
สืบเนื่องจากการประชุมคณะรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2543
นายกรัฐมนตรีได้แจ้งว่า
ตามที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถได้มีพระราชดำรัสในที่ประชุมสมาคม
ณ ศาลาดุสิตาลัย
พระตำหนักจิตรลดาหโรฐาน
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2543
ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรี
เป็นผู้แทนข้าราชการ
พ่อค้า ประชาชน นิสิตนักศึกษา
และนักเรียนเข้าเฝ้า ฯ
ถวายพระพรชัยมงคล
เนื่องในมงคลสมัยเฉลิม
พระชนมพรรษา นั้น
โดยมีประเด็นรับสั่งบางเรื่องเป็นประโยชน์ยิ่งใหญ่ต่อประเทศชาติและประชาชน
นายกรัฐมนตรีจึงให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีนำประเด็นดังกล่าวหารือคณะณับมนตรี
เพื่อกำหนดแนวทาง
และวิธีปฏิบัติในการสนองพระราชดำรัส
เลขาธิการคณะรัฐมนตรีรายงานว่า
ภาระหน้าที่ของรัฐบาลในการดำเนินการสนองพระราชดำรัส
แยกได้เป็น 2 ประการ คือ
1. เรื่อง ป่าไม้ชายเลน
พระราชดำรัสที่ทรงห่วงใยปัญหาป่าไม้ชายเลนของประเทศ
เพราะป่าไม้ชายเลน เป็นทรัพยากร
ธรรมชาติอันมีค่ายิ่ง
เป็นแหล่งอาหารธรรมชาติของสัตว์น้ำนานาชนิด
และเป็นแหล่งกำเนิดความหลากหลาย
ทางชีวภาพ อันได้แก่
สมุนไพรและพืชพันธุ์ต่าง ๆ
ปัจจุบันปัญหาดังกล่าวนับวันมีแต่จะรุนแรงขึ้น
เพราะมีผู้
ลักลอบหักร้างถางพงและบุกรุกเข้าไปทำลายหรือใช้ประโยชน์โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์อยู่เสมอ
ใน พ.ศ.2504
เคยมีการสำรวจพบว่าประเทศไทยมีป่าไม้ชายเลนประมาณ
2.3 ล้านไร่ แต่มาถึง พ.ศ.2539
กลับเหลือเพียง
1.05 ล้านไร่
ความจำเป็นที่จะต้องอนุรักษ์ป่าไม้ชายเลนในปัจจุบัน
ไม่เพียงแต่จะเป็นแหล่งกำเนิดพืชพันธุ์
ธัญญาหารดังกล่าว
แต่ยังมีความจำเป็นตามกฎหมายรัฐธรรมนูญที่รัฐและชุมชนท้องถิ่นต้องร่วมกันอนุรักษ์
ในฐานะทรัพยากรธรรมชาติอีกด้วย
นอกจากนี้ยังมีกรณีต่างประเทศยกเอาการที่ราษฎรบุกรุกทำลายป่าไม้
ชายเลนเพื่อเลี้ยงกุ้งและปลาเป็นสาเหตุกีดกันทางการค้าหรือปฎิเสธไม่ซื้อผลผลิตทางเกษตรของไทย
หากเรา
ยังปล่อยให้มีการทำลายหรือลดพื้นที่ป่าไม้ชายเลน
รัฐบาลทุกสมัยได้ตระหนักปัญหานี้
และเคยมีมติคณะรัฐมนตรีหลายมติที่ส่งเสริมการอนุรักษ์
ป่าไม้ชายเลน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งมติณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่
23 กรกฎาคม 2534 เรื่อง
การอนุรักษ์ป่าไม้ชายเลน
และปะการัง
สาระสำคัญของมติดังกล่าวคือ
การห้ามราษฎรบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าไม้ชายเลน
และห้ามการอนุญาต
ให้ส่วนราชการหรือผู้ใดเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ชายเลน
หากมีความจำเป็นอย่างยิ่งก็ให้ขออนุมัติคณะ
รัฐมนตรีเป็นราย ๆ ไป
ซึ่งในทางปฎิบัติคณะรัฐมนตรีมักไม่อนุมัติ
เว้นแต่เป็ฯการใช้พื้นที่เพียงเล็กน้อยเพื่อ
ประโยชน์สาธารณะและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
แม้กระนั้นก็ยังตงมีปัญหาราษฎรบุกรุกอยู่บ้างในบางพื้นที่ซึ่ง
กลายเป็นปัญหาสังคม และการเมือง
เช่น
มีผู้นำมาอ้างเป็นสาเหตุชุมนุมประท้วงรัฐบาลเรียกร้องให้ออกเอกสาร
สิทธิ
ขณะนี้คณะกรรมการนโยบายป้าไม้แห่งชาติ
และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้พิจารณาปัญหานี้
อย่างจริงจังทั้งระบบแล้ว
และได้เสนอมาตรการป้องกันการบุกรุกทำลายและการรักษาป่าไม้ชายเลนมาให้คณะ
รัฐมนตรีพิจารณาแล้ว
โดยจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า
ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีได้
กำชับให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งสำรวจตรวจสอบสถานการณ์ป่าไม้ชายเลนเป็นการด่วนด้วยแล้ว
2. เรื่อง
ธนาคารสมอง (Brain Bank)
โดยที่มีพระราชดำรัสเกี่ยวกับเรื่อง
ธนาคารสมอง
โดยการนำข้าราชการที่เกษียณแล้ว
แต่ยังมี
ความรู้ความสามารถมาช่วยงานของทางราชการ
ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลมีนโยบายอยู่แล้วสองประการ
คือ การส่ง
เสริมกูมิปัญญาท้องถิ่นหรือภูมิปัญญาชาวบ้าน
และการส่งเสริมภูมิปัญญาทรัพยาการบุคคลที่เกษียณอายุหรือ
พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ประจำในภาครัฐหรือภาคเอกชน
ดังนี้
2.1
การส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือภูมิปัญญาชาวบ้าน
รัฐบาลได้ส่งเสริมให้ราษฎรใช้ภูมิ
ปัญญาไทยในท้องถิ่นพัฒนาขีดความสามารถและฝีมือในการค้นคิดประดิษฐ์ดัดแปลงส่งของเครื่องมือเครื่องใช้
ต่าง ๆ อยู่แล้ว
โดยผ่านทางกระทรวงพานิชย์
(งานหัตถกรรมไทย)
กระทรวงอุตสาหกรรม
(งานอุตสาหกรรม
ขนาดกกกลางและขนาดย่อม หรือ SME)
กระทรวงศึกษาธิการ
(งานช่างสิบหมู่) กระทรวงมหาดไทย
(งานพัฒนาชุมชน)
และกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม(งานแรงงานฝีมือและประชาสงเคราะะห์)
แต่ที่นับว่าได้ผลดียิ่งเกิดจากความร่วมมือของภาคเอกชนที่ไดัเข้าไปแนะนำการพัฒนาอาชีพต่าง
ๆ รวมทั้ง
หาตลาดให้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการเป็นผู้นำของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในพระบรมราชินูปถัมภ์
ซึ่งทำให้
ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการจักสาน
แกะสลัก ถมและเจียระไน
ปรากฎเด่นชัดช่วยสืบสานมรดกวัฒนธรรมอัน
ทรงคุณค่าของชาติ
และเพิ่มรายได้แก่ราษฎรนอกฤดูการเกษตรเป็นอย่างดี
2.2
การส่งเสริมภูมิปัญญาบุคคลที่เกษียณอายุแล้ว
รัฐบาลตระหนักดีว่าบุคคลดังกล่าวยังคง
เป็นททรัพยากรบุคคลที่ทรงคุณค่า
วันเวลาที่ผ่านไปยาวนาน
ทำให้บุคคลเหล่านี้สั่งสมประสบการณ์ไว้มาก
หากนำมาผสมผสานเข้ากับความคิดริเริ่มของคนรุ่นใหม่
ก็จะสามารถนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศได้อย่าง
มีระบบ
และมีการถ่วงดุลย์ระหว่างคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่
Copyright &
copy; 1999 MOENet Thailand Service
ที่มาของข้อมูล :
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่
นร.0205/ว 106
รวบรวม
เรียบเรียง พัฒนา และนำเสนอ :
นางสาวสุนันทา ศรีดากุล ( 21 ก.ย 2543)
กลุ่มงานจัดการฐานข้อมูล
กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ
ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ.
โทร. 281-9809, 628-5643, 628-5644 Fax. 281-8218
website@emisc.moe.go.th