วิสัยทัศน์การศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ

โดย นายปัญจะ เกสรทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

การศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต มุ่งพัฒนาคนให้มีความรู้คู่คุณธรรม คิดเป็น ทำเป็น พึ่งตนเองได้ รวมทั้งสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ สรรค์สร้างสังคมที่ สงบสุข มีความรัก ความเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มี ความรอบรู้ มีความสามารถที่เป็นสากล ดำรงไว้ซึ่งความเป็นไทย

กระทรวงศึกษาธิการจะขยายโอกาสทางการศึกษา อำนวยการให้มีการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน อย่างน้อย ๑๒ ปี โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายสำหรับเด็กและเยาวชนไทยทุกคน และพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทุกระดับ โดยเน้นให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางให้เรียนอย่างมีความสุข และเน้นการเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง ให้มากที่สุด จัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย ให้ความสำคัญต่อการศึกษา สำหรับผู้ด้อยโอกาส และการศึกษาสำหรับคนพิการอย่างกว้างขวางทั่วถึงและมีคุณภาพมุ่งส่งเสริมให้ เยาวชนเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไทยและมีความสามารถให้ภาษาไทยได้อย่างดี รวมทั้งให้ใช้ภาษาอื่นที่เป็น ภาษาสากลได้อย่างน้อย ๑ ภาษา ส่งเสริมให้มีความรู้ ความสามารถมีลักษณะวิสัยทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เห็นคุณประโยชน์และรักที่จะใช้พลังงานธรรมชาติและเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้สอดคล้อง กับวิถีชีวิต ส่งเสริมให้มีความภูมิใจในความเป็นไทย มีคุณธรรมจริยธรรม มีความรักศิลปวัฒนธรรมไทย และวิถีชีวิตแบบไทย เห็นความดีงาม ความชาญฉลาดของภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และสนใจ ศึกษาค้นคว้า พัฒนาวิทยาการทั้งที่เป็นภูมิปัญญาไทยและที่เป็นสากล
จัดและส่งเสริมให้สถานศึกษา สถาบันทางศาสนา พิพิธภัณฑ์และห้องสมุดเป็นศูนย์กลาง การเรียนรู้ของชุมชนที่มีความสะอาด สงบ ร่มรื่น และมีสื่อสำหรับการศึกษาค้นคว้าที่ดี ใช้ได้สะดวก เปิดโอกาสให้ประชาชนใช้บริการได้อย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านความหลากหลายและระยะเวลาให้ สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการ
ทำนุบำรุง ส่งเสริม พัฒนาการศาสนา ศิลปวัฒนธรรมและการกีฬา ให้ศาสนาและ วัฒนธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจคน และเป็นหลักสำคัญส่วนหนึ่งในการจัดการศึกษา
จัดการศึกษาโดยให้ชุมชน ท้องถิ่นมีความเป็นเจ้าของ เปิดโอกาสและสนับสนุนให้ เอกชน องค์กรเอกชนจัดการศึกษาให้ทุกระดับ กระจายอำนาจการจัดการศึกษาสู่ท้องถิ่นและ สถานศึกษา ปรับระบบการบริหาร การจัดการและการปฏิรูปการศึกษา ให้สอดคล้องกับหลักการ ศึกษาไทยและความต้องการของผู้เรียน ตามแนวทางที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

หลักการและแนวทาง

   ด้านบุคลากร วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องช่วยเรียนช่วยสอน
   นักเรียนและหลักสูตร

ด้านบุคลากร วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องช่วยเรียนช่วยสอน

การจัดการศึกษาที่ดีมีคุณภาพและประสิทธิภาพจำเป็นต้องลงทุน ทั้งทุนทรัพย์ สติปัญญา ความรู้ ความสามารถและชีวิตจิตใจ
๑. จะดูแลส่งเสริมครู - อาจารย์ และผู้บริหารให้มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม ให้ได้ รับสวัสดิการที่ดี มีความก้าวหน้าและศักดิ์ศรีในวิชาชีพ เพื่อให้คนดี คนเก่งมาเป็นครู และเพื่อเป็นแรงจูงใจ ให้เยาวชนที่ดี ที่เก่ง สนใจเรียนเป็นครู
๒. จะดูแลส่งเสริม ให้มีสื่อการเรียนการสอน รวมทั้งเทคโนโลยีต่างๆ ที่จำเป็นต่อการเรียน การสอนให้เพียงพอ โดยเฉพาะสื่อเทคโนโลยีการศึกษาสำหรับผู้พิการ
๓. จะดูแลส่งเสริม และจัดให้มีที่เรียน (ทั้งภาครัฐและเอกชน) ให้เพียงพอที่จะขยายโอกาสการเรียน ของเยาวชนทุกคนให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างน้อย ๑๒ ปี จัดให้มีอาคาร สถานที่เพียงพอที่จะให้นักเรียน นักศึกษา ทำกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมการเกษตร กิจกรรมการกีฬา และงานอาชีพ ตลอดจนกิจกรรมภาค ปฏิบัติอื่นๆ ที่จำเป็น
๔. จะดูแลส่งเสริมให้ครูสามารถให้ความรู้แก่ผู้เรียนได้อย่างทั่วถึง สอดคล้องกับสภาพปัญหา สภาพร่างกาย สติปัญญา และความต้องการของนักเรียนแต่ละคน แต่ละกลุ่ม จะพยายามลดจำนวนนักเรียน ของแต่ละห้องเรียนที่บรรจุนักเรียนไว้มากเกินกว่าครูที่จะดูแลนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้เหลือไม่เกิน ห้องเรียนละ ๔๕ คน ในปีการศึกษา ๒๕๔๒ และไม่เกินห้องเรียนละ ๓๕ คน ในปีการศึกษา ๒๕๔๔ โรงเรียน ใดที่จัดชั้นเรียนได้ตามมาตรฐานสากล (๒๔ คนต่อห้องเรียน) จะสนับสนุนให้ไม่ต้องเพิ่มนักเรียนในห้องเรียนนั้นๆ
๕. จะดูแลส่งเสริมให้ครู - อาจารย์ มีความรู้ ความสามารถที่จะเป็นผู้ให้ความรู้ในเรื่องที่ได้รับมอบหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสนับสนุนให้ครูมีชั่วโมงการสอนตลอดจนการอบรมดูแลนักเรียนให้พอเหมาะไม่ให้มากเกินไป จนทำให้การเรียนการสอนขาดประสิทธิภาพ
๖. จะดูแลส่งเสริมให้ครู - อาจารย์ และผู้บริหารที่ต้องทำงานนอกเวลาเกินกว่าหน้าที่การงานตามปกติ เพื่อประโยชน์ของผู้เรียน ชุมชน และประเทศชาติได้รับการตอบแทนที่เหมาะสมจากรัฐและหรือชุมชน
๗. จะดูแลส่งเสริมให้ครู - อาจารย์ และผู้บริหารได้รับการพัฒนาให้มีความก้าวหน้าทางวิชาชีพ ส่งเสริมให้มีการพัฒนาปรับปรุงเกณฑ์การทำผลงานทางวิชาการให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ทำผลงาน ต่อผู้เรียน สถานศึกษา และชุมชน โดยจะไม่เน้นเรื่องวิธีเขียนมากเกินไป

นักเรียนและหลักสูตร

การศึกษาที่ดี มีคุณภาพและประสิทธิภาพ ต้องยึดตัวผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ดังนั้นต้องส่งเสริม ให้นักเรียน นักศึกษาได้เรียนอย่างมีความสุข ให้การเรียนการสอนสอดคล้องกับความต้องการและสภาวะของ ผู้เรียนแต่ละคน แต่ละกลุ่ม และสอดคล้องกับธรรมชาติของการเรียนรู้
๑. จะให้กรมวิชาการร่วมกับสถานศึกษา หน่วยงานต้นสังกัดของสถานศึกษา องค์กรส่วนท้องถิ่น และชุมชนปรับหลักสูตร วิธีเรียน วิธีสอน ตลอดจนวิธีวัดผลให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการศึกษา ให้การเรียนการสอนเป็นไปเพื่อความเจริญงอกงามของตัวผู้เรียน ให้คิดเป็น ทำเป็น มีความขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ อดทน พึ่งตนเองได้ ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้มีวิถีชีวิตตามระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุข การเรียน การสอนจะเน้นกระบวนการเรียนรู้จากการทำจริงให้มาก เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องเร่งรัด ไม่สอนแบบ "ยัดทะนาน" แต่จะสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนอยากรู้อยากเห็นอยากเรียน นักเรียนจะเรียนอย่างมีความสุข
๒. จะให้กรมวิชาการกระจายอำนาจส่วนใหญ่ในการจัดทำหลักสูตร การประเมินผลการเรียนการสอน ให้ท้องถิ่นสถานศึกษาและชุมชน ให้ผู้เรียนมีความสามารถในการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนองความต้องการ เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขของผู้เรียนและชุมชนเอง
๓. จะส่งเสริมให้นักเรียนเรียนรู้ประวัติความเป็นมาของชุมชน เชื้อชาติ และประเทศชาติ รวมทั้งภูมิ ปัญญาท้องถิ่นและภูมิปัญญาไทยส่งเสริมให้มีแหล่งความรู้ที่ดี สำหรับที่จะศึกษาค้นคว้าหาความรู้ เช่น ห้องสมุด หอไตร พิพิธภัณฑ์ การส่งเสริมนี้รวมถึงการให้มีบุคลากร เช่น บรรณารักษ์ที่ดี ให้มีวัสดุอุปกรณ์ เช่น หนังสื่อที่ดี ที่เหมาะสม ทันเหตุการณ์ มีเครื่องคอมพิวเตอร์ มีระบบอินเตอร์เนต มีการจัดให้บริการที่ใช้ง่าย สะดวก
๔. จะส่งเสริมให้สถานศึกษา และสถาบันทางศาสนาพัฒนาอาคารสถานที่ ให้สะอาด สงบ ร่มรื่น มีบรรยากาศเป็นกันเอง สะดวกต่อการเข้าไปใช้ เพราะการมีบรรยากาศที่ดี ร่มรื่น แจ่มใสนั้น เอื้ออำนวยต่อการ เรียนรู้ และจะช่วยจูงใจให้คนเข้าไปใช้ ทำให้ทั้งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ มีจิตใจละเอียดอ่อน เกิดการเรียนรู้ดียิ่งขึ้น
๕. จะส่งเสริมให้มีการพัฒนาหลักสูตรเพื่อให้ผู้เรียนในสายอาชีวศึกษาและสถาบันการศึกษาประเภทเทคนิค ได้เรียนรู้ เข้าใจและสามารถปฏิบัติจริงในวิชาชีพที่เรียนเป็นประการสำคัญ สำหรับวิชาสามัญให้ถือเป็นองค์ประกอบ ของวิชาชีพนั้นๆ มิให้การศึกษาวิชาสามัญเป็นอุปสรรคทำลายจุดมุ่งหมายหลักของผู้เรียนที่มุ่งศึกษาวิชาชีพ เช่น นักศึกษาสาขาเกษตรกรรม จะต้องเรียนรู้ เข้าใจเกี่ยวกับการเกษตร ต้องได้รับการส่งเสริมให้มีทัศนคติที่ดีต่อวิชาชีพ มีความสามารถปฏิบัติจริง ได้ทำจริงเต็มตามหลักสูตร การเกษตรที่วางไว้มิใช่ต้องเรียนวิชาสามัญจนไม่มีเวลาทำ การเกษตรให้ประสบความสำเร็จ ให้ผู้เรียนได้เห็นมรรคผลว่าการเกษตรที่ตนเรียนนั้นมีประโยชน์เป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีสามารถเลี้ยงตนเองได้ ทำประโยชน์ให้สังคม และประเทศชาติได้
๖. จะส่งเสริมโครงการคุรุทายาท ให้ได้รับการปฏิบัติจริงจัง ตั้งแต่การคัดเลือกคนดี คนเก่ง มีศักยภาพ ที่จะเป็นครูที่ดี ได้มีโอกาสรับทุนเข้าเรียนเป็นนักเรียนฝึกหัดครู มีระบบการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับวิชาชีพที่จะไป เป็นครู มีระบบการฝึกอบรมที่เข้มข้น กำหนดให้นักศึกษาตามโครงการนี้จะต้องเป็นนักศึกษาประเภทอยู่ประจำ ครู - อาจารย์จะได้ดูแลอบรมบ่มนิสัยความเป็นครูให้ได้อย่างเข้มข้น และเมื่อเรียนจบแล้วจะต้องได้รับการบรรจุตามที่ ได้ตกลงกันไว้ โครงการนี้เป็นโครงการที่ต้องการให้ได้คนดี คนเก่งเป็นครู มุ่งจูงใจให้นักเรียนดี นักเรียนเก่ง สนใจสมัครเรียนครู มุ่งเน้นให้มีการอบรมและคัดเลือกผู้ที่จะเป็นครูแบบเข้มข้น โดยจะดำเนินการโครงการคุรุทายาท แบบสมบูรณ์แบบให้ได้ในปีการศึกษา ๒๕๔๓
๗. จะส่งเสริมดูแลให้มีการจัดโครงการเกษตรเพื่อชีวิตในวิทยาลัยเกษตรกรรมทุกแห่ง ให้นักศึกษาสามารถ ปฏิบัติได้จริง ได้ผล ให้มีรายได้ระหว่างเรียนและให้สามารถออกไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนได้ ช่วยเหลือสังคมและ ประเทศชาติได้
๘. ในโรงเรียนประถมศึกษาให้จัดให้มีการทำการเพาะปลูกพืชผักสวนครัว ไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ยืนต้น ไม้ผล และมีการเลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นการส่งเสริมหลักสูตรให้สามารถเสริมโครงการอาหารกลางวันได้จะได้ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระ ของครอบครัว ในโรงเรียนมัธยมศึกษา วิชาการงานสำหรับมัธยมศึกษาตอนต้น และวิชาพื้นฐานอาชีพสำหรับมัธยมศึกษา ตอนปลาย จะจัดให้มีโครงการเพิ่มสำหรับผู้ที่เรียนแผนการเรียนเกษตรกรรม โดยเน้นการปฏิบัติจริงเป็นพิเศษ ให้ ปลูกพืชผัก พืชผล ไม้ดอกไม้ประดับ ไม้ยืนต้นและเลี้ยงสัตว์ จนสามารถช่วยครอบครัวได้ ช่วยโครงการอาหาร กลางวันได้ และอาจจำหน่ายได้บ้าง สำหรับนักเรียนในแผนอื่นก็เสนอให้มีโอกาสทำกิจกรรมด้านการเกษตรเช่นเดียวกัน เพื่อเป็นพื้นฐานหรือเป็นอาชีพเสริมในอนาคตได้
๙. จะส่งเสริมให้นักเรียนได้รับประทานอาหารกลางวันทุกคน (ซึ่งต่อไปจะต้องหมายถึง อาหารกลางวัน ที่มีคุณภาพทางโภชนาการด้วย) โดยขอให้สถานศึกษา สถาบันทางศาสนา ชุมชน องค์กรเอกชนต่างๆ ช่วยกันดูแล กระทรวงศึกษาธิการจะจัดงบประมาณส่วนหนึ่งสำหรับโรงเรียนและชุมชนที่ไม่สามารถดูแลให้นักเรียนได้รับประทาน อาหารกลางวันได้ทั่วถึง สำหรับโรงเรียนที่สามารถดูแลให้นักเรียนรับประทานอาหารกลางวันได้ทั่วถึง ทุกคนแล้ว จะประกาศให้สาธารณรับทราบโดยทั่วกันเป็นรายโรง
๑๐. จะส่งเสริมการจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาดและกิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์ให้แพร่หลาย เพราะกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยปลูกฝังคุณธรรมต่างๆ เช่น ความอดทน ความซื่อสัตย์ สุจริต ความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้รักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความสามารถในการพึ่งตนเอง ความพร้อมที่จะช่วยเหลือผู้อื่น ตลอดจน ความสามารถในการทำงานเป็นกลุ่ม รวมทั้งจะส่งเสริมให้ใช้แนวคิดเรื่องเพื่อนช่วยเพื่อน ในการป้องกันการใช้สาร เสพย์ติด ในแต่ละหมู่ของลูกเสือ ให้ดูแลซึ่งกันและกัน ไม่ปล่อยให้เพื่อนหมู่ของตน คนใดคนหนึ่งเพลี่ยงพล้ำไป ใช้สารเสพย์ติดได้ ทั้งนี้จะส่งเสริมให้นำระบบเพื่อนช่วยเพื่อนอย่างเข้มข้นภายในหมู่ หมู่ละ ๘ คน ของลูกเสือ เนตรนารี ฯลฯ ไปใช้ในโครงการโรงเรียนสีขาวด้วย

Copyright & copy ; 1998 MOENet Thailand Service
พัฒนาระบบและนำเสนอข้อมูลโดย กลุ่มระบบสารสนเทศ
ศูนย์สารสนเทศ สป.ศธ.
โทร.281-9809, 628-5643, 628-5644 Fax 281-8218

website@emisc.moe.go.th