เพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ |
|
การศึกษาและขั้นตอนการปฎิบัติงานของสถานศึกษา |
|
![]()

| ความเป็นมา กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา จัดตั้งขึ้นโดยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2538 และเริ่มให้นักเรียน นักศึกษากู้ยืมได้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2539 โดยมีหลักการว่า เพื่อให้เงินกู้ยืมแก่นักเรียน นักศึกษา ซึ่งมาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อย สำหรับศึกษาต่อตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจนถึงระดับปริญญาตรีในประเทศ (ทั้งสายสามัญและสายอาชีวะ) รวมทั้งการศึกษานอกระบบต่อเนื่อง จากระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ตามหลักสูตรและประเภทที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด โดยนักเรียน นักศึกษาจะต้องชำระหนี้คืนพร้อมดอกเบี้ยอัตราต่ำเมื่อจบการศึกษาแล้ว โดยมีหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ 3 หน่วยงาน คือ กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ และทบวงมหาวิทยาลัย โดยมีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานเบิกจ่ายในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการรับผิดชอบ ผู้กู้สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงาน /กระทรวงอื่นที่จัดการศึกษา ยกเว้นทบวงมหาวิทยาลัย
|
| วัตถุประสงค์ 1.
เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น
แก่ผู้ที่มาจากครอบครัวที่ |
| คุณสมบัติของผู้ขอกู้ 1.
มีสัญชาติไทย |
| การรับรองรายได้ กรณีต้องมีผู้รับรองรายได้ของครอบครัว ผู้รับรองรายได้จะต้องเป็น (1) ข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ 5 ขึ้นไป หรือตำแหน่งเทียบเท่า หรือ (2) ผู้บริหารสถาบันการศึกษา หรือ (3) ผู้ปกครองท้องถิ่นระดับผู้ใหญ่บ้านขึ้นไป |
| ค่าใช้จ่ายที่พึงกู้ได้ นักเรียน นักศึกษาผู้ขอกู้ จะกู้เงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ได้ เฉพาะค่าใช้จ่าย ดังต่อไปนี้ (1) ค่าบำรุงการศึกษา ค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมการศึกษา และค่าใช้ จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา จ่ายตามภาคหรือปีการศึกษาตามที่สถาบันการศึกษาเรียก เก็บ โดยจ่ายเข้าบัญชีของสถาบันการศึกษานั้น (2) ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา เช่น หนังสือ ตำรา อุปกรณ์ ประกอบการเรียน นอกเหนือจาก (1) ให้จ่ายเข้าบัญชีของนักเรียน นักศึกษากู้ยืมเงิน (3) ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการครองชีพระหว่างการเรียน 3.1 ) ค่าที่พักของสถาบันการศึกษา ซึ่งจะจ่ายเข้าบัญชีของ สถาบันการศึกษานั้น 3.2 ) ค่าใช้จ่ายนอกเหนือจาก 3.1) ซึ่งจะจ่ายเข้าบัญชีของนักเรียน นักศึกษา ผู้กู้ยืมเงิน |
ขอบเขตวงเงินให้กู้
ทั้งนี้จะพิจารณาจากค่าใช้จ่ายจริงในการศึกษารวมถึงค่าครองชีพ โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการพิจารณาให้กู้ยืมของสถาบันการศึกษานั้นๆ
|
||||||||||||
| ระยะเวลาที่ยื่นกู้ 1. ผู้กู้รายเก่า ที่มีความประสงค์จะจะเรียนต่อที่สถานศึกษาเดิม และมี ความประสงค์จะกู้ต่อในปีต่อไป ให้ยื่นกู้ในภาคเรียนที่ 2 จนกระทั่งก่อนปิดภาคเรียน ของปีปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยให้ได้รับเงินเมื่อเปิดภาคเรียน สำหรับผู้กู้รายเก่าที่ย้ายสถานศึกษาและมีความประสงค์จะกู้ต่อให้ยื่นต่อ สถานศึกษาแห่งใหม่ที่ประสงค์ศึกษาต่อในเวลาที่เข้าเรียนในสถานศึกษานั้น 2. ผู้กู้รายใหม่ ให้ยื่นกู้เมื่อเปิดภาคเรียน |
| ระยะเวลาที่ขอกู้ ผู้ขอกู้ กู้ได้ทุกปีตั้งแต่เริ่มเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายจนกระทั่งเรียน จบปริญญาตรี โดยต้องทำสัญญากู้ปีต่อปี |
| เอกสาร/หลักฐาน
ประกอบการพิจารณาขอกู้ 1. รูปถ่ายของผู้ยื่นขอกู้ ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 1 รูป 2. สำเนาเอกสารต่อไปนี้
3. หนังสือรับรองเงินเดือนของบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง หรือ 4. หนังสือรับรองรายได้และฐานะของบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง 5. หนังสือแสดงความคิดเห็นของอาจารย์แนะแนวหรืออาจารย์ที่ปรึกษา 6. แผนผังแสดงที่ตั้งที่อยู่อาศัยของบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง 7. ใบแสดงผลการศึกษาในปีการศึกษาที่ผ่านมา 8. ในกรณีที่ผู้ค้ำประกันมิใช่บิดา มารดา หรือผู้ปกครองต้องแนบเอกสารของผู้ค้ำประกันเพิ่มเติมดังนี้
9. สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง
หมายเหตุ หากมีหลักฐานตามข้อ
3. แล้วไม่ต้องมีหลักฐานตามข้อ 4.
และหากเอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วน
จะมีผลให้การพิจารณาอนุมัติกู้ยืมล่าช้า |
| วิธีการขอกู้ 1. ผู้ขอกู้ให้ยื่นกู้ที่สถานศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ ตามแบบยื่นคำขอกู้ที่ กระทรวงการคลังกำหนด สามารถขอแบบฯ ได้ที่สถานศึกษาหรือธนาคารกรุงไทยฯ สาขาต่าง ๆ 2. ผู้ขอกู้ นำบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง มาลงนามค้ำประกันการกู้ ณ สถานศึกษา กรณีที่บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมีภูมิลำเนาอยู่ห่างจากสถานศึกษา ให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ไปขอให้เจ้าพนักงานทะเบียนท้องที่ (อำเภอ) หรือเจ้าพนักงานทะเบียนท้องถิ่น (เทศบาลหรือสำนักงานเขตในกทม. หรือ เมืองพัทยา) ในเขตพื้นที่ที่อาศัยอยู่ ลงนามรับรองลายมือชื่อของบิดา มารดา หรือผู้ปกครองที่เป็นผู้ค้ำประกัน |
ทำอย่างไรเมื่อได้รับอนุมัติให้กู้ยืม
หากผู้กู้ยืมประสงค์จะขอทำบัตรเอทีเอ็ม สามารถทำได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดทำบัตรเอทีเอ็มใบแรก ส่วนค่าธรรมเนียมรายปีผู้กู้ยืมเป็นผู้จ่าย |
หลักฐานการค้ำประกันสัญญากู้ยืมเงิน
|
ระยะเวลาที่ใช้คืนเงิน
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||
การชำระคืนเงินกู้
|
| สิ่งที่ต้องปฏิบัติของผู้กู้ 1. เมื่อยื่นกู้ต้องเขียนสัญญากู้ให้ครบถ้วน หากไม่เข้าใจต้องปรึกษาครู อาจารย์ที่-รับผิดชอบการให้กู้ หรือเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยฯ สาขาใกล้บ้าน 2. เก็บเอกสารสัญญากู้คู่ฉบับไว้ที่ตนเองทุกฉบับจนกว่าจะใช้คืนเงินกู้ เรียบร้อยแล้ว 3. เมื่อได้รับอนุมัติการให้กู้แล้ว ธนาคารฯ จะนำเงินเข้าบัญชีเป็นราย เดือน ทุกวันที่ 15 ของเดือน จึงไม่ควรกดบัตร ATM ก่อนวันที่ 15 ของเดือนดังกล่าว และไม่ควรแจ้งรหัสผ่าน ATM ให้ผู้ใดทราบ 3.1 วันที่ 14 ของเดือน ธนาคารวิ่งเทปการโอนเงินเข้าบัญชีผู้กู้ โปรดอย่าใช้บริการถอนเงินด้วยบัตร ATM ในวันนั้น เนื่องจากจะทำการโอนเงินเข้าบัญชี ไม่ได้ 3.2 ขอความร่วมมือให้ใช้บริการจากเครื่อง ATM ของธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เนื่องจากเกิดข้อขัดแย้งในการให้บริการ ATM ธนาคาร สามารถตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาได้รวดเร็ว 4. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ ย้ายสถานศึกษา หรือจบการศึกษา จะ ต้องแจ้งการ-เปลี่ยนแปลงที่อยู่ ย้ายสถานศึกษา หรือจบการศึกษาต่อธนาคารฯ ภาย ใน 15 วัน ที่เปลี่ยนแปลงหรือจบการศึกษา โดยติดต่อขอแบบรายงานได้ที่สถานศึกษา หรือธนาคารฯ |
| การยกเลิกการให้กู้ เมื่อปรากฎในภายหลังว่า 1. ผู้กู้ยืมเงินไม่มีสิทธิกู้ยืมเงิน หรือได้มีการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จในสาระสำคัญ 2. ผู้กู้ยืมเงินไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงที่ให้ไว้กับกองทุนฯ |
| กรณีผู้กู้ยกเลิกการกู้ ถ้าผู้กู้ยกเลิกการกู้ยืมฯ แต่ยังศึกษาต่อ ต้องแจ้งสถานะการเป็นนักเรียน / นักศึกษา ให้ธนาคารทราบทุกปี ถ้าไม่แจ้งหลังจากยกเลิกการกู้แล้ว 2 ปี ธนาคารจะติดตาม หนี้ชำระคืนเงินกองทุนฯ |
สถานที่ติดต่อสอบถาม
สำนักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ชั้น 20 อาคาร 2 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ ซอยทวีมิตร ถนนพระราม 9 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320 โทร. 0 2643 1461 7 โทรสาร 0 2643 1470 E-mail : studentloan@vayu.mof.go.th
|
| สรุปจำนวนวงเงินและผู้กู้ยืมเงินกองทุนเพื่อการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ ตารางที่ 1 จำนวนเงินให้กู้ยืม (ตามสัญญาที่อนุมัติ) ปีการศึกษา 2539 - 2545 (หน่วย : ล้านบาท)
หมายเหตุ * ในปีการศึกษา 2545 เป็นข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2545 ตารางที่ 2 จำนวนผู้กู้ ปีการศึกษา 2539 - 2545 (หน่วย : ราย)
หมายเหตุ * ในปีการศึกษา 2545 เป็นข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2545
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ข่าวสาร ในปีการศึกษา 2545 นี้ คณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ได้อนุมัติวงเงินกู้ยืม เพิ่มเติม จำนวน 1,600 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาที่ได้รับความเดือดร้อน |
ที่มาของข้อมูล : สำนักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ปรับปรุงข้อมูล ณ วันที่ 25 เม.ย. 2546 พัฒนา และนำเสนอ : กลุ่มงานจัดการฐานข้อมูล กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ. โทร. 0 2281-9809 , 0 2628-5643 , 0 2628-5644 โทรสาร 0 2281-8218 website@emisc.moe.go.th