วัดมีความสำคัญยิ่งต่อการแก้ไขและพัฒนาสังคมไทยมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เพราะวัด เป็นสถาบันเดียวในประเทศไทย ที่นอกจากจะเป็นสถานประกอบศาสนกิจแล้ว ยังเป็นสถานที่ให้การ ศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรม แก่กุลบุตรและกุลธิดาในชุมชนเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน ในท้องถิ่นและเป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ ในชุมชนโดยมีพระสงฆ์เป็นผู้ให้การศึกษาอบรมบ่มนิสัย และเป็นผู้นำในการจัดกิจกรรมต่างๆ ในสังคมเป็นอย่างดีมาโดยตลอด สภาพปัจจุบันที่การเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ บทบาทของวัดในด้านให้การศึกษาอบรมบ่มนิสัย และเป็นศูนย์รวมในการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่นในอดีต ลดน้อยลง ทำให้เยาวชนและประชาชนห่างวัดมากยิ่งขึ้น จึงขาดโอกาสได้รับการศึกษาอบรมบ่มนิสัย ให้เป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรม ที่พึงประสงค์ของสังคม ส่งผลให้มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนและติดสาร เสพย์ติด ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมอย่างมากมาย และนับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เพื่อฟื้นฟูบทบาทของวัดในการเป็นแหล่งให้การศึกษา เป็นศูนย์รวมการจัดกิจกรรมของ สังคม จูงใจและเปิดโอกาสให้เยาวชน และประชาชนได้เข้าวัดมากยิ่งขึ้น กรมพลศึกษาและกรมการ ศาสนา เห็นสมควรส่งเสริมให้มีการจัดลานวัดให้เป็นลานกีฬา ทั้งนี้ได้พิจารณาเห็นว่าการจัดกิจกรรม กีฬา และการละเล่นพื้นเมืองขึ้นในวัด นอกจากเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาสุขภาพ พลานามัยให้แก่ประชาชน ช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆ ในสังคมให้ลดน้อยลง รวมทั้งแก้ไข ปัญหาการใช้สารเสพย์ติดของเยาวชนแล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่จูงใจชักนำเยาวชนและประชาชนเข้าวัด มากยิ่งขึ้น เป็นการสนับสนุนโครงการพัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางชุมชนได้อีกทางหนึ่ง เพื่อระดมสรรพกำลังที่มีอยู่ทุกๆ ด้านในสังคมไทยมาร่วมกันดำเนินการแก้ไขปัญหาและ พัฒนาการดำเนินงานส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชน มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง สมบูรณ์ มีคุณธรรมและจริยธรรมเป็นที่พึงประสงค์ของสังคม เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศชาติ จึงได้จัดโครงการลาดวัด ลานใจ ลานกีฬาขึ้น





		  เพื่อพัฒนาวัดให้เข้ามาตรฐานโครงการลานวัด ลานใจ ลานกีฬา โดยอยู่บนพื้นฐาน
บ้าน  วัด  โรงเรียน

		  เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนมีโอกาสเข้าวัดอยู่ใกล้ชิดพระพุทธศาสนา  
เกิดการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมมากยิ่งขึ้น
		  เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชน  ได้มีโอกาสออกกำลังกายและเล่นกีฬาให้เกิด
การพัฒนาทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อมๆ กัน
		  เพื่อระดมสรรพกำลังจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ทุกสาขาในชุมชน  ซึ่งจัด
โครงการในลักษณะเดียวกันมาร่วมดำเนินการในวัด
		  เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการเสพสารเสพย์ติดและพฤติกรรมเบี่ยงเบนของเด็ก
และเยาวชนไทย





		ก. เป้าหมายด้านสถานที่			
			-  จัดวัดให้ร่มรื่นเพื่อสอดคล้องกับลานวัด  ลานใจ  ลานกีฬา  เป็นลานกีฬา  
เป็นลานใจ  ให้เยาวชนมีจิตใจที่ร่วมกับโครงการทั่วประเทศ    แบ่งตามระยะเวลาการดำเนินการ 
ดังนี้
			  ระยะเริ่มดำเนินการ (มกราคม 2541 - กันยายน 2542)
			     จัดลานวัดเป็นลานกีฬาให้ได้อำเภอละ 1 วัด  รวม 925 แห่ง  
			     และวัดที่เปิดเป็นโครงการตัวอย่าง ภาคละ 1 วัด  รวม 4 ภาค
			  ระยะขยายผล (ตุลาคม 2542 - กันยายน 2545)
			     จัดลานวัดเป็นลานกีฬาให้ได้ครบทุกตำบลๆ ละ 1 วัด


		ข.  เป้าหมายด้านเยาวชนและประชาชน
			  เยาวชนอายุ 3-6 ปี   จากกลุ่มศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด  อนุบาล
                             และเยาวชน ในชุมชน  เยาวชนอายุ 7-8 ปี จากกลุ่มโรงเรียนพระพุทธ
                             ศาสนาวันอาทิตย์ กลุ่มธรรมศึกษา และเยาวชนในเขตชุมชน
			  กลุ่มผู้สูงอายุในชุมชน





		  ดำเนินการศึกษาและสำรวจการกีฬาไทยและการละเล่นพื้นเมืองในท้องถิ่น      รวมทั้ง
บุคคลที่มีความรู้และความสามารถในการเล่นกีฬาพื้นเมืองและการกีฬาไทย


		  กำหนดวัดที่มีความพร้อมและชุมชนให้การสนับสนุนการดำเนินงาน  โดยเฉพาะวัดที่มี
โรงเรียนตั้งอยู่ในวัด  ใช้ลานวัด ลานกีฬา เป็นยุทธศาสตร์หนึ่งในโครงการพัฒนาวัดเป็นศูนย์กลางชุมชน
ซึ่งกรมการศาสนาดำเนินการอยู่ก่อนแล้ว  จัดกิจกรรมนำร่อง  เพื่อเป็นแบบอย่างแก่วัดอื่นๆ  ในจังหวัด
อย่างน้อยอำเภอละ 1 วัด ในระยะเริ่มดำเนินการ
		  ดำเนินการจัดตั้งองค์กรรับผิดชอบทั้งระดับจังหวัด  อำเภอ  ตำบล  และท้องถิ่น   ซึ่ง
ประกอบไปด้วย
			  คณะกรรมการอุปถัมภ์ฝ่ายสงฆ์
                 มีหน้าที่ให้คำปรึกษา  ช่วยเหลือและสนับสนุนกิจกรรม  ดำเนินการและการอบรมคุณธรรม
                 และจริยธรรมของเยาวชน
			  คณะกรรมการอุปถัมภ์ฝ่ายฆราวาส
	         มีหน้าที่ให้คำแนะนำ  ปรึกษา  สนับสนุนและอำนวยการให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความ
                 เรียบร้อยและบรรลุตามวัตถุประสงค์
			  คณะกรรมการดำเนินงาน  ประกอบด้วย   พระสังฆาธิการระดับจังหวัด   อำเภอ
                  ตำบล  และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร   บุคลากรจากสำนักงาน  ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ    
                  สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ    กรมสามัญศึกษา     กรมการศึกษา
                  นอกโรงเรียน   กรมอาชีวศึกษา  กรมการพัฒนาชุมชน  กรมประชาสงเคราะห์   องค์การ
                  บริหารส่วนตำบล    กรมพลศึกษา    กรมการศาสนา    ผู้นำท้องถิ่น   รวมทั้งข้าราชการ  
                  พ่อค้า   และประชาชนในท้องถิ่นเป็นกรรมการ  ครู-อาจารย์  หรือประชาชนผู้ที่มีความรู้
                  ทางด้านการกีฬา  เป็นกรรมการและเลขานุการ


		  กำหนดพื้นที่บริเวณลานวัด  จัดกิจกรรมโดยกำหนดกิจกรรมไว้เป็น 3 กลุ่ม
			  กิจกรรมการฝึกสอน ฝึกซ้อมกีฬา การละเล่นพื้นเมืองและการจัดการแข่งขันกีฬา
			  กิจกรรมการสร้างเสริมระเบียบวินัย  คุณธรรม  จริยธรรมและสมาธิ
			  กิจกรรมเสริมสร้างความรักความสามัคคีและการทำงานเป็นทีม    และกิจกรรม
                            นันทนาการ
		  ดำเนินการจัดประชุมผู้บริหาร  เจ้าหน้าที่  และวิทยากรผู้นำ  เพื่อให้เข้าใจวัตถุประสงค์
 และแนวทางในการดำเนินงาน
		  ดำเนินการคัดเลือกและฝึกอบรมผู้นำในการจัดกิจกรรมของศูนย์  โดยพิจารณาคัดเลือก

ผู้ที่มีวุฒิทางด้านพลศึกษาหรือมีประสบการณ์
ในการเป็นนักกีฬาหรือผู้ตัดสิน  หรือเป็นผู้นำ
ทางการละเล่นพื้นเมือง  และศิลปวัฒนธรรม
ในท้องถิ่น
	  ด้านงบประมาณ  ขอสนับสนุนงบ
ประมาณจากกรมพลศึกษา   กรมการพัฒนา
ชุมชน  การกีฬาแห่งประเทศไทย   องค์การ
บริหารส่วนท้องถิ่น  องค์กรทั่วๆ  ไป หรือขอ
สนับสนุนจากภาคเอกชน
	  แนวทางในการจัดกิจกรรม  
ดำเนินการจัดกิจกรรมตามฤดูกาล   ให้สอด
คล้องกับวิถีชีวิตของเยาวชน    กลุ่มผู้สูงอายุ
และประชาชนในท้องถิ่น  ในการจัดกิจกรรม
แต่ละครั้งควรแบ่งขั้นตอนการจัดกิจกรรมไว้ 
5 ขั้นตอน คือ
	ขั้นตอนที่ 1  การอบอุ่นร่างกายและ
                                                                                            ฝึกสมาธิ
			ขั้นตอนที่ 2  การสาธิต
			ขั้นตอนที่ 3  การฝึกปฏิบัติ
			ขั้นตอนที่ 4  การแข่งขัน/เกมส์
			ขั้นตอนที่ 5  การทดสอบ/ประเมินผล/อบรมจริยธรรม
		  ดำเนินการให้มีการจัดการแข่งขันในงานเทศกาลและการจัดการแข่งขันให้เป็นประเพณี
ในระดับภูมิภาค และระดับชาติ





		กำหนดดำเนินการเป็น 2 ระยะ คือ
		ระยะที่ 1  ดำเนินการจัดลานวัดเป็นลานกีฬา  อำเภอละ 1 วัด  จำนวน 925 แห่ง  และ
วัดที่เปิดเป็นโครงการตัวอย่าง ภาคละ 1 วัด รวม 4 ภาค  แบ่งขั้นตอนการดำเนินงาน 3 ขั้นตอน คือ
			ขั้นตอนที่ 1  ระยะเตรียมการดำเนินงาน  ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2540
                        ขั้นตอนที่ 2  การดำเนินงานตั้งแต่เดือนมกราคม 2541-กันยายน 2542
			ขั้นตอนที่ 3  การติดตามประเมินผล ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2541-กันยายน 2542


		ระยะที่ 2  ปรับโครงการวิธีดำเนินการจากผลการประเมินในระยะที่ 1 และขยายผล
การดำเนินงานให้ครบทุกตำบล ๆ ละ 1 วัด ตั้งแต่ ตุลาคม 2542 - กันยายน 2545





		กรมการศาสนา  กรมพลศึกษา  กรมสามัญศึกษา  สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษา
แห่งชาติ  กรมการศึกษานอกโรงเรียน  สถาบันราชภัฎ  กรมอาชีวศึกษา  กรมการพัฒนาชุมชน กรมประชา
สงเคราะห์     การกีฬาแห่งประเทศไทย     สำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร





		เปิดโครงการเป็นตัวอย่างแห่งแรกในภาคใต้  ที่วัดมะนาวหวาน  จ.นครศรีธรรมราช  จากที่
กำหนดเป้าหมายไว้ภาคละ 1 แห่ง  รวม 4 ภาค      โดยจะจัดสรรงบประมาณให้วัดที่จัดกิจกรรมลานวัด 
ลานใจ ลานกีฬา วัดละ 30,000 บาท



		ผลที่คาดว่าจะได้รับ
		  เยาวชนและประชาชนได้มีโอกาสใกล้ชิดบวรพระพุทธศาสนาได้รับการอบรมบ่มนิสัยเป็น
บุคคลที่มีคุณธรรมและจริยธรรม  เป็นที่พึงประสงค์ของสังคม
		  ประชาชนและกลุ่มผู้สูงอายุมีสุขภาพและพลานามัยดีเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าของสังคม
		  การละเล่นพื้นเมืองและการกีฬาไทยได้รับการอนุรักษ์และนิยมเล่นแพร่หลายมากยิ่งขึ้น
		  มาตรฐานการกีฬาและสุขภาพพลานามัยของประชาชนชาวไทยมีมาตรฐานสูงขึ้น
		  เป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพย์ติด  อาชญากรรม   และปัญหาต่าง ๆ ในชุมชน
ให้ลดน้อยลง
		  มีความรักความสามัคคีในหมู่คณะเกิดขึ้นในชุมชน

โครงการลานวัด ลานใจ ลานกีฬา
ฝ่ายบูรณะและพัฒนาวัด กองพุทธศาสนสถาน กรมการศาสนา
กระทรวงศึกษาธิการ
โทรศัพท์ 628-5234

กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ
นายสมานจิต ภิรมย์รื่น อธิบดีกรมการศาสนา โทร. 281-6520
E-mail smarnpir@emisc.moe.go.th
นายอุดม สุขสุวรรณ รองอธิบดีกรมการศาสนา โทร. 281-6510
E-mail udomsuks@emisc.moe.go.th
นายยุทธชัย อุตมา รองอธิบดีกรมการศาสนา โทร. 281-6510
E-mail yututta@emisc.moe.go.th
นายจำรัส สุดานิช รองอธิบดีกรมการศาสนา โทร. 281-6510
E-mail chamrsud@emisc.moe.go.th



Copyright & copy; 1999 MOENet Thailand Service
ข้อมูลโดย คณะทำงานติดตามผลการปฏิบัติงานตามนโยบาย
ของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ฯพณฯ อาคม เอ่งฉ้วน
โทรศัพท์ 281-4165 โทรสาร 281-1179
พัฒนาระบบ และนำเสนอข้อมูลโดย กลุ่มระบบสารสนเทศบนอินเตอร์เน็ต
ศูนย์สารสนเทศ สป.ศธ.
โทร. 281-9809, 628-5643, 628-5644 Fax. 281-8218

website@emisc.moe.go.th