
ปัจจุบันมีผู้เสนอให้ยกเลิกการสอบเข้ามหาวิทยาลัยหรือการสอบเอนทรานซ์ โดยมองว่าเป็นการบ่อนทำลายกระบวนการเรียนรู้อันดีงามตามแนวการปฏิรูปการศึกษา ในฐานะที่ผมมีอาชีพเป็นครูสอนหนังสือมายาวนาน และเรียนจบมาทางด้านการวัดผลการศึกษา ผมเห็นว่าการสอบเอนทรานซ์ หรือการสอบประเมินคุณภาพการศึกษาที่สอบโดยหน่วยงานนอกสถานศึกษาอื่น ๆ ไม่ได้เป็นปัญหาอุปสรรคต่อการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้แต่อย่างใด
ในเรื่องของการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ ปกติจะมุ่งตอบคำถามพื้นฐานสามประการ
คำถามที่หนึ่ง เราต้องการให้บังเกิดผลอะไรที่ผู้เรียน การตอบคำถามข้อนี้จะเป็นความรับผิดชอบของครูในการกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ให้มุ่งสู่มาตรฐานคุณภาพผลการเรียน ให้ครอบคลุมคุณลักษณะอันพึงปรารถนาทั้งด้านความรู้ความคิด ความสามารถ ทักษะ เจตคติ ค่านิยมคุณธรรม จริยธรรม ทั้งปวงตามหลักสูตรและความคาดหวังของสังคม
คำถามที่สอง ทำอย่างไรจึงจะให้ผู้เรียนแต่ละคนบังเกิดผลการเรียนรู้มีคุณลักษณะอันพึงปรารถนาอย่างสมบูรณ์ การตอบคำถามข้อนี้จะเป็นความรับผิดชอบของครู ในการคิดค้น แสวงหา และใช้กระบวนการเรียนรู้อย่างหลากหลาย ให้สนองความแตกต่างของผู้เรียนแต่ละคน ให้สอดคล้องกับธรรมชาติของการเรียนรู้ในจุดประสงค์แต่ละด้าน ให้สามารถช่วยผู้เรียนแต่ละคนเกิดการเรียนรู้อย่างครบถ้วน
คำถามที่สาม จะรู้ได้อย่างไรว่าผู้เรียนมีผลการเรียนรู้ตามที่มุ่งหวังไว้หรือไม่ เพียงใด ถ้ามีข้อบกพร่องในการเรียนรู้ ควรช่วยเหลือพัฒนาเพิ่มเติมอย่างไร การตอบคำถามข้อนี้จะเป็นความรับผิดชอบของครูที่จะใช้วิธีการวัดผลประเมินผลการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ วัดครอบคลุมจุดประสงค์ทุกด้านทั้งด้านความรู้ ความสามารถ ทักษะ เจตคติ คุณธรรม จริยธรรม วัดตามมาตรา 26 ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ที่ให้พิจารณาจากพัฒนาการของผู้เรียน ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การร่วมกิจกรรม และการทดสอบควบคู่กันไปในกระบวนการเรียนการสอน
จากแนวปฏิบัติเหล่านี้ จะพบว่าครูจะต้องรับผิดชอบจัดกระบวนการเรียนรู้ที่รับประกันการได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ที่ตัวผู้เรียน โดยไม่ต้องสนใจเรื่องการสอบเอนทรานซ์แต่อย่างใด
นักการศึกษาที่สำคัญเคยแสดงส่วนประกอบของความรู้ความสามารถที่สมบูรณ์ว่าประกอบด้วย 6 ส่วน คือ (1) ความรู้ความจำในข้อเท็จจริงกฎเกณฑ์หลักการ (2) ความเข้าใจ (3) ความสามารถในการประยุกต์ (4) ความสามารถในการวิเคราะห์ (5) ความสามารถในการสังเคราะห์ และ (6) ความสามารถในการตัดสินประเมินค่า ซึ่งนอกจากความรู้ความสามารถ 6 ส่วนนี้แล้ว นักการศึกษายังกำหนดลักษณะผลการเรียนรู้ด้านกระบวนการคิด กระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการปฏิบัติ และผลการเรียนรู้ด้านจิตใจที่ครอบคลุม เจตคติ ค่านิยม และจิตสำนึกต่าง ๆ ด้วย
เมื่อครูมีการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ มีกิจกรรมฝึกปฏิบัติจริง และมีการวัดผลประเมินผลจากพฤติกรรมจริง จนเกิดความมั่นใจว่าผู้เรียนแต่ละคนมีผลการเรียนรู้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วนตามแนวคิดของนักการศึกษาข้างต้น ถ้าผู้เรียนจะไปถูกทดสอบแบบใด อย่างไร ก็ไม่น่าจะวิตกทุกข์ร้อน เช่น ผู้เรียนอาจถูกทดสอบเพียงความรู้ความเข้าใจตามเนื้อหาวิชา ไม่ถูกทดสอบด้านความคิดวิเคราะห์ หรือไม่ถูกทดสอบด้านคุณธรรมจริยธรรม ถ้าผู้เรียนมีผลการเรียนรู้ครบถ้วนเก่งจริง ก็จะสอบผ่านอยู่ดี เปรียบเหมือนแกงที่อร่อย การถูกชิมแกงเพียง 1 ช้อนก็จะพบความอร่อยได้โดยไม่ต้องรับประทานทั้งหม้อ
จากแนวความคิดนี้จะพบว่าการทดสอบที่ครูจัดทำที่สถานศึกษา มีวัตถุประสงค์และหน้าที่ต่างกับการทดสอบในการสอบเอนทรานซ์
การสอบเอนทรานซ์จึงเป็นเหมือนการสุ่มวัดผลในบางด้าน เพื่อคัดเลือกคนเข้าเรียนต่อตามลำดับความเก่ง ถ้าผู้เรียนเก่งจริงทุกด้าน จะถูกสุ่มสอบในด้านใดก็น่าจะสอบผ่านได้ เหมือนคำกล่าวว่า ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟ
ผมเห็นด้วยถ้าจะยกเลิกการสอบเอนทรานซ์ด้วยเหตุผลที่ไม่มีความจำเป็นต้องสอบเพราะเราสามารถใช้ข้อมูลที่เชื่อถือได้จากผลการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ที่สถานศึกษาส่งมาให้พิจารณาได้โดยตรง เห็นด้วยกับการยกเลิกการสอบเอนทรานซ์ถ้ามีข้อค้นพบว่าข้อสอบไม่มีคุณภาพตามหลักการวัดผลที่ดี เช่นขาดความเที่ยงตรง ขาดความเชื่อมั่นในการวัดตรงพฤติกรรมจริง
แต่ผมไม่เห็นด้วยถ้ายกเลิกการสอบเอนทรานซ์เพราะครูและผู้เรียนจะเอาใจใส่จัดกิจกรรมให้เกิดการเรียนรู้เฉพาะสิ่งที่จะปรากฎในข้อสอบเอนทรานซ์ นั่นคือเรียนเฉพาะความรู้ความจำ ยกเลิกการเรียนรู้ทางด้านการคิด การปฏิบัติ การแก้ปัญหา และการมีจิตใจดีงามทั้งปวง เพราะนั่นแสดงว่าครูคอรัปชั่นในหน้าที่ความรับผิดชอบ ไม่ได้จัดกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ครบถ้วน
บทสรุป คงอยู่ที่การสร้างวัฒนธรรมใหม่ในการทำงาน เป็นวัฒนธรรมที่ทำงานโดยรับผิดชอบต่อการบังเกิดผลที่เป็นคุณประโยชน์ต่อสังคม รับผิดชอบต่อการคิดค้นแสวงหาวิธีการปฏิบัติที่แหลมคมให้สามารถนำไปสู่ผล และรับผิดชอบต่อการถูกตรวจสอบวัดผลประเมินผลอยู่ตลอดเวลาจากทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสียในผลของการทำงาน
Copyright
@2001 Ministry of Education, THAILAND.
ที่มาของข้อมูล : ดร.สงบ
ลักษณะ
รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
รวบรวม
จัดเตรียมข้อมูล พัฒนา
และนำเสนอ : นางสายพิณ
เชื้อน้อย (10 ส.ค. 2544)
หน่วยงาน :
กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ
ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ.
โทร. 281-9809 , 628-5643 โทรสาร
281-8218
ติดต่อผู้ดูแลระบบ
: website@emisc.moe.go.th
![]()