
วัตถุประสงค์สำคัญของการวิจัย
ได้สาระความรู้สำคัญตรงกับที่ต้องการ สาระความรู้นั้นเป็นความจริงที่เชื่อถือได้ (Creditability) เป็นสาระความรู้ที่ได้จากการใช้เครื่องมือและวิธีการที่ตรง (Valid) เที่ยง (Reliable) และมีประสิทธิภาพ (Efficient)
ปัจจัยที่มีผลต่อความน่าเชื่อถือของผลการวิจัย
1.ความชัดเจนของการกำหนดสาระความรู้ที่ต้องการได้รับจากการวิจัย
2.
การวิเคราะห์และนิยามส่วนประกอบของสาระความรู้
เช่น ใช้กระบวนการวิเคราะห์ง่าย
ๆ
สาระความรู้ที่ต้องการ : ลักษณะวัฒนธรรม สภาพแวดล้อม และลักษณะค่านิยมในสถานศึกษาที่ส่งผลถึงคุณภาพการจัดการศึกษา ทำให้ผู้เรียนเป็นคนเก่ง คนดี และเป็นคนมีความสุข
นิยามส่วนประกอบ : ให้ความหมาย กำหนดตัวบ่งชี้ (Indicators)ของส่วนประกอบหลัก เช่น
- ความเป็นคนเก่ง คนดี คนมีความสุขของผู้เรียน
- วัฒนธรรมในสถานศึกษา
- สภาพแวดล้อมของสถานศึกษา
- ค่านิยมสำคัญในสถานศึกษา
3.การนำส่วนประกอบแต่ละส่วนมากำหนดเป็นตัวแปร และนิยามเชิงปฏิบัติการ (Operational Definition)ของแต่ละตัวแปร โดยยึดความหมาย และตัวบ่งชี้ เป็นหลัก
4. การกำหนดข้อมูลที่ต้องการ และแหล่งต้นตอของข้อมูลนั้นที่จะให้ข้อมูลได้ตรงที่สุด
5. การกำหนดเครื่องมือและวิธีการเก็บข้อมูลที่เที่ยงตรงที่สุด ซึ่งหลายครั้งขึ้นกับ รูปแบบของแบบวัด (Measurement) ขึ้นกับเทคนิคการใช้แบบวัด และขึ้นกับผู้วัดหรือผู้ใช้เครื่องมือเก็บข้อมูล
6. เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น การใช้วิธีการทางสถิติที่เหมาะสม
รูปแบบการวิจัย
ตัวแปรตาม คือ ผลการเรียนรู้ของผู้เรียน คุณลักษณะทางจิตใจด้านความดี คุณลักษณะทางอารมณ์ด้านความสุข
ตัวแปรอิสระ คือ ตัวแปรย่อย ๆ ของวัฒนธรรมของสถานศึกษา ตัวแปรย่อย ๆ ของสภาพแวดล้อมของสถานศึกษา และตัวแปรย่อย ๆ ของลักษณะค่านิยมของบุคคลในสถานศึกษา
รูปแบบวิจัยเชิงสัมพันธ์ (Correlation Study) มุ่งตอบคำถามว่า ตัวแปรย่อย ๆ ของ 3 ตัวแปรหลัก มีความสัมพันธ์กับตัวแปรตามอย่างไร ผลการวิจัยช่วยชี้แนะการเสริมสร้างพัฒนาในสิ่งที่มีความสัมพันธ์หรือส่งผลต่อตัวแปรตาม การวิเคราะห์ข้อมูล อาจใช้วิธีการทางสถิติได้หลายวิธี เช่น
- Regression Analysis
- Discriminant Analysis
- Factor Analysis
- Path Analysis
รูปแบบวิจัยเชิงสำรวจ (Survey Study) มุ่งตอบคำถามว่า สถานศึกษาระดับต่าง ๆ ประเภทต่าง ๆ หรือขนาดต่าง ๆ มีสถานภาพตามตัวแปรย่อยต่าง ๆ สูง-ต่ำ มาก-น้อย เพียงใด
หลักสำคัญในการกำหนดและนิยามตัวแปร
ตัวอย่างตัวแปร
| วัฒนธรรมสถานศึกษา | สภาพแวดล้อม | ค่านิยมสำคัญ |
| วิสัยทัศน์มุ่งความเป็นเลิศ | คุณภาพครู | ครูและผู้บริหาร |
| การยึดถือมาตรฐาน | ความเป็นผู้นำ | ความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ |
| การบริหารจัดการที่เน้นผล | ห้องปฏิบัติการ | ความมุ่งมั่นพัฒนาตนอยู่เสมอ |
| การใช้ระบบประกันคุณภาพ | สื่อการเรียน | ความเป็นมืออาชีพครู/ผู้บริหาร |
| การรักษาชื่อเสียงสถานศึกษา | เทคโนโลยี | ผู้เรียน |
| การมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย | สภาพชุมชน | ความมีวินัย |
| การประเมินเพื่อการพัฒนา | การสื่อสาร | ความมุ่งมั่นใฝ่รู้ ใฝ่สูง ใฝ่ดี |
แนวคิดเกี่ยวกับการสร้างเครื่องมือวัดค่าตัวแปร
ระดับ มี หรือ ไม่มี ในแต่ละสิ่งแต่ละอย่างของแต่ละตัวแปร
ระดับ มีมากน้อย/สูงต่ำ เพียงใดในแต่ละสิ่งแต่ละอย่างนั้น
4.1 เครื่องมือที่วัดได้ตามสภาพจริง (Authentic Measurement)
มีลักษณะลึกเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย (Ethnographic Study) ในสถานการณ์ปกติตามธรรมชาติ ใช้วิธีการอยู่ร่วมกับสังคมของกลุ่มนั้นสักระยะหนึ่ง (Participatory Approach) เป็นการวิจัยที่ใช้นักวิจัยเป็นเครื่องมือการวิจัย อาจใช้แบบบันทึกข้อมูลเป็น Checklist, Rating Scale,หรือ Open-ended Record ใช้เทคนิควิธีการสังเกตพฤติกรรม ตรวจสอบร่องรอยหลักฐาน และสนทนาแบบไม่เป็นทางการ (Informal Interview) ลักษณะเด่นของข้อมูลที่ได้ คือ
- ข้อมูลการปฏิบัติตามธรรมชาติความเป็นจริง
- ข้อมูลเชิงเหตุผล ทำให้เกิดความเข้าใจพฤติกรรมว่าบุคคลที่ทำพฤติกรรมนั้นเขาคิดอย่างไร เขาเชื่ออย่างไร และเขารู้สึกอย่างไรกับการทำพฤติกรรมของเขา หรือของผู้อื่น นับว่าสอดคล้องกับแนวคิดที่ว่า คนทำพฤติกรรมเดียวกัน อาจมีที่มาจากสาเหตุที่ต่างกัน และคนที่ทำพฤติกรรมต่างกัน อาจมาจากสาเหตุเดียวกันก็ได้ การศึกษาพฤติกรรมของคน ควรสืบสาวไปให้ถึงเจตนาของการทำพฤติกรรม
4.2 เครื่องมือวิจัยที่ใช้วิธีการตรวจสอบจากร่องรอยหลักฐาน
เป็นแนวทางการวัดค่าตัวแปรโดยวิธีที่ไม่รบกวนผู้ให้ข้อมูล (Unobtrusive Measurement) ไม่สอบถามกลุ่มตัวอย่างโดยตรง แต่ใช้วิธีวางแผนล่วงหน้าว่า ถ้ากลุ่มตัวอย่างมีคุณลักษณะ ของตัวแปร เขาควรมีผลงานหรือผลการกระทำอะไรบ้างที่เป็นพยานหลักฐาน ขั้นตอนสำคัญ ของการสร้างเครื่องมือวิจัยตามแนวนี้ คือ
- ระบุตัวแปร ที่ชัดเจน Uni-dimension, homogeneous
- ศึกษาคำนิยาม ขอบเขตของความหมายของตัวแปร
- กำหนดเกณฑ์ดัชนีชี้วัดเชิงผลงานหรือผลการกระทำ (Criterion Indices)
- ระบุแหล่งข้อมูลที่เป็นหลักฐานของการกระทำตามเกณฑ์ข้างต้น
- กำหนดวิธีบันทึกข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบร่องรอยหลักฐาน เช่น
- รายการ Checklist บันทึกว่ามีอะไร ทำอะไร ใครทำ ทำอย่างไร ทำกับใคร
ผลการกระทำเป็นอย่างไร ซึ่งอาจใช้การสนทนากับกลุ่มตัวอย่างประกอบการวิเคราะห์หลักฐาน
ถ้าหลักฐานไม่ชัดเจนพอ- แบบประเมินระดับคุณภาพ Rating Scale บันทึกระดับความ สูง-ต่ำ มาก-น้อย ของระดับความเข้มของการกระทำ หรือผลของการกระทำ
- จัดทำคู่มือเป็นมาตรฐานการเก็บรวบรวมข้อมูล
4.3 เครื่องมือการวิจัยที่เน้นวิธีการทางมานุษยวิทยา
การวิจัยเชิงมานุษยวิทยา (Anthropological Approach) มีลักษณะคล้ายการวิจัยแบบที่กล่าวไว้ในหัวข้อ 4.1 ที่ใช้วิธีการสังเกตแบบมีส่วนร่วมอยู่ในกลุ่มสังคมนั้น ใช้การปฏิสัมพันธ์กลมกลืนไปกับกลุ่มในวิถีชีวิตปกติ ใช้การสนทนา และตรวจสอบร่องรอยหลักฐาน เพื่อบันทึกเป็นความเรียงเชิงบรรยายเนื้อหาสาระ (Qualitative Study) ไม่มีการคาดการณ์ล่วงหน้าว่าต้องการเห็นลักษณะ วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม และค่านิยม ในแบบใด ไม่มีการใช้เครื่องมือบันทึกข้อมูลเชิงปริมาณแบบทางการ มีคุณค่าทำให้ได้ข้อมูลลุ่มลึก สะท้อนองค์รวมของความเป็นมนุษย์ที่ต้องมีวิถีชีวิตปฏิสัมพันธ์กัน สะท้อนความคิด ความเชื่อ ความรู้สึก ที่สามารถอธิบายปรากฎการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเครื่องมือการวิจัยเชิงปริมาณจะขาดสิ่งดีงามนี้ไป มีประโยชน์ในขั้นหาความรู้เกี่ยวกับตัวแปร ก่อนจะนำมาจัดระบบเลือกสรรตัวแปรที่ส่งผลต่อการทำให้ผู้เรียน เก่ง-ดี-มีสุข เป็นการวิจัยนำร่องก่อนการตั้งสมมติฐาน จุดอ่อนของรูปแบบการวิจัยนี้คือ เป็นข้อมูลเฉพาะกลุ่มคน ไม่มีการวัดค่าตัวแปรให้เป็นปริมาณเชิงวิทยาศาสตร์ ทำให้ยากต่อการสรุปเป็นความจริงทั่วไป (Generalization) ไปสู่ประชากรในวงกว้างได้
ตัวอย่างบางประการ
ตัวแปรผลการเรียนรู้ด้านความเป็นคนดี
เกณฑ์ดัชนีชี้วัด : พฤติกรรมการปฏิบัติตนตามคุณธรรมพื้นฐาน
แหล่งข้อมูล :
-
บันทึกการทำความดีในแฟ้มสะสมผลงานนักเรียน
- หลักฐานการร่วมกิจกรรมทางศาสนา
-
หลักฐานการได้รับการยกย่องในกิจกรรมเกี่ยวกับศาสนา
และวัฒนธรรม
-
หลักฐานในสมุดฝากธนาคารแห่งความดี
- ฯลฯ
การบันทึกข้อมูล
:
จากกลุ่มตัวอย่างนักเรียนที่สุ่มอย่างเป็นระบบ
บันทึกความถี่ในรอบปีของพฤติ
กรรมความเป็นคนดีของรายบุคคล
คำนวณเป็นค่า Percentile เทียบกับกลุ่ม
กลุ่มตัวแปรวัฒนธรรม ตัวแปร ปรัชญา วิสัยทัศน์ของสถานศึกษา
เกณฑ์ดัชนีชี้วัด
: - มีข้อความแสดงปรัชญา
วิสัยทัศน์ชัดเจน
- ปรัชญา วิสัยทัศน์
แสดงถึงความมุ่งมั่นในคุณภาพผู้เรียน
เน้นความเป็นคนเก่ง
ความเป็นคนดี
และความเป็นคนมีความสุข
- คณะครู นักเรียน ผู้ปกครอง
ทราบและเข้าใจความมุ่งมั่นในคุณภาพของสถานศึกษา
แหล่งข้อมูล : -
ธรรมนูญโรงเรียน
- การสนทนากับกลุ่มครู นักเรียน
ผู้ปกครอง ในลักษณะ Focus Group
การบันทึกข้อมูล
: - Checklist ให้คะแนนในระบบ 0/1 และ Rating Scale
คะแนน 5 ระดับ
บันทึกความเห็นของผู้วิจัยในลักษณะเด่น/ลักษณะด้อยของสถานศึกษาตามตัวแปรปรัชญา
วิสัยทัศน์ของสถานศึกษา
กลุ่มตัวแปรวัฒนธรรม ตัวแปร การบริหารจัดการที่เน้นคุณภาพ
เกณฑ์ดัชนีชี้วัด
: - มีแผนปฏิบัติการเน้นผลผลิต
กระบวนการ ปัจจัย
และตัวชี้วัดความสำเร็จ
- มีระบบควบคุมบริหารคุณภาพ
- มีระบบการติดตาม นิเทศ
ประเมินผล
- มีรายงานผลคุณภาพ
แหล่งข้อมูล
: - แผนปฏิบัติการ
-
เอกสารแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารคุณภาพ
- บันทึกการประชุม เอกสารรายงานผล
การติดตาม นิเทศ
- เอกสารรายงานคุณภาพ
การบันทึกข้อมูล
: - Checklist สิ่งที่มีตามเกณฑ์
- Rating Scale ระดับผลงานตามเกณฑ์
- คำอธิบาย ข้อสังเกต
กลุ่มตัวแปรสภาพแวดล้อม ตัวแปร "สังคมแห่งการเรียนรู้"
เกณฑ์ดัชนีชี้วัด
: - มีศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้
- ปริมาณหนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์
วีดีทัศน์ CD-Rom CAI เพื่อการเรียนรู้
-
จำนวนนักเรียนต่อคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา
-
ผลงานครู/นักเรียนที่ได้จากการใช้ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้
- ความถี่การใช้หนังสือ สื่อ
ห้องคอมพิวเตอร์
แหล่งข้อมูล : -
เอกสาร
แผ่นพับแนะนำศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้
เช่น ห้องสมุด ชมรมอินเทอร์เนท
ฯลฯ
- เอกสารรายงานปริมาณสื่อต่าง ๆ
-
เอกสารผลงานค้นคว้าของครูนักเรียน
- หลักฐานการยืมหนังสือ
การใช้สื่อ
การใช้ห้องคอมพิวเตอร์
การบันทึกข้อมูล
: -
บันทึกเชิงปริมาณของแต่ละรายการ
- บันทึกคำอธิบาย
ข้อสังเกตของผู้วิจัย
กลุ่มตัวแปรค่านิยม ตัวแปร "ค่านิยมใฝ่พัฒนาใฝ่เรียนรู้"
เกณฑ์ดัชนีชี้วัด
: -
มีผลการวิจัยในชั้นเรียนในรอบ 1
ปี
- มีผลงานครูในรอบ 1 ปี
- มีผลงานนักเรียนในรอบ 1 ปี
แหล่งข้อมูล :
- เอกสารผลการวิจัยในชั้นเรียน
-
เอกสารผลงานของครูด้านคิดค้นสื่อ
กระบวนการเรียนการสอน ฯลฯ
-
รายการผลการทำโครงงานของนักเรียน
- รายชื่อครูที่ได้รับการยกย่อง
-
รายชื่อนักเรียนที่ได้รับการยกย่อง
การบันทึกข้อมูล
: - Checklist สิ่งที่มีสิ่งที่ทำ
-
สร้างดัชนีผลงานครูนักเรียนของสถานศึกษา
เช่น นำปริมาณความถี่มาเทียบ
กับจำนวนครู
จำนวนนักเรียนสร้างเป็นดัชนี
- คำอธิบาย ข้อสังเกตของผู้วิจัย
บทสรุป
การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้มีความสำคัญต่อการคิดค้นริเริ่มนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อปรับปรุง กระบวนการเรียนรู้ ทำให้ได้ข้อมูลการปฏิบัติที่ดี คิดดี ของครูที่เรียกว่า Best Practice นำมาเผยแพร่ให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน กระตุ้นให้มีการลองคิด ลองทำเพื่อคุณประโยชน์ของผู้เรียนและครู
รูปแบบของการวิจัยเพื่อพัฒนามีได้หลากหลาย ไม่ควรมีกฎ กติกา หรือรูปแบบเดียวที่ใช้ได้ทุกสถานศึกษา แต่ควรเปิดกว้างให้ครูและผู้บริหารคิดค้นแสวงหาวิธีการใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปสู่ผลการเรียนรู้ของผู้เรียนทุกคน ให้แต่ละคนเกิดการเรียนรู้เต็มศักยภาพ เช่น มีความรู้คู่คุณธรรม และมีระดับฐานะทางอารมณ์ (Emotional Quotient) หรือ EQ ที่เป็นคนมีความสุข
สิ่งที่ควรระลึก คือ ข้อมูลผลการวิจัยจะต้องมาจากเทคนิควิธีและเครื่องมือวัดค่าตัวแปรที่แม่นตรง เชื่อถือได้ แนวทางหนึ่งคือ ควรเลี่ยงการให้ข้อมูลที่เสแสร้งผิดจากความจริง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากสภาพการรู้ตัวของผู้ให้ข้อมูลว่าการวิจัยคาดหวังข้อมูลอะไร และมาจากจุดอ่อนของเครื่องมือที่ใช้รูปแบบเก่า ๆ เช่น แบบสอบถามความเห็น ความรู้สึก แทนที่จะดูการปฏิบัติจริง
แนวทางการพัฒนาเครื่องมือวิจัยเป็นกระบวนการไม่มีที่สิ้นสุด การพยายามใช้วิธีการเก็บข้อมูลด้วยเทคนิควิธีการหลายอย่าง เก็บจากหลายกลุ่มตัวอย่าง และเก็บหลายครั้งจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูลวิจัย
17 พฤษภาคม 2544
Copyright
@2001 Ministry of Education, THAILAND.
ที่มาของข้อมูล : ดร.สงบ
ลักษณะ
รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
รวบรวม
จัดเตรียมข้อมูล พัฒนา
และนำเสนอ : นางสายพิณ
เชื้อน้อย (10
ส.ค. 2544)
หน่วยงาน :
กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ
ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ.
โทร. 281-9809 , 628-5643 โทรสาร 281-8218
ติดต่อผู้ดูแลระบบ
: website@emisc.moe.go.th
![]()