teach-sys-news.jpg (5894 bytes)bar-gb.jpg (2008 bytes)

surasak.jpg (4661 bytes)

              มาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 กำหนดให้มี
องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู โดยให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา
ทั้งของหน่วยงานทางการศึกษาในระดับสถานศึกษาของรัฐและระดับเขตพื้นที่การศึกษา
เป็นข้าราชการ ในสังกัดองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูโดยยึดหลักการ
กระจายอำนาจการบริหารงานบุคคลสู่เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา
             การสรรหาครูเป็นภารกิจที่สำคัญอันดับแรกของการบริหารงานบุคคลของ
ข้าราชการครู ก.ค. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู จึงได้มี
การศึกษาและวิเคราะห์การดำเนินการสรรหาครูในอดีตจนถึงปัจจุบันจากเอกสารและ
งานวิจัย เพื่อปฏิรูประบบการสรรหาให้สอดคล้องและเชื่อมโยงกัน ทั้งระบบการผลิตครู
ระบบการพัฒนาครู และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ตามแนวปฏิรูปครูและบุคลากร
ทางการศึกษาในอนาคต โดยมี วิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ และแนวดำเนินการปฏิรูประบบ
สรรหาครู ดังนี้
       
1. วิสัยทัศน์การสรรหาครู
             ปฏิรูประบบสรรหาเพื่อสรรหาครูเก่ง ครูดี มีความสามารถในการจัดการเรียน
การสอน โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียน
มีความสำคัญที่สุด และต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็ม
ตาม ศักยภาพ
        
2. วัตถุประสงค์
            2.1 เพื่อสร้างระบบสรรหาที่จูงใจคนเก่ง คนดี เข้าสู่วิชาชีพครู
            2.2 เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพครูให้สูงขึ้น
       
3. แนวดำเนินการปฏิรูประบบสรรหาครู
            3.1 กำหนดนโยบายและระบบการสรรหาครูให้สอดคล้องกับพระราช
บัญญัติการศึกษาแห่งชาติที่ประกาศใช้แล้ว และพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู
ที่จะประกาศใช้ต่อไป
           3.2 ปฏิรูประบบการสรรหาครูรูปแบบใหม่ที่แตกต่างไปจากการสรรหาครูรูป
แบบเดิม โดยจะพัฒนาเกณฑ์และเครื่องมือประเมินเกณฑ์ให้มีคุณภาพและมีจุดเด่น
ดังนี้
            1) เกณฑ์ในการสรรหาครู จะต้องสะท้อนคุณภาพครูตามมาตรฐานวิชาชีพ
และระดับคุณภาพครู
            2) เกณฑ์ในการสรรหาครู จะต้องมีความสอดคล้องและเขื่อมโยงกับระบบ
ผลิตครู ระบบพัฒนาครู และใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
            3) เครื่องมือในการประเมินเกณฑ์การสรรหาต้องมีคุณภาพสามารถวัด
คนเก่ง คนดี มาเป็นครูตามเกณฑ์ที่กำหนดได้จริง
            4) การสรรหาต้องมีเกณฑ์กลางที่มีความยืดหยุ่น และจูงใจให้คนเก่ง
คนดีมาเป็นครูรุ่นใหม่
            5) การสรรหาครูต้องกระจายอำนาจให้เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา
สรรหาครูได้ตามความต้องการของผู้ใช้ โดย ก.ค. เป็นผู้วางระบบหลักเกณฑ์
และวิธีการสรรหา รวมทั้งระบบการติดตามประเมินผล
            6) วิธีการสรรหาครูจะต้องมีหลายวิธี ทั้งวิธีการสรรหาจากบุคคลทั่วไป
และการสรรหาลักษณะพิเศษ เช่น การสรรหานักเรียนทุนมาเป็นครู และพนักงาน
ของรัฐ
            7) การเข้าสู่วิชาชีพครูจะต้องให้มีการทดลองปฏิบัติการสอน เป็นระยะ
เวลา 2 ปี และเมื่อการประเมินตามหลักเกณฑ์แล้ว จึงจะบรรจุเป็นครูหรือพนักงาน
ของรัฐ
            8) ให้มีระบบกำกับติดตามและประเมินผลการสรรหาครูอย่างเป็นระบบ
ครบวงจร

teach-sn.jpg (20336 bytes)

bar-gb.jpg (2008 bytes)
back-gb.jpg (1739 bytes)
bar-gb.jpg (2008 bytes)
Copyright & Copy : 1999 MOENet Thailand Service
พัฒนา และนำเสนอ : นางสายพิณ เชื้อน้อย (12 .ม.ค. 43)
กลุ่มงานจัดการฐานข้อมูล   กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ
ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ.
โทร. 281-9809 , 628-5643 , 628-5644  โทรสาร  281-8218   

website@emisc.moe.go.th

bar-gb.jpg (2008 bytes)