คำปราศรัยของ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายปองพล อดิเรกสาร) เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ ๑๑๑ ปี ๑ เมษายน ๒๕๔๖ เพื่อนข้าราชการและข้าราชการครูที่รักทุกท่าน วันที่ ๑ เมษายน ถือเป็นวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ และในปีพุทธศักราช ๒๕๔๖ ได้เวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่งในวันนี้นับเป็นปีที่ ๑๑๑ ของกระทรวงศึกษาธิการ สำหรับปีนี้นับว่าเป็นปีที่มีความสำคัญยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในทุก ๆ ด้าน นั่นคือ การปฏิรูประบบราชการ โดยการประกาศใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๔๕ ให้มีหน่วยงาน ๒๐ กระทรวง เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศและการให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ยิ่งกว่านั้น ในด้านการศึกษาได้มีการดำเนินการตามสาระบัญญัติของ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และได้มีหลอมรวมกระทรวงศึกษาธิการ ทบวงมหาวิทยาลัย และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติเป็นหนึ่งเดียว ทำให้กระทรวงศึกษาธิการได้ปรับปรุงโครงสร้างใหม่เป็น ๕ หน่วยงานหลักที่จะรวมพลังในการพัฒนาการศึกษาให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ประกอบด้วยสำนักงานปลัดกระทรวงสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาและสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาและได้ร่วมกันดำเนินงานเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวในการพัฒนาประเทศร่วมกัน ผลการดำเนินงาน ของกระทรวงศึกษาธิการเพื่อพัฒนาสังคมไทยให้มีคุณภาพ มีประเด็นสำคัญ ดังนี้ ๑.การประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทในการปฏิรูปการศึกษาในทุกด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา ๖บัญญัติว่าการจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญาความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรม วัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และในมาตรา ๘ บัญญัติว่า การจัดการศึกษาให้ยึดหลักดังนี้ (๑) เป็นการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน (๒) ให้สังคมมีส่วนในการจัดการศึกษาและ (๓) การพัฒนาสาระและกระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องจึงกล่าวได้ว่าการดำเนินการ ตามแนวทางของพระราชบัญญัตการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นไปเพื่อการพัฒนาคนไทย และประเทศชาติอย่างแท้จริง ๒.การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๑๒ ปี กระทรวงศึกษาธิการได้ขยายบริการการศึกษาให้กว้างขวาง เพื่อให้การศึกษา ๑๒ ปีเป็นการศึกษาที่มีคุณภาพและเป็นสากล โดยรัฐจัดให้เปล่าซึ่งสอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา ๔๓ โดยขยายบริการให้ครอบคลุมกลุ่มประชากรอายุ ตั้งแต่ ๖-๑๗ ปี อย่างทั่วถึงและเป็นธรรมโดยจัดโปรแกรมเตรียมความพร้อมสำหรับเด็กอนุบาล อายุ ๓-๕ ขวบ ให้มีความพร้อมด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และเตรียมความพร้อมก่อนปฐมวัย จะยกมาตรฐานการศึกษาในระดับประถม มัธยม อาชีวะ และอุดมศึกษา ตลอดจนรณรงค์ และสนับสนุนให้คนไทยรักการอ่าน มุ่งสร้างสังคมแห่งความรู้ ๓.การพัฒนาการศึกษาอาชีวศึกษา เพื่อให้เด็กอายุ ๑๕-๑๗ ปี ที่ไม่มีโอกาสเรียนต่อเมื่อจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เพื่อจะได้พัฒนาคุณภาพของตนเองให้เป็นผู้ที่มีความสามารถ และเป็นผู้ที่พร้อมด้านฝีมือแรงงานที่ได้มาตรฐานและป้อนสู่ตลาดแรงงานได้ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและประเทศชาติโดยรวมต่อไป ๔.จัดทำแผนแม่บทและพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีการจัดทำแผนแม่บท ICT การจัดซื้อจัดจ้างทางอินเทอร์เน็ตการจัดหาสื่อและอุปกรณ์การเรียนการสอนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ให้สถานศึกษาอย่างเพียงพอ ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้ครอบคลุมทั่วถึง การดำเนินการต่อไป กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เพื่อพัฒนาการศึกษาและพัฒนาประเทศชาติโดยรวม มีแนวคิดการดำเนินงานดังต่อไปนี้ ๑.นโยบาย ปัญจปฏิรูป เป็นจุดเน้นสำคัญที่กระทรวงศึกษาธิการจะเร่งจัดดำเนินการ โดยให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการศึกษา ๕ ด้าน ดังนี้ ๑.๑ ปฏิรูประบบการศึกษา ให้สอดคล้องกันทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ๑.๒ ปฏิรูปการเรียนรู้ ให้ความสำคัญกับหลักสูตร ผู้เรียน เนื้อหาสาระ วิธีการเรียน การสอน แหล่งเรียนรู้ และกระบวนการเรียนรู้ ๑.๓ ปฏิรูประบบบริหารและการจัดการศึกษา ทั้งหน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชน โดยเน้นการกระจายอำนาจ และให้ระบบการประกันคุณภาพเป็นส่วนหนึ่งของการบริหาร ๑.๔ ปฏิรูประบบครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ให้มีครูดี ครูเก่ง ยกฐานะครูให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพชั้นสูง มีสวัสดิการ และค่าตอบแทนที่สอดคล้องกับมาตรฐานวิชาชีพ ๑.๕ ปฏิรูประบบทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษา โดยอาศัยปัจจัยเกื้อหนุนที่สำคัญยิ่งคือ การมีส่วนร่วมจากทุกส่วนของสังคม การระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษาและการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ๒.การป้องกันและต่อต้านยาเสพติดในสถานศึกษา โดยการกำหนดนโยบาย และมาตรการเร่งด่วนตลอดจนการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด รวมทั้งการสนับสนุน ส่งเสริมค่ายลูกเสือ และกิจการลูกเสือ เนตรนารี ซึ่งจากการจัดงานชุมนุมลูกเสือโลกที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๔๖ ถึงวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๔๖ ณ หาดยาว จังหวัดชลบุรี ก็ได้รับความสำเร็จอย่างดียิ่ง ๓.ด้านทรัพยากร ได้จัดสรรงบประมาณให้สถานศึกษาทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยการจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายต่อหัว เพิ่มห้องเรียน และอุปกรณ์การเรียนการสอน และพัฒนาบุคลากร ครูอาจารย์ เพื่อรองรับการรับนักเรียน รวมทั้งการเติมปัญญาให้สังคม ซึ่งจะเป็นการกระจายทรัพยากร เพื่อโดยสนับสนุนแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายและถ่ายทอดเทคโนโลยีจากผลการวิจัย ตลอดจนสนับสนุนการสำรวจทรัพยากรในแต่ละพื้นที่ที่สถาบันอุดมศึกษารับผิดชอบ ๔.ในด้านหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอน จากการประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ ทำให้สถานศึกษาสามารถจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น และเน้นการปฏิบัติจริงเพื่อการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน และความต้องการของตลาดแรงงาน ตลอดจนการพัฒนาการเรียนการสอนที่เน้นการพัฒนาศักยภาพของครูในด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ๕.ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารการศึกษาในส่วนภูมิภาค โดยเร่งรัดให้มีความก้าวหน้าของการดำเนินงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งมี ๑๗๕ เขตพื้นที่การศึกษาเพื่อให้สามารถดูแลสถานศึกษาได้อย่างทั่วถึงตลอดจนมีการกระจายอำนาจและถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินในการถ่ายโอนต่อไป ๖.การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้มีการฝึกอบรมครู การส่งเสริมในเรื่องใบประกอบวิชาชีพครู การแก้ไขภาระหนี้สินครู การสร้างวิสัยทัศน์ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาครูขาดแคลนครูที่ต้องห่างภูมิลำเนาและห่างครอบครัวตลอดจนครูที่ดำรงตำแหน่งช่วยราชการเป็นระยะเวลายาวนานก็จะได้รับการแก้ไขปัญหาทั้งสิ้น ๗.การเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา และชุมชนในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อรองรับการกระจายอำนาจ การปรับปรุงวิธี และเร่งปฏิรูประบบบริหารจัดการการศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น โรงเรียนในกำกับ โรงเรียนแนวพุทธ โรงเรียนสำหรับเด็กอัจฉริยะ และโรงเรียนสองภาษา เป็นต้น ตลอดจนปรับปรุงวิธีการสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งจะใช้ผลการเรียนสะสม และผลการทดสอบการศึกษาระดับชาติ (National Test) กระทรวงศึกษาธิการหวังว่า การดำเนินการต่าง ๆ ทั้งการริเริ่มการดำเนินการต่อเนื่อง และการแก้ไขปัญหา โดยคนไทยทุกคนต้องได้รับการศึกษา ๑๒ ปี ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอันจะไปสู่ความกินดีอยู่ดี มีความรู้ มีความเข้าใจซึ่งกันและกัน เกิดความสันติทำให้สังคมสงบ และนำไปสู่การพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งโรจน์ ตลอดไป ในโอกาสครบรอบ ๑๑๑ ปี ของกระทรวงศึกษาธิการ ผมขอขอบคุณเพื่อนข้าราชการข้าราชการครู ตลอดจนผู้บริหารการศึกษาและการพระศาสนา ทั้งหลายที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันในการพัฒนางานของกระทรวงศึกษาธิการ ให้ก้าวหน้า และขอให้ทุกท่านมีความเข้มแข็ง อดทน มีพลานามัยที่สมบูรณ์ แข็งแรง มีกำลังกาย กำลังใจอันแข็งแกร่ง พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างสุดกำลังความสามารถ เพื่อจรรโลงการศึกษาของชาติให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป |
Copyright &
copy : ๒๐๐๓ MOENet Thailand Service
แหล่งข้อมูล :
สำนักนโยบายและแผน สป.
ปรับปรุงข้อมูล :
๑๙ เมษายน ๒๕๔๖
รวบรวม
เรียบเรียง พัฒนา และนำเสนอ
: น.ส.นิภา แย้มวจี
กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ.
โทร. ๐ ๒๒๘๑ ๙๘๐๙, ๐ ๒๖๒๘ ๕๖๔๓-๔๔ โทรสาร ๐ ๒๒๘๒ ๙๒๔๑