การชุมนุมเรียกร้อง
วังจันทร์เกษม ได้เคยเป็นสถานที่สำหรับกลุ่มนักเรียน
นักศึกษาชุมนุมเรียกร้องขอสิ่งต่าง ๆ จากโดยเฉพาะระหว่าง
พ.ศ.๒๕๑๕ ถึง ๒๕๑๙ ซึ่งเป็นยุดประชาธิปไตยเฟื่องฟู
ต่อต้านเผด็จการกลุ่มนักศึกษาทั้งในกรุงเทพฯ และจาก
จังหวัดต่าง ๆ บางทีขึ้นรถไฟหรือเช่ารถประจำทางมาจากไหล ๆ
นับร้อยนับพันคนมาชุมนุมกันอยู่กลางสนามวงกลมหน้ากระทรวง
บางทีมีเครื่องขยายเสียง วงดนตรีและข้าวห่อมาพร้อมวิธี
สังเกตว่าการชุมนุมจะยึดเยื้อข้ามคืนหรือเปล่า ให้ดูว่ามีหม้อกระทะมาด้วยหรือเปล่าถ้ามี แสดงว่าเตรียมมา
อยู่หลายวันต้องจัดเวรยามเพิ่มตอนกลางคืน ผู้ประท้วงมักจะนอนกันกลางสนาม ก่อกองไฟผิงกันหนาว
บางทีก็ขึ้นไปนอนตามระเบียงตึกกรมอาชีวศึกษา
เรื่องที่ชุมนุมเรียกร้อง ส่วนใหญ่มักจะขับไล่ผู้บริหารสถานศึกษา เพราะเป็นเผด็จการหรือมีข้อหา
คอรัปชั่น มีการขอนุ่งกางเกงยีน เพราะบางสถานศึกษาห้ามนุ่ง บางครั้งขอไว้ผมยาว การต้อนรับน้องใหม่
ซึ่งเคยถูกสั่งห้าม มีการเรียกร้องขอเป็นวิทยาลัย จากโรงเรียนการช่างต่าง ๆ บ่อยครั้ง เพราะเมื่อเป็น
วิทยาลัยเทคนิคแล้ว จะได้เปิดสอนชั้น ปวส.เพิ่มจาก ปวช.อาจารย์ใหญ่จะได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการ
และค่าสอนนอกเวลาจะขึ้นจาก ๕๐ บาท เป็น ๗๕ บาท มีโรงเรียนที่ได้รับการยกฐานะเป็น.วิทยาลัย
เพราะมีการชุมนุมเรียกร้องแบบนี้หลายแห่ง บางคราวจะมีการยกป้ายข้อความ หรือปาระเบิดพลาสติก
เสียงดังด้วย เมื่อปี ๒๕๑๔ นักศึกษาวิทยาลัยครูอาชีวศึกษา เคยมาชุมนุมเรียกร้องขอเปิดปริญญาตรี
ที่วังจันทรเกษม แต่เมื่อไม่ได้ผลจึงเดินขบวนไปชุมนุมต่อที่ทำเนียบรัฐบาล ค้างคืนกันในทำเนียบ
รัฐบาลนั่นเอง หลังจากนั้น ก็มีการชุมนุมเรียกร้องอีกครั้งหนึ่งที่หน้ารัฐสภา ต่อมาวิทยาลัยครูอาชีวศึกษา
และวิทยาลัยเทคนิค เกษตร พาณิชย์ หลายแห่งได้รับให้จัดตั้งเป็นสถาบันระดับปริญญาตรี เรียกชื่อว่า
สถาบันเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อในโอกาสต่อมาว่า สถาบันเทคโนโลยีราช-มงคล
ก่อนปี ๒๕๑๕ วิทยาลัยครูหลายแห่งเคยมาชุมนุมเรียกร้องที่สนามวงกลม หน้าวังจันทรเกษม
เพื่อขอเปิดระดับปริญญาตรี และมีการขอแยกตัวจากระทรวงศึกษาธิการ จึงมีการจัดแยกเป็น
วิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร ปทุมวัน บางแสน มหาสารคามและที่อื่น ๆ โดยย้ายไป
สังกัดทบวงมหา-.วิทยาลัย การเรียกร้องครั้งนั้นยืดเยื้อหลายวัน
เทคนิคการรับมือกับการชุมนุมเรียกร้องต่าง ๆ คือ ต้องหาข่าวล่วงหน้า ว่าที่ไหนจะมาเมื่อใด
และจะเรียกร้องอะไร เพื่อจะได้หาข้อมูลข้อต่อรองเตรียมไว้บางคราวจะรู้ก่อนล่วงหน้า ๒-๓ วัน
ตั้งแต่นักศึกษาเริ่มชุมนุมกันในสถานศึกษา จากรายงานของสถานศึกษาหรือจากทางตำรวจ-มหาดไทย
มีบางครั้งเหมือนกันที่ไม่รู้ล่วงหน้า เมื่อกลุ่มนักศึกษาเดินทางมาถึงก็จะจัดให้อยู่ในสนามวงกลม
หรือบริเวณหน้ากรมอาชีวศึกษา แต่ในระยะหลังตำรวจไม่ค่อยให้เข้าข้างใน จัดให้ชุมนุมอยู่ที่นอกรั่ว
ด้านถนนราชดำเนิน เพราะเข้าไปแล้วอยู่ยืดเยื้อไม่ยอมกลับง่าย ๆ ต่อจากนั้นก็จะให้กลุ่มนักศึกษายื่น
ข้อเรียกร้อง ซึ่งบางคราวเตรียมพิมพ์โรเนียวมาแจกนักข่าวอย่างเรียบร้อย ตอนนี้จะมีนักข่าวหนังสือพิมพ์
โทรทัศน์สันติบาล และเจ้าหน้าที่ศูนย์ข่าวกรองทหารบก มารุมกันสัมภาษณ์นักศึกษา ผู้ประสานงาน
จะใหันักศึกษาจัดผู้แทนกลุ่มหนึ่งไปพบอธิบดีหรือผู้รับผิดชอบของกรมต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่
เมื่อรับข้อเสนอแล้วก็จะขอเวลาส่งผู้แทนกรมไปตรวจสอบข้อเท็จจริง หาทางแก้ปัญหาความเดือดร้อน
มีบางคราวที่กลุ่มนักศึกษาต้องการคำตอบทันที เช่นเรื่องขับไล่ผู้อำนวยการ เมื่อไม่ได้รับคำตอบตาม
ความต้องการก็จะชุมนุมอภิปราย ที่สนามหน้ากระทรวงจนกระทั่งหมดแรง หรือได้รับการยินยอมตามที่
เรียกร้อง
ครั้งหนึ่ง นักศึกษาจากภาคเหนือยึดตู้รถไฟเข้ามาประท้วงในกระทรวง การรถไฟทวงค่าโดยสารมา
ภายหลังต้องขออนุมัติใช้เงินบำรุงการศึกษาจ่าย
เคล็ดลับในการเจรจากับผู้ชุมนุมเรียกร้องต่าง ๆ คือ ไม่ควรให้บุคคลสำคัญพูดไมโครโพนเจรจาต่อรอง
กับกลุ่มฝูงชน เพราะเมื่อตอบไม่ถูกใจจะถูกโห่ฮาป่าหรือถูกขว้างด้วยก้อนหิน ต้องเจรจากับผู้แทนที่เป็น
ประธานนักศึกษา หรือกลุ่มหัวหน้าชั้น ไม่ควรเจรจากับกลุ่มที่นำการประท้วงฝ่ายเดียว เพราะมักจะสู้แบบ
ไม่ยอมถอย และอาจเป็นผู้แทนของกลุ่มส่วนน้อย ที่อาจได้รับการจ้างวานหรือชักจูงจากผู้เสียประโยชน์บางคน
งานฉลอง ๑๐๐ ปี
วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๕ ในสมัยที่ ดร.ก่อ สวัสดิ์พาณิชย์
เป็นรัฐมนตรีว่าการ นายสมชัย วุฑฒิ-ปรีชา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ
และปลัดกระทรวง ได้มีการจัดงานฉลอง ๑๐๐ ปี ของกระทรวง
ศึกษาธิการ โดยสร้างอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
สร้างหอพระประจำกระทรวง จัดแสดงผลงานของกรมต่าง ๆ
จัดการแสดงแสงและเสียงในบริเวณวังจันทรเกษม และจัดงานศิลป
หัตถกรรมนักเรียนฉลอง ๑๐๐ ปี กระทรวงศึกษาธิการ ระหว่างเดือน
พฤศจิการยน ๒๕๓๔ ถึง เมษายน ๒๕๓๕ ตามภาคต่าง ๆ คือ ที่
นครราชสีมา เชียงใหม่ จันทบุรี สงขลา และที่สนามกีฬาแห่งชาติ
กรุงเทพมหานครนับเป็นงานแสดงศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั่งที่ ๔๔
ต่อจากการจัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนครั้งแรก ครั้งที่ ๔๔ ต่อจากการ
จัดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียนครั้งแรก ในสมัยรัชกาลที่ ๖ เมื่อวันที่
๓ มกราคม ๒๔๕๕ ที่โรงเรียนสวนกุหลาบ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมกุลบุตรกุลธิดา ให้เห็นความสำคัญ
ของการประกอบอาชีพ การฝีมือ หรือศิลปหัตถกรรม รวมทั้งให้ผู้ปกครองและประชาชน ได้เห็นคุณค่าของ
ศิลปหัตถกรรมอันเป็นของดีมีค่าของไทยเราที่มีมาแต่โบราณกาล

What's new details . . .
Copyright © 1997 MOENet Thailand Service
Program by Mr.Bumrung Chiablam