่สมควรจัดตั้งกองทุนเงินสะสมในรูปแบบเงินทุนหมุนเวียน  เนื่องจากไม่สอดคล้องกับหลักการ เหตุผลและเจตนารมณ์ของการจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนตามหลักการของพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ.๒๔๙๑ และพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ.๒๕๐๒ หากรัฐบาลพยายามที่จะผลักดันการจัดตั้งกองทุนเงินสะสมโดยมาจากเงินเหลือจ่ายของส่วนราชการต่าง ๆ จะต้องตราเป็นพระราชบัญญัติเฉพาะเท่านั้น

  • เห็นชอบให้มีการจัดสรรเงินรางวัล สำหรับส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา ที่มีการจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๒ โดยให้ใช้เงินเหลือจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๒ ของส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา ในส่วนที่เหลือนอกเหนือจากร้อยละ ๕๐ ของเงินงบประมาณเหลือจ่าย แต่ไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ที่ ครม.ได้เห็นชอบให้ใช้เพื่อการพัฒนาองค์กรและการพัฒนาบุคลากรไปแล้ว ทั้งนี้โดยดำเนินการจัดสรรเงินรางวัลให้กับทุกหน่วยงานในสัดส่วนที่เท่ากัน และเพื่อใช้สำหรับการจัดสรรเงินรางวัลตามผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ให้ผู้ปฏิบัติของส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา

  • ให้จัดสรรเงินรางวัลสำหรับส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษาที่มีการจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๕๒  เพียงก้อนเดียว  รวมกันทั้งผู้บริหารและผู้ปฏิบัติ ของส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา โดยให้ส่วนราชการ จังหวัด และสถาบันอุดมศึกษานำไปจัดสรรต่อในแต่ละหน่วยงานตามความเหมาะสม โดยให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติอยู่ในหลักเกณฑ์ แนวทาง และวิธีการจัดสรรเงินรางวัลเดียวกัน

  • เห็นชอบการปรับปรุงวิธีการคำนวณเพื่อจัดสรรเงินรางวัลให้กับทุกหน่วยงาน  ที่มีผลการปฏิบัติราชการที่บรรลุเป้าหมายในระดับคะแนน ๓.๐๐๐๐ ขึ้นไป และให้จัดสรรเงินรางวัลที่เหลือให้กับหน่วยงานที่มีคะแนน ตั้งแต่ ๔.๐๐๐๐ คะแนนขึ้นไป

เห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน

ครม.เห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน พ.ศ. ...  ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ ส่วนร่างพระราชบัญญัติการส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน พ.ศ. ...  ให้กระทรวงศึกษาธิการไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้ข้อยุติ แล้วนำเสนอ ครม.อีกครั้งหนึ่ง  และให้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพรับผิดชอบการดำเนินการเพื่อให้ร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน พ.ศ. ...  ให้มีผลใช้บังคับโดยเร็ว

สาระสำคัญของร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน พ.ศ. ...

  • กำหนดให้จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน เป็นหน่วยงานภายในกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ โดยมีวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด และให้สำนักงานมีรายได้จากเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ให้สำนักงานมีอำนาจจ่ายเงินตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด

  • กำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ  กรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง ให้ผู้จัดการสำนักงานฯ เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนด

  • กำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง  การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กำหนดองค์ประชุมของคณะกรรมการ การแต่งตั้งที่ปรึกษา  อนุกรรมการและคณะทำงาน

  • กำหนดให้คณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางวิชาการแก่คณะกรรมการ

  • กำหนดให้ระเบียบนี้ยกเลิกเมื่อกฎหมายว่าด้วยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชนมีผลใช้บังคับ

  • กำหนดให้นายกรัฐมนตรี  หรือคณะรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้ข้าราชการ ลูกจ้างของส่วนราชการ พนักงานหรือลูกจ้างรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐมาช่วยปฏิบัติงานในสำนักงาน และให้คณะกรรมการอื่นที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินการของคณะกรรมการและสำนักงาน

  • กำหนดให้นำบทบัญญัติตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ  ระเบียบข้อบังคับ  และมติคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพมาใช้กับการบริหารงานของสำนักงานโดยอนุโลม

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน


Powered By Netthailand.com 2010