ปัจจุบันโลกได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  มีการขยายตัวของระบบการค้าเสรีและการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจเพื่อสร้างพลังต่อรองในระดับภูมิภาค ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้เองได้นำไปสู่สังคมเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ซึ่งต้องใช้ความรู้เป็นปัจจัยหลักในการเสริมสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาที่ยั่งยืน  หรือที่เรียกว่าสังคมบนพื้นฐานความรู้   นอกจากนี้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technology : ICT) ได้ส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโลก รวมทั้งเกิดโอกาสและอุปสงค์แบบใหม่ในด้านการค้า การลงทุนและการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ทำให้ประเทศต่างๆต้องเร่งสร้างบุคลากรที่มีความรู้/คุณภาพเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ดังนั้นการศึกษาและการฝึกอบรมคือรากฐานของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพราะการศึกษาคือรากฐานของการสร้างศักยภาพของมนุษย์ ในขณะที่การเรียนรู้และฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องจะช่วยยกระดับศักยภาพดังกล่าวให้สูงขึ้น

        เอเปค หรือความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียและแปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) เป็นเวทีใหม่ของความร่วมมือในระดับพหุภาคีในภูมิภาคนอกเหนือจากยูเนสโก ซีมีโอ หรืออาเซียน ฯลฯ ที่เน้นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า/การลงทุน และวิทยาการสาขาที่สำคัญที่จะเอื้อประโยชน์ต่อมวลสมาชิก ภายใต้กระบวนการปรึกษาหารือและตกลงกันด้วยฉันทามติ ดังนั้นเอเปคจึงเป็นกรอบความร่วมมือเดียวที่เชื่อมโยงการศึกษากับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน  ปัจจุบันมีสมาชิกที่มีระดับการพัฒนาต่างกัน 21เศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเจริญที่ยั่งยืนให้กับภูมิภาคและโลก

        ประเทศไทยโดยกระทรวงศึกษาธิการได้เข้าร่วมกิจกรรมของเอเปคอย่างเข้มแข็งทั้งในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และด้านการศึกษา โดยเฉพาะในคณะกรรมการด้านการศึกษาของเอเปค (ปัจจุบันคือ Education Network) กระทรวงศึกษาธิการเป็นสมาชิกร่วมก่อตั้งเมื่อปี 2536 และเข้าร่วมกิจกรรมทั้งในรูปแบบการประชุมทุกระดับ และในโครงการของสมาชิกอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้การดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับของสมาชิกเอเปคได้แก่

                1. รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวิตรี  สุวรรณสถิตย์) ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงให้ทำหน้าที่ ผู้ประสานงานระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และประธานของ APEC Education Forum ในปี 2539-2541 ในระหว่างดำรงตำแหน่งได้ร่วมผลักดันให้เอเปคเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาเพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเน้นที่การปฏิรูปการศึกษา (Education Reform) ทั้งในด้านประสิทธิภาพของการเรียนการสอนในสถานศึกษา (School Effectiveness) การอาชีวศึกษา (Vocational Education) ที่มีคุณภาพเพื่อสร้างรายได้แก่ประชาชน รวมทั้งสนับสนุนการจัดการสัมมนาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างการปฏิรูปการศึกษาและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ที่ชิลี ในเดือนมกราคม 2542 เพื่อระดมแนวคิดที่เป็นจุดเด่นของสมาชิกเอเปคในเรื่องการปฏิรูปการศึกษาและนำมาใช้ประโยชน์ร่วมกัน นับเป็นการจุดประกายให้เอเปคเล็งเห็นความจำเป็นในการเสริมสร้างศักยภาพของมนุษย์ผ่านกระบวนการศึกษา/ฝึกอบรมตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันยุคโลกาภิวัตน์และสังคมเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นประเด็นหลักของการประชุมเอเปคในทุกระดับในโอกาสต่อมา

               2. กระทรวงศึกษาธิการโดยกรมวิชาการ ได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมความเข้าใจในวัฒนธรรมของสมาชิกเอเปค    (Improving  the Understanding  of  Culture) ตั้งแต่ปี 2539 โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นจะสร้างสื่อประสมเพื่อใช้ในการเผยแพร่ความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี  รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของสมาชิกเอเปค คือ

                                   2.1 วิดีทัศน์ชุด We are APEC :Thailand

                                   2.2 หนังสือสำหรับนักเรียน (Student Book)

                                               -   เราคนไทย (ฉบับภาษาไทย)

-    We  are Thailand  (ฉบับภาษาอังกฤษ)

   2.3 คู่มือครู (Teacher’s guide)

   2.4 CD Rom

   2.5 สิ่งตีพิมพ์อื่น ๆ

              หลังเสร็จสิ้นโครงการกรมวิชาการได้จัดส่งสื่อประสมไปยังออสเตรเลีย    ซึ่งเป็นแกนกลางในการรวบรวมสื่อดังกล่าวจากสมาชิกได้แก่ แคนาดา ออสเตรเลีย สาธารณรัฐเกาหลี บรูไน  ไชนีสไทเป อินโดนีเซีย เม็กซิโก และไทย เพื่อจัดทำสื่อรวมชื่อ We are APEC KIT สำหรับการเผยแพร่ต่อไป  ทั้งนี้กรมวิชาการได้ขยายผลต่อโดยนำสื่อประสมดังกล่าวไปใช้ในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ในกิจกรรมชมรมภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาทักษะทางภาษาที่สอดแทรกความรู้ด้านวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ฯลฯ ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ ปัจจุบันศูนย์พัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ (ERIC) ได้นำสื่อการสอน We are APEC KIT ไปใช้ในโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษา จำนวน 88 แห่งทั่วประเทศ

             3. โครงการของกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับความสนใจจากสมาชิกเอเปคและได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจาก APEC Operational Account ภายใต้เครือข่ายการศึกษา (Education Network) เป็นเวลาสองปีติดต่อกันคือ

                                  3.1 โครงการสัมมนาเพื่อหารูปแบบที่เหมาะสมในการพัฒนาศักยภาพด้านการสอนของครูอาชีวศึกษาไปสู่มาตรฐานครูวิชาชีพ  (The Best Practices for  Professional  Development of Vocational  Teachers in  Teaching              Competencies   among   APEC   Economies)  ของกรมอาชีวศึกษา   จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 มิถุนายน 2544 ณ จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 31,140  เหรียญสหรัฐ ฯ (ประมาณ 1,401,300 บาท)

   -    ผู้เข้าร่วมการสัมมนา มีทั้งหมด 110 คน จากสมาชิกเอเปคจำนวน 7 เศรษฐกิจได้แก่ จีน เกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร์ ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และไทย โดยไชนีสไทเป และมาเลเซียเป็นผู้สังเกตการณ์ และจากภาคเอกชนและองค์กรเอกชนเพื่อการพัฒนาเช่น British Council GTZ และ University of Science and Technology

   -   ผลของการสัมมนา ผู้เข้าร่วมการสัมมนาได้กำหนดรูปแบบ/วิธีสอนที่ดีที่สุดเพื่อพัฒนาศักยภาพการสอนและมาตรฐานครูด้านอาชีวศึกษา  โดยการจัดลำดับความสำคัญ  หลังจากนั้นจะนำรูปแบบที่ได้ไปทดลอง

                                                       ใช้ 1 ปี ก่อนจะแจ้งผลกลับมาที่กรมอาชีวศึกษาทางแบบสอบถามเพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงรูปแบบ/วิธีสอนก่อนำไปใช้จริงต่อไป

                                  3.2 โครงการหาวิธีที่เหมาะสมในการเพิ่มศักยภาพในการหารายได้ของสตรีผ่านกระบวนการศึกษาตลอดชีวิต  (The  Best  Practices  in Empowering Women’s Earning Capacity through Lifelong Education)                                ของกรมการศึกษานอกโรงเรียน  ได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 34,360  เหรียญสหรัฐฯ  (ประมาณ 1,546,200 บาท)   ระยะเวลาดำเนินโครงการ ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง ธันวาคม 2545

              4. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศาสตราจารย์นายแพทย์เกษม วัฒนชัย)  ได้รับเชิญจากกระทรวงการต่างประเทศให้เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยไปร่วมการประชุมระดับสูงว่าด้วยการเสริมสร้างขีดความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ (APEC High-Level Meeting on Human Capacity Building) ระหว่างวันที่ 15-16 มิถุนายน 2544  ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมเป็นผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐ เอกชนและวิชาการจากสมาชิกเอเปค ทั้ง 21 เศรษฐกิจกว่า 500 คน ทั้งนี้ หัวหน้าคณะผู้แทนไทยได้เสนอให้เอเปคริเริ่มในเรื่องต่างๆ ดังนี้

                                   4.1 จัดตั้งเครือข่ายฝึกอบรมของเอเปคในสาขาที่จะพัฒนาภาคเศรษฐกิจใหม่

                                   4.2 จัดให้มีการเคลื่อนไหวด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์บนพื้นฐานการยอมรับซึ่งกันและกัน

    4.3 ระดมทรัพยากรมนุษย์ในภูมิภาคเพื่อลดความแตกต่างด้านวิทยาการ (Digital Divide)

               ในการนี้ที่ประชุมได้รับรองเอกสารชื่อ  Beijing  Initiative  on  APEC    Human Capacity  Building ซึ่งเน้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ  เอกชนและวิชาการ เพื่อกำหนดกลยุทธในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระบบเศรษฐกิจใหม่ พัฒนาการศึกษาให้เป็นรากฐานการศึกษาตลอดชีวิต เพิ่มบทบาทและโอกาสของสตรี การส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูล แนวปฏิบัติและการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ และต้องปรับเปลี่ยน Digital Divide เป็น Digital Opportunities รวมทั้งขยายเครือข่ายอินเตอร์เน็ตให้เข้าถึงประชากรเอเปคเป็น 3  เท่าในปี 2003 (2546)   และให้ครอบคลุมภูมิภาคเอเปคทั้งหมดในปี 2010 (2553)

              5. กระทรวงศึกษาธิการเข้าร่วมโครงการ APEC Cyber Education Cooperation ของสาธารณรัฐเกาหลี

                  สาธารณรัฐเกาหลีริเริ่มโครงการ APEC Cyber Education Cooperation โดยมีวัตถุประสงค์จะลดช่องว่างของความแตกต่างด้านวิทยาการ (Digital Divide) ระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนาด้วยการสร้างเครือข่ายอินเตอร์เน็ตชื่อ APEC Cyber Education Network : ACEN เพื่อเป็นช่องทางในการเผยแพร่/แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการศึกษาบนพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ( ICT – based Education) โดยขอบข่ายโครงการแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ

                                5.1 ACEN ICT Volunteer เป็นอาสาสมัครจากสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือ

                                     5.1.1 ACEN Volunteer Translator คืออาสาสมัครที่ทำหน้าที่แปลบทความของครู/ผู้สอนเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อเผยแพร่บนวารสารออนไลน์ชื่อ Webzine

                                     5.1.2 ACEN Youth Internet Volunteer คืออาสาสมัครเยาวชนจากประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมกับอาสาสมัครเกาหลีการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตแก่สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการ

                            เมื่อเดือนสิงหาคม 2544 สาธารณรัฐเกาหลีได้เริ่มโครงการนำร่องโดยจัดส่งอาสาสมัครมาร่วมจัดการประชุมปฏิบัติการกับอาสาสมัครไทยซึ่งประกอบด้วยครู/ผู้สอนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ การประชุมดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างสูงเนื่องจากผู้เข้ากิจกรรมทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสออกเก็บข้อมูลการใช้ ICT ในโรงเรียนต่าง ๆ ได้ร่วมจัดทำรายงาน/บทความเพื่อเผยแพร่บนสารสารออนไลน์ รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ระหว่างกัน

                              5.2 ACEN Web Magazine (Webzine) เป็นวารสารออนไลน์ออกทุกสองเดือน เพื่อเปิดโอกาสให้ครู/ผู้สอนเผยแพร่บทความ/ข่าวที่มีคุณภาพที่เกี่ยวกับการใช้ ICT ในการศึกษาทุกสาขา ไปสู่สมาชิกเอเปค ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวมีผู้เกี่ยวข้องดังนี้

                                     5.2.1 ACEN Teacher Reporter Committee มีการแต่งตั้งครู/ผู้สอนจากกรมสามัญศึกษา กรมอาชีวศึกษา สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล และสำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ จำนวน 17 คน เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สื่อข่าวเพื่อเขียนบทความ/ข่าวที่มีคุณภาพสำหรับวาสาร Webzine ทั้งนี้ครู/ผู้สอนเหล่านี้เป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์สูงเกี่ยวกับการใช้ ICT ประกอบการเรียนการสอนหลากหลายสาขาวิชา ทั้งในด้านการจัดทำเครือข่ายคอมพิวเตอร์  เว็บไซท์ รวมถึงซอฟท์แวร์  และบางคนเป็นผู้จัดทำบทเรียนผ่านสื่อทางอิเลคทรอนิกส์ (e-learning) ขององค์การระหว่างประเทศด้วย

                                     5.2.2 ACEN Advisory Committee ประกอบด้วยผู้ทรงวุฒิ ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของ ACEN Teacher Reporter รวมทั้งเป็นผู้กลั่นกรองบทความ/ข่าว ที่จะเผยแพร่บน Webzine ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการ ได้แต่งตั้งที่ปรึกษากระทรวงศึกษาธิการ (ดร.กล้า สมตระกูล) รองอธิบดีกรมสามัญศึกษา (ดร.อธิปัตย์  คลี่สุนทร)  และผู้อำนวยการศูนย์สารสนเทศ   สป. (นายเกียรติศักดิ์  เสนไสย) ทำหน้าที่ กรรมการดังกล่าวของฝ่ายไทย

                                ปัจจุบัน วารสาร Webzine ได้ออกเผยแพร่เป็นฉบับที่สองแล้ว โดยมีบทความของครู/ผู้สอนไทยร่วมอยู่ด้วย  และได้จัดแปลบทความทั้งหมดเป็น 4 ภาษา คือไทย  อินโดนีเซีย เกาหลี และอังกฤษ (www.acen.or.kr)

                               ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการเข้าร่วมกิจกรรมของเอเปคในฐานะที่ไทยเป็นสมาชิก  (member economy) จึงมิใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งที่ควรเลือก โดยจะต้องวิเคราะห์/พิจารณาถึงวัตถุประสงค์และกำหนดแนวทางในการร่วมมือกับสมาชิกอื่นให้ชัดเจน อีกทั้งต้องเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆอย่างเหมาะสมเพื่อให้กิจกรรมดังกล่าวเป็นประโยชน์และตอบสนองความต้องการของประเทศอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังเป็นหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องในการเตรียมเยาวชนซึ่งจะเป็นอนาคตของชาติให้มีความรู้รอบตัว  กล่าวคือรู้จักตนเอง  สังคม   และชุมชนโลก    ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  ..  2542      เพื่อให้เยาวชนเหล่านั้นมีความรู้เกี่ยวกับเอเปค/กิจกรรมและสามารถสืบสานข้อผูกพันที่ได้ดำเนินการไว้อย่างชาญฉลาดเพื่อให้ความร่วมมือภายใต้กรอบเอเปคส่งผลกระทบเชิงบวกต่อการพัฒนาประเทศอย่างทั่วถึงทั้งในเมืองและชนบท     และเป็นอีกกลไกหนึ่งที่จะเอื้อประโยชน์ต่อการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจซึ่งเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่

 

Copyright @ Ministry of Education, THAILAND
ที่มาของข้อมูล : กองการสัมพันธ์ต่างประเทศ
รวบรวม เรียบเรียง พัฒนา และนำเสนอ : น.ส.นิภา แย้มวจี (16 ม.ค. 2545)
กลุ่มงานจัดการฐานข้อมูล    กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ
ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ.
โทร. 281-9809 , 628-5643 , 628-5644  โทรสาร  281-8218   
ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@emisc.moe.go.th