Animl12.gif (5813 bytes)

ball.gif (123 bytes)  ความเป็นมา ball.gif (123 bytes)  วิธีการขอกู้
ball.gif (123 bytes) วัตถุประสงค์ ball.gif (123 bytes)  แนวปฏิบัติ ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืม (word)
ball.gif (123 bytes)  คณะกรรมการ ball.gif (123 bytes)  ทำอย่างไรเมื่อได้รับอนุมัติให้กู้ยืม
ball.gif (123 bytes) โครงสร้างการบริหารงานกองทุนเงินให้กู้ยืม
เพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
ball.gif (123 bytes)  หลักฐานการค้ำประกันสัญญากู้ยืมเงิน
ball.gif (123 bytes) องค์ประกอบคณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่หนึ่ง ball.gif (123 bytes) ระยะเวลาที่ใช้คืนเงิน
ball.gif (123 bytes) ขั้นตอนการจัดสรรเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อ
การศึกษาและขั้นตอนการปฎิบัติงานของสถานศึกษา
ball.gif (123 bytes) สรุปจำนวนเงินให้กู้ยืมระหว่างผู้กู้รายเก่าและผู้กู้รายใหม่
ball.gif (123 bytes)  คุณสมบัติของผู้ขอกู้ ball.gif (123 bytes)  การชำระคืนเงินกู้
ball.gif (123 bytes)  การรับรองรายได้ ball.gif (123 bytes)  การยกเลิกการให้กู้
ball.gif (123 bytes)  ค่าใช้จ่ายที่พึงกู้ได ball.gif (123 bytes)  กรณีผู้กู้ยกเลิกการกู้
ball.gif (123 bytes)  ขอบเขตวงเงินให้กู้ ball.gif (123 bytes)  สถานที่ติดต่อ
ball.gif (123 bytes)  ระยะเวลาที่ยื่นกู้ ball.gif (123 bytes)  สรุปจำนวนวงเงินและผู้กู้ยืม
ball.gif (123 bytes)  ระยะเวลาที่ขอกู้ ball.gif (123 bytes) สิ่งที่ต้องปฏิบัติของผู้กู้
ball.gif (123 bytes) เอกสาร/หลักฐาน ประกอบการพิจารณาขอกู้ ball.gif (123 bytes)  ข่าวสาร

Animl12.gif (5813 bytes)

 

child-pj02.gif (118593 bytes)

ความเป็นมา

          กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา จัดตั้งขึ้นโดยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2538 และเริ่มให้นักเรียน นักศึกษากู้ยืมได้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2539 โดยมีหลักการว่า

“เพื่อให้เงินกู้ยืมแก่นักเรียน นักศึกษา ซึ่งมาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย สำหรับศึกษาต่อตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจนถึงระดับปริญญาตรีในประเทศ (ทั้งสายสามัญและสายอาชีวะ) รวมทั้งการศึกษานอกระบบต่อเนื่อง จากระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ตามหลักสูตรและประเภทที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด โดยนักเรียน นักศึกษาจะต้องชำระหนี้คืนพร้อมดอกเบี้ยอัตราต่ำเมื่อจบการศึกษาแล้ว“

โดยมีหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ 3 หน่วยงาน คือ กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ และทบวงมหาวิทยาลัย โดยมีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานเบิกจ่ายในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการรับผิดชอบ ผู้กู้สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงาน /กระทรวงอื่นที่จัดการศึกษา ยกเว้นทบวงมหาวิทยาลัย


22.gif (264 bytes)


วัตถุประสงค์

1. เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น แก่ผู้ที่มาจากครอบครัวที่
มีรายได้น้อยซึ่งด้อยโอกาสทางการศึกษา อันจะมีส่วนสำคัญในการยกฐานะความเป็นอยู่ของ
ประชาชน และเป็นการ-สนองตอบต่อนโยบายการกระจายรายได้
2. เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบการศึกษาทางด้านอุปสงค์ โดยการเพิ่ม
ขีดความสามารถในการรับภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษาของประชาชน

22.gif (264 bytes)


คุณสมบัติของผู้ขอกู้

1. มีสัญชาติไทย
2. มีรายได้ต่อครอบครัวไม่เกิน 150,000 บาทต่อปี ยกเว้นผู้ขอกู้ยืมรายเก่าตั้งแต่ปีการศึกษา 2541
ย้อนหลังไปมีรายได้ต่อครอบครัวไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี หรือตามที่คณะกรรมการ กยศ.
กำหนดเป็นครั้งคราวต่อมาภายหลังการพิจารณารายได้ของครอบครัวให้พิจารณาตามหลักเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังนี้
     2.1 รายได้รวมของนักเรียน นักศึกษา ผู้ขอกู้ยืม รวมกับรายได้ของบิดาและมารดา ในกรณีที่บิดามารดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง
     2.2 รายได้รวมของนักเรียน นักศึกษา ผู้ขอกู้ยืม รวมกับรายได้ของผู้ปกครองในกรณีที่ผู้ใช้อำนาจปกครองมิใช่บิดา มารดา
     2.3 รายได้รวมของนักเรียน นักศึกษา ผู้ขอกู้ยืม รวมกับรายได้ของคู่สมรสในกรณีที่ผู้ขอกู้ยืมได้ทำการสมรสแล้ว
3. ไม่เคยเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาใดๆ มาก่อน
4. ไม่เป็นผู้ที่ทำงานประจำในระหว่างการศึกษา
5. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
6. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ได้รับโทษจำคุก
7. เป็นผู้มีผลการเรียนดี หรือผ่านเกณฑ์การวัดและประเมินผลของสถาบันการศึกษา
8. เป็นผู้มีความประพฤติดี ไม่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของสถานศึกษาขั้นร้ายแรง หรือไม่เป็นผู้ที่มีความประพฤติเสื่อมเสีย
9. เป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามระเบียบหรือประกาศการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในโรงเรียนสถานศึกษาหรือสถาบันการศึกษาที่อยู่ในสังกัดการควบคุม หรือกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงหรือส่วนราชการอื่นๆ ทบวงมหาวิทยาลัย รัฐวิสาหกิจ

22.gif (264 bytes)


การรับรองรายได้

        กรณีต้องมีผู้รับรองรายได้ของครอบครัว ผู้รับรองรายได้จะต้องเป็น
(1) ข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ 5 ขึ้นไป หรือตำแหน่งเทียบเท่า หรือ
(2) ผู้บริหารสถาบันการศึกษา หรือ
(3) ผู้ปกครองท้องถิ่นระดับผู้ใหญ่บ้านขึ้นไป

22.gif (264 bytes)


ค่าใช้จ่ายที่พึงกู้ได้

        นักเรียน นักศึกษาผู้ขอกู้ จะกู้เงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ได้
เฉพาะค่าใช้จ่าย ดังต่อไปนี้
        (1) ค่าบำรุงการศึกษา ค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมการศึกษา และค่าใช้
จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา จ่ายตามภาคหรือปีการศึกษาตามที่สถาบันการศึกษาเรียก
เก็บ โดยจ่ายเข้าบัญชีของสถาบันการศึกษานั้น
        (2) ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา เช่น หนังสือ ตำรา อุปกรณ์
ประกอบการเรียน นอกเหนือจาก (1) ให้จ่ายเข้าบัญชีของนักเรียน นักศึกษากู้ยืมเงิน
        (3) ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการครองชีพระหว่างการเรียน
            3.1 ) ค่าที่พักของสถาบันการศึกษา ซึ่งจะจ่ายเข้าบัญชีของ
                 สถาบันการศึกษานั้น
            3.2 ) ค่าใช้จ่ายนอกเหนือจาก 3.1) ซึ่งจะจ่ายเข้าบัญชีของนักเรียน
             นักศึกษา ผู้กู้ยืมเงิน

22.gif (264 bytes)


ขอบเขตวงเงินให้กู้

 

มัธยมศึกษาตอนปลาย

กู้ได้ไม่เกิน

55,440 บาท/ปี
ปวช.

กู้ได้ไม่เกิน

62,500 บาท/ปี
ปวท./ปวส. หรืออนุปริญญา

กู้ได้ไม่เกิน

70,240 บาท/ปี
ปริญญาตรี

กู้ได้ไม่เกิน

100,000 บาท/ปี

          ทั้งนี้จะพิจารณาจากค่าใช้จ่ายจริงในการศึกษารวมถึงค่าครองชีพ โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการพิจารณาให้กู้ยืมของสถาบันการศึกษานั้นๆ

    

22.gif (264 bytes)


ระยะเวลาที่ยื่นกู้

1. ผู้กู้รายเก่า ที่มีความประสงค์จะจะเรียนต่อที่สถานศึกษาเดิม และมี
ความประสงค์จะกู้ต่อในปีต่อไป ให้ยื่นกู้ในภาคเรียนที่ 2 จนกระทั่งก่อนปิดภาคเรียน
ของปีปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้ได้รับเงินเมื่อเปิดภาคเรียน
สำหรับผู้กู้รายเก่าที่ย้ายสถานศึกษาและมีความประสงค์จะกู้ต่อให้ยื่นต่อ
สถานศึกษาแห่งใหม่ที่ประสงค์ศึกษาต่อในเวลาที่เข้าเรียนในสถานศึกษานั้น
2. ผู้กู้รายใหม่ ให้ยื่นกู้เมื่อเปิดภาคเรียน

22.gif (264 bytes)


ระยะเวลาที่ขอกู้

        ผู้ขอกู้ กู้ได้ทุกปีตั้งแต่เริ่มเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายจนกระทั่งเรียน
จบปริญญาตรี โดยต้องทำสัญญากู้ปีต่อปี

22.gif (264 bytes)


เอกสาร/หลักฐาน ประกอบการพิจารณาขอกู้

1. รูปถ่ายของผู้ยื่นขอกู้ ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 1 รูป

2. สำเนาเอกสารต่อไปนี้

2.1 เอกสารของผู้ยื่นขอกู้

  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

2.2 เอกสารของบิดามารดาหรือผู้ปกครอง และผู้รับรองรายได้

  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี (ถ้ามี)

3. หนังสือรับรองเงินเดือนของบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง หรือ

4. หนังสือรับรองรายได้และฐานะของบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง

5. หนังสือแสดงความคิดเห็นของอาจารย์แนะแนวหรืออาจารย์ที่ปรึกษา

6. แผนผังแสดงที่ตั้งที่อยู่อาศัยของบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง

7. ใบแสดงผลการศึกษาในปีการศึกษาที่ผ่านมา

8. ในกรณีที่ผู้ค้ำประกันมิใช่บิดา มารดา หรือผู้ปกครองต้องแนบเอกสารของผู้ค้ำประกันเพิ่มเติมดังนี้

8.1 สำเนาทะเบียนบ้าน

8.2 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

8.3 สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี (ถ้ามี)

8.4 หนังสือรับรองเงินเดือน หรือหนังสือรับรองรายได้และฐานะ

9. สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง

 

หมายเหตุ หากมีหลักฐานตามข้อ 3. แล้วไม่ต้องมีหลักฐานตามข้อ 4. และหากเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน จะมีผลให้การพิจารณาอนุมัติกู้ยืมล่าช้า

22.gif (264 bytes)


วิธีการขอกู้

1. ผู้ขอกู้ให้ยื่นกู้ที่สถานศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ ตามแบบยื่นคำขอกู้ที่
กระทรวงการคลังกำหนด สามารถขอแบบฯ ได้ที่สถานศึกษาหรือธนาคารกรุงไทยฯ
สาขาต่าง ๆ
2. ผู้ขอกู้ นำบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง มาลงนามค้ำประกันการกู้ ณ สถานศึกษา
        กรณีที่บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมีภูมิลำเนาอยู่ห่างจากสถานศึกษา
ให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ไปขอให้เจ้าพนักงานทะเบียนท้องที่ (อำเภอ)
หรือเจ้าพนักงานทะเบียนท้องถิ่น (เทศบาลหรือสำนักงานเขตในกทม. หรือ
เมืองพัทยา) ในเขตพื้นที่ที่อาศัยอยู่ ลงนามรับรองลายมือชื่อของบิดา มารดา
หรือผู้ปกครองที่เป็นผู้ค้ำประกัน

22.gif (264 bytes)


ทำอย่างไรเมื่อได้รับอนุมัติให้กู้ยืม
  1. เมื่อได้รับอนุมัติให้กู้ยืมแล้ว ให้ผู้กู้ยืมขอเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์กับธนาคารผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาที่สะดวก) โดยแสดงหลักฐานผลอนุมัติการให้กู้ยืม สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาบัตรนักเรียน นักศึกษา (ถ้ามี)
  2. หากผู้กู้ยืมประสงค์จะขอทำบัตรเอทีเอ็ม สามารถทำได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดทำบัตรเอทีเอ็มใบแรก ส่วนค่าธรรมเนียมรายปีผู้กู้ยืมเป็นผู้จ่าย

  3. ผู้ขอกู้ยืมจัดทำสัญญากู้ยืมเงินกับสถานศึกษา และระบุเลขที่บัญชีเงินฝากธนาคารตามข้อ 1 ของผู้กู้ยืมในสัญญากู้ยืม เพื่อให้ธนาคารโอนเงินกู้ยืมเข้าบัญชีดังกล่าว
  4. ให้ “ผู้ค้ำประกัน” มาลงลายมือชื่อค้ำประกันในสัญญากู้ยืม กรณีผู้ค้ำประกันมีที่อยู่ห่างไกลจากสถานศึกษา ให้จัดส่งสัญญาให้ผู้ค้ำประกันลงลายมือชื่อค้ำประกันได้ และต้องให้เจ้าพนักงานทะเบียนท้องที่ (อำเภอ) หรือเจ้าพนักงานทะเบียนท้องถิ่น (เทศบาลหรือสำนักงานเขตใน กทม. หรือเมืองพัทยา) ในเขตพื้นที่ที่ผู้ค้ำประกันอาศัยอยู่ ลงนามรับรองลายมือชื่อของผู้ค้ำประกัน
  5. ผู้กู้ยืมต้องเขียนสัญญากู้ยืมให้ครบถ้วน ถูกต้อง หากมีการแก้แห่งใดผู้ให้กู้ยืมและผู้กู้ยืมต้องลงลายมือชื่อกำกับทุกแห่ง ห้ามใช้น้ำยาลบคำผิด (ลิควิดเปเปอร์)
  6. เอกสารสัญญาจัดทำขึ้น 3 ฉบับ มีข้อความถูกต้องตรงกัน โดยผู้ให้กู้ยืมเก็บต้นฉบับ ผู้กู้ยืมเก็บคู่ฉบับและผู้ค้ำประกันเก็บสำเนาไว้ ซึ่งเอกสารสัญญาดังกล่าวต้องเก็บรักษาไว้จนกว่าการชำระหนี้ได้เสร็จสิ้นแล้ว
  7. ผู้กู้ยืมต้องเก็บรักษาสมุดบัญชีเงินฝากและบัตรเอทีเอ็มไว้กับตนเอง แม้ว่าในภายหลังจะบอกเลิกสัญญาการกู้ยืมก็ตาม

22.gif (264 bytes)

 


หลักฐานการค้ำประกันสัญญากู้ยืมเงิน
  1. บิดามารดาหรือผู้ปกครอง หรือ
  2. บุคคลที่ประกอบอาชีพ มีรายได้น่าเชื่อถือตามที่คณะกรรมการพิจารณาให้กู้ยืมเงินประจำสถาบันการศึกษา พิจารณากำหนดให้เป็นผู้ค้ำประกันได้ หรือ
  3. กรณีไม่มีบุคคลค้ำประกัน ให้ผู้กู้ยืมใช้หลักทรัพย์แทน

22.gif (264 bytes)

 


 

ระยะเวลาที่ใช้คืนเงิน
        
  1. ผู้กู้ยืมต้องชำระเงินกู้ยืมคืนพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี ให้เสร็จสิ้นภายใน 15 ปี ภายหลังจากสำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษามาแล้ว 2 ปี
  2. จำนวนเงินต้นที่ต้องชำระคืน คือจำนวนเงินที่ผู้กู้ยืมได้รับจริงทั้งในส่วนที่จ่ายเข้าบัญชีสถาบันการศึกษาและบัญชีของผู้กู้ยืม ผู้กู้ยืมจึงควรตรวจสอบจากรายการในสมุดคู่ฝาก หรือใบรับชำระหนี้ที่ได้รับจากสาขา
  3. วันเริ่มชำระคืนเงินงวดแรก คือ ภายในวันที่ 5 กรกฎาคม หลังจากครบระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปี
  4. ผู้กู้ยืมสามารถชำระเงินกู้ยืมคืนก่อนกำหนดทั้งจำนวนหรือบางส่วนได้ และหากชำระในช่วงระยะเวลาปลอดหนี้ 2 ปี ผู้กู้ยืมไม่ต้องเสียดอกเบี้ย
  5. อัตราการผ่อนชำระเงินต้น
     ปีที่ชำระ ร้อยละของเงินต้น
ที่ต้องชำระ
ปีที่ชำระ ร้อยละของเงินต้น
ที่ต้องชำระ
ปีที่ 1 1.5 ปีที่ 9 7.0
ปีที่ 2 2.5 ปีที่ 10 8.0
ปีที่ 3 3.0 ปีที่ 11 9.0
ปีที่ 4 3.5 ปีที่ 12 10.0
ปีที่ 5 4.0 ปีที่ 13 11.0
ปีที่ 6 4.5 ปีที่ 14 12.0
ปีที่ 7 5.0 ปีที่ 15 13.0
ปีที่ 8 6.0

รวม

100 %


22.gif (264 bytes)


การชำระคืนเงินกู้
  1. ผู้กู้ยืมติดต่อขอชำระหนี้ครั้งแรกที่ธนาคารผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (หน่วยปฏิบัติการของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตามสาขาที่ปรากฏในคู่มือนี้) และต้องนำสัญญากู้ยืมหรือหนังสือแจ้งจากธนาคารฯ (ถ้ามี) ไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ของธนาคารฯ
  2. เมื่อได้ติดต่อขอชำระหนี้แล้ว การชำระหนี้ครั้งต่อไปผู้กู้ยืมสามารถชำระผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคารผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา) หรือโดยการให้ธนาคารฯ หักบัญชีเงินฝากของผู้กู้ยืมซึ่งผู้กู้ยืมต้องแจ้งความประสงค์ให้ธนาคารฯ ทราบล่วงหน้า
  3. เมื่อครบกำหนดชำระหนี้ แต่ผู้กู้ยืมยังไม่สามารถชำระหนี้คืน ให้ติดต่อ กยศ. ผ่านธนาคารผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม เพื่อขอผ่อนผันการชำระหนี้ ทั้งนี้ต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการ กยศ. กำหนด
  4. กรณีผู้กู้ยืมประสงค์จะชำระหนี้คืนก่อนกำหนดบางส่วนหรือเต็มจำนวนสามารถชำระหนี้คืน กยศ. ได้ โดยติดต่อผ่านธนาคารผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม
  5. หากผู้กู้ยืมชำระหนี้ล่าช้าโดยไม่ได้รับการผ่อนผันจะต้องเสียค่าปรับดังนี้
    1. กรณีชำระหนี้เป็นรายเดือน ค้างชำระไม่เกิน 12 เดือนเสียค่าปรับร้อยละ 1 ต่อเดือน หรือร้อยละ 12 ต่อปี หากค้างชำระเกิน 12 เดือน เสียค่าปรับร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือร้อยละ 18 ต่อปี ของเงินต้นงวดที่ค้างชำระทั้งหมด
    2. หากชำระหนี้เป็นรายปีเสียค่าปรับร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือร้อยละ 18 ต่อปี ของเงินต้นงวดที่ค้างชำระทั้งหมด
  6. หากผู้กู้ยืมไม่มาติดต่อขอชำระหนี้ภายใน 150 วันนับจากวันครบกำหนดชำระหนี้ โดยไม่ได้รับอนุมัติให้ผ่อนผัน กยศ. จะดำเนินการกับผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันตามกฎหมายต่อไป

       

22.gif (264 bytes)


สิ่งที่ต้องปฏิบัติของผู้กู้

1. เมื่อยื่นกู้ต้องเขียนสัญญากู้ให้ครบถ้วน หากไม่เข้าใจต้องปรึกษาครู
อาจารย์ที่-รับผิดชอบการให้กู้ หรือเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยฯ สาขาใกล้บ้าน
2. เก็บเอกสารสัญญากู้คู่ฉบับไว้ที่ตนเองทุกฉบับจนกว่าจะใช้คืนเงินกู้
เรียบร้อยแล้ว
3. เมื่อได้รับอนุมัติการให้กู้แล้ว ธนาคารฯ จะนำเงินเข้าบัญชีเป็นราย
เดือน ทุกวันที่ 15 ของเดือน จึงไม่ควรกดบัตร ATM ก่อนวันที่ 15 ของเดือนดังกล่าว
และไม่ควรแจ้งรหัสผ่าน ATM ให้ผู้ใดทราบ
            3.1 วันที่ 14 ของเดือน ธนาคารวิ่งเทปการโอนเงินเข้าบัญชีผู้กู้
โปรดอย่าใช้บริการถอนเงินด้วยบัตร ATM ในวันนั้น เนื่องจากจะทำการโอนเงินเข้าบัญชี
ไม่ได้
            3.2 ขอความร่วมมือให้ใช้บริการจากเครื่อง ATM ของธนาคาร
กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากเกิดข้อขัดแย้งในการให้บริการ ATM ธนาคาร
สามารถตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว
4. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ ย้ายสถานศึกษา หรือจบการศึกษา จะ
ต้องแจ้งการ-เปลี่ยนแปลงที่อยู่ ย้ายสถานศึกษา หรือจบการศึกษาต่อธนาคารฯ ภาย
ใน 15 วัน ที่เปลี่ยนแปลงหรือจบการศึกษา โดยติดต่อขอแบบรายงานได้ที่สถานศึกษา
หรือธนาคารฯ

22.gif (264 bytes)


การยกเลิกการให้กู้

เมื่อปรากฎในภายหลังว่า
1. ผู้กู้ยืมเงินไม่มีสิทธิกู้ยืมเงิน หรือได้มีการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จในสาระสำคัญ
2. ผู้กู้ยืมเงินไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงที่ให้ไว้กับกองทุนฯ

22.gif (264 bytes)


กรณีผู้กู้ยกเลิกการกู้

        ถ้าผู้กู้ยกเลิกการกู้ยืมฯ แต่ยังศึกษาต่อ ต้องแจ้งสถานะการเป็นนักเรียน
/ นักศึกษา ให้ธนาคารทราบทุกปี ถ้าไม่แจ้งหลังจากยกเลิกการกู้แล้ว 2 ปี ธนาคารจะติดตาม
หนี้ชำระคืนเงินกองทุนฯ

22.gif (264 bytes)


สถานที่ติดต่อสอบถาม
  1. สถาบันการศึกษาที่ท่านศึกษาอยู่
  2. สำนักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ชั้น 20 อาคาร 2 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ ซอยทวีมิตร ถนนพระราม 9 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320 โทร. 0 – 2643 – 1461 – 7 โทรสาร 0 – 2643 – 1470 E-mail : studentloan@vayu.mof.go.th

  3. คณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่หนึ่ง (กระทรวงศึกษาธิการ) อาคารพัสดุชั้น 3 กระทรวงศึกษาธิการ เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทร. / โทรสาร 0 – 2280 – 6220 – 1
    E-mail : edloans@emisc.moe.go.th
  4. คณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่สอง (ทบวงมหาวิทยาลัย) 328 ทบวงมหาวิทยาลัย ถนนศรีอยุธยา เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 โทร. 0 – 2245 – 8559 โทรสาร 0 – 2245 – 4516
  5. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือหน่วยปฏิบัติการทั่วประเทศ ฝ่ายบริหารจัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา โทร. 0 – 2290 – 1430 – 1 www.studentloan.ktb.co.th E-mail : gsl@ktb.co.th หรือ Help Desk โทร. 0 – 2290 – 1422 – 5 โทรสาร 0 – 2617 – 6750



22.gif (264 bytes)


สรุปจำนวนวงเงินและผู้กู้ยืมเงินกองทุนเพื่อการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ

ตารางที่ 1 จำนวนเงินให้กู้ยืม (ตามสัญญาที่อนุมัติ) ปีการศึกษา 2539 - 2545

(หน่วย : ล้านบาท)

ปีการศึกษา

2539

2540

2541

2542

2543

2544

* 2545

รวม

ผู้กู้รายเก่า

-

2,552.72

7,302.85

10,861.72

11,490.54

11,460.52

12,793.78

56,462.13

ผู้กู้รายใหม่

2,628.72

5,409.27

5,467.28

3,855.51

2,653.14

4,546.37

1,307.28

25,867.57

รวม

2,628.72

7,961.99

12,770.13

14,717.23

14,143.68

16,006.89

14,101.06

82,329.70

หมายเหตุ * ในปีการศึกษา 2545 เป็นข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2545

ตารางที่ 2 จำนวนผู้กู้ ปีการศึกษา 2539 - 2545                                                                                                                                                                                              (หน่วย : ราย)

ปีการศึกษา

2539

2540

2541

2542

2543

2544

* 2545

รวม

ผู้กู้รายเก่า

-

92,309

275,898

476,787

511,786

498,237

529,378

2,384,395

ผู้กู้รายใหม่

127,781

279,051

359,016

252,871

216,319

288,945

107,781

1,631,764

รวม

127,781

371,360

634,914

729,658

728,105

787,182

637,159

4,016,159

หมายเหตุ * ในปีการศึกษา 2545 เป็นข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2545

 

22.gif (264 bytes)


ข่าวสาร

ในปีการศึกษา 2545 นี้ คณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ได้อนุมัติวงเงินกู้ยืม เพิ่มเติม จำนวน 1,600 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาที่ได้รับความเดือดร้อน



 ที่มาของข้อมูล  :  สำนักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
ปรับปรุงข้อมูล ณ วันที่ 25 เม.ย. 2546
พัฒนา และนำเสนอ :  กลุ่มงานจัดการฐานข้อมูล กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ 
ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ. 
โทร. 0 2281-9809 , 0 2628-5643 , 0 2628-5644 โทรสาร 0 2281-8218 
website@emisc.moe.go.th