
ปัจจุบันนักการศึกษาทั่วโลกเรียกร้องให้จัดการศึกษาด้วยการยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง หรือที่ไทยเราใช้คำว่าการจัดการเรียนการสอนที่ถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุดจากข้อมูลการปฏิบัติของครูอาจารย์ในบ้านเราพบความลักลั่นเป็นปัญหาพอควร จากความเข้าใจผิดเข้าใจไม่ครบถ้วนและเข้าใจไม่ตรงกันจนมีผู้ยกเป็นประเด็นว่ารูปแบบการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญน่าจะเป็นการทำลายคุณภาพของการศึกษา
ตัวอย่างของความสับสนจนทำให้ผู้ปกครองและนักเรียนเองก็สงสัยในความดีงามของการเรียนการสอนแบบนี้ ครูบางคนอ้างถึงการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญจึงปล่อยให้ผู้เรียนเรียนตามลำพังจนเกือบจะเรียกว่าตามยถากรรม กิจกรรมหนักไปทางการศึกษาค้นคว้าจากหนังสือและสื่อต่าง ๆ ตามความสนใจจนบางครั้งคล้ายกับไร้ทิศทาง ไร้มาตรฐาน นักเรียนเองพอใจกับการได้ทำกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง สนุก เพลิดเพลิน ได้เรียนรู้หลายด้านนอกจากได้ความรู้ แต่นักเรียนก็เรียกร้องอยากให้ครูช่วยให้คำแนะนำในสิ่งที่ควรรู้ควรเก่งตามมาตรฐานที่ดีงาม อยากให้ครูช่วยแนะนำในสิ่งที่ควรปรับปรุงในผลการทำกิจกรรมเพื่อทวีความรู้ความสามารถ รวมถึงช่วยแนะแนวทิศทางที่นักเรียนแต่ละคนควรขวนขวายพยายามเรียนรู้ให้สอดคล้องกับพื้นฐานความถนัดความสามารถที่แตกต่างกันของแต่ละคน
อาจารย์ดำรง สุวรรณกาญจน์ ครูแห่งชาติจากโรงเรียนยะหาศิรยานุกูล ยะลา ให้ความหมายของการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญไว้ดี ท่านกล่าวว่า เดิมเรามุ่งสอนเด็กโดยการเน้นการท่องจำตามตำรา เด็กจึงไม่ได้เรียนรู้อย่างแท้จริง มองข้ามความสามารถของเด็กไป การเรียนการสอนแนวใหม่นี้ส่งผลให้เด็กเรียนรู้จากการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองมากขึ้น การจัดการเรียนการสอนต้องทำให้สอดคล้องกับความสามารถของเด็กแต่ละคน อาจารย์ดำรงสอนวิทยาศาสตร์โดยนำเอาตัวอย่างของจริงที่เห็นได้ในชีวิตประจำวันมาอิงกับทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ในตำราเรียน แล้วให้เขา ออกแบบการทดลองและปฏิบัติจริง ในการสอนจะเน้นให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น ใช้จินตนาการของตนให้มาก อาจารย์ดำรงเชื่อว่าความสามารถของเด็กไทยไม่ได้แพ้เด็กต่างชาติเลย เพียงแต่เราสอนเด็กโดยเน้นทฤษฎีมากเกินไป ทำให้นักเรียนขาดทักษะในการใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์
ผมคิดว่าถ้าครูจะจัดการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญให้ได้ผลสูงสุด ครูคงจะต้องปรับเปลี่ยนความเชื่อ ความคิดและวิธีปฏิบัติบางประการ จากความคิดเดิมเป็นความคิดใหม่
ประการที่ 1 : ความคิดเดิม ครูมองความสำเร็จของการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ
มุ่งไปที่การดูว่าครูมีวิธีสอนที่ทำให้เด็กมีกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายเน้นการคิดเอง
ปฏิบัติเอง ของเด็ก
ความคิดใหม่ ความสำเร็จของการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญอยู่ที่ผลลัพธ์ของผู้เรียนถ้า
ผู้เรียนรายบุคคลทุกคนมีผลการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ครบถ้วนตามมาตรฐานความมุ่งหมายของหลักสูตรแม้ผู้เรียนจะมีความแตกต่างกันในพื้นฐานความสามารถและความสนใจ
แต่ครูมีฝีมือทำให้ผู้เรียนทุกคนบรรลุผลการเรียนรู้ที่พึงปรารถนาได้
ซึ่งแน่นอนว่าผลลัพธ์เช่นนี้จะต้องเกิดจากฝีมือในการจัดกระบวนการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญนั่นเอง
ประการที่สอง
: ความคิดเดิม เชื่อว่าผู้เรียนมีความสามารถต่างกันจึงมีผลการเรียนรู้ได้ไม่เท่ากัน
เข้าทำนองคนเก่งเท่านั้นจึงเรียนดี
คนอ่อนเรียนไม่ดี
ความคิดใหม่
ผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้
ได้เท่ากันถ้าครูจัดวิธีการเรียนให้เหมาะกับความสามารถของเขา
ข้อสำคัญสิ่งที่กำหนดในหลักสูตรแต่ละวิชาล้วนเป็นมาตรฐานผลการเรียนรู้ที่นักพัฒนาหลักสูตรมุ่งให้บังเกิดกับผู้เรียนทุกคนไม่เคย
มีข้อยกเว้นว่า
หลักสูตรที่เขียนนั้นเด็กบางคนที่เก่งเรียนได้
เด็กที่ไม่เก่งเรียนไม่ได้
ประการที่สาม :
ความคิดเดิม ผู้เรียนเรียนรู้จากการอ่าน
การฟัง การฝึก และการจดจำ
ความคิดใหม่ ผู้เรียนเรียนรู้จากการได้รับประสบการณ์จากแหล่งต่าง
ๆ เช่น ได้จากการสังเกต
รับรู้ข้อมูล
จากกระบวนการคิดกำหนดเป้าหมายความรู้ความสามารถ
ที่มีแรงจูงใจอยากได้ อยากรู้
อยากเห็น
แล้ววางแผนแสวงหาคำตอบจากแหล่งความรู้ต่าง
ๆ จากการค้นคว้า
จากการทดลองปฏิบัติ
จากการสอบถามผู้รู้
จากการวิเคราะห์สิ่งที่รับรู้
จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเพื่อน
รับข้อมูลสะท้อนยืนยันความถูกต้องจากครู
จนสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ของตนเอง
ประการที่สี่ :
ความคิดเดิม ผลการเรียน
คือ
ความรู้ที่แสดงออกด้วยการจดจำความจริง
กฎ เกณฑ์ต่าง ๆ ที่เป็นเนื้อหา
ความคิดใหม่ ผลการเรียน
คือความสมดุลของความรู้ ความคิด
ความสามารถในการวิเคราะห์สังเคราะห์
ประยุกต์ใช้ความรู้
ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่
ๆ
มีเครื่องมือวิธีการหาความรู้ปรับเปลี่ยนได้ด้วยตนเองรวมถึงการมีเจตคติ
ค่านิยม ความเชื่อที่เหมาะสม
ประการที่ห้า :
ความคิดเดิม ครูมีกระบวนการสอนที่เป็นมาตรฐานตายตัวใช้กับผู้เรียนทุกคน
เช่น มีขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
ขั้นให้ความคิดรวบยอดหลักการ
ขั้นขยายความรู้ ขั้นฝึกปฏิบัติ
ขั้นสรุป
ความคิดใหม่ ครูรู้จักจุดเด่นจุดอ่อนของผู้เรียนรายบุคคลจากการประเมินก่อนสอน
ครูออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ให้เหมาะกับจุดเด่นจุดอ่อน
ใช้กระบวนการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นหลากหลาย
เพราะสิ่งที่เรียนยากนั้นถ้าผ่านทางกระบวนการเรียนรู้จากของจริง
ปฏิบัติจริงเป็นขั้นตอนจากง่ายไปหายาก
ผู้เรียนจะเรียนได้สะดวกขึ้น
มีการจัดกลุ่มผู้เรียนที่สอดคล้องกับความสามารถ
ปรับเวลาให้ยืดหยุ่นสำหรับผู้เรียนช้า
ผ่านเครื่องมือช่วยการเรียนรู้
เช่น
สื่อการเรียนด้วยตนเองและเทคโนโลยีช่วยเรียนที่หลากหลาย
จะสนองผู้เรียนที่แตกต่างกันได้ดี
ไม่เกิดปรากฏการณ์ที่สอนให้เด็กปานกลางเรียนได้
เด็กเก่งแต่เบื่อหน่าย
และเด็กอ่อนเรียนไม่ได้เลย
ประการที่หก : ความคิดเดิม
ปล่อยให้เด็กทำกิจกรรมเรียนรู้ตามลำพัง
ครูอำนวยความสะดวกจัดสื่อจัดแหล่งการเรียนรู้
ความคิดใหม่ ครูทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงหรือโค้ช
(Coach) ให้คำแนะนำใกล้ชิด
ร่วมวางแผนโดยยึดมาตรฐานการเรียนรู้ที่ควรได้รับ
แนะนำให้เด็กเข้าใจจุดอ่อนจุดแข็งของตน
ให้เรียนรู้ด้วยวิธีที่เด็กถนัด
คอยติดตามผลการทำกิจกรรม
ให้ความเห็นป้อนกลับ (Feedback)
ให้เด็กมั่นใจในผลลัพธ์ที่ถูกต้อง
ให้ปรับปรุงในสิ่งที่ยังด้อย
เสริมความรู้ให้ครบตามมาตรฐาน
ให้คำปรึกษาเมื่อเด็กพบปัญหาอุปสรรค
และกระตุ้นให้กำลังใจในความเพียรพยายามให้กล้าคิดกล้าลองแสวงหาความรู้ที่เขาสนใจ
ประการที่เจ็ด
: ความคิดเดิม การวัดผลประเมินผลมีจุดอ่อนในการยึดเพียงเนื้อหาตามตำรา
มีจุดอ่อนที่ใช้เครื่องมือวัดผลที่จำกัดความคิดของเด็ก
เช่น
ใช้ข้อสอบแบบเลือกตอบที่วัดความรู้ความจำผิวเผิน
มีจุดอ่อนที่วัดผลประเมินผลน้อยครั้ง
วัดและประเมินเพียงเพื่อตัดสินผลการเรียน
ความคิดใหม่ เน้นการติดตามผลการเรียนรู้ของเด็กเป็นรายบุคคลตลอดเวลาเพื่อระบุสิ่งที่ยังบกพร่องแล้วช่วยให้มีการปรับปรุงแก้ไขให้ได้ผลการเรียนรู้ครบถ้วน
วัดครอบคลุมความรู้ความสามารถตามมาตรฐานผลการเรียนรู้ที่ดี
ใช้วิธีการวัดการประเมินหลายอย่างทั้งการประเมินจาก
พฤติกรรมการปฏิบัติ
ประเมินจากผลงาน
ประเมินจากการใช้ข้อสอบที่เน้นการเขียนตอบแสดงความคิดวิเคราะห์
สังเคราะห์อย่างกว้างขวาง
ใช้ผลการวัดการประเมินเพื่อการพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ครบถ้วนตามมาตรฐาน
บทสรุป
หัวใจสำคัญของความสำเร็จของการจัดการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญอยู่ที่ความเป็นครูมืออาชีพที่มุ่งมั่นคิดค้น แสวงหาวิธีการต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ผู้เรียนทุกคนมีความสำเร็จในการเรียนรู้เต็มศักยภาพ ครบถ้วนตามมาตรฐาน โดยใช้พื้นฐานความรักความเมตตาที่ครูมีต่อผู้เรียนทุกคนอย่างแท้จริง
24 พฤษภาคม 2544
Copyright
@2001 Ministry of Education, THAILAND.
ที่มาของข้อมูล : ดร.สงบ
ลักษณะ
รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
รวบรวม จัดเตรียมข้อมูล พัฒนา
และนำเสนอ : นางสายพิณ
เชื้อน้อย (10 ส.ค. 2544)
หน่วยงาน :
กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ
ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ.
โทร. 281-9809 , 628-5643 โทรสาร 281-8218
ติดต่อผู้ดูแลระบบ
: website@emisc.moe.go.th
![]()