title-reform.GIF (46249 bytes)
bar80.gif (1478 bytes)
pic-reform.jpg (36582 bytes)
bar80.gif (1478 bytes)

bb022.gif (938 bytes) กรอบแนวคิด
bb022.gif (938 bytes) คณะกรรมการบริหารสำนักงานปฏิรูปการศึกษา
bb022.gif (938 bytes) คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ
bb022.gif (938 bytes) สรุปผลการดำเนินการปฏิรูปศึกษา
      arrow-t1.gif (221 bytes)   ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
              1) คณะอนุกรรมการการปฏิรูปการเรียนรู้
             2) คณะอนุกรรมการการศึกษาแนวทางการปฏิรูประบบบริหาร
                  การศึกษา บุคลากร และการลงทุนเพื่อการศึกษา
            3) คณะอนุกรรมการวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปการศึกษา         
      arrow-t1.gif (221 bytes)   ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ
                        
spot.gif (1832 bytes)   ความเป็นมา
             spot.gif (1832 bytes)   แนวคิดพื้นฐานในการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษา      


bar_e42.jpg (1861 bytes)

edu-reform.gif (32837 bytes)

bar_e42.jpg (1861 bytes)
back_b.jpg (1499 bytes)
bar_e42.jpg (1861 bytes)

     


รายนามบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อต่อคณะรัฐมนตรี
เพื่อแต่งตั้งเป็น
ประธานกรรมการและกรรมการบริหารสำนักงานปฏิรูปการศึกษา

ลำดับที่ รายนาม ตำแหน่ง/ที่ทำงาน
1. ศ.ดร.วิจิตร  ศรีสอ้าน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
วุฒิสมาชิก     ...................(ประธาน)
2. ดร.เจือจันทร์   จงสถิตอยู่ ที่ปรึกษาด้านระบบการศึกษา
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
3. ศ.ดร.ปรัชญา   เวสารัชช์ ศาสตราจารย์สาขารัฐประศาสนศาสตร์
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
4. ภราดาประทีป  ม.โกมลมาศ อธิการบดี   มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
5. ดร.วัลลภ  สุวรรณดี อธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต
6. ศ.(พิเศษ) ดร.สมชัย   ฤชุพันธุ์ ข้าราชการบำนาญ (อดีตอธิบดีกรมสรรพสามิต
กระทรวงการคลัง
7. นายสมเชาว์   เกษประทุม เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครู
8. ดร.สุวัฒน์  เงินฉ่ำ อธิบดีกรมสามัญศึกษา
9. รศ.ดร.สุรพล   นิติไกรพจน์ หัวหน้าภาควิชากฎหมายมหาชน
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


bar_e42.jpg (1861 bytes)
back_b.jpg (1499 bytes)
bar_e42.jpg (1861 bytes)

krut.JPG (12236 bytes)
คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ
ที่  สป  644 / 2542
เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
--------------------------

               ด้วยกระทรวงศึกษาธิการ จะดำเนินการปฏิรูปการศึกษา เพื่อพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้อง
กับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ   สังคม  และสิ่งแวดล้อม และเพื่อให้เป็นไปตามร่างพระราชบัญญัติ
การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.........
               ดังนั้น   เพื่อให้การดำเนินงานดังกล่าว   เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสามารถ
ปฎิบัติงานได้บรรลุตามวัตถุประสงค์   จึงแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการศึษา ของกระทรวง
ศึกษาธิการ ประกอบด้วยบุคคล  ดังต่อไปนี้

ที่ปรึกษาคณะกรรมการ    ประกอบด้วย
   1. ฯ พณ ฯ นายบรรหาร  ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษา
   2.ศ.ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต  ที่ปรึกษา
   3. ศ.นพ.ประเวศ   วะสี ที่ปรึกษา
   4. ศ.ดร.วิจิตร   ศรีสอ้าน ที่ปรึกษา
  5. ศ.นพ.เกษม  วัฒนชัย ที่ปรึกษา
  6. ดร.โกวิท  วรพิพัฒน์  ที่ปรึกษา
  7. นายพารณ  อิสรเสนา  ณ  อยุธยา ที่ปรึกษา

                             

คณะกรรมการ    ประกอบด้วย
1. ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ    ประธานกรรมการ
2.-4. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ     รองประธานกรรมการ
5. เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ
กรรมการ
6. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ   กรรมการ
7. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ   กรรมการ
8. ปลัดกระทรวงมหาดไทย กรรมการ
9. ปลัดทบวงมหาวิทยาลัย       กรรมการ
10. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กรรมการ  
11.-16. รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ   กรรมการ
17. หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ กรรมการ
18. อธิบดีกรมการศาสนา กรรมการ
19. อธิบดีกรมการศึกษานอกโรงเรียน กรรมการ
20. อธิบดีกรมพลศึกษา กรรมการ
21. อธิบดีกรมวิชาการ กรรมการ
22. อธิบดีกรมศิลปากร กรรมการ
23. อธิบดีกรมสามัญศึกษา กรรมการ
24. อธิบดีกรมอาชีวศึกษา กรรมการ
25. อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล กรรมการ
26. เลขาธิการคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ กรรมการ
27. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาเอกชน กรรมการ
28. เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครู กรรมการ
29. เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กรรมการ
30. เลขาธิการสภาสถาบันราชภัฎ กรรมการ
31. นายวีระศักดิ์  โควสุรัตน์   กรรมการ
32. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กรรมการและเลขานุการ
33. รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ที่ได้รับมอบหมาย) กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
34. ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการปฏิรูปการศึกษา กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
35. ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

  ให้คณะกรรมการดังกล่าว มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
      1. กำหนดนโยบายการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
      2. ให้ความเห็นชอบแผนงานหลัก   แผนปฏิบัติการ   เพื่อการปฏิรูปการศึกษาของ
          กระทรวงศึกษาธิการ
      3. ให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะ   ข้อคิดเห็น   ตลอดจนให้การสนับสนุน ติดตาม กำกับ
         ดูแล การดำเนินงานปฏิรูปการศึกษา
      4. แต่งตั้งคณะกรรมการ   คณะอนุกรรมการ  คณะทำงาน   ให้ดำเนินการเกี่ยวกับ
          การปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ตามที่เห็นสมควร

                ทั้งนี้   ให้ยกเลิกคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ   ที่ สป 1285/2541  เรื่อง การแต่งตั้ง
คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ   ลงวันที่  11  ธันวาคม  พ.ศ. 2541
และให้คณะกรรมการชุดนี้ ปฎบัติงานตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ข้างต้น   ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

                                     สั่ง    ณ  วันที่  15   กรกฎาคม   พ.ศ. 2542

                                        (นายสมศักดิ์   ปริศนานันทกุล)
                                                                                         
                                     รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

                      

bar_e42.jpg (1861 bytes)
back_b.jpg (1499 bytes)
bar_e42.jpg (1861 bytes)

สรุปผลการดำเนินการปฏิรูปการศึกษา

flowerline4.gif (4424 bytes)

การดำเนินการปฏิรูปการศึกษา
ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ

               การดำเนินงานปฏิรูปการศึกษาในส่วนของ   สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
ดำเนินงานตามคำสั่งคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ   ที่ 2 / 2542      เรื่อง    การแต่งตั้งคณะ

อนุกรรมการเตรียมการเพื่อการปฏิรูปการศึกษาตามร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ   พ.ศ.......
.....ลงวันที่  30  มิถุนายน  2542    ซึ่งประกอบด้วยคณะอนุกรรมการจำนวน   3  ชุด


           1) คณะอนุกรรมการการปฏิรูปการเรียนรู้
                    มี ศ.นายแพทย์ประเวศ  วะสี    เป็นประธานอนุกรรมการ   ทำหน้าที่
                          (1) จัดกรอบแนวคิด    สร้างวิสัยทัศน์   และกำหนดทิศทางการปฏิรูป  
                          (2) จัดทำแผนการปฏิรูป
                          (3) กำหนดยุทธศาสตร์ส่งเสริมและพัฒนาเครือข่าย
                          (4) แต่งตั้งคณะทำงาน

                 เป้าหมายการดำเนินงาน
                  1.  มีกรอบแนวคิด/วิสัยทัศน์เกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน   ตามแนว พ.ร.บ.
การศึกษาแห่งชาติ

                   2. มีแผนการปฏิบัติการเรียนรู้ที่ชัดเจน/ปฏิบัติได้ตามวิสัยทัศน์

                 การดำเนินงานในช่วง 1-2 เดือนนี้
                  1. จัดทำวิสัยทัศน์การเรียนการสอนที่พึงปรารถนาตาม พ.ร.บ.การศึกษา
                  2. ศึกษาข้อมูลสภาพปัจจุบันเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน/ผลงาน/งานวิจัย
                  3. ทำแผนปฏิรูปการเรียนรู้
             ทั้งนี้   การดำเนินงานอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ปฏิรูปการเรียนรู้ของ ศ.น.พ.ประเวศ  วะสี

                 ความร่วมมือที่ต้องการจากกระทรวงศึกษาธิการ
                  1. ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน/ผลงาน/งานวิจัย
                  2. แผนการฝึกอบรมเรื่องการปฏิรูปการเรียนรู้ของหน่วยปฏิบัติ
                  3. การประสานข้อมูล/การดำเนินการร่วมกัน

            2) คณะอนุกรรมการการศึกษาแนวทางการปฏิรูประบบ
บริหารการศึกษา บุคลากร และการลงทุนเพื่อการศึกษา
            
มี  ศ.ดร.วิจิตร   ศรีสอ้าน   เป็นประธานอนุกรรมการ   คณะอนุกรรมการชุดนี้มีหน้าที่
                  (1)   ศึกษาแนวทางและข้อมูลการจัดโครงสร้าง/ การแบ่งส่วนงาน/ การจัดระบบ
ครูและบุคลากร
                   (2) ศึกษาแนวการจัดตั้งองค์การมหาชนเฉพาะกิจ
                 (3) อำนวยการและกำกัลดูแลการดำเนินงานโครงการเพื่อการปฏิรูประบบบริหาร
การศึกษา ที่ได้รับความช่วยเหลือจากธนาคารโลก
                 (4) แต่งตั้งคณะกรรมการ
                      คณะอนุกรรมการชุดนี้ดำเนินงานเพื่อเตรียมการรองรับการจัดตั้ง " สำนักงานปฏิรูปการศึกษา "   ซึ่งเป็นองค์การมหาชนเฉพาะกิจ   ที่รับผิดชอบโครงการนำร่อง
การกระจ่ายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาสู่เขต   พื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา   อำนวยการ/กำกับดูแลการดำเนินงานตามโครงการช่วยเหลือทางวิชาการ  และ/หรือเงินกู้
เพื่อการปฏิรูปจากธนาคารโลก    ได้จัดตั้งขึ้นตามมาตรา  75  และ  76   โดยมีช่วงเวลา
การดำเนินงานขององค์การ จำนวน 3 ปี
                      ในช่วง   6  เดือนแรก  จะเตรียมการหาข้อมูลเพื่อการปฏิรูปสำหรับ
คณะกรรมการการปฏิรูป   หลังจากนั้นจะดำเนินงานด้านวิชาการ   ด้านการวิจัย   และ
โครงการนำร่องการดำเนินงานตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเขตพื้นที่การศึกษา 12 เขต
(ซึ่งเขตพื้นที่ ฯ ในโครงการนำร่องนี้จะเป็นเขตพื้นที่ ฯ ที่ถาวร   เพื่อรวมกับเขตพื้นที่ ฯ อื่น ๆ
ให้ครบ ตามจำนวนที่จัดแบ่งไว้ )
                      ในการดำเนินการได้จัดกลุ่มงานรับผิดชอบออกเป็น 5 กลุ่ม คือ
                          (1) โครงสร้างองค์กร/การแบ่งส่วนงาน
                          (2)   เขตพื้นที่การศึกษา
                          (3) วิธีการจัดสรรงบประมาณ
                          (4) การบริหารงานบุคคล
                          (5) การบริการสถานศึกษา/เอกชน/อุดมศึกษา/กฎหมาย

             
งานที่คาดว่าจะจัดทำภายใน 2 เดือนข้างหน้า
                     1. แผนการดำเนินงานปฏิรูประบบบริหาร/บุคลากร/การลงทุนเพื่อการศึกษา
                       2. ฐานข้อมูล
                       3. ศึกษาโครงสร้างระบบบริหาร
                       4. การเตรียมการจัดตั้งองค์การมหาชนเฉพาะกิจ


           
3) คณะอนุกรรมการวางแผนยุทธศาสตร์เพื่อการ
ปฏิรูปการศึกษา

                    มี ศ.ดร. สิปปนนท์  เกตุทัต   เป็นประธานกรรมการ   ทำหน้าที่
                (1) จัดทำแผนเพื่อเตรียมนำนโยบายปฏิรูปการศึกษา
                (2) ทำยุทธศาสตร์การสื่อสารเพื่อการสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของมวลชน
                (3) จัดทำยุทธศาสตร์เครือข่ายการศึกษาไทย
                (4) ดำเนินการร่างกฎหมายเพื่อรองรับการดำเนินงาน   ต่างร่าง พ.ร.บ.
                (5) แต่งตั้งคณะทำงาน

             เป้าหมาย    ให้มีแผนยุทธศาสตร์ที่ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนและบุคลากรที่
เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมการนำนโยบายการปฎิรูปการศึกษาตามร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ....ไปสู่การปฎิบัติ  


           
ภาระงานที่ต้องรับผิดชอบ   จำแนกตามรายหมวดของ พ.ร.บ. ประกอบด้วย
               
หมวด 2 -  การศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี/ภาคบังคับ 9 ปี/กลุ่มที่มีความ
ต้องการพิเศษ/สิทธิประโยชน์ในการจัดการศึกษาขึ้นพื้นฐาน
               
หมวด 3 - การเทียบโอนผลการเรียน/การจัดการอาชีวศึกษา/ฝึกอบรม/การจัดการ
ศึกษาเฉพาะทาง/การอุดมศึกษา
              
หมวด 4 - การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้/ชุมชนแห่งการเรียนรู้
               
หมวด 5 - การกระจายอำนาจ/การบริหารจัดการ/ปฏิรูปการศึกษาเอกชน
               
หมวด 6 - ระบบประกันคุณภาพการศึกษา
               
หมวด 7 - การพัฒนาครู/ อาจารย์/ บุคลากร
               
หมวด 8 - การระดมทรัพยากร
               
หมวด 9 - การส่งเสริม/สนับสนุนการผลิต/พัฒนาสื่อ/เทคโนโลยี


          
งานที่คาดว่าจะจัดทำใน 2 เดือนข้างหน้า ประกอบด้วย
                1. จัดทำสาระของแผนยุทธศาสตร์ (วิสัยทัศน์/พันธกิจ/แนวการดำเนินงาน)
                2. แผนประชาสัมพันธ์
                3. กรอบในการจัดทำฐานข้อมูล
                4. การปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษา  
                      

bar_e42.jpg (1861 bytes)
back_b.jpg (1499 bytes)
bar_e42.jpg (1861 bytes)


การดำเนินงานการปฏิรูปการศึกษา
ของกระทรวงศึกษาธิการ

ความเป็นมา

              
กระทรวงศึกษาธิการ     ได้เริ่มดำเนินการเพื่อการปฏิรูปการศึกษา   ตั้งแต่ปีการ
ศึกษา 2539 เป็นต้นมา   โดยได้กำหนดขอบข่ายของการปฏิรูปการศึกษา      เพื่อปรับปรุงการ
ดำเนินงานทางการศึกษาและเพื่อแก้ไขปัญหาและอุปสรรคที่มีอยู่เดิมให้เบาบางลงหรือหมดไป  
รวมทั้งเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้บรรลุจุดมุ่งหมายตามที่ต้องการ    และยกระดับคุณภาพ
มาตรฐานการศึกษาให้สูงขึ้น มีศักยภาพ   ในการพัฒนาตนเองให้มีคุณภาพชีวิตที่ด และพัฒนา
ประเทศชาติ อยู่ในสังคมโลกอย่างเป็นสุข โดยกำหนดแนวทางการปฏิรูปการศึกษาใน 4  ด้าน คือ
                    1) การปฏิรูปโรงเรียนและสถานศึกษา
                    2) การปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา
                    3) การปฏิรูปหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอน
                    4) การปฏิรูประบบบริหารการศึกษา
               จากการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย   พุทธศักราช 2540 ได้ระบุ
ให้มีการจัดทำกฏหมายเกี่ยวกับการศึกษาขึ้น   และกระทรวงศึกษาธิการได้เสนอร่างพระราช
บัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ที่มีการกำหนดหมวดว่าด้วยการปฏิรูปการศึกษาไว้     ประกอบกับ
คุณภาพการศึกษาของคน ซึ่งถือว่า เป็นผลผลิตของระบบการศึกษายังไม่ตรงกับความคาดหวัง   
ทำให้คนไทยไม่สามารถก้าวเข้าสู่การแข่งขันในระดับโลกได้
               กระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหน่วยงานหลักที่จะดำเนินการปฏิรูปการศึกษา จึงได้
ดำเนินการเพื่อการปฏิรูปการศึกษา   โดยได้กำหนดขอบข่ายของการปฏิรูปการศึกษา   ให้สอด
คล้องตามเจตนารมณ์และเพื่อรองรับการดำเนินงานตามแนวทางกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ
การศึกษาแห่งชาติ   ให้เกิดผลในทางปฏิบัติและเพื่อเตรียมเยาวชนของชาติให้มีความรู้ความ
สามารถ ได้มาตราฐานสูงเหมาะสมกับความต้องการของสังคมในยุคโลกาภิวัตน์


แนวคิดพื้นฐานในการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษา
               การดำเนินการตามแนวคิดและแนวทางกับภารกิจดังกล่าว   ได้กำหนด
                bb047.gif (326 bytes)   เป้าหมายหลักของการปฏิรูปการศึกษา   คือ  " การเรียนการสอนมีคุณภาพ
                                และมาตรฐานในระดับสากล   ภายในปี 2550
                bb047.gif (326 bytes)   การปฏิรูปการศึกษาให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และ
                     สภานการณ์ในอนาคต   จะต้องเน้นการพัฒนา " คุณภาพการศึกษา " โดยเฉพาะ
                     คุณภาพของผู้เรียนเป็นสำคัญ
                bb047.gif (326 bytes)   การพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน จะเกิดขึ้นได้จะต้องเน้นการปฏิรูปกระบวนการ
                                เรียนการสอนที่แท้จริงของครูแต่ละคน   วิธีการเรียนของผู้เรียนและการบริหาร
                     จัดการสภาพแวดล้อมในโรงเรียนเป็นหลัก
                 bb047.gif (326 bytes)   การปฏิรูปการศึกษา  (โดยเฉพาะในระดับโรงเรียนหรือสถานศึกษา) จะครบถ้วน
                      สมบูรณ์ ต้องปฎิรูปทั้ง 3 มิติ คือ องค์ประกอบหลัก ยุทธศาสตร์ การดำเนินงาน
                      และปัจจัยสร้างเสริมการเรียน
                 bb047.gif (326 bytes)   องค์ประกอบหลักของการปฏิรูปการศึกษา   คือ  การปฎิรูปหลักสูตร   การปฏิรูป
                      กระบวนการเรียนการสอน   การปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา และการ
                      ปฎิรูปการบริหารและการจัดการศึกษา
                  bb047.gif (326 bytes)   การดำเนินการปฏิรูปการศึกษาจะเน้นยุทธศาสตร์หลัก 5 ประการคือ

                       1. กระจายอำนาจให้สถานศึกษาและหน่วยปฏิบัติมีอิสระและความคล่องตัว
                                    ในการบริหารงานที่รับผิดชอบ
                     2. ใช้แผนยุทธศาสตร์เป็นเครื่องมือในการดำเนินงานปฏิรูปการศึกษาทุกระดับ
                     3. เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา
                     4. ให้มีระบบประกันคุณภาพการศึกษา   เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการ

                                            ศึกษาทุกระดับ
                     5. เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง   เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเอง
                                  ได้เต็มศักยภาพ
                  bb047.gif (326 bytes)   ปัจจัยสร้างเสริมการเรียน (ETHOS) ที่สำคัญ   ซึ่งจะทำให้การปฏิรูปการศึกษา
                      เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ได้แก่
                           1. ภาวะผู้นำทางการเรียนการสอนแข็ง
                           2. มีความคาดหวังในผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง
                           3. มีจุดเน้นของการสอน (ของครู) ที่ชัดเจน
                           4. บรรยากาศสิ่งแวดล้อมเกื้อกูลต่อการเรียนของเด็ก
                           5. มีการติดตามความก้าวหน้าอย่างสม่ำเสมอ
                           6. ประชาชน (ภูมิปัญญาท้องถิ่น) มีส่วนร่วม
                           7. มีเวลาที่ใช้ในการเรียนอย่างสม่ำเสมอ

       จากการประมวลข้อคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิและคณะกรรมการคณะต่าง ๆ ที่ สำนัก
งานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติและกระทรวงศึกษาธิการได้แต่งตั้งขึ้น พอสรุปภารกิจ
ที่กระทรวงศึกษาธิการ   ควรดำเนินการเพื่อรองรับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติใน 10
เรื่อง ดังนี้
               1. การจัดการศึกษาพื้นฐาน 12 ปี (รวมถึงการส่งเสริมการศึกษาปฐมวัย การจัดการ
ศึกษาภาคบังคับ 9 ปี และการศึกษาสำหรับคนพิการและผู้ด้อยโอกาส)
               2. การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญา (รวมการจัดการศึกษาของกรม
อาชีวศึกษา   สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล และสถาบันราชภัฏ)

               3. การส่งเสริมการศาสนาและวัฒนธรรม
               4. การส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต
               5. การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการจัดทำหลักสูตรการศึกษาพื้นฐาน
               6. การประกันคุณภาพ
               7. การปฏิรูประบบบริหารและการจัดการ (รวมการปรับโครงสร้าง การกระจายอำนาจ
การมีส่วนร่วมของชุมชนและการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา)

               8. การปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา
               9. การส่งเสริมการจัดการศึกษาขององค์กรปกครองท้องถิ่น
             10. การปรับปรุงกฏหมายและกฏระเบียบที่เกี่ยวข้อง
             11. การส่งเสริมการจัดการศึกษาของเอกชน
             12. การจัดการศึกษาสำหรับผู้พิการและด้อยโอกาส
             13. การจัดการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรม
             14. การกีฬา   อยู่ในระหว่างการศึกษาข้อมูลเพื่อจะกำหนดเป็นกรอบภารกิจหลัก
                   หรืออาจแทรกอยู่ในกลุ่มอื่น      
              

flowerline2.gif (3467 bytes)


2. การปฏิรูปการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญา


2.1 ในส่วนของกรมอาชีวศึกษา
1. การปฏิรูปหลักสูตร
            1.1 จัดทำแผนการเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพทุกประเภทวิชา คือช่าง

อุตสาหกรรม พาณิชยกรรม   ศิลปหัตถกรรม  คหกรรมศาสตร์   และเกษตรกรรม  ให้มี
ประสิทธิภาพในการผลิตกำลังคนระดับนี้ เพื่อให้มีสมรรถวิสัย (Competency) สอดคล้อง
กับความต้องการ ของตลาดแรงงาน ความแตกต่างระหว่างบุคคลและสภาพสังคม
           1.2 จัดทำคู่มือและจัดสัมมนาให้ความรู้แก่ผู้บริหาร    เรื่องการจัดการเรียนการสอน

แบบสะสมหน่วยกิต การเทียบโอนรายวิชาระหว่างหลักสูตรวิชาชีพกับหลักสูตรประกาศนียบัตร
วิชาชีพ    และการสอบเทียบความรู้หรือประสบการณ์    หรือขอเทียบประสบการณ์งานอาชีพ    
เพื่อการสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ และการใช้ทรัพยากรทางการศึกษาร่วมกันและเปิดโอกาส
ให้ทุกคนได้เรียน   วิชาชีพอย่างทั่วถึงตามความต้องการอย่างแท้จริง
           1.3 จัดฝึกอบรมให้ความรู้รูปแบบการประเมินผลการเรียน โดยการนำแฟ้มสะสมงาน

มาใช้ (Portfolio)
           1.4 จัดทำมาตรฐานวิชาชีพ (Vocational Qualification) ในทุกสาขาวิชาชีพ
           1.5 จัดฝึกอบรมให้ความรู้เพื่อสู่การปฏิบัติให้มีการประกันคุณภาพการอาชีวศึกษาใน

สถานศึกษาทุกแห่ง (Quality Assurance) โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศ และ
ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษาของประเทศอังกฤษ ทั้งเน้นให้สู่มาตรฐานการบริหารและ
การจัดการตามระบบสากล (ISO)

2. การปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอน

           2.1 จัดทำคู่มือและเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ การจัดการเรียนการสอน โดยยึดผู้เรียน

                 เป็นศูนย์กลาง
           2.2 พัฒนาห้องสมุดของสถานศึกษาทุกแห่ง ให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียน

สามารถเรียนรู้ด้วยตนเองเต็มตามศักยภาพ โดยจัดให้มีสื่ออุปกรณ์และชุดการเรียนการสอนที่
ทันสมัย
          2.3 จัดทำคู่มือครู 95 เรื่องจำนวน 4,500 เล่ม
          2.4 ดำเนินการทำความเข้าใจกับผู้บริหารและครูอาจารย์ให้มีการขยายการจัดการเรียน

การสอนในระบบทวิภาคี โดยปัจจุบันในระดับ ปวช. จัดได้ 16,626 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 4.02
และระดับ ปวส. จัดได้ 386 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 0.27

3. การปฏิรูปวิชาชีพครู ผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษา
           3.1 ดำเนินการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนครู - อาจารย์   เพื่อสนองการลดขนาดอัตรากำลัง

ข้าราชการภาครัฐ โดยการจ้างครู - อาจารย์ รูปแบบใหม่ เรียกว่า อาจารย์วิชาชีพตามสัญญาจ้าง
แทนการบรรจุเข้ารับราชการ ขณะนี้กำลังร่างหลักเกณฑ์ร่วมกับ กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ
กค. และ กพ.
           3.2 จัดทำคู่มือและสัมมนาผู้บริหารให้ทราบนโยบายและโครงการที่จะต้องดำเนินการใน

ปีงบประมาณ 2542
          3.3 จัดฝึกอบรมคร- อาจารย ์ ในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ  4,972 คน   โดยร่วมมือกับ สถาน

ประกอบการต่าง ๆ มีหน่วยงานของกรมอาชีวศึกษาที่เป็นผู้ดำเนินการ 3 หน่วยงาน   คือสถาบัน
พัฒนาครูอาชีวศึกษา จัดได้ 3,173 คน หน่วยศึกษานิเทศก์ จัดได้ 1,400 คน และศูนย์วิศวกรรม
เกษตร จัดได้ 399 คน
          3.4 สนับสนุนให้บุคลากรในสถานศึกษาทำวิจัยเพื่อพัฒนาอาชีพในท้องถิ่น และพัฒนาการ

เรียนการสอน 9 โครงการเป็นเงิน 1,006,200 บาท

4. การปฏิรูประบบบริหารและการจัดการ
     4.1 ยกร่างพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ……. เพื่อจัดระบบบริหารและการจัดการให้
มีเอกภาพ การกระจายอำนาจให้สถานศึกษา เปิดโอกาสให้ชุมชน  องค์กร พัฒนาเอกชน  หน่วย
งานภาครัฐและภาคเอกชนมีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการจัดอาชีวศึกษา    พัฒนาระบบการวาง
แผนการระดมและจัดสรรทรัพยากร การควบคุมคุณภาพและมาตรฐาน การกำกับ ติดตามผล ให้
มีประสิทธิภาพ

                                             กองแผนงาน กรมอาชีวศึกษา ผู้รายงาน

bar_red.jpg (1057 bytes)

2.2 ในส่วนของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล
1. ภาพงานทั้งหมด / เป้าหมาย
            สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล มีรูปแบบของการบริหารงานเทียบเท่ากับกรม ๆ หนึ่งของ

กระทรวงศึกษาธิการ เพียงแต่ว่ามีอธิการบดีเป็นผู้บริหารสูงสุดซึ่งเทียบเท่ากับอธิบดีของกรม
ต่าง ๆ ในกระทรวงศึกษาธิการ
            หน้าที่หลักของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ก็ทำหน้าที่เช่นเดียวกับสถาบันการศึกษา

ระดับอุดมศึกษาอื่น ๆ   ของประเทศคือ   การผลิตนักศึกษาด้านวิชาชีพ    ทั้งระดับต่ำกว่าปริญญา    
และปริญญาตรี ทำการวิจัยและสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และ ทำนุ
บำรุงศาสนา ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม
           สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล       นับได้ว่าเป็นสถานศึกษาขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในสังกัด

กระทรวงศึกษาธิการ เพราะในปัจจุบันมีหน่วยงานด้านการจัดการศึกษา คือ    คณะ 14 คณะวิชา
วิทยาเขต 35  วิทยาเขต โดยตั้งอยู่ส่วนกลาง 12   วิทยาเขต และส่วนภูมิภาค 23   วิทยาเขต และ
หน่วยงานสนับสนุนคือ สถาบัน / สำนัก / ศูนย์ / สถานี อีก 28 หน่วยงาน
           จำนวนบุคลากรทั้งสิ้นของสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล     จำนวน 9,851 คน  ในจำนวนนี้

เป็นข้าราชการครู 5,099 คน นักศึกษาทุกระดับ 93,580 คน    ในจำนวนนี้เป็นนักศึกษาระดับ
อุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาตรี (ปวส.)  46,038 คน   หลักสูตรที่จัดการศึกษาด้านวิชาชีพเทคโน
โลยี จำนวน 255 หลักสูตร    ดังนั้นจะเห็นได้ว่า กรอบการจัดการศึกษาของสถาบันเทคโนโลยี
ราชมงคลได้ครอบคลุมในด้านของการจัดการศึกษาวิชาชีพเทคโนโลยีทุกสาขา   เช่น ช่างอุตสาห
กรรมและวิศวกรรมศาสตร์ บริหารธุรกิจ เกษตรกรรม คหกรรม ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม
ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ รวมทั้งนาฎศิลปและดุริยางค์ด้วย
        สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล     มีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำด้านการศึกษาสหวิทยาการตาม

มาตรฐานสากล ผลิตและยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรที่เป็นกำลังแรงงานของประเทศ
มีความชำนาญด้านวิชาชีพและเทคโนโลยีที่ทันสมัย มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ และสร้าง คุณค่าที่ดี
แก่สังคม ราชมงคลจะจัดการเรียนการสอนโดยมุ่งเน้นให้นักศึกษาปฏิบัติได้จริง สามารถนำไป
ประยุกต์ใช้ประกอบอาชีพได้อย่างแท้จริง รวมทั้งส่งเสริมให้เป็นคนดีมีคุณธรรมควบคู่กันไปด้วย

2. ความก้าวหน้าของการปฏิรูป/ผลการดำเนินงาน
        สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลมีความตั้งใจจริงในการสนองนโยบายการปฏิรูปการศึกษา

ของกระทรวงศึกษาตลอดมาโดยได้ดำเนินการดังนี้
        2.1 การปฏิรูปด้านระบบบริหารและการจัดการ สถาบันฯ   ได้ดำเนินการหลายประการด้วย

กัน เช่นการจัดทำวิสัยทัศน์เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาหน่วยงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต
และได้มีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2541 ทำให้เกิดการปรับปรุงการ
บริหารจัดการให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ เช่น การสร้างจิตสำนึกและวัฒนธรรมที่ดีในการปฏิบัติ
งานด้วยวิธีการจัดฝึกอบรม ประชุมสัมมนา อย่างสม่ำเสมอ การพัฒนสถาบันฯ ให้เข้าสู่ระบบการ
ประกันคุณภาพโดยการนำเทคนิคใหม่ ๆ มาใช้ในการบริหาร เช่น การจัดกิจกรรม 5 ส เพื่อเป็น
พื้นฐานสำคัญนำไปสู่ TQM การปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบต่าง ๆ ให้เอื้อต่อการบริหารงานของ
สถาบัน อธิการบดีได้กระจายอำนาจให้แก่ผู้บริหารระดับรอง ๆ ลงไปดำเนินการแทนในด้านต่าง ๆ
เช่น ด้านการเบิกจ่ายเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง เป็นต้น
        2.2 การปฏิรูปการศึกษาด้านหลักสูตร
        สถาบันฯ     ได้จัดการเรียนการสอนในหลากหลายสาขาวิชาชีพ และเปิดสอนในหลักสูตรที่

เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน      และสนองความต้องการของแต่ละท้องถิ่น    มีการพัฒนา
ปรับปรุงแก้ไขหลักสูตรต่าง ๆ โดยเน้นให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำ หลักสูตรให้ทันสมัย
และได้มาตรฐานสากล เช่น จัดให้มีการประชุมสัมมนาเพื่อพิจารณาปรับปรุง แก้ไขหลักสูตรต่าง ๆ
ที่ใช้สอนในหลักสูตร ปวส. เป็นประจำ กำหนดเกณฑ์การวัดผลให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในทุก
วิทยาเขต
        2.3 การปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอน
        สถาบันฯ    ได้ดำเนินการในหลาย ๆ   รูปแบบเพื่อพัฒนากระบวนการเรียน   การสอนให้มี

ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยพยายามเน้นนักศึกษาเป็นศูนย์กลาง นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมา
ใช้ในการจัดการเรียนการสอน ให้เป็นระบบ  Internet   ปรับปรุงรูปแบบการเรียน การสอนด้วย
Computer Aided Instruction   หรือ Multimedia Development   ส่งเสริมให้มี
การจัดตั้งศูนย์การเรียนด้วยตนเอง (Self Access Center ) ในทุกสถานศึกษา   ดำเนินการ
พัฒนาการศึกษาทางไกลด้วยระบบดาวเทียม   พัฒนาระบบห้องสมุดให้มีความทันสมัยจัดให้มี
ห้องปฏิบัติการทางภาษาในทุกสถานศึกษา สนับสนุนให้ครู - อาจารย จัดทำวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ที่จะ
ก่อประโยชน์ต่อการเรียนการสอน นอกจากนี้ได้นำระบบ ISO 9000    มาใช้เป็นมาตรฐานในการ
ประกันคุณภาพการศึกษาของสถาบันฯ โดยสถาบันฯ ได้ดำเนินการที่วิทยาเขตนนทบุรี เป็นหน่วย
งานนำร่อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการเสนอขอมาตรฐาน ISO 9000 จากองค์กรภายนอก
      2.4 การปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา
        สถาบันฯ มีนโยบายส่งเสริมบุคลากรทุกระดับให้มีโอกาสได้พัฒนาความรู้ หาประสบการณ์และ

เพิ่มทักษะในวิชาการที่ทันสมัย เพื่อความก้าวหน้า     ความมั่นคงของชีวิตและการยกระดับคุณภาพ
มาตรฐานวิชาชีพและบุคลากรทางการศึกษา     รวมทั้งการเร่งรัดการแก้ปัญหาหนี้สินของครู ตลอด
จนการยกย่องเชิดชูเกียรติครู โดยดำเนินการในรูปแบบต่าง ๆ เช่น    การอบรมปฐมนิเทศครูบรรจุ
ใหม่ให้เข้าใจกฎระเบียบที่ใช้ในการปฏิบัติงาน เข้าใจวิธีการสอน และอื่น ๆ ส่งเสริมให้ครู - อาจารย์
ลาศึกษาต่อ ฝึกอบรมดูงาน การปรับโอนตำแหน่งตามความเหมาะสม จัดทำกรอบอัตรากำลังข้าราชการ
พลเรือนรอบ 3 ส่งเสริมการทำผลงานเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งอาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์
การสรรหาครูปฏิบัติงานมีผลงานดีเด่น เพื่อรับรางวัลคุรุสภา และรับเครื่องหมายประกาศเกียรติคุณ
ของสถาบันฯ เป็นต้น

3. แนวทางการดำเนินงานต่อไป
        สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นอย่างดี
เพราะถือว่าการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในบริบทของการพัฒนาสำหรับประเทศที่กำลังพัฒนาทั้งหลาย
คือการทำให้ทรัพยากรมนุษย์ในประเทศนั้น ๆ  มีคุณภาพ    การทำให้คนมีคุณภาพนั้นอาจกล่าวได้ว่ามี
ความเกี่ยวเนื่องกับคุณภาพด้านทักษะ ด้านสุขภาพ และด้านทัศนคติ ซึ่งมิติทั้งสามประการนี้ควรดำเนิน
ควบคู่กันไป ด้วยความตระหนักดังกล่าว สถาบันฯ จึงได้วางแนวทางการดำเนินงานต่อไป ดังนี้
        3.1 พัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยระบบมาตรฐานคุณภาพ ISO 9000 ให้ครบ ทุกหน่วยงานในปี พ.ศ. 2544 (ปี พ.ศ. 2543 ตั้งเป้าหมายไว้ 22 หน่วยงาน)
        3.2 ให้ความสำคัญทุ่มเทพัฒนาความรู้เชิงวิทยาการ วิชาชีพ เทคโนโลยี และ งบประมาณ สำหรับงานวิจัยสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรม
        3.3 พัฒนาคุณภาพของบุคลากรทุกระดับ ให้มีความรู้เชิงวิชาการ วิชาชีพ เทคโนโลยี มีคุณธรรม มีความรู้เชิงบริหาร ทักษะด้านการจัดการ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีความกล้าที่จะใช้กระบวนทัศน์ใหม่ ๆ
        3.4 พัฒนาระบบงาน สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง นำราชมงคลสู่องค์กร คุณภาพที่เน้นว่า
เป็น Total Quality Management ( TQM) ไม่เกินปี 2550

4. ข้อจำกัด
        4.1 ขาดแคลนบุคลากรผู้สอนในบางสาขาวิชาโดยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และ
              วิศวกรรมศาสตร์
        4.2 ครู - อาจารย์ ขาดโอกาสได้รับการฝึกจริงในสถานประกอบการเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์
               และทักษะ
        4.3 ครุภัณฑ์ เครื่องจักร เครื่องมือ ที่ทันสมัยยังมีไม่เพียงพอ สำหรับให้ นักศึกษาได้ใช้ฝึกปฏิบัติ
        4.4 โรงฝึกงานและโรงประลองไม่เพียงพอเพื่อพัฒนาทักษะแก่นักศึกษา
        4.5 ขาดสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับให้นักศึกษาได้ใช้ศึกษาด้วยตนเอง
        4.6 การสนับสนุนด้านวัสดุการศึกษาไม่เพียงพอต่อการพัฒนาคุณภาพนักศึกษา
                                                                                              
                                                                  กองแผนงาน
                                     สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ผู้รายงาน

bar_red.jpg (1057 bytes)

2.3 ในส่วนของสถาบันราชภัฏ
1. แผนงานทั้งหมด เป้าหมาย
        การจัดการศึกษาเป็นภาระกิจที่มีความสำคัญสูงสุดของสถาบันราาชภัฏเพื่อเสริมสร้างทรัพยากร
มนุษย์ให้มีความสามารถและมีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการกำลังคนของประเทศและท้องถิ่น
มุ่งเน้นความเป็นคนที่สมบูรณ์และความมีปัญญา     เพื่อการริเริ่มสร้างสรรค์และการปรับตัวให้เข้ากับ
การศึกษา
        การจัดการศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาของสถาบันราชภัฏมีแนวทางการดำเนินงานปฏิรูป ดังนี้
        1. สนับสนุนให้มีการศึกษาในสาขาวิชาที่หลากหลาย      สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน
ความต้องการทางด้านการเรียน และความชำนาญของสถาบันเพื่อมุ่งสร้างคนที่มีคุณภาพสูง
        2. ปฏิรูปการจัดการศึกษาหรือการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีหลากหลาย เพื่อสนองตอบความ
แตกต่างของผู้เรียน และความแตกต่างของลักษณะวิชา
        3. ส่งเสริมและเน้นให้ผู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรม และนำไปใช้ในการดำรงชีวิต
        4. ปฏิรูประบบความร่วมมือระหว่างสถาบันและองค์กรชุมชนทั้งระดับนโยบายและปฏิบัติ
        โดยมีเป้าหมายในความคิดผู้สำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา ระหว่างการศึกษา ศิลปศาสตร์
8,012 คน รวม 30,921 คน       

2. ความก้าวหน้าและผลการดำเนินงาน
        2.1 ส่งเสริมให้นักศึกษาเข้าไปร่วมศึกษา เรียนรู้กับชุมชนและเสริมสร้างความ เข้มแข็งของ
ชุมชนในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว      จัดการเรียนการสอนโดยใช้ชุมชนเป็นแหล่งความรู้ฝึก
ประสบการณ์วิชาชีพ
        2.2 ดำเนินการประกันคุณภาพในสถาบันราชภัฏทั้ง 36 แห่ง โดยกำหนดเป็นนโยบายกำหนด
มาตรฐานการศึกษา     สร้างเกณฑ์ดัชนีตัวชี้ชัด     และเครื่องมือในการประเมินและประกันคุณภาพ
ปรับปรุงพัฒนาปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกันคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง
        2.3 ปรับปรุงกระบวนการวิธีการสอน   มุ่งเน้นให้นักศึกษาเป็นศูนย์กลาง    ส่งเสริมการเรียนรู้
ด้วยตนเองโดยใช้สื่อเทคโนโลยี พัฒนาระบบเครือข่ายเทคโนโลยี พัฒนาระบบเครือข่ายเทคโนโลยี
สารสนเทศ พัฒนาอาจารย์ และระบบบริหารจัดการเพื่อประโยชน์แห่งการเรียนรู้ของนักศึกษา
3. แนวทางการดำเนินงานต่อไป        
        สำนักงานสภาสถาบันราชภัฏได้กำหนดแนวทางปฏิรูปการศึกษาระดับต่ำกว่าอนุปริญญาโดย
กิจกรรมส่วนใหญ่เป็นการดำเนินงานระยะยาว สำนักงานสภาสถาบันราชภัฏจะดำเนินงานอย่าง

ต่อเนื่องเพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาเป็นอุปธรรมอย่างแท้จริง

                                                                                                    
ผอ.กองแผนงาน
                                        สถาบันราชภัฏ ผู้รายงาน

bar_e42.jpg (1861 bytes)
back_b.jpg (1499 bytes)
bar_e42.jpg (1861 bytes)


3. การปฏิรูปการส่งเสริมการศาสนา วัฒนธรรมและการกีฬา

                                                       ดร.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์
                                             รองอธิบดีกรมพลศึกษา ผู้รายงาน


เป้าหมายหลัก : " คุณภาพคู่คุณธรรม ชี้นำเอกลักษณ์ไทย " ปี 2550
1. ภาพงานทั้งหมด / เป้าหมาย
           (ก) การพัฒนาคุณภาพ คุณธรรม และวิสัยทัศน์ของบุคลากรทางการศึกษาในการกระจาย

บริการสู่สาธารณะโดยมีเป้าหมายในเรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิต   และการธำรงรักษาเอกลักษณ์
ไทยในหมู่ประชากร
           (ข) การปฏิรูปหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ของ

สถานศึกษาในสังกัด ให้ทันสมัย ทันโลก ทันการณ์ สามารถตอบสนองความต้องการของสาธารณะ
ในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน
           (ค) การปฏิรูปโครงสร้างการบริหาร มุ่งเน้นการกระจายอำนาจการบริหารและการตัดสินใจ

เชิงนโยบาย เพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการจัดบริการทางการศึกษาและการส่งเสริมวัฒนธรรม ที่สัมพันธ์
กับวิถีชุมชน ภูมิปัญญาชาวบ้าน และตอบสนองแนวนโยบายแห่งรัฐ รวมถึงการพัฒนาองค์กรสู่ความ
เป็นมหาชน

2. ความก้าวหน้าของการปฏิรูป / ผลการดำเนินงาน
        1) การจัดประชุมคณะทำงานจัดทำกรอบแนวทางการดำเนินการปฏิรูปการส่งเสริม การศาสนา

วัฒนธรรมและการกีฬา
       2) การศึกษาข้อมูลในส่วนของการปฏิรูประบบราชการของกระทรวงศึกษาธิการ
       3) การศึกษาสำรวจข้อมูลในส่วนของการส่งเสริมกิจกรรมทางการศาสนา ทางการธำรงรักษา

ศิลปะวัฒนธรรม เอกลักษณ์ไทย ทางการกีฬา และทางการส่งเสริม พัฒนาเด็กและเยาวชน

3.แนวทางการดำเนินงานต่อไป
      1) จัดประชุมผู้บริหารระดับสูงของกรมการศาสนา กรมศิลปากร กรมพลศึกษา และสำนักงาน

วัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) เพื่อรับทราบกรอบแนวทางการดำเนินงาน
     2) เตรียมการจัดประชุมปฏิบัติการจัดทำคู่มือแนวดำเนินการปฏิรูปการส่งเสริมการศาสนา

วัฒนธรรมและการกีฬา
     3) เตรียมการจัดประชุมชี้แจง ทำความเข้าใจกรอบแนวทางการดำเนินงานในส่วนภูมิภาค
     4) การแต่งตั้งคณะะกรรมการคณะทำงานจัดทำแผนปฏิรูปการส่งเสริมการศาสนา วัฒนธรรม

และการกีฬา
4. ข้อจำกัด / ข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะ
                                                          

bar_e42.jpg (1861 bytes)
back_b.jpg (1499 bytes)
bar_e42.jpg (1861 bytes)


4. การปฏิรูปการส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต
(การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย)


                                                      ดร.สมบัติ สุวรรณพิทักษ์
                                        ผอ.กองพัฒนาหลักสูตร กศน. ผู้รายงาน


กรอบความคิดและเป้าหมายการดำเนินงาน
           การปฏิรูปการส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต ของกรมการศึกษานอกโรงเรียน มุ่งหมาย

ให้บุคคลได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิต โดยส่งเสริมให้ได้รับการศึกษานอกระบบ
และการศึกษาตามอัธยาศัย
           การส่งเสริมให้บุคคลได้รับการศึกษาทั้ง 2 รูปแบบดังกล่าว มุ่งเน้นแนวทางการ

ดำเนินงานคือ
              1. ส่งเสริมให้องค์กรทางสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษานอกระบบ และการศึกษา

ตามอัธยาศัย
             2. พัฒนากระบวนการเรียนรู้ของบุคคลให้สามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องและกว้างขวาง
             3. ส่งเสริมให้บุคคลได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง
          การดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีคิด วีธีทำงานการศึกษา

ทั้งระบบการปฏิรูปการส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต ของกรมการศึกษานอกโรงเรียนจึงกำหนด
ภารกิจการปฏิรูปที่สอดคล้องกับแนวทางกระทรวงศึกษาธิการและพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
4 ประเด็นคือ
         1. การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ทั้งการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
         2. การปฏิรูปหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียน
         3. การปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
         4. การปฏิรูปการบริหารและการจัดการ

ความก้าวหน้าของการดำเนินงาน
        การดำเนินงานปฏิรูปการศึกษาเพื่อส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตของกรมการศึกษานอก

โรงเรียนมีความก้าวหน้าในการดำเนินงานโดยลำดับดังนี้
        1. การสัมนาจัดทำยุทธศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาโดยการวิเคราะห์แนวทางของกระทรวง

ศึกษาธิการและพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
       2. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานปฏิรูป 5 คณะได้แก่  คณะกรรมการอำนวยการ คณะ

กรรมการปฏิรูปหลักสูตร คณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอน คณะกรรมการมัธยม
ทางวิชาชีพครู    ผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษานอกโรงเรียน      และคณะกรรมการปฏิรูป
ระบบบริหารจัดการ
       3. กำหนดเป้าหมายการปฏิรูปในปี 2543 โดยเน้นการปฏิรูปกระบวนการเรียนการสอน

การพัฒนาคุณภาพบุคลากร และการพัฒนาระบบการบริหารจัดการ
       4. ดำเนินการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียนในส่วน การศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับ

กลุ่มเป้าหมายนอกระบบโรงเรียน
       5. วิเคราะห์บทบาทและแนวทางการดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม

อัธยาศัย ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติแนวทางการดำเนินงานต่อไป
กรรมการศึกษานอกโรงเรียนกำหนดแนวทางการปฏิรูปการส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต ดังนี้
           1. จัดทำแผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปการส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิต
           2. ปฏิรูปหลักสูตรโดยเฉพาะการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับกลุ่มเป้าหมายนอกระบบโรงเรียน

              (ต่อเนื่อง)
           3. ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ เน้น
               3.1 การศึกษาระบบเปิด
               3.2 การยอมรับความรู้และประสบการณ์เข้าสู่ระบบการเรียนโอนผล การเรียน
               3.3 การศึกษาทางไกล
           4. จัดทำแผนพัฒนาบุคลากรการศึกษานอกโรงเรียน
           5. จัดตั้งสำนักงานปฏิรูปการศึกษานอกโรงเรียนเป็นหน่วยงานเฉพาะกิจดำเนินการจัด

การและประสานงาน

ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็น
          1. การปฏิรูปการศึกษาตลอดชีวิต แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับหลักการและปรัชญา

ของการทำงานการศึกษานอกโรงเรียน (ซึ่งหมายรวมถึงการศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัย) แต่ก็ยังต้องการองค์ความรู้เพื่อการปฏิรูปอีกทาง เพื่อที่จะทำให้ทุก ๆ ฝ่ายเข้าใจ
ชัดเจน มองการศึกษาทั้งระบบกว้างขวางครอบคลุมทั้งชุมชน ไม่เพียงเฉพาะในกรอบโรงเรียน
เท่านั้น และต้องมองเห็นกระบวนการเรียนรู้ที่ไม่แปลกแยกออกจากชีวิตจริง ซึ่งเป็นกระบวน
ทัศน์ใหม่ของการพัฒนาการศึกษา ตามหลักการการศึกษาตลอดชีวิต
        2. การดำเนินงานปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในคณะกรรมการ ต่าง ๆ ควร

มีผู้แทนกรมการศึกษานอกโรงเรียนร่วมเป็นคณะกรรมการด้วยเพื่อให้ข้อมูลในส่วนการศึกษา
นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย
        3. การปฏิรูปการศึกษาเป็นเรื่องที่มีความสำคัญจำเป็นจะต้องมีการจัดการ ควบคุมกำกับ

และให้มีหน่วยงานกลางทำหน้าที่บริหารจัดการ    ในลักษณะองค์การเฉพาะกิจ    (เมื่อเสร็จสิ้น
ภารกิจก็ยกเลิกหน่วยงาน) ให้เป็นหน่วยงานทำหน้าที่ทั้งดำเนินการประสานกำกับ ติดตามการ
ปฏิรูป ให้เกิดผลสำเร็จ

bar_e42.jpg (1861 bytes)
back_b.jpg (1499 bytes)
bar_e42.jpg (1861 bytes)


5. การจัดทำหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและการ
ปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้


                                                              มัลลิกา นิตยาพร
                                          ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาหลักสูตร ผู้รายงาน


1. เป้าหมายของการจัดทำหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
        หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นการดำเนินงานทั้งด้านโครงสร้าง เนื้อหาและกระบวน

การ     ที่มุ่งสร้างความเชื่อมโยงระหว่างการศึกษาในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา สอด
คล้องกับแนวนโยบายในการพัฒนาคนของแผน ฯ 8รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและ
พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ให้มีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้
และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่น    ได้อย่างมี
ความสุขโดยกำหนดวิชาพื้นฐานประกอบด้วยสาระการเรียนรู้ใน   8  กลุ่มวิชา คือ   ภาษาไทย
คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ - เทคโนโลยี  สังคมศึกษา  ศิลป สุขศึกษา - พลศึกษา การงานและ
อาชีพ และภาษาต่างประเทศ

2. ผลการดำเนินงาน
        การดำเนินงานที่ผ่านมาจนถึงปีงบประมาณ 2542 นี้    กรมวิชาการได้ดำเนินการพัฒนา

หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและได้มีการปรับให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.     การศึกษาแห่งชาติ
ตามมาตรา 27 ดังนี้
        2.1 ร่างกรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อเป็นทิศทาง ในการจัดทำหลักสูตร แกน

กลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
        2.2 กำลังดำเนินการร่างหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อให้ สถานศึกษาใช้

เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพมาตรฐาน
        2.3 กำลังดำเนินการร่างเอกสารประกอบหลักสูตร เช่น คู่มือการบริหารจัดการหลักสูตร

คู่มือครู คู่มือนักเรียน ฯลฯ
        2.4 ร่างมาตรฐานและตัวบ่งชี้ของ 8 กลุ่มวิชา

3. แนวการดำเนินงาน (ปีงบประมาณ 2543 - 2545)
       3.1 จัดทำกรอบหลักสูตรฯ และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
             - กรอบหลักสูตร ฯ เพื่อเป็นทิศทางในการจัดทำหลักสูตรแกนกลาง ฯ มีองค์ประกอบ

ของบทนำ แนวคิด เป้าหมาย มาตรฐานการศึกษาแห่งชาติ แนวการจัดหลักสูตร ระดับชาติ /
สถานศึกษา และการนำไปใช้
            - หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้สถานศึกษาใช้เป็น แนวทางในการ

จัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพมาตรฐานที่กำหนด       มีองค์ประกอบของหลักการจุดหมาย
มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน และตัวบ่งชี้ความสำเร็จ โครงสร้างหลักสูตร หลักเกณฑ์การใช้
หลักสูตร     ขอบข่ายเนื้อหาวิชา และมาตรฐานกลุ่มวิชา   แนวการจัดการเรียนรู้ สื่อการวัดผล
ประเมินผล
       3.2 จัดทำคู่มือการจัดทำหลักสูตรของสถานศึกษา
       3.3 จัดทำคู่มือการเรียนการสอนกลุ่มวิชา (Course Advice)
       3.4 จัดทำเอกสารประกอบหลักสูตร (Course Curriculum)
       3.5 กำหนดยุทธศาสตร์การใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
       3.6 กำหนดแนวทางการทดลอง เตรียมการทดลองและดำเนินการทดลองการใช้หลักสูตร

การศึกษาขั้นพื้นฐานโดยการประสานแผนกับทุกหน่วยงาน ประชุมชี้แจงบุคลากรที่ เกี่ยวข้อง
กับการทดลองใช้ และติดตามประเมินผล
       3.7 นำผลการทดลองเพื่อการปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อเตรียมการประกาศ

ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
       3.8 ศึกษารูปแบบการเรียนรู้ที่เน้นให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางและสร้างความรู้ด้วย ตนเอง
       3.9 จัดทำแนวทางการเทียบโอนระหว่างหลักสูตรต่าง ๆ และระหว่างระบบการศึกษาทั้งการ

ศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย

4. เป้าหมายกระบวนการเรียนรู้
          เป็นการดำเนินงานที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี   คนเก่ง  มีคุณธรรม  จริยธรรม รู้จัก

หน้าที่และความรับผิดชอบ โดยใช้กระบวนการเรียนการสอนและการปฏิบัติในสิ่งที่มีคุณค่า ใน
การดำรงชีวิต และการเป็นพลเมืองดีของชาติ โดยได้ดำเนินการทั้งการวิจัย พัฒนารูปแบบ และ
เทคนิคการสอน โดยให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง

5. ผลการดำเนินงาน
       5.1 รวบรวมและวิเคราะห์รูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในรูปแบบ

ของ Shopping list ให้ครูได้เลือกใช้ และเป็นการรณรงค์ให้ทุกฝ่ายตระหนักถึง ความสำคัญ
       5.2 ร่างแผนการจัดกิจกรรมที่มุ่งปลูกฝังเป็นคนดี
       5.3 พัฒนารูปแบบการเรียนรู้และตัวอย่างแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
       5.4 สนับสนุนการวิจัยในชั้นเรียน ให้สามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้


6. แนวการดำเนินงาน (ปีงบประมาณ 2543 - 2545)
       6.1 วิจัยทดลองการใช้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน (ระดับประถมศึกษา)
       6.2 วิจัยทดลองการใช้แผนการสอนเพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็กไทย
       6.3 ศึกษาวิจัย ข้อมูลพื้นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน

7. ข้อคิดเห็น
       7.1 ในด้านคณะกรรมการที่กรมวิชาการมีส่วนร่วม เห็นสมควรให้มีการทบทวนดังนี้
             1) พัฒนาคุณภาพการศึกษา (ข้อ 1.2 ของแผนงาน/ โครงการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.)
                วิจัยการศึกษา การศาสนาและการวัฒนธรรมของ ศธ. (ข้อ 1.5 ของแผนงาน /

                โครงการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.)
            2) ประกันคุณภาพการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ข้อ 2.1 ของแผนงาน/โครงการปฏิรูป

                การศึกษาของ ศธ.)
            3) พิจารณาเทียบความรู้ (ข้อ 2.3 ของแผนงาน/โครงการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.)
            4) ยุทธศาสตร์การใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ข้อ 2.4 ของแผนงาน/โครงการปฏิรูป

                การศึกษาของ ศธ.)
            5) การศึกษาวิธีการเรียนรู้ (ข้อ 2.6 ของแผนงาน/โครงการปฏิรูปการศึกษาของ ศธ.)
                คณะกรรมการข้อ 1) 4) และ 6) ยังไม่เคยมีการประชุม ส่วนข้อ 2) ซึ่งมี ผู้อำนวยการ

กองวิจัยการศึกษานั้นเป็นงานประจำ     เช่นเดียวกับข้อ 6)      ซึ่งเป็นโครงการหนึ่งในหลาย ๆ
โครงการของการวิจัยฯ กรมวิชาการ สำหรับกรรมการยุทธศาสตร์นั้น ควรจะมี การทบทวนคณะ
กรรมการทุกชุด
       7.2 ในด้านการนำหลักสูตรฯ ไปใช้     ควรจัดทำแผนหลักเพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนา

คุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ โดยจัดให้มีระบบ เครือข่าย
วิชาการทุกรูปแบบ

bar_e42.jpg (1861 bytes)
back_b.jpg (1499 bytes)
bar_e42.jpg (1861 bytes)


6. การปฏิรูปการศึกษา : การประกันคุณภาพ

                                                        ผอ.อารีรัตน์ วัฒนสิน
                                        สำนักทดสอบ กรมวิชาการ ผู้รายงาน


          เมื่อกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศนโยบายปฏิรูปการศึกษา ภาระงานที่สำคัญงาน

หนึ่งของกรมวิชาการ คือ       การพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาเพื่อเป็นกลไก
หลักสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่จะสร้างความมั่นใจ/พึงพอใจให้แก่สังคม ว่า
ผู้เรียนได้รับการพัฒนา      มีความรู้ความสามารถและคุณลักษณะตามที่หลักสูตรและสังคม
ต้องการ โดยกระทรวงกระจายบทบาทการจัดการศึกษาไปสู่สถานศึกษาและชุมชนให้ร่วม
กันจัดและพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานและสอดคล้องกับความต้อง
การของผู้เรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และสังคม โดยผู้เกี่ยวข้องและหน่วยงานการศึกษาจะต้อง
ร่วมกันจัดการศึกษา ตั้งแต่การวางแผน การดำเนินงาน ตลอดจนตรวจสอบการดำเนินงาน
และผลการดำเนินงาน อย่างเป็นระบบและ มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานที่กำหนดไว้
          การพัฒนาระบบการประกันคุณภาพในระยะแรก (พ.ศ. 2538-2539) กรมวิชาการ

ได้พัฒนาแนวคิดในการประกันคุณภาพและจัดทำเอกสารเผยแพร่แนวคิดในการประกัน
คุณภาพการศึกษา 20 เล่ม แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ
        1. แนวคิดในการประกันคุณภาพ ได้แก่ การประกันคุณภาพการศึกษา มาตรฐาน

การศึกษาขั้นพื้นฐาน และธรรมนูญสถานศึกษา
       2. การบริหารจัดการคุณภาพ ได้แก่ การบริหารระบบคุณภาพ การพัฒนาวิสัยทัศน์ใน

สถานศึกษา การนิเทศ การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษา
       3. การจัดการเรียนการสอน ได้แก่ ยุทธศาสตร์ในการเรียนรู้ ใฝ่รู้-ใฝ่เรียน คุณธรรม

พื้นฐานการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนากระบวนการแก้ปัญหาและ การตัดสินใจ
การพัฒนาสมรรถภาพทางกาย สุนทรียภาพทางศิลปวัฒนธรรมและ สิ่งแวดล้อม การทำงาน
เป็นทีม สุขภาพจิตและความมั่นคงทางอารมณ์ การควบคุมตนเองและการปรับตัว การจัดสิ่ง
แวดล้อมในการเรียนการสอน การนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการเรียนรู้ และการสอน
ที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง
            ระยะที่ 2 พ.ศ. 2540 - 2542    กรมวิชาการได้พัฒนาการประกันคุณภาพการศึกษา

โดยจัดทำกรอบการประกันคุณภาพการศึกษา   ซึ่งมีแนวดำเนินการ  3    ประการ   คือ การ
ควบคุมคุณภาพ  การตรวจสอบ   ทบทวนและปรับปรุงคุณภาพการศึกษา    และการประเมิน
และรับรองคุณภาพ การดำเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาดังกล่าวเป็น3 ระดับ คือ ระดับ
กระทรวง ระดับเขตพื้นที่การศึกษา/ต้นสังกัด และระดับสถานศึกษา จัดทำเอกสารแนวทาง
การดำเนินงาน ตลอดทั้ง เผยแพร่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง
       1. การประกันคุณภาพของสถานศึกษา ประกอบด้วย      การจัดทำธรรมนูญสถานศึกษา

การบริหารจัดการคุณภาพ   การตรวจสอบ    ทบทวนและปรับปรุงคุณภาพและการรายงาน
คุณภาพการศึกษา
       2. การประกันคุณภาพของเขตพื้นที่การศึกษา/ต้นสังกัด       ประกอบด้วยแนวทางการ

ตรวจสอบ ทบทวน และปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาในเขตพื้นที่พร้อมประเด็น
สาระและเครื่องมือที่ใช้ในการปฏิบัติงาน
       3. การประกันคุณภาพระดับกระทรวง ได้จัดทำร่างกรอบแนวทางการประกันคุณภาพ

การศึกษา ในภาพรวมเพื่อนำเสนอกระทรวงเห็นชอบ

แนวดำเนินการในระยะต่อไป (ปี พ.ศ.2543 - 2545)
       1. กรมวิชาการจะสนับสนุน        ส่งเสริมให้สถานศึกษาดำเนินงานประกันคุณภาพของ

ตนเองร่วมกับต้นสังกัดและจังหวัด โดยผ่านเครือข่ายวิชาการ
       2. กรมวิชาการจะสนับสนุนให้เขตพื้นที่การศึกษา/สังกัด ดำเนินการตรวจสอบ ทบทวน

และปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาในเขตพื้นที่
       3. กรมวิชาการจะประสานกับสำนักรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาเพื่อ

จัดทำกรอบการประเมินและรับรองคุณภาพ    ซึ่งเป็นการประกันคุณภาพภายนอกให้สอดคล้อง
กับการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาและเขตพื้นที่การดำเนินงานประกันคุณภาพ มีข้อ
จำกัดและข้อเสนอหลายประการในการดำเนินงาน ดังนี้
       1. การประกันคุณภาพ มีความสำคัญและเป็นจุดเน้นที่เป็นหลักของการปฏิรูปการศึกษา

ในภาพรวมของประเทศ     ซึ่งต้องประสานทั้งแนวคิดและการดำเนินงานให้สอดรับทุกระดับ
โดยเฉพาะในระดับชาติที่ต้องสอดคล้องกับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ และกฎกระทรวง เพื่อ
รองรับการดำเนินงานที่ชัดเจน
       2. การจัดการศึกษามีหลากหลายระดับ/ประเภท แนวดำเนินงานประกันคุณภาพที่นำ

เสนอเน้นในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส่วนระดับอุดมศึกษาและต่ำกว่าปริญญา จะต้องจัด
ทำแนวทางให้ชัดเจนต่อไป
       3. เพื่อให้การดำเนินงานเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพทุกระดับเกิดการประสานสอดรับ

ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานรวมทั้งสามารถเห็นแนวทางดำเนินงานไปสู่การปฏิบัติ
ร่วมกันที่ชัดเจนทุกระดับเพื่อการพัฒนาคุณภาพ        กระทรวงควรมี คณะทำงานที่รับผิดชอบ
เรื่องนี้โดยตรง ได้แก่       คณะกรรมการอำนวยการประกันคุณภาพของกระทรวง   และคณะ
กรรมการ อำนวยการประกันคุณภาพของกระทรวง     และคณะกรรมการดำเนินงานระดับ
กระทรวง โดยทุกสังกัดเป็นกรรมการร่วมกัน

bar_e42.jpg (1861 bytes)
back_b.jpg (1499 bytes)
bar_e42.jpg (1861 bytes)


7. การปฏิรูประบบบริหารและการจัดการของ
กระทรวงศึกษาธิการ

                                                              ดร.สุวัฒน์  เงินฉ่ำ
                                 รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้รายงาน


1. เป้าหมาย

                กระทรวงศึกษาธิการเห็นสมควรมีการปฏิรูประบบบริหารการศึกษา   ให้สอดคล้อง
กับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ   และเหมาะสมต่อการพัฒนาการศึกษาให้สอดคล้องสังคมโลกา
ภิวัฒน์ จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูประบบบริหารการศึกษาในกระทรวงศึกษาธิการ โดย
มีศาสตราจารย์     ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน    เป็นประธาน    ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2541  ซึ่งคณะ
กรรมการดังกล่าวได้ดำเนินการศึกษาแนวทางปฏิรูประบบบริหารฯ เสร็จเรียบร้อยแล้วและ
ได้เสนอรายงานการปฏิรูประบบบริหารการศึกษาในกระทรวงศึกษาธิการต่อรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2542 รวมทั้งได้นำเสนอ   หลักการและแนวทาง
การปฏิรูประบบบริหารฯไว้ในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติที่ได้ผ่านการพิจารณาจาก
รัฐสภาแล้วด้วย
               สำหรับเป้าหมายการดำเนินการปฏิรูประบบบริหารและการจัดการ เพื่อไปสู่โครงสร้าง

ของกระทรวงใหม่ คือ กระทรวงการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม กำหนดเวลาไว้ 3 ปี   นับแต่มี
การประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ


2. ความก้าวหน้าของการปฏิรูป
               เพื่อให้การดำเนินการปฏิรูประบบบริหารการศึกษาเป็นไปตามกำหนดเวลา ขณะนี้

ด้มีการดำเนินการบางส่วนแล้ว ที่สำคัญได้แก่
    1.) ดำเนินการทดลองใช้ตัวแปรในการแบ่งเขตพื้นที่จริง ใน 4 จังหวัด จาก 4 ภูมิภาค คือ

ภาคกลาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภาคเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภาคใต้ จังหวัดยะลา และ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดนครราชสีมา   เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของตัวแปร อันจะ
นำไปสู่การจัดทำคู่มือการแบ่งเขตพื้นที่การศึกษาต่อไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างวิเคราะห์และสรุป
ผลการทดลอง
    2.) จัดทำแผนการดำเนินการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ   ผู้แทน

ธนาคารโลก และผู้แทนสำนักงบประมาณ เพื่อขอรับการสนับสนุนด้านงบประมาณจากธนาคาร
โลกเพื่อทดลองจัดรูปแบบการบริหารงบประมาณในเขตพื้นที่การศึกษาประมาณ 12  เขตพื้นที่
การศึกษาในปี 2543 - 2545
    3.) ร่วมเป็นคณะอนุกรรมการเตรียมการเพื่อการปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการ

ศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ซึ่งเป็นอนุกรรมการร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะ
กรรมการการศึกษาแห่งชาติ     เพื่อจัดทำแผนและรายละเอียดในการดำเนินการปฏิรูประบบ
บริหารการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้
        3.1) ระบบการจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน
        3.2) การจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำหรับกลุ่มเด็กผู้มีความต้องการพิเศษ
        3.3) การปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยเงินอุดหนุนรายหัว กฎ และระเบียบที่เกี่ยวข้อง
        3.4) การปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษี
        3.5) จัดทำนโยบายเพื่อการจัดโครงสร้าง องค์กร การแบ่งส่วนงาน และการปรับบทบาท
                องค์กรเพื่อทำกฎหมาย
        3.6) การจัดทำโครงการนำร่องเขตพื้นที่การศึกษา
        3.7) ประกาศพระราชกฤษฎีกาในการจัดตั้งเขตพื้นที่การศึกษา
        3.8) แก้ไขกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษา
        3.9) แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ.ทบวงมหาวิทยาลัย ฯลฯ
      3.10) กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความพร้อม
      3.11) ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เช่น การอุดหนุนงบประมาณ และการเก็บรายได้ท้องถิ่น
      3.12) ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เช่น การอุดหนุนงบประมาณ มาตรการภาษี
      3.13) การมีกองทุนกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ
      3.14) วางแผนและดำเนินการได้รับการช่วยเหลือด้านวิชาการ และงบอุดหนุน การดำเนินการ
      3.15) จัดทำปรับปรุงทั้ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการศึกษาเอกชนและปรับกฎกระทรวง
                ให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
      3.16) ปรับปรุง พ.ร.บ.การศึกษาเอกชนให้เขามีสิทธิในการแสดงความคิดเห็น
      3.17) จัดทำกฎหมายว่าด้วยองค์กรวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารสถานศึกษา
      3.18) กฎหมายเกี่ยวกับบัญชีเงินเดือน
      3.19) จัดตั้งกองทุนส่งเสริมครู
      3.20) นำผลการปฏิบัติจากการจัดตั้งเขตพื้นที่ตามพระราชกฤษฎีกา มาทำเป็นกฎหมาย
      3.21) จัดระบบการสื่อสารให้แก่ข้าราชการครู เพื่อรับทราบข้อมูลและรับฟังความคิดเห็น
      3.22) จัดให้มีกองทุนเพื่อการพัฒนาครูอย่างต่อเนื่อง
      3.23) กฎหมายเกี่ยวกับภาษีเพื่อการศึกษาที่จัดเก็บโดยรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
      3.24) มาตรการลดหย่อนและการยกเว้นภาษี เพื่อสร้างแรงจูงใจในการระดมทรัพยากร
                เพื่อการศึกษา
      3.25) ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบ ได้แก่
                  - กฎหมายว่าด้วยเงินคลัง
                  - กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ
                  - ระเบียบการคลังเกี่ยวกับการจัดสรรค่าใช้จ่ายสถานศึกษา ฯลฯ
      3.26) จัดทำแผนเงินอุดหนุนทั่วไปให้แก่
                 - การศึกษาภาคบังคับ
                 - การศึกษาพื้นฐาน
                 - การอุดมศึกษา
                 - สถาบันการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย
      3.27) ออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการอุดหนุนงบประมาณแก่ผู้ต้องการพิเศษ
      3.28) จัดให้มีกองทุนการศึกษา
                 - สำหรับผู้มีรายได้น้อย
                - สถานศึกษาเอกชน
                - เพื่อพัฒนาการศึกษา
      3.29) ปรับปรุงกฎกระทรวงเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบ ติดตามและประเมินผล
      3.30) จัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

3. แนวทางดำเนินการต่อไป
               รวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล ดำเนินการและจัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับระบบการ
ปฏิรูประบบบริหารการศึกษาตามที่ระบุไว้ในข้อ 2 ให้พร้อมสำหรับการพิจารณาดำเนินการของ
คณะกรรมการบริหารสำนักงานปฏิรูปการศึกษาที่จะเกิดขึ้นตามบทเฉพาะกาลของพระราชบัญญัต
ิการศึกษาแห่งชาติ และดำเนินการบางส่วนที่สามารถดำเนินการได้ก่อน

4. ข้อเสนอแนะ
               กระทรวงควรมีการวิเคราะห์ บทบาทหน้าที่และภารกิจที่กระทรวงจะต้องดำเนินการ
และเตรียมการรองรับงานด้านการปฏิรูประบบบริหารการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษา
แห่งชาติ     โดยจัดตั้งคณะทำงานเพื่อรวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นจัดทำรายละเอียด
โครงสร้างการบริหารและ ร่างกฎหpic/มายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งอันจะช่วยได้

ทันที หรือใช้เป็นข้อมูลประสานกับหน่วยที่เกี่ยวข้องเมื่อมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการ
ศึกษาแห่งชาติ จะทำให้การดำเนินงานเสร็จตามเป้าหมาย

bar_e42.jpg (1861 bytes)
back_b.jpg (1499 bytes)
bar_e42.jpg (1861 bytes)


8.การปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา

                                             ดร.สุรชาติ สังข์รุ่ง
                           สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครู ผู้เขียนรายงาน


เป้าหมายการปฏิรูป
            มีเป้าหมายในการปฎิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อปฏิรูปครูและบุคลากรทาง

การศึกษาให้มีความสามารถที่จะบริหาร จัดการและอบรมสั่งสอนเยาวชนให้มีคุณภาพสอด
คล้องกับสังคมไทย        และโลกในยุคปัจจุบัน     รวมทั้งพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลสำหรับ
ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาให้มีความคล่องตัว       จูงใจให้คนดีมีความรู้ความ
สามารถและมีคุณลักษณะที่เหมาะสมเข้าสู่วิชาชีพครู         และปฏิบัติงานในหน้าที่ได้เต็มตาม
ศักยภาพ เหมาะสมกับความรู้ความสามารถ สอดคล้องกับความต้องการของหน่วยงาน พร้อม
ทั้งมีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นที่ยอมรับของสังคมและเพื่อพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการ
ศึกษา

ผลการดำเนินงาน
            สำหรับ ก.ค. ได้ดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา ดังนี้
            1. กำหนดนโยบายการพัฒนาข้าราชการครู (ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่

18 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2539)
            2. กำหนดเกณฑ์มาตรฐาน ระดับคุณภาพผู้บริหารการศึกษาและระดับคุณภาพศึกษา

นิเทศก์ เพื่อใช้เป็นมาตรฐานกลางในการผลิต สรรหา พัฒนา และประเมินความก้าวหน้า
ของข้าราชการครู
            3. กำหนดหลักสูตรการฝึกอบรมก่อนเข้าสู่ตำแหน่งข้าราชการครู     สายงานผู้บริหาร

สถานศึกษา และผู้บริหารไม่สังกัดสถานศึกษา
            4. กำหนดเกณฑ์การประเมินผลงานทางวิชาการตามสภาพจริงเพื่อเปลี่ยนวัฒนธรรม

การปฏิบัติงานของครูให้ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และเชื่อว่าผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้ได้
            5. ศึกษาแนวทางกำหนดระบบประกันคุณภาพครู ซึ่งมีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ประการ คือ

การประเมินครู การพัฒนาครู และการกำหนดค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับระดับคุณภาพ
            6. ปรับปรุงเกณฑ์มาตรฐานอัตรากำลังข้าราชการครูเพื่อประโยชน์ในการกำหนดอัตรา

กำลังครูในสถานศึกษาให้เหมาะสมและสอดคล้องตามเงื่อนไขของ ADB
            7. ยกร่างกฎหมายว่าด้วยเงินเดือน ค่าตอบแทน สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์เกื้อกูล

อื่น ๆ สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
            8. ยกร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษา

แห่งชาติ โดยยึดหลักการกระจายอำนาจการบริหารงานบุคคลสู่เขตพื้นที่การศึกษาและ สถาน
ศึกษา

แนวทางการดำเนินงานต่อไป
          1. จัดทำกรอบแผนงานและจัดทำแผนการปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา
          2. ประสานงานการดำเนินงานปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา
         3. ประสานงานการใช้เกณฑ์มาตรฐานอัตรากำลังข้าราชการครูและกำหนดมาตรการใน

การเกลี่ยอัตรากำลังข้าราชการครูให้เป็นรูปธรรมและเกิดผลในทางปฏิบัติ
         4. ประสานการใช้เกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครูกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
         5. จัดทำรายละเอียดของระบบการประกันคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา

พร้อมทั้งจัดประชุมชี้แจงให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบและถือปฏิบัติ
         6. กำกับ ติดตาม และรายงานผลการดำเนินการปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา
         7. สร้างฐานข้อมูลครูและบุคลากรทางการศึกษา

bar_e42.jpg (1861 bytes)
back_b.jpg (1499 bytes)
bar_e42.jpg (1861 bytes)


9. การปฏิรูปการส่งเสริมการจัดการศึกษาขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชน


                                                                                             
 
             ผชช.อรวรรณ สุนทรชัย
                     สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ผู้รายงาน


              
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540ได้กำหนดบทบัญญัติให้

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชน   มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา    (มาตรา 43)
และสนับสนุนให้เอกชนจัดการ ศึกษาอบรมให้เกิดความรู้คู่คุณธรรม (มาตรา 81)   ซึ่ง
ในปัจจุบันทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมจัดการศึกษา
อยู่แล้ว โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สังกัดกระทรวงมหาดไทย เช่น กรุงเทพมหา
นคร สำนักการศึกษาท้องถิ่น (เทศบาล) สำนักสวัสดิการ กทม.ได้เข้ามาจัดการศึกษา
ตั้งแต่ระดับก่อนประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย มีนักเรียนรวมทั้งสิ้น 978,497
คน
            สำหรับการศึกษาเอกชนนั้นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนมีหน้าที่

ดูแลการจัดการศึกษาเอกชนระดับต่ำกว่าปริญญาตรี     ซึ่งเป็นการจัดทั้งในรูปแบบใน
ระบบโรงเรียน นอกระบบโรงเรียน และการศึกษาพิเศษ (สำหรับคนพิการ) การศึกษา
สงเคราะห์ (เด็กยากจน) มีโรงเรียนในความดูแล 6,618 โรง นักเรียน 2,982,753 คน
และครู 108,075 คน
            สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน กำหนดแนวทางการดำเนินงานตาม

รัฐธรรมนูญ และตามร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ……… ดังนี้
          1. ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา  43  และ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 10   ที่
กำหนดว่า"บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า
สิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึง และมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย" ดังนี้
         1.) การจัดการศึกษา 12 ปี ให้ทั่วถึง
              - การให้เอกชนเข้ามาจัดการศึกษา รัฐสามารถประหยัดงบประมาณของรัฐลงได้

โดยเฉพาะงบลงทุน ค่าที่ดิน สิ่งก่อสร้าง ครุภัณฑ์ รวมทั้งภาระในการดูแลสวัสดิการ
ข้าราชการครู
              - การเปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาจัดการศึกษา รัฐต้องกำหนดนโยบายและแบ่ง

สัดส่วนการรับนักเรียนให้ชัดเจน ทั้งเชิงนโยบายและการปฏิบัติ เพื่อสร้างความมั่นใจ
ในการลงทุนให้ภาคเอกชน
             - สร้างความมั่นใจให้กับโรงเรียนที่เปิดอยู่แล้ว เพื่อขยายชั้นเรียนให้ได้ 12 ปี

อย่างกว้างขวาง
         2.) การจัดอย่างมีคุณภาพ
             - สช. ได้กำหนดนโยบายที่จะเร่งพัฒนาคุณภาพของโรงเรียน เพื่อสร้างความ

มั่นใจให้กับประชาชนและรัฐในการที่จะช่วยเหลือโรงเรียนเอกชน
             - สช. ได้ดำเนินโครงการประกันคุณภาพและรับรองมาตรฐานคุณภาพการศึกษา

ซึ่งมีโรงเรียนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพแล้ว 41 โรง และในปี 2542 กำหนด
เป้าหมายไว้ 650 โรง
        3.) การไม่เก็บค่าใช้จ่าย
             - ปัจจุบันรัฐให้การอุดหนุนนักเรียนชั้นอนุบาล - ม.6 (สามัญ)    เป็นเงินรายหัว

นักเรียน ในอัตราร้อยละ 20 ถึง 100     ของค่าใช้จ่ายรายหัวนักเรียนภาครัฐ    ทั้งนี้ ตาม
ลักษณะและประเภทของโรงเรียน
            - ในปีการศึกษา 2545 นักเรียนจะมีสิทธิได้รับการศึกษา โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

ดังนั้น ได้เตรียมเสนอการอุดหนุนเพิ่มขึ้น ดังนี้
 

การอุดหนุนในปัจจุบัน 2542

2543

2544

2545

1. รับอุดหนุนแล้ว 100 %

100 %

100 %

100 %

2. รับอุดหนุนแล้ว 60 %

60 %

100 %

100 %

3. รับอุดหนุนแล้ว 40 %

40 %

60 %

100 %

4. รับอุดหนุนแล้ว 20 %

40 %

60 %

100 %

5. รับอุดหนุน 900 บาท/ปี (โรงเรียนอิสลาม 15 (2)

40 %

60 %

100 %

6. ประเภทอาชีวศึกษา ปวช. (ยังไม่ได้อุดหนุน)

1,400 บาท/ปี

60 %

100 %


            - โรงเรียนที่ได้รับการอุดหนุนต้องเป็นโรงเรียนที่ได้รับการประกันคุณภาพและ

รับรอง มาตรฐานคุณภาพแล้ว

2. ตามร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 43-46
            ตามร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติได้กำหนดเรื่องการบริหารและการจัด

การศึกษาเอกชนไว้ในมาตรา 43- 46 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนได้
ดำเนินการและ/หรือเตรียมดำเนินการดังนี้
            มาตรา 43    "…ให้มีความเป็นอิสระ โดยมีการกำกับติดตามการประเมินคุณภาพ

และมาตรฐานการศึกษาจากรัฐ…"
           - สช. ได้ประชุมหารือ ร่วมกับสมาคมต่าง ๆ      เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงาน

ให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคล เช่น       การโอนทรัพย์สินให้แก่นิติบุคคลควรมีเงื่อนไขเพราะ
สิทธิในสถานที่ตั้งของโรงเรียนมีความหลากหลายการแบ่งสรรรายได้ให้แก่ผู้รับใบอนุญาต
ได้กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตได้รับในอัตราร้อยละ 25 - 40 ของรายได้สุทธิ
            มาตรา 44     "ให้สถานศึกษาเอกชนตามมาตรา 18 (2) เป็นนิติบุคคล และมีคณะ

กรรมการบริหาร…"
            - สช. ได้ประชุมหารือ ร่วมกับสมาคมต่าง ๆ    เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงาน

ให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคล เช่น การโอนทรัพย์สินให้แก่นิติบุคคลควรมีเงื่อนไขเพราะสิทธิ
ในสถานที่ตั้งของโรงเรียนมีความหลากหลาย การแบ่งสรรรายได้ให้แก่ผู้รับใบอนุญาตได้
กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาต ได้รับในอัตราร้อยละ 25 - 40 ของรายได้สุทธิ
           มาตรา 45     " ให้สถานศึกษาเอกชนจัดการศึกษาได้ทุกระดับและทุกประเภทการ

ศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด…"
            - ศธ. ได้ออกระเบียบให้โรงเรียนเปิดทำการสอนได้ตามศักยภาพของโรงเรียน ทั้ง

ด้านอาคาร สถานที่และอุปกรณ์ที่มีอยู่ ส่วนการเปิดสอนถึงระดับปริญญาตรีนั้น จะต้องแก้ไข
กฎหมายต่อไป
           มาตรา 46    "รัฐต้องให้การสนับสนุนด้านเงินอุดหนุน การลดหย่อน หรือการยกเว้น

ภาษี สิทธิประโยชน์อย่างอื่น…"
            - สช. ประชุมหารือร่วมกับสมาคมทางการศึกษาเอกชน    เห็นว่ารัฐควรให้มีการลด

หย่อนหรือยกเว้นภาษี หรือให้สิทธิประโยชน์แก่โรงเรียนเอกชนเท่าเทียมและเสมอภาคกับ
โรงเรียนของรัฐ
           ทั้งนี้ สช. กำลังจัดทำร่างพระราชบัญญัติสถานศึกษาเอกชน โดยมีการระดมความคิด

เห็นจากสมาคมทางการศึกษาเอกชน และโรงเรียนเอกชน ในประเด็นต่าง ๆ ที่กำหนดไว้
ในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เพื่อให้เกิดความสอดคล้องซึ่งกันและกัน
           อนึ่ง สำหรับการปฏิรูปการศึกษาในส่วนอื่น เช่น การปฏิรูปกระบวนการเรียนการ

สอน การพัฒนาวิชาชีพครูและอื่น ๆสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนจะได้ดำเนิน
การตามแนวทางการปฏิรูปของกระทรวงศึกษาธิการ

bar_e42.jpg (1861 bytes)
back_b.jpg (1499 bytes)
bar_e42.jpg (1861 bytes)


10. สรุปรายละเอียดการจัดทำร่างกฎหมาย ร่าง
พระราชกฤษฎีกา และกฏระเบียบที่เกี่ยวข้อง


                                            นายประพัฒน์พงศ์ เสนาฤทธิ์
                                               รองอธิบดีกรมสามัญศึกษา


1. เป้าหมาย
         จัดทำและแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติ กฎหมาย และพระราชกฤษฎีกาทั้งหมดที่

เกี่ยวข้อง 82 ฉบับ ดังบัญชีรายชื่อที่แนบ
        สำหรับในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ      ซึ่งต้องรีบดำเนินการจัดทำและปรับปรุง

แก้ไขในระยะแรกภายในเวลา 1 ปี ตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สป. 555/2542 ลง
วันที่ 7 มิถุนายน 2542 มี 7 ฉบับ คือ   พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน    พระราชบัญญัติ
การอาชีวศึกษา การฝึกอบรม วิชาชีพ กฎกระทรวงว่าด้วยการแบ่งระดับการศึกษา หรือ
การเทียบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน กฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการนับอายุ
การศึกษาภาคบังคับ กฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และพระราช
กฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานปฏิรูปการศึกษาตามกฎหมายองค์การมหาชน

2. ความก้าวหน้าของการดำเนินการ
        ได้มีกาารแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการและประสานงานการจัดทำและปรับปรุง

แก้ไขในกฎหมายในส่วนความรับผิดชอบของกระทรวงศึกษาธิการ     ให้สอดคล้องกับ
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ………….และคณะกรรมการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวม
5 คณะ ดังนี้
        2.1 คณะกรรมการอำนวยการและประสานการจัดทำฯ มีปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

เป็นประธานกรรมการ     รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ   (นายไพบูลย์ เสียงก้อง)    เป็น
กรรมการและ เลขานุการ
        คณะกรรมการชุนี้ ได้มีการประชุมเพื่อให้นโยบายและแนวทางการดำเนินการแก

่คณะกรรมการอื่นๆ ไปแล้วเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2542
        2.2 คณะกรรมการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติประถมศึกษา พ.ศ. 2523   มีรอง

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นายชลอ กองสุทธิ์ใจ)    เป็นประธานกรรมการรองเลขาธิการ
คณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (นางมัณฑนา ศังขะกฤษณ์) เป็นกรรมการและ
เลขานุการ
        คณะกรรมการชุดนี้ ได้มีการประชุมเพื่อดำเนินการไปแล้วทั้งหมด 2 ครั้งพร้อมกับ

มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่ยกร่างกฎหมายฉบับนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนิน
การยังไม่แล้วเสร็จ
        2.3 คณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน    พ.ศ.

2525 มีรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นายบุญลือ ทองอยู่) เป็นประธานกรรมการรองปลัด
กระทรวง ศึกษาธิการ (นางนลินี ไกรคุณาศัย) เป็นกรรมการและเลขานุการ
        คณะกรรมการชุดนี้ ได้มีการประชุมเพื่อดำเนินการไปแล้วประมาณ 4 - 5 ครั้งพร้อม

กับมีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อดำเนินการยกร่างกฎหมายฉบับนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่าง
ดำเนินการยังไม่ แล้วเสร็จ
        2.4 คณะกรรมการพิจารณาจัดทำร่างพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษาฯ มีรองปลัด

กระทรวงศึกษาธิการ (นายไพบูลย์ เสียงก้อง)     เป็นประธานกรรมการ   รองอธิบดีกรม
อาชีวศึกษา (นายวีระศักดิ์ วงษ์สมบัติ) เป็นกรรมการและเลขานุการ ขณะนี้อยู่ระหว่าง
ดำเนินการ
        2.5 คณะกรรมการพิจารณาการจัดทำกฎกระทรวงและพระราชกฤษฎีกา มีรองปลัด

กระทรวงศึกษาธิการ (นายพนม พงษ์ไพบูลย์)     เป็นประธานกรรมการ    รองอธิบดีกรม
สามัญศึกษา (นายประพัฒน์พงศ์ เสนาฤทธิ์) เป็นกรรมการและเลขานุการ
        คณะกรรมการชุดนี้     จะได้มีการประชุมฝ่ายเลขานุการ และได้แบ่งงานใน ความ

รับผิดชอบ เพื่อให้แต่ละคณะกรรมการฯ เพื่อรับไปดำเนินการร่างกฎกระทรวงในวันที่
3 สิงหาคม 2542 จากนั้นก็จะได้มีการประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ เพื่อดำเนินการใน
วันที่ 19 สิงหาคม 2542
        สำหรับกฎหมายว่าด้วยการศึกษาสำหรับคนพิการ ตามมาตรา 10 วรรค 3 ซึ่งมีรอง

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นายพนม พงษ์ไพบูลย์)     เป็นประธานคณะอนุกรรมการ ผู้
อำนวยการกองการศึกษาคนพิการ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ได้ดำเนินการยก
ร่างจัดทำกฎหมายฉบับนี้เสร็จเรียบร้อย และพร้อมที่จะเสนอเพื่อพิจารณาแล้ว

bar_e42.jpg (1861 bytes)
home_b.jpg (1499 bytes)
bar_e42.jpg (1861 bytes)
Copyright & Copy : 1999 MOENet Thailand Service
ที่มาของข้อมูล : ศูนย์ปฎิบัติการปฎิรูปการศึกษา
รวบรวม เรียบเรียง : นายเสถียร  อุสาหะ
พัฒนา และนำเสนอ : นางสายพิณ เชื้อน้อย (5 ส.ค. 2542)
ปรับปรุงข้อมูล   25 ส.ค. 2542
กลุ่มงานจัดการฐานข้อมูล   กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ
ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ.
โทร. 281-9809 , 628-5643 , 628-5644  โทรสาร  281-8218   
e-mail_b.jpg (1551 bytes)
website@emisc.moe.go.th

#FFFFFF"bar_e42.jpg