สาร

พันตำรวจโท ทักษิน  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการครบรอบ ๑๑๑ ปี

วันที่๑ เมษายน  ๒๕๔๖

......................................................

                เนื่องในวาระแห่งการสถาปนากระทรวงศึกษาธิการครบรอบ ๑๑๑ ปี ในพุทธศักราช  ๒๕๔๖ นี้   ผมขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนามายังท่านรัฐมนตรี ข้าราชการ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการด้วยความจริงใจ

                 ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาและปรับปรุงงานด้านการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เพื่อพัฒนา "คน" ซึ่งเป็นทรัพยากรของชาติที่มีค่ายิ่งให้ได้รับโอกาสในการศึกษา ถึงพร้อมซึ่งกำลังสติปัญญา ในอันที่จะดำรงชีวิตอยู่ในสังคมร่วมกันได้อย่างมีความสุข และส่งผลต่อความเจริญมั่นคงของประเทศ ทั้งนี้รวมทั้งภารกิจในการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมของคนในชาติและการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของชาติให้ดำรงอยู่อย่างมั่นคงสืบไปอีกด้วย

                 รัฐบาลปัจจุบันได้มุ่งเน้นการดำเนินการพัฒนาประเทศในระยะยาวรวม ๓ ด้านประกอบด้วย การพัฒนาใหเป็นสังคมที่มีคุณภาพ เป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้  และเป็นสังคมสมานฉันท์ที่มีความเอื้ออาทรต่อกัน ให้เป็นแกนหลักของสังคมไทยและ เป็นรากฐานที่มั่นคงยั่งยืน  นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เร่งรัดดำเนินการปฏิรูปการศึกษา เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรมและสอดคล้องตามเจตนารมณ์ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐   และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาสังคมไทย พัฒนาบุคลากรทางการศึกษาและสร้างความเท่าเทียมกันในการศึกษาของคนไทย รัฐบาลจึงมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้ผนึกกำลังกันในการปฏิบัติงานให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย

                  ในโอกาสอันดีนี้ ผมขออำนวยพรให้การดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการประสบความสำเร็จด้วยดีตลอดไป และขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยตลอดจนสรรพสิ่งศักดิสิทธิ์ทั้งหลายในสากล อีกทั้งพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดดลบรรดาลให้ท่านรัฐมนตรี ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการทุกคน ประสบแต่ความสุขและความเจริญด้วยจตุรพิธพรชัยพร้อมทั้งมีกำลังกาย กำลังใจ สติปัญญาในการปฏิบัติหน้าที่อันสำคัญของบ้านเมือง เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษาของชาติ เป็นแบบฉบับแก่ข้าราชการอื่นตลอดจนเยาวชนของชาติและร่วมกันพัฒนาประเทศ ไปสู่ความวัฒนาสถาพรสืบไป

                                                                               พันตำรวจโท ทักษิน   ชินวัตร

                      นายกรัฐมนตรี

สาร

ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการครบรอบ ๑๑๑ ปี

.....................................  

                ในโอกาสครบรอบ  ๑๑๑ ปี ของการสถาปนากระทรวงศึกษาธิการในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๖   ผมขอส่งความปรารถนาดีอย่างจริงใจมายังข้าราชการและบุคลากรชาวเสมาทุกท่าน

                 วิวัฒนาการแห่งความเป็นกระทรวงด้านการศึกษา ที่มีบทบาทอันสำคัญยิ่งในการพัฒนาคนในทุกยุคทุกสมัย ล้วนเกิดจากพลังแห่งความแน่วแน่ของข้าราชการและบุคลากรในกระทรวงศึกษาธิการทุกคน ที่ได้ทุ่มเทพลังสร้างสรรค์งานการศึกษาอันเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

                  แม้วันเวลาผ่านมาแล้วกว่าหนึ่งศตวรรษ แต่การสร้างสรรค์และพัฒนาคุณภาพประชาชนยังคงต้องก้าวต่อไปอย่างมิอาจหยุดได้ ก้าวต่อไปนี้กระทรวงศึกษาธิการจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารครั้งสำคัญตามเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒   เพื่อพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ โดยมุ่งเน้นแนวทางสำคัญของการปฏิรูปไว้ ๕ ด้าน เรียกว่า "ปัญจปฏิรูป" คือ การปฏิรูประบบการศึกษา การปฏิรูปการเรียนรู้ การปฏิรูประบบบริหารและการจัดการศึกษา การปฏิรูประบบครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา และการปฏิรูประบบทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษาให้เป็นรูปธรรม

                   ผมขอขอบคุณพี่น้องทุกคน ที่ได้มีส่วนร่วมพัฒนางานของกระทรวงศึกษาธิการ ให้เจริญก้าวหน้ามาจนทุกวันนี้ และขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเคารพนับถือได้โปรดคุ้มครองรักษาพี่น้องและครอบครัวให้มีความสุข มีกำลังใจที่เข้มแข็ง ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต  เพื่อจรรโลงการศึกษาของชาติให้เจริญรุ่งเรืองตลอดไป

                                                           

                                                          นายปองพล   อดิเรกสาร

                                        รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

คำปราศรัยของ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

(นายปองพล  อดิเรกสาร)

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการครบรอบ ๑๑๑ ปี

๑ เมษายน ๒๕๔๖

...........................................

 เพื่อนข้าราชการและข้าราชการครูที่รักทุกท่าน

                วันที่ ๑ เมษายน  ถือเป็นวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการและในปีพุทธศักราช ๒๕๔๖ ได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่ง ในวันนี้นับเป็นปีที่ ๑๑๑ ของกระทรวงศึกษาธิการ

                สำหรับปีนี้นับว่าเป็นปีที่มีความสำคัญยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในทุก ๆ ด้าน นั่นคือ การปฏิรูประบบราชการ  โดยการประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ ให้มีหน่วยงาน ๒๐ กระทรวง เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศและการให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น   ยิ่งกว่านั้น ในด้านการศึกษาได้มีการดำเนินการตามสาระบัญญัติของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และได้มีการหลอมรวมกระทรวงศึกษาธิการ ทบวงมหาวิทยาลัย และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติเป็นแห่งเดียวทำให้กระทรวงศึกษาได้ปรับปรุงโครงสร้างใหม่เป็น ๕ หน่วยงานหลักที่จะรวมพลังในการพัฒนาการศึกษาให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นประกอบด้วยสำนักงานปลัดกระทรวง  สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน   สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาและสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และได้ร่วมกันดำเนินงานเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวในการร่วมกันพัฒนาประเทศร่วมกัน

                ผลการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการเพื่อพัฒนาสังคมไทยให้มีคุณภาพ มีประเด็นสำคัญดังนี้

                ๑. การประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทในการปฏิรูปการศึกษาในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา ๖ บัญญัติว่า "การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกายและจิตใจสติปัญญาความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข" และในมาตรา ๘ บัญญัติว่า "การจัดการศึกษาให้ยึดหลักดังนี้  (๑) เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน   (๒) ให้สังคมมีส่วนในการจัดการศึกษาและ  (๓) การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง"

                 จึงกล่าวได้ว่าการดำเนินงานตามแนวทางของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นไปเพื่อการพัฒนาคนไทย และประเทศชาติอย่างแท้จริง

                 ๒. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๒ ปี กระทรวงศึกษาได้ขยายบริการการศึกษาให้กว้างขวางเพื่อให้การศึกษา ๑๒ ปี เป็นการศึกษาที่มีคุณภาพและเป็นสากล โดยรัฐจัดให้เปล่าซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งอาณาจักรไทยมาตรา ๔๓ โดยขยายบริการให้ครอบคลุมกลุ่มประชาชนอายุ ตั้งแต่ ๖ - ๑๗ ปี อย่างทั่วถึงและเป็นธรรมโดยจัดโปรแกรมเตรียมความพร้อมสำหรับเด็กอนุบาล อายุ ๓ - ๕ ขวบ  ให้มีความพร้อมด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และเตรียมความพร้อมก่อนปฐมวัย และยกมาตราฐานการศึกษาในระดับประถมศึกษา มัธยม และอุดมศึกษา ตลอดจนรณรงค์และสนับสนุนให้คนไทยรักการอ่าน มุ่งสร้างสังคมแห่งความรู้

                 ๓. การพัฒนาการศึกษาอาชีวะศึกษา  เพื่อให้เด็กอายุ ๑๕ - ๑๗ ปี ที่ไม่มีโอกาสเรียนต่อเมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นเพื่อจะได้พัฒนาคุณภาพของตนเองให้เป็นผู้ที่มีความสามารถ และเป็นผู้ที่พร้อมด้านฝีมือแรงงานที่ได้มาตราฐานและป้อนสู่ตลาดแรงงานได้  เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและประเทศชาติโดยรวมต่อไป

                 ๔.จัดทำแผนแม่บทและพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  มีการจัดทำแผนแม่บท ICT การจัดซื้อจัดจ้างทางอินเตอร์เน็ต การจัดหาสื่อและอุปกรณ์การเรียนการสอนทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ ให้สถานศึกษาอย่างเพียงพอ ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้ครอบคลุมทั่วถึง

                  การดำเนินการต่อไป กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เพื่อพัฒนาการศึกษาและพัฒนาประเทศชาติโดยรวม  มีแนวคิดการดำเนินงานดังต่อไปนี้

                   ๑. นโยบาย "ปัญจปฏิรูป" เป็นจุดเน้นสำคัญที่กระทรวงศึกษาธิการจะเร่งจัดดำเนินการโดยให้ความสำคัญกับการจัดปฏิรูปการศึกษา  ๕  ด้านดังนี้

                           ๑.๑ ปฏิรูประบบการศึกษาให้สอดคล้องกันทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย

                           ๑.๒ ปฏิรูปการเรียนรู้ให้ความสำคัญกับหลักสูตร ผู้เรียน เนื้อหาสาระ วิธีการเรียนการสอน แหล่งเรียนรู้ และกระบวนการเรียนรู้

                           ๑.๓ ปฏิรูประบบบริหารและการจัดการศึกษาทั้งหน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชนโดยเน้นการกระจายอำนาจ และให้ระบบการประกันคุณภาพเป็นส่วนหนึ่งของการบริหาร

                           ๑.๔ ปฏิรูประบบครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาให้มีครูดีครูเก่ง ยกฐานะครูให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพชั้นสูง มีสวัสดิการและค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับมาตราฐานวิชาชีพ

                           ๑.๕ ปฏิรูประบบทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษาโดยอาศัยปัจจัยเกื้อหนุนที่สำคัญยิ่งคือ การมีส่วนร่วมจากทุกส่วนของสังคม การระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษาและการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา

                  ๒. การป้องกันและต่อต้านยาเสพติดในสถานศึกษา โดยการกำหนดนโยบายและมาตราการเร่งด่วน ตลอดจนการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด รวมทั้งการสนับสนุนส่งเสริมค่ายลูกเสือ และกิจการลูกเสือเนตรนารี  ซึ่งจากการจัดงานชุมนุมลูกเสือโลกที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพระหว่างวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๔๕ ถึงวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๔๖ ณ หาดยาว   จังหวัดชลบุรี ก็ได้รับความสำเร็จอย่างดียิ่ง

                  ๓. ด้านทรัพยากร ได้จัดสรรงบประมาณให้สถานศึกษาทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคโดยการจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มห้องเรียน และอุปกรณ์การเรียนการสอน และพัฒนาบุคลากร ครูอาจารย์เพื่อรองรับการรับนักเรียน รวมทั้งการเติมปัญญาให้สังคม ซึ่งจะเป็นการกระจายทรัพยากร เพื่อโดยการสนับสนุนแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายและถ่ายทอดเทคโนโลยี จากผลการวิจัย  ตลอดจนสนับสนุนการสำรวจทรัพยากรในแต่ละพื้นที่ที่สถาบันอุดมศึกษารับผิดชอบ

                  ๔. ในด้านหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอน จากการประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ ทำให้สถานศึกษาสามารถจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นและเน้นการปฏิบัติจริงเพื่อการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน และความต้องการของตลาดแรงงาน  ตลอดจนการพัฒนาการเรียนการสอนที่เน้นการพัฒนาศักยภาพของครูในด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ

                  ๕. ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารการศึกษาในส่วนภูมิภาค  โดยเร่งรัดให้มีการก้าวหน้าของการดำเนินงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งมี  ๑๗๕ เขตพื้ที่การศึกษา  เพื่อให้สามรถดูแลสถานศึกษาได้อย่างทั่วถึง  ตลอดจนมีการกระจายอำนาจและถ่ายโอนภารกิจ ให้แก่องค์กรส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินในการถ่ายโอนต่อไป

                  ๖. การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา  ได้มีการฝึกอบรมครู  การส่งเสริมในเรื่องใบประกอบวิชาชีพ  การแก้ไขภาระหนี้สินครู การสร้างวิสัยทัศน์   ตลอดจนการแก้ไขปัญหาครูขาดแคลน  ครูที่ต้องห่างภูมิลำเนาและห่างครอบครัว ตลอดจนครูที่ดำรงตำแหน่ง ช่วยราชการเป็นระยะเวลายาวนาน ก็จะได้รับการแก้ไขปัญหาทั้งสิ้น

                 ๗. การเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถานศึกษา  เขตพื้นที่การศึกษาและชุมชนในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อรองรับการกระจายอำนาจ  การปรับปรุงวิธี และเร่งปฏิรูประบบบริหารจัดการศึกษาในรูแบบต่าง ๆ เช่น โรงเรียนกำกับ โรงเรียนแนวพุทธ  โรงเรียนสำหรับเด็กอัจฉริยะ และโรงเรียนสองภาษา เป็นต้น  ตลอดจนปรับปรุงวิธีการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งจะใช้ผลการเรียนสะสม และผลการทดสอบการศึกษาระดับชาติ ( National Test )

                 กระทรวงศึกษาธิการหวังว่า การดำเนินการต่าง ๆ ทั้งการริเริ่มการดำเนินการต่อเนื่องและการแก้ไขปัญหา โดยคนไทยทุกคนต้องได้รับการศึกษา ๑๒ ปี ทั้งนี้เพื่อพัฒนาให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น อันจะไปสู่ความกินดีอยู่ดี มีความรู้มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน เกิดความสันติ ทำให้สังคมสงบและนำสู่การพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองตลอดไป

                 ในโอกาสครบรอบ ๑๑๑ ปี ของกระทรวงศึกษาธิการ ผมขอขอบคุณเพื่อนข้าราชการ ข้าราชการครู  ตลอดจนผู้บริหารศึกษาและการพระศาสนา   ทั้งหลายที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันในการพัฒนางานของกระทรวงศึกษาธิการ ให้ก้าวหน้า และขอให้ทุกท่านมีความแข็งแรง อดทน มีพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงมีกำลังกาย กำลังใจอันแข็งแกร่ง พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างสุดกำลังความสามรถ เพื่อจรรโลงการศึกษาของชาติให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป


 กลับหน้าแรกกระทรวงฯ
Copyright & copy : ๒๐๐๓ MOENet Thailand Service
แหล่งข้อมูล : กองกลาง สป.
ปรับปรุงข้อมูล : ๓ เมษายน  ๒๕๔๖
รวบรวม เรียบเรียง พัฒนา และนำเสนอน.ส.นิภา  แย้มวจี  
กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ  ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ.
โทร. ๐ ๒๒๘๑  ๙๘๐๙, ๐ ๒๖๒๘  ๕๖๔๓-๔๔  โทรสาร ๐ ๒๒๘๒  ๙๒๔๑