adb3.gif (21390 bytes)

สำนักนโยบายและแผนการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

b-bar.gif (2733 bytes)


บทคัดย่อ

          การศึกษาตัวแปรเพื่อกำหนดเขตพื้นที่การศึกษา ระยะที่ 2 มีจุด
มุ่งหมายเพื่อทดสอบความเป็นไปได้ของตัวแปร 6 ตัว คือ จำนวน
ประชากร อัตราความหนาแน่นของประชากร จำนวนสถานศึกษา
ลักษณะภูมิศาสตร์ การคมนาคม และการสื่อสาร เขตอำเภอ และ
ลักษณะเฉพาะทางสังคมวัฒนธรรมที่ใช้ในการกำหนดเขตพื้นที่
การศึกษากลุ่มตัวอย่างคือ จังหวัดที่ ลักษณะต่างกัน 4 จังหวัด
ประกอบด้วยจังหวัดนครราชสีมา แม่ฮ่องสอน ยะลา และ
พระนครศรีอยุธยา เลือกมาโดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน
เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง   คือ   คู่มือการดำเนินการทดสอบ
ตัวแปร ที่ประกอบด้วย ความเป็นมาของการวิจัยแนวทางใน
การดำเนินงานในพื้นที่ และตัวอย่างการกำหนดเขตพื้นที่การ
ศึกษา และประเมินการดำเนินงานด้วยการสังเกตทดลองของ
จังหวัดโดยคณะวิจัย
          ผลการทดลอง พบว่า ตัวแปรที่ควรนำมาใช้ในการกำหนด
พื้นที่การศึกษา มี 4 ตัวแปร คือ จำนวนประชากร เขตอำเภอ
จำนวนสถานศึกษาและลักษณะภูมิประเทศ การคมนาคม และ
การสื่อสาร โดยที่แต่ละเขตพื้นที่การศึกษาควรมีจำนวนประชากร
ระหว่าง 120,000-200,000 คน การใช้ตัวแปรเขตอำเภอ คือ
อำเภอเดิมจะไม่แยกอำเภอแต่รวมอำเภอได้ และควรรวม
อำเภอที่มีเขตติดต่อกัน เพื่อความสะดวกในการประสานงาน
จำนวนสถานศึกษาเฉลี่ย 100 แห่ง และการใช้ตัวแปรลักษณะ
ภูมิศาสตร์ การคมนาคมและการสื่อสารความพิจารณาถึงความ
สะดวกในการติดต่อสื่อสารภายในเขตพื้นที่การศึกษา โดย
สามารถเดินทางไป - กลับ ได้ภายใน 1 วัน โดยมีข้อเสนอ
แนะการกำหนดเขตพื้นที่การศึกษาเป็น 2 ลักษณะคือ ลักษณะ
ของพื้นที่ทั่วไปควรใช้จำนวนประชากร 200,000 คนขึ้นไป
เป็นตัวแปรหลัก ส่วนตัวแปร เขตอำเภอ และจำนวนสถาน
ศึกษาเป็นตัวแปรรองและลักษณะของพื้นที่พิเศษที่มีความยาก
ลำบากในการคมนาคมของพื้นที่พิเศษที่มีความยากลำบาก
ในการคมนาคม ควรใช้ตัวแปรลักษณะภูมิศาสตร์ การคมนาคม
และการสื่อสาร เป็นตัวแปรหลักพิจารณาประกอบตัวแปรเขต
อำเภอ เพราะอำเภอติดต่อกันจึงจะช่วยให้การติดต่อ สื่อสาร
สะดวกขึ้น ส่วนตัวแปรจำนวนประชากรและจำนวนสถานศึกษา
นำมาพิจารณาเพื่อจัดให้แต่ละเขตพื้นที่การศึกษา มีขนาดใกล้เคียงกัน


หมายเหตุ         
          การวิจัยเรื่องนี้ได้นำเสนอ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2542
ณ โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ห้วยขวาง กรุงเทพฯ และผู้ทรงคุณวุฒิ
ประกอบด้วย ศาสตราจารย์ ดร. วิจิตร ศรีสอ้าน ศาสตราจารย์
ดร.สิปปนนท์ เกตุทัต และศาสตราจารย์ ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช
ได้วิจารณ์และให้ความเห็นว่างานวิจัยนี้ มีระเบียบวิธีวิจัยที่ดี
เป็นงานวิจัยที่ถูกต้องเหมาะสมมีประโยชน์สามารถนำไปปฏิบัติได้

สนใจรายละเอียดของรายงานนี้ กรุณา DOWNLOADได้ที่นี่ค่ะ

b39.gif (1686 bytes)

bar_e42.jpg (1861 bytes)

Copyright & Copy : 1999 MOENet Thailand Service
พัฒนา และนำเสนอ : น.ส.พรรณลดา  ลีตะชีวะ
กลุ่มงานจัดการฐานข้อมูล   กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ
ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ.
โทร. 281-9809 , 628-5643 , 628-5644  โทรสาร  281-8218   

mail.gif (23148 bytes)
website@emisc.moe.go.th