เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยพัฒนา คุณภาพของคนให้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีขีดความสามารถสูง และสามารถนำ ประเทศไปสู่ความก้าวหน้าและความมั่นคงทัดเทียมนานาอารยะประเทศและ "ครู" นับว่าเป็นกลไกสำคัญของการพัฒนาคุณภาพคนดังกล่าว ครูมิได้มีความหมาย ต่อเด็กเพียงเฉพาะการเรียน การสอนเท่านั้น แต่บุคลิกภาพและพฤติกรรมของ ครู จะเป็นต้นแบบที่ฝังลึกลงในจิตสำนึกของเด็กไปตลอดชีวิตด้วย ดังนั้น ครูควรได้รับการพัฒนาและการยกย่องในสังคมว่าเป็นวิชาชีพ ชั้นสูง มีเกียรติและศักดิ์ศรีมีขวัญและกำลังใจ และมีรายได้พอเพียงกับการ ดำรงชีวิต แต่จากผลการสำรวจภาระหนี้สินของข้าราชการครูทุกกรมในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ พบว่าครูเป็นหนี้ 507,607 ราย จากแหล่งเงินกู้ต่าง ๆ จำนวนหนี้ประมาณ 81,162 ล้านบาท และเป็นหนี้จากสาเหตุต่าง ๆ มากมาย อาทิความจำเป็นเดือดร้อนในการครองชีพ การสร้างหรือซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อการ ศึกษาของบุตร รวมทั้งจากการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ซึ่งจากสภาพการณ์ของการเกิด ภาระหนี้สิน




กระทรวงศึกษาธิการโดยสำนักงาน กค. ได้จัดตั้งเงินทุนหมุนเวียนเพื่อ แก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู ในปีงบประมาณ 2540 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็น การช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินของข้าราชการครู ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดย ให้ข้าราชการครูกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำ และได้รับงบประมาณจัดสรรเพื่อดำเนิน การในปีงบประมาณ 2540 เป็นจำนวนเงิน 500 ล้านบาท และปีงบประมาณ 2541 เป็นจำนวนเงิน 500 ล้านบาท แต่เนื่องจากเกิดภาวะทางเศรษฐกิจรัฐบาล จึงได้ตัดงบประมาณลง 400 ล้านบาท คงเหลืองบประมาณในปีงบประมาณ พ.ศ. 2541 เพียง 100 ล้านบาท



ปีงบประมาณ 2540 ได้อนุมัติให้ข้าราชการครูกู้ยืมเงิน เพื่อนำไป ชำระหนี้ฉุกเฉินจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูในวงเงินกู้ไม่เกิน 10,000 บาท อัตรา ดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี ผ่อนชำระหนี้คืนภาย ใน 60 งวด มีจำนวนข้าราชการ ครูขอกู้ 10,674 ราย จำนวนเงิน 59,588,660.16 บาท




ปีงบประมาณ 2541 ฯพณฯ รมช.ศธ. (นายอาคม เอ่งฉ้วน) ในฐานะประธานกรรมการบริหารเงินทุนหมุนเวียน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน ข้าราชการครูกระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดแนวนโยบายในการแก้ไขปัญหา หนี้สินข้าราชการครู ดังนี้ 1. เป็นข้าราชการครูสังกัด ศธ. 2. เป็นผู้มีหนี้สินอันจำเป็นต้องชำระตามคำพิพากษา หรือคำสั่งศาล 3. เป็นผู้มีเงินเดือนเหลือรับสุทธิติดลบ 4. เป็นผู้ได้รับเงินเดือนสุทธิน้อยกว่าร้อยละ 20 ของเงินเดือน โดยนับ ย้อนหลังไปหกเดือนติดต่อกัน นับแต่วันที่ยื่นคำขอกู้ หรือ 5. เป็นผู้มีหนี้สินอันจำเป็นเร่งด่วนอื่น ตามที่คณะอนุกรรมการเห็นสมควร




1. วงเงินที่ขอกู้ไม่เกิน 200,000 บาท โดยมอบอำนาจ ให้คณะ อนุกรรมการบริหารเงินทุนหมุนเวียนระดับ กระทรวง/จังหวัด เป็นผู้พิจารณา อนุมัติ 2. กรณีวงเงินที่ขอกู้เกิน 200,000 บาท ขึ้นไป ให้อนุกรรมการ บริหารเงินทุนหมุนเวียนระดับกระทรวง /จังหวัด พิจารณาอนุมัติคำขอแล้วส่ง เรื่องให้สำนักงาน กค. เพื่อเสนอให้คณะกรรมการการบริหารเงินทุนหมุนเวียน พิจารณาอนุมัติก่อน 3. อัตราดอกเบี้ยสำหรับการกู้ยืมร้อยละ 6 ต่อปี และชำระหนี้คืน (ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย) ไม่เกิน 96 งวด งวด ละ 1 เดือน (8 ปี) 4. ให้มีหลักประกัน โดยบุคคลหรือทรัพย์ เพื่อป้องกัน หนี้สูญ 5. กระจายอำนาจการบริหารเงินทุนหมุนเวียน ระดับจังหวัด/กระทรวง เป็นผู้พิจารณาอนุมัติ และกำหนด ให้มีผู้แทนข้าราชการครูในจังหวัดนั้น ๆ เข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อเกิดความเป็นธรรมแก่ข้าราชการครูที่ขอกู้ยืมเงิน 6. ให้ดำเนินงานร่วมกับธนาคาร โดยทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง



ข้อมูล โดย โครงการเงินทุนหมุนเวียน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู
กองวิชาการบริหารงานบุคคล สำนักงาน กค.

พัฒนาระบบ และนำเสนอโดย
กลุ่มระบบสารสนเทศ ศูนย์สารสนเทศ สป.ศธ.
โทร. 281-9809,628-5643,628-5644 FAX 281-8218