เมนูข่าว, ม.ค., ก.พ., มี.ค., เม.ย., พ.ค., มิ.ย., ก.ค., ส.ค., ก.ย., ต.ค., พ.ย., ธ.ค.

ประมวลข่าวการศึกษาในรอบเดือน
เดือนธันวาคม พ.ศ. 2540
1)กรมอาชีวศึกษาสานต่อโครงการเกษตรเพื่อชีวิต
2)พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยเด็กไทยใช้ไฮเทคมากเกินไป
จนลืมธรรมชาติที่แท้จริง
3)กระทรวงศึกษาธิการสั่งลดตำราเรียนชั้นประถมศึกษา
4)สวช.รณรงค์ให้มอบของขวัญปีใหม่ด้วยของไทย
5)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนขอความร่วมมือโรงเรียนเอกชน
ห้ามเก็บเงินบริจาค
6)สปช.เตรียมการจัดการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาสและเด็กชาวเขา
7)กระทรวงศึกษาธิการเปลี่ยนแปลงการรับนักเรียน
8)มหาวิทยาลัยสงฆ์ 2 แห่ง เป็นกรมสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

กรมอาชีวศึกษาสานต่อโครงการเกษตรเพื่อชีวิต

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.40 นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ รับนักเรียนโดยไม่จำกัดจำนวน ซึ่งก่อให้เกิดปัญหามาก แต่เนื่องจากปีการศึกษา 2541 มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณทำให้ไม่สามารถดำเนินตามนโยบายเดิมได้อีก แต่รัฐก็ต้องพยายามรับเด็กให้มากที่สุด ทั้งนี้ต้องดูความเหมาะสมและไม่เกิดผล กระทบกับโรงเรียนเอกชนด้วย ซึ่งจากการหารือร่วมกันระหว่างกรมอาชีวศึกษา สถาบันโทคโนโลยีราชมงคล สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน และสมาคม โรงเรียนอาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย เพื่อพิจารณาและรับทราบความสามารถใน การรับเด็กนักเรียน ได้แบ่งสัดส่วนการรับนักเรียนสายอาชีวดังนี้ สำนักงานคณะ กรรมการการศึกษาเอกชน รับร้อยละ 50 กรมอาชีวศึกษา ร้อยละ 48 และสถาบัน เทคโนโลยีราชมงคล ร้อยละ 2 สำหรับโครงการเกษตรเพื่อชีวิตของกรมอาชีวศึกษา นั้น เป็นโครงการและนโยบายที่ดี จึงยังคงดำเนินการต่อไป แม้งบประมาณจะถูก ตัดออกไปบ้าง ประกอบกับในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจมีคนงานถูกปลด กรมอาชีวศึกษา น่าจะสามารถเข้าไปช่วยแก้ปัญหาได้ โดยการรับผู้ที่มีคุณวุฒิมัธยมศึกษาปีที่ 3 เข้าเรียนต่อโครงการ ให้ทุนสนับสนุนคนละ 5,000 บาทต่อปี ที่พักฟรี และไม่เก็บ ค่าเล่าเรียน เหมือนเช่นเด็กที่เข้าโครงการปกติ ซึ่งในปีการศึกษา 2541 จะสามารถ รับนักเรียนใหม่ทั้งเด็กที่เพิ่งจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 และผู้ที่ตกงานรวมกันประมาณ 20,000 คน

กลับไปที่เมนู......


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยเด็กไทยใช้ไฮเทคมากเกินไป จนลืมธรรมชาติที่แท้จริง

เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.40 นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการเปิดเผยว่า ตนได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระองค์มี พระราชดำรัสเกี่ยวกับการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ว่า เด็กไทยยังไม่ถึงเวลาที่จะ เรียนรู้เรื่องไฮเทคมากนัก เพราะเมื่อเรียนจบจะไม่เคยสัมผัสธรรมชาติ และจะไม่รู้ ว่าสิ่งต่างๆ ที่แท้จริงเป็นอย่างไร เพราะตอนเรียนก็เห็นแต่เพียงภาพ อีกประการ ยังมีปัญหาเรื่องครูผู้สอนที่ยังไม่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์มากนัก ส่วนการรับ นักเรียนระดับประถมศึกษาปีการศึกษา 2541 จะให้สำนักงานคณะกรรมการการ ประถมศึกษาแห่งชาติเน้นรับเด็ก 4-5 ขวบ และประถมศึกษาปีที่ 6 อย่างเต็มที่ ส่วนเด็กเล็กอายุ 3 ขวบ และชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นนั้น หากหน่วยงานอื่นสามารถ รับผิดชอบได้ดีกว่า และมีความพร้อมมากกว่า ก็ควรปล่อยให้หน่วยงานดังกล่าว ทำไป เนื่องจากต้องการให้สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ เน้นเรื่องคุณภาพมากกว่าปริมาณ นายชุมพล ศิลปอาชา กล่าวว่าสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอยขณะนี้อาจ ส่งผลต่อการศึกษาในปีการศึกษา 2541 จึงได้ให้สำนักงานคณะกรรมการการ ประถมศึกษา แห่งชาติ จัดลำดับความสำคัญของรายการในหมวดงบอุดหนุน หากเห็นว่ารายการใดสำคัญควรจัดงบประมาณเพิ่มขึ้น เช่น ค่าแบบเรียน เครื่องแบบเรียน อาหารเสริมนม และการบริการสุขภาพซึ่งเดิมให้เพียงร้อยละ 30 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด ควรเพิ่มเป็นร้อยละ 40 ทั้งนี้จะต้องมีการควบคุม ให้ของดังกล่าวถึงมือเด็กจริงๆ ส่วนการจัดสรรกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ปีการศึกษา 2541 ของกระทรวงศึกษาธิการนั้น จากการประชุมของคณะรัฐมนตรี ครั้งล่าสุด ได้หารือถึงการแบ่งสัดส่วนเงินกองทุนฯ ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กับทบวงมหาวิทยาลัย ในสัดส่วน 3 ต่อ 1 เนื่องจากฐานการศึกษาในความรับผิดชอบ ของกระทรวงศึกษาธิการ กว้างขวางและครอบคลุมทั่วประเทศ นักเรียนส่วนใหญ่ มีฐานะยากจนและอยู่ในชนบท ต่างจากนักศึกษามหาวิทยาลัยที่สามารถหาทุน การศึกษาอื่นได้มากกว่า นอกจากนี้ สถาบันการศึกษาในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย ยังสามารถหาผลประโยชน์ และรายได้ในทางอื่นได้ ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้เห็นชอบ โดยเปิดโอกาสให้กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการคลังไปทำ ความตกลงร่วมกัน รวมถึงการเจรจาของบประมาณที่ถูกปรับลดในโครงการ ต่างๆ ก่อนหน้านี้

กลับไปที่เมนู......


กระทรวงศึกษาธิการสั่งลดตำราเรียนชั้นประถมศึกษา

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 40 นายอาคม เอ่งฉ้วน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ กล่าวถึงเรื่องตำราเรียนสำหรับเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาว่า เป็น ปัญหาหนักสำหรับนักเรียน และได้มีการร้องเรียนมามาก เพราะมีการไปเน้นที่แบบ ฝึกหัดทุกวิชา ไม่ว่ากลุ่มการสอนเสิรมประสบการณ์ชีวิต มีแบบฝึกหัดมาก เด็กแต่ ละคนต้องหอบหนังสือไปโรงเรียนทุกวัน จนไหล่ลู่ หลังโก่ง ในเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการให้แก้ไขแล้ว และอย่าเอาวิชาการที่เป็นคู่มือสำหรับ สอนไปพ่วงกับแบบฝึกหัด ให้แยกออกไปเลย ส่วนตำรา ป.1 ป.2 ก็จัดลำดับไว้ พอพี่ ขึ้นชั้น ป.2 ก็ให้น้องเอาตำรา ป.1 ไปเรียนต่อได้เลย เพื่อเป็นการประหยัด อย่างไรก็ตาม ระดับประถมศึกษาไม่มีปัญหา เพราะรัฐบาลจัดหาตำราให้ยืมเรียนอยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยังได้กล่าวถึงการช่วยเหลือ ครูในด้านสวัสดิการว่า ขณะนี้กำลังทำอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม มีหลายหน่วยงานได้ ดูแลอยู่แล้ว ซึ่งครูจะต้องดูแลตนเองอย่าให้เป็นหนี้มาก เพราะจะทำให้เป็นปัญหา ต่อการสอน ลูกศิษย์ไม่เคารพนับถือ ซึ่งทางกระทรวงก็จะคอยช่วยเหลือ โดยจัดให้ มีกองทุนเพื่อปลดเปลื้องหนี้สินให้แก่ครู

กลับไปที่เมนู......


สวช.รณรงค์ให้มอบของขวัญปีใหม่ด้วยของไทย

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 40 นายอาทร จันทวิมล เลขาธิการคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติ กล่าวว่า เนื่องในโอกาสปีใหม่กำลังจะใกล้เข้ามา ประเพณีนิยม อย่างหนึ่งของคนไทย คือการมอบของขวัญแก่ ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ผู้บังคับบัญชา ซึ่งประเพณีดังกล่าว เป็นประเพณีที่ดีงามอย่างหนึ่ง แต่ด้วยปัจจุบันประเทศไทยประสบ ปัญหาเศรษฐกิจ ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาไว้ซึ่งประเพณี และเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะ การณ์ปัจจุบัน สำนักงาน คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ จึงขอเชิญชวนคนไทย ทุกคนได้ร่วมใจประหยัดและส่งเสริมสินค้าไทย โดยการมอบของขวัญปีใหม่แก่กัน ด้วยผลิตภัณฑ์ของไทยแทนของนอก เช่น บัตรอวยพร ผ้าไทย ผลไม้ไทย อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง เสื้อผ้า เครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์พื้นบ้านแบบไทย ฯลฯ ซึ่งนอกจาก จะมีให้เลือกหลากหลายราคาไม่แพงมากนักแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมสินค้าไทยให้มี ตลาดกว้างขวางยิ่งขึ้น เป็นการกระจายรายได้และเป็นการเสริมทุนให้สินค้าไทย ได้ สามารถพัฒนาศักยภาพไปสู่ความเป็นสินค้าสากล ส่งไปจำหน่ายนอกประเทศได้มาก ขึ้นในอนาคต ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้มีหนังสือขอ ความร่วมมือ เรื่องการให้ของขวัญปีใหม่โดยใช้ของไทยในเทศกาลปีใหม่ไปยัง หน่วยงานต่างๆ แล้ว ซึ่งเชื่อว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือ ร่วมใจกัน ก็จะสามารถเปลี่ยน ทัศนคติและค่านิยมให้คนไทยหันมานิยมไทยได้ ทางด้านรองศาสตราจารย์ วินิจ โชติสว่าง อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยี ราชมงคล กล่าวว่า เพื่อให้โครงการไทยช่วยไทย ที่สถาบันกำลังดำเนินการอยู่เป็นไป อย่างต่อเนื่อง จึงมอบนโยบายให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่และนักศึกษาร่วมกันประหยัด และนิยมไทย ใช้ของที่ผลิตในไทยเป็นของปีใหม่ เช่นบัตรอวยพรที่ประดิษฐ์ขึ้นเอง ผลไม้ไทย รวมทั้งผลิตผลที่แต่ละวิทยาเขตผลิตขึ้น ทั้งอาหารไทยและงานฝีมือ นอก จากนี้ประเพณีนิยมของคนไทยในเทศกาลปีใหม่ คือ การแสดงความระลึกถึงและการ อวยพรซึ่งกันและกัน จึงขอเชิญชวนทุกคนช่วยส่งเสริมสินค้าไทย เพื่อสนับสนุนสินค้า ไทยให้มีตลาดและเงินหมุนเวียนภายในประเทศ

กลับไปที่เมนู......


สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนขอความร่วมมือโรงเรียนเอกชน
ห้ามเก็บเงินบริจาค

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.40 นายสวัสดิ์ อุดมโภชน์ เลขาธิการคณะกรรมการ การศึกษาเอกชน (กช.) ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายห้ามสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการเรียกร้องเงินบริจาคผู้ปกครอง ในปีการศึกษา 2541 นั้น ขณะนี้ได้ส่งหนังสือไปยังสถานศึกษา และสมาคมผู้ปกครอง ของโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศแล้วว่า ทางโรงเรียนไม่ควรขอบริจาคเงินจากผู้ปกครอง โดยมีเงื่อนไขในการรับเด็กเข้าเรียน อย่างไรก็ตาม หากโรงเรียนใดฝ่าฝืนก็สามารถ เอาผิดได้ กรณีขัดต่อนโยบายรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งอาจจะถึงขั้นเพิกถอน ใบอนุญาตได้แล้วแต่กรณี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน กล่าวอีกว่า ปัจจุบันการจัด การศึกษาของโรงเรียนเอกชน ส่วนใหญ่จะเป็นการจัดด้วยตนเอง รัฐไม่ค่อยเข้าไป เกี่ยวข้อง แต่เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ระบุให้ รัฐจัดการศึกษาพื้นฐาน 12 ปีแก่ ประชาชน ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่สูงมาก ดังนั้นต่อไป น่าจะมีการพิจารณาจัดการศึกษาร่วมกัน ระหว่างรัฐและเอกชน ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ คือ ขั้นต้นรัฐบาลจะเป็น ผู้ลงทุนในเรื่องของอาคาร สถานที่ ครู และให้เอกชนเข้ามาบริหารงาน เมื่อกิจการดำเนินการ ไปด้วยดี เอกชนต้องส่งเงินส่วนหนึ่งคืนให้รัฐและอีกส่วนหนึ่งเก็บไว้พัฒนาสถานศึกษา ซึ่งจะ เป็นทางรอดหนึ่งของการจัดการศึกษา และการดำเนินการในลักษณะนี้ จะเป็นการลงทุนที่ถูกกว่า รัฐไปจัดการศึกษาแบบเบ็ดเสร็จเพียงฝ่ายเดียว

กลับไปที่เมนู......


สปช.เตรียมการจัดการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาสและเด็กชาวเขา

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.40 นางกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการ การประถมศึกษาแห่งชาติ เปิดเผยถึงการจัดการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาส และเด็กชาวเขาว่า สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ได้กำหนดนโยบายการเตรียมการเพื่อจัด การศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาสและเด็กชาวเขา โดยเฉพาะการจัดการศึกษาพิเศษแก่เด็กด้อย โอกาส ได้แก่ เด็กพิการ เด็กเร่ร่อน เด็กที่อยู่ในสถานพินิจ และเด็กชาวเขาทุกคน ที่มีอายุ 6-11 ปี จะต้องได้เข้าเรียนในสถานศึกษาหรือรับบริการการศึกษาในรูปแบบต่างๆ ที่เหมาะสม ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ได้ให้สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดทั่ว ประเทศ สำนักงานการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร ประชาสัมพันธ์ในทุกรูปแบบให้ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปได้ทราบ กรณีที่เป็นเด็กพิการให้โรงเรียนเป็นหน่วยรับแจ้ง และลงทะเบียน เด็กที่ผู้ปกครองประสงค์จะส่งเข้าเรียน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2540 ถึงกุมภาพันธ์ 2541 กรณีที่เป็นเด็กเร่ร่อน เด็กที่อยู่ในสถานพินิจให้สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด สำนักงาน การประถมศึกษาธิการอำเภอ/กิ่งอำเภอ ประสานงานกับกรมประชาสงเคราะห์จังหวัด เลขาธิการคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติกล่าวต่อไปว่า สำหรับเด็กชาวเขา ที่อยู่ในเขตบริการของโรงเรียนประถมศึกษาให้โรงเรียนเป็นหน่วยรับแจ้ง และลงทะเบียน รับเด็กเรียนอย่างทั่วถึง ส่วนเด็กชาวเขาที่อยู่ในพื้นที่ที่โรงเรียนยังไม่สามารถจัดบริการได้ ให้ประสานกับหน่วยงานของกรมการศึกษานอกโรงเรียน เพื่อให้เด็กได้เล่าเรียนในปีการศึกษา 2541

กลับไปที่เมนู......


กระทรวงศึกษาธิการเปลี่ยนแปลงการรับนักเรียน

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.40 นายกว้าง รอบคอบ อธิบดีกรมสามัญศึกษา เปิดเผยแนวทาง การรับนักเรียนเข้าเรียนต่อมัะยมศึกษาปีที่ 1 และมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนในสังกัดกรม สามัญศึกษา ปีการศึกษา 2541 ว่า จากนโยบายของรัฐบาลและรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ ต้องการให้เยาวชนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี รวมถึงนโยบายของกรมสามัญศึกษา ที่พยายามยกระดับมาตรฐานโรงเรียนทั่วประเทศให้เท่าเทียมกัน และเพื่อให้เด็กได้เรียน โรงเรียนใกล้บ้าน กรมสามัญศึกษาจึงได้กำหนดหลักการรับนักรเียนในเขตพื้นที่บริการ โดยไม่มีการสอบคัดเลือก หากจำนวนนักเรียนที่สมัครเกินกว่าจำนวนโรงเรียนจะรับได้ ให้ใช้วิธีจับฉลากเพื่อจัดไปอยู่โรงเรียนอื่นในเขตพื้นที่บริเวณเดียวกัน สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นั้น ถ้าต้องการเรียนโรงเรียนเดิม ก็ให้โรงเรียนรับไว้ทั้งหมด นายกว้าง รอบคอบ กล่าวถึงการจัดทำโครงการประกันคุณภาพ มาตรฐานโรงเรียนมัธยมศึกษาในสังกัด ให้ได้มาตรฐานสากล ไอ เอส โอ ใน 2 เรื่องคือ ระบบจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14000 และคุณภาพการจัดการบริหารองค์กร ISO 9200 ซึ่งในขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งเพื่อดำเนินการจัดหาหลักเกณฑ์และการประเมิน คุณภาพ โดยมีนายวิพากษ์ โรจนแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญกรมสามัญศึกษาเป็นประธานกรรมการ เพื่อประสานกับคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมและกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม พร้อมทั้งประสานกับกรมอาชีวศึกษาในการขอข้อมูล เกี่ยวกับการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้กรมอาชีวศึกษาได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว โดยได้ตั้งเป้าหมายว่าจะให้โครงการนี้เป็นมาตรฐาน ในการพัฒนาและยกมาตรฐานโรงเรียน มัธยมศึกษาให้เทียบเท่ากับนานาประเทศ หากทำได้ต่อไปเมื่อประเทศต่างๆ ยอมรับในคุณภาพ การเรียนการสอนของไทยแล้ว เด็กนักเรียนไม่ว่าจะจบการศึกษาจากที่ใดก็สามารถเทียบโอน การศึกษาได้ ทั้งนี้เมื่อมีการจัดทำเกณฑ์และวิธีการเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะดำเนินการนำร่องใน โรงเรียนที่มีความพร้อมในเขตการศึกษาทั้ง 12 เขตก่อน จากนั้นจะขยายผลไปยังโรงเรียน ต่างๆ ต่อไป

กลับไปที่เมนู......


มหาวิทยาลัยสงฆ์ 2 แห่ง เป็นกรมสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.40 นายสมานจิต ภิรมย์รื่น อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวถึงเรื่อง ที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้สถาบันการศึกษาสำหรับพระภิกษุสงฆ์ทั้ง 2 แห่งของไทยคือ มหามกุฎราชวิทยาลัย และมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัย มีฐานะเป็นนิติบุคคล หรือเป็นกรม กรมหนึ่งอยู่ภายใต้ความดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ต้องเป็นสถาบันการศึกษา ที่อยู่ภายใต้กรมการศาสนาอย่างที่ผ่านมา ดังนั้น กระทรวงศึกษาฯ จะมีหน่วยงานเพิ่มจาก 14 กรม เป็น 16 กรม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กระทรวงศึกษาฯ ได้มอบหมายให้กรมการศาสนาตั้งหน่วยงาน ขึ้นมารับผิดชอบประสานการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง 2 แห่ง สำหรับเรื่องงบประมาณ ของมหาวิทยาลัยทั้ง 2 แห่งนี้ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณถือว่ามหาวิทยาลัยที่ตั้ง ขึ้นใหม่เป็นกรม กรมหนึ่งของกระทรวงศึกษาธิการ ดังนั้นกระทรวงศึกษาฯ จะต้องตั้งงบประมาณ แยกออกมาสำหรับอีก 2 กรม ซึ่งต่างจากแต่ก่อนที่ทางสำนักงบประมาณจะให้เงินอุดหนุนแก่สถาบัน การศึกาาสำหรับสงฆ์ทั้ง 2 แห่งโดยตรง ภายใต้การแนะนำของกรมการศาสนา อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวยืนยันอีกว่ามหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง 2 แห่งนี้จะได้งบประมาณ เหมือนกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วไป ทางกระทรวงศึกษาฯ ไม่ได้ของบให้แต่ทางมหาวิทยาลัยสงฆ์ จะต้องเสนอของบไปเสนอกระทรวงศึกษาฯ ซึ่งก็คล้ายกับแต่ละมหาวิทยาลัยที่จะต้องของบผ่านทบวงฯ ก่อน ดังนั้นต่อไปนี้เวลาเสนอของบประมาณของกระทรวงศึกษาฯ ก็จะมีมหามกุฎราชวิทยาลัยกับ มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยต่อท้ายหน่วยงานระดับกรมทั้งหมดที่สังกัดกระทรวงศึกษาฯด้วย

กลับไปที่เมนู......


ข้อมูลข่าวฝ่ายประชาสัมพันธ์ กองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวง
ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
Copyright © 1997 MOENet Thailand Service
โปรแกรมโดย กลุ่มงานสารสนเทศบนอินเทอร์เน็ต ศูนย์สารสนเทศ สป.ศธ.
website@emisc.moe.go.th