
IT เพื่อการศึกษาในประเทศสิงคโปร์
ผู้เขียนได้มีโอกาสไปฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการศึกษาและศึกษาดูงานที่ประเทศสิงคโปร์เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 11-22 กันยายน 2543 นี้ ตามโครงการฝึกอบรมที่ดำเนินการภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างหน่วยงานข้าราชการพลเรือนไทย-สิงคโปร์ (Singapore-Thailand Civil Service Exchange Programme : CSEP) ประสบการณ์ด้าน IT เพื่อการศึกษาของประเทศสิงคโปร์ที่ได้รับรู้มาครั้งนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจ ที่ผู้เขียนพร้อมจะเล่าสู่กันฟัง เพื่อครู อาจารย์ นักการศึกษา และผู้สนใจทั่วไป ได้รับทราบ และนำไปพัฒนา IT เพื่อการศึกษาของประเทศไทย ต่อไป
พันธกิจ และวิสัยทัศน์ ทางการศึกษาของสิงคโปร์ สิงคโปร์ได้ให้ความสนใจ และทุ่มงบประมาณสนับสนุน ในด้านการศึกษาเป็นจำนวนมาก ในปีงบประมาณ 2541 งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการที่ได้รับสูงถึง 5,732 ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือ 137,568 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดเงินที่สูงมาก นอกจากนั้นกระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ได้กำหนดพันธกิจ และวิสัยทัศน์ด้านการจัดการศึกษาของประเทศดังนี้ พันธกิจ (Mission) : Moulding the future of Our nation เป็นการหล่อหลอมประชากรของชาติเพื่อการพัฒนาชาติในอนาคต วิสัยทัศน์ (Vision) : Thinking Schools, Learning Nation เป็นการพัฒนาทักษะความคิดเชิงสร้างสรรค์ และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องให้กับคนในชาติ จากพันธกิจ และ วิสัยทัศน์ทางการศึกษาของประเทศ และประกอบกับความมุ่งมั่นในการที่จะนำ IT มาพัฒนาในด้านการศึกษา ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี MR.Goh Chok Tong ได้เคยกล่าวถึงคุณประโยชน์ของการใช้ IT ดังนี้ " Computers are changing the way we work and the way we live We will use IT to encourage students to learn more independently, to learn activity. " จึงได้มีการกำหนดแผนแม่บท IT ด้านการศึกษาขึ้น ซึ่งแผนแม่บทนี้มีบทบาทสำคัญมากในการพัฒนาให้ประเทศเล็ก ๆ อย่างสิงคโปร์เป็นเกาะอัจฉริยะตามสมยานามที่ตั้งไว้ได้ แผนแม่บท IT ด้านการศึกษา (Masterplan for IT in Education) กระทรวงศึกษาธิการ สิงคโปร์ ได้กำหนดแผนแม่บท IT ด้านการศึกษา พ.ศ. 2540-2545 (ค.ศ. 1997-2002) เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ และจุดประสงค์ของแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา (Goals of Masterplan) มี 4 ประการ ดังนี้
จากจุดประสงค์หลักทั้ง 4 ประการ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในลักษณะของนามธรรม ได้มีการนำมากำหนดให้อยู่ในรูปแบบของการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งได้กำหนดเป็นมิติที่สำคัญ 4 ด้าน (4 Key Dimensions of the Masterplan) ดังนี้ 1. หลักสูตรและการประเมินผล (Curriculum & Assessment) 2. ทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้ ( Learning Resources) 3. การพัฒนาครู (Teacher Development) 4. โครงสร้างพื้นฐานทากายภาพและเทคโนโลยี ( Physical & Technological Infrastructure) 1. หลักสูตรและการประเมินผล (Curriculum & Assessment) 1.1 ปรับหลักสูตรให้มีความสอดคล้อง และสมดุลย์ระหว่าง - การเรียนรู้ข้อเท็จจริง (Factual Knowledge) - การเข้าใจหลักแนวคิด และวิธีการ (Mastery of Concept) - การเพิ่มทักษะในหลายด้าน (Skills) 1.2 ส่งเสริมให้นักเรียนมีความใฝ่รู้ และสามารถเรียนรู้อย่างอิสระด้วยตนเองมากขึ้น 1.3 การวัดผลการศึกษาจะต้องสามารถวัดการประยุกต์ใช้สารสนเทศ ความคิดสร้างสรรค์ และการติดต่อสื่อสารบนเครือข่ายได้ 2. ทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้ (Learning Resources) 2.1 จัดหาและกระตุ้นให้มีการพัฒนาซอฟท์แวร์ด้านการศึกษาที่สอดคล้องกับเนื้อหาในหลักสูตร 2.2 จัดสรรให้มีการใช้อินเทอร์เน็ท เป็นทรัพยากรหนึ่งในการเรียนการสอน 2.3 จัดระบบการบริการส่งซอฟต์แวร์ ให้สถานศึกษา เพื่อให้เกิดความสะดวกและความรวดเร็วในการใช้งานของสถานศึกษา 3. การพัฒนาครู (Teacher Development) 3.1 จัดฝึกอบรมครูทุกคนให้รู้จักการนำ IT ไปใช้ในการสอน 3.2 ฝึกอบรมผู้ที่จะเป็นครูให้มีความรู้พื้นฐานในการนำ IT ไปใช้ในการสอน 3.3 เชิญชวนให้สถาบันการศึกษาระดับสูงและภาคอุตสาหกรรมมีส่วนร่วมกับสถานศึกษาในการพัฒนาการศึกษา 4. โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและเทคโนโลยี (Physical & Technological Infrastructure) 4.1 จัดหาคอมพิวเตอร์ให้นักเรียนใช้งานในสถานศึกษา โดยกำหนดอัตราส่วนของนักเรียนต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็น 2 : 1 4.2 ดำเนินการจัดให้สถานศึกษามีเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพียงพอที่จะบริการให้นักเรียนสามารถเข้าไปสืบค้นข้อมูลได้ 4.3 ดำเนินการจัดหาคอมพิวเตอร์ ประเภท Notebook ให้ครูได้ใช้งานในสถานศึกษา โดยกำหนดอัตราส่วนของครู : เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็น 2: 1 4.4 ดำเนินการจัดสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในสถานศึกษา และเชื่อมต่อเครือข่ายกันทุกสถานศึกษาได้ โดยผ่านเครือข่ายพื้นที่กว้าง (WAN) พร้อมทั้งเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายความเร็วสูงของประเทศ ที่มีชื่อเรียกว่า Singapore ONE เพื่อให้สามารถบริการสื่อมัลติมีเดีย ผ่านทางเครือข่ายนี้ให้สถานศึกษาทุกแห่งได้ แผนแม่บท IT เพื่อการศึกษานี้ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 (ค.ศ.1997) และการนำแผนแม่บท IT นี้ไปสู่การปฏิบัติสถานศึกษานั้น ได้ดำเนินการเป็น 3 ระยะด้วยกัน
ระยะที่ 1 ปี พ.ศ. 2540 (ค.ศ.1997)
มีสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการ 22
แห่ง สถานศึกษาที่เข้าร่วมตามโครงการในแต่ละระยะ จะได้รับการสนับสนุนด้าน IT จากกระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ จนกระทั่งสิ้นสุดแผนแม่บทนี้คือ พ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002) และสิ่งหลักๆที่สถานศึกษาเหล่านี้จะได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนจากทางกระทรวงศึกษาธิการมีดังนี้ 1. ด้าน Hardware
-
ได้รับสนับสนุนเครื่องคอมพิวเตอร์จนครบตามอัตราส่วน
ของนักเรียน
ต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็น 2 : 1 2. ด้าน Software
-
ได้รับสื่อการเรียนการสอนในรูปของ
CD-ROM
เพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอน
ทางกระทรวงศึกษาธิการไม่มุ่งหวังให้ครูผลิตสื่อดังกล่าวเอง
เพราะคำนึงถึงคุณภาพของสื่อและตระหนักดีว่าครูไม่มีเวลาว่างพอที่จะผลิตสื่อ
เนื่องจากต้องทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ในการสอน 3. การฝึกอบรม ครู/อาจารย์ให้มีความรู้ความสามารถในด้านการ
- ใช้ Hardware และ Software 4. กระทรวงศึกษาธิการจะกำหนดและจัดทำมาตรฐานของห้องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆให้สถานศึกษานำไปปฏิบัติ เช่น
- รูปแบบของโต๊ะคอมพิวเตอร์
พร้อมทั้งกำหนดแบบแปลนการจัดห้องคอมพิวเตอร์
ในแต่ละประเภท ทั้งแบบ Full-laboratory และ
Half-laboratory กระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ได้คาดหวังว่าเมื่อสิ้นสุดการดำเนินงานตามแผนแม่บทITเพื่อ การศึกษานี้แล้ว (พ.ศ.2545) IT เพื่อการศึกษาในสถานศึกษาทุกแห่งของประเทศสิงคโปร์ น่าจะมีรูปแบบเป็นที่น่าพอใจ โดยมีรูปแบบหลักๆ ดังนี้
-
การเรียนการสอนในสถานศึกษาทุกแห่งจะมีการใช้
มัลติมีเดีย
เครือข่ายอินเทอร์เน็ต และ Digitised Media
Resources
มาใช้ในการเรียนการสอนวิชาต่าง
ๆ อย่างแพร่หลาย เหลียวหลังมอง IT เพื่อการศึกษาของไทย การพัฒนา IT เพื่อการศึกษาของไทย เป็นประเด็นที่วงการศึกษาของเรามีความตื่นตัวและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่สภาพโดยรวมของการพัฒนา IT เพื่อการศึกษาในขณะนี้ ยังค่อนข้างจะเป็นไปได้ช้า เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ สถานศึกษาของไทยที่มีการพัฒนาด้าน IT และนำ IT มาใช้ในการศึกษาแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสถานศึกษาในเมืองที่มีความพร้อมเท่านั้น ซึ่งมีจำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบกับจำนวนสถานศึกษาทั้งหมด ส่วนสถานศึกษาที่อยู่ในชนบทห่างไกลหลายแห่งยังขาดแคลนเครื่องคอมพิวเตอร์ และบางแห่งอาจจะยังไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้งานในโรงเรียนด้วย ดังนั้นอัตราส่วนของนักเรียน หรือ ของครู ต่อ จำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ ในสถานศึกษาของเราขณะนี้ในภาพรวม คงจะห่างไกลจากอัตราส่วนของสิงคโปร์อีกมาก นอกจากนั้นขนาดของประเทศและจำนวนสถานศึกษาของเราก็มีมากถึง 55,486 แห่ง จึงเป็นส่วนต่างที่ชัดเจนมากทางกายภาพเมื่อเทียบกับสิงคโปร์ซึ่งมีสถานศึกษาเพียง 363 แห่ง เท่านั้น จากหลายๆสาเหตุข้างต้นนี้ การพัฒนาสถานศึกษาส่วนใหญ่ของเราที่จะทำให้มีความพร้อมและทัดเทียมกันทางด้าน IT เหมือนกับสถานศึกษาทุกแห่งของสิงคโปร์ นั้น คงจะเป็นภาระกิจหนักที่กระทรวงศึกษาธิการของไทยจะต้องรีบเร่งดำเนินการในขณะนี้ ถึงแม้ว่าภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการฟื้นตัวก็ตาม เราก็ต้องรีบดำเนินการ เนื่องจากการพัฒนาด้านการศึกษาเป็นการพัฒนาคุณภาพของคนในชาติ จะปล่อยให้มีการชลอตัวหรือย่ำอยู่กับที่นานๆโดยขาดการพัฒนานั้นคงจะไม่เกิดผลดีกับประเทศชาติแน่นอน นอกจากความแตกต่างทางด้านกายภาพของทั้งไทยและสิงคโปร์ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ผู้เขียนมีความเห็นว่า IT เพื่อการศึกษาของทั้งสองประเทศมีแนวคิดและการนำไปปฏิบัติที่แตกต่างกันมากบ้างน้อยบ้างในบางประเด็น ซึ่งจะขอนำเสนอบางประเด็นที่น่าสนใจ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนา IT เพื่อการศึกษาของเราต่อไปดังนี้ 1. แผนแม่บท IT เพื่อการศึกษาของสิงคโปร์ มีแผนในการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมค่อนข้างจะชัดเจนมาก ทั้ง การพัฒนาครู การจัดโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี หลักสูตร และการพัฒนาสื่อเพื่อการเรียนการสอน มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานเป็นระยะๆ พร้อมทั้งมีงบประมาณสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้การพัฒนาด้าน IT เป็นไปตามแผน ส่วนแผนแม่บท IT เพื่อการศึกษาของไทยก็มีแผนในการดำเนินการเช่นกัน แต่ความเป็นรูปธรรมของแผนที่จะนำไปสู่การปฏิบัตินั้นยังไม่ชัดเจนเพียงพอ ประกอบกับสถานศึกษาของเรามีเป็นจำนวนมากอยู่กระจายกันหลายกรม งบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนมีจำกัดและไม่ต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินงานตามแผน นอกจากนั้นแผนงานส่วนใหญ่จะเน้นในด้านการนำ IT มาใช้ในด้านการบริหารงาน (MIS) มากกว่าการนำ IT มาใช้ในการเรียนการสอน ซึ่งเป็นงานหลักของการศึกษา 2. การพัฒนา IT เพื่อการศึกษาของไทย ขาดความต่อเนื่องในการพัฒนางาน เนื่องจากวิกฤตการทางเศรษฐกิจของประเทศในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดความชะลอตัวของการพัฒนางานด้าน IT เพื่อการศึกษาไปบ้าง แต่สิงคโปร์เป็นประเทศที่ค่อนข้างจะมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจสูง จึงได้รับผลกระทบในเรื่องนี้น้อยมาก ดังนั้น ความต่อเนื่องในการพัฒนา IT ทั้งทางด้าน ฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ ครู/อาจารย์ และโครงสร้างพื้นฐาน ไม่มีการหยุดชะงักหรือชะลอตัวเหมือนของไทย 3. การพัฒนา ครู/อาจารย์ ให้มีความรู้ทางด้าน IT นั้นส่วนใหญ่ของไทยจะพัฒนาให้ครู/อาจารย์มีความรู้พื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์ และโปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐาน เช่น Word Processing Spreadsheet และ Database เป็นต้น แต่การฝึกอบรมให้ครู/อาจารย์นำ IT ไปใช้ในการสอนวิชาต่างๆนั้น ของเรายังดำเนินการค่อนข้างน้อย ซึ่งจะต่างจากของสิงคโปร์ในขณะนี้ที่มุ่งเน้นฝึกอบรมครู/อาจารย์ ให้สามารถนำ IT ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนใน 4 วิชาหลัก (Core Subjects) คือ วิชาภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา นอกจากนั้นยังพบเห็นสถานศึกษาของสิงคโปร์หลาย ๆ แห่ง นำ IT ไปใช้ในการสอนวิชาศิลปะ ดนตรี และพลศึกษา ด้วย 4. การสนับสนุนครู/อาจารย์ ในการใช้งานคอมพิวเตอร์ สิงคโปร์ได้กำหนดในแผนแม่บท IT เพื่อการศึกษาว่าจะดำเนินการจัดหาคอมพิวเตอร์ ประเภท Notebook ให้ครูได้ใช้งานในสถานศึกษา โดยมีอัตราส่วน ครู : คอมพิวเตอร์ เป็น 2:1 เพื่อครูจะได้ใช้คอมพิวเตอร์ในการเตรียมการสอน หรือนำไปใช้ในการเรียนการสอนในห้องเรียน นอกจากนั้นยังมีนโยบายที่มอบให้สถานศึกษานำไปปฏิบัติ คือ การสนับสนุนให้ครู/อาจารย์ส่วนใหญ่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นของส่วนตัวเพื่อการใช้งานคนละ 1 เครื่อง โดยจะมีทุนให้ครู/อาจารย์กู้ยืมเฉพาะการนี้ ไม่มีการคิดดอกเบี้ยกู้ยืมและสามารถซื้อได้ในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดด้วย การสนับสนุนนี้เพื่อประสงค์จะให้ครู/อาจารย์ทุกคนสามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้ เพราะทางรัฐบาลมีความเห็นว่า หากครูไม่มีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์แล้วการนำคอมพิวเตอร์ไปใช้ในการเรียนการสอนคงจะไม่เกิดขึ้นหรือหากเกิดขึ้นก็คงเป็นไปได้ช้ามาก ประเด็นนี้เป็นแนวคิดที่น่าสนใจที่หน่วยงานซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของไทย น่าจะนำไปประยุกต์ใช้ ซึ่งคงจะดีกว่าจะสนับสนุนให้ครู/อาจารย์ กู้ยืมเงินเพื่อนำไปซื้อของฟุ่มเฟือยอื่น ๆ 5. การสนับสนุนสื่อการเรียนการสอนเพื่อให้ครู/อาจารย์นำไปใช้สอนนักเรียน การสนับสนุนให้มีหน่วยงานในการผลิตสื่อการเรียนการสอน แล้วกระจายสื่อดังกล่าวไปยังสถานศึกษา นั้นเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่สนับสนุนให้ครูอาจารย์ใช้สื่อด้าน ITในการสอนนักเรียน ของไทยเรายังมีการสนับสนุนในส่วนนี้ค่อนข้างน้อยในปัจจุบัน แต่ของสิงคโปร์มีหน่วยงาน Educational Technology Division (ETD) จะรับผิดชอบผลิตสื่อการเรียนการสอน และฝึกอบรมครู/อาจารย์ ในการใช้สื่อการเรียนการสอนต่างๆด้วย และประเภทของสื่อที่นิยมผลิตในขณะนี้จะเป็นมัลติมีเดีย ที่อยู่ในรูปแบบของ CD-ROM ซึ่งมีความกระทัดรัด สะดวกในการใช้งาน และราคาต่อแผ่นก็ไม่สูงมากนักเมื่อมีการผลิตเป็นจำนวนมาก และสื่อประเภทนี้ในบางรายวิชาทาง ETD ก็ไม่จำเป็นต้องผลิตเอง เพราะในท้องตลาดขณะนี้มีบริษัทเอกชนทั้งของในประเทศและต่างประเทศได้ผลิตสื่อในวิชาต่างๆมากมายจำหน่าย และทางETDก็จะประเมินและคัดเลือกสื่อเหล่านี้ที่มีคุณภาพดี แล้วดำเนินการจัดซื้อลิขสิทธิ์ของสื่อเป็นลิขสิทธิ์ระดับชาติ (National Licence) เพื่อแจกจ่ายให้สถานศึกษาใช้ได้อย่างถูกกฎหมาย และคำบรรยายของสื่อในท้องตลาดเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษซึ่งก็เป็นภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอนของสถานศึกษาในสิงคโปร์อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องนำมาแปลภาษาอีกครั้ง ส่วนนี้จะต่างจากของไทยที่สื่อส่วนใหญ่ที่ใช้ในการเรียนการสอนยังคงต้องเป็นภาษาไทย IT เพื่อการศึกษาของประเทศสิงคโปร์ ที่ได้พบเห็น และนำเสนอมานี้คงจะเป็นกรณีศึกษา (Case Study) ให้ ครู อาจารย์ และนักการศึกษาของไทย ได้รับทราบและนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับการจัดการศึกษาของไทย โดยเฉพาะการปฏิรูปการศึกษาของไทยที่กำลังดำเนินการ และจะเกิดผลชัดเจนในปี พ.ศ. 2545 นี้ ซึ่งจะมีเขตพื้นที่การศึกษา ที่มีความกระทัดรัด มีการบริหารที่เบ็ดเสร็จและครบวงจร และหากมีการนำ IT ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมทั้งด้านการบริหารงานและการเรียนการสอน ในสถานศึกษาภายในเขตพื้นที่การศึกษาแต่ละแห่งแล้ว คงมีความหวังที่จะได้เห็นการปฏิรูปการศึกษาสามารถนำมาซึ่งการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาของไทยในอนาคตอันใกล้นี้ได้ * นักวิชาการศึกษา 8 ว ศูนย์สารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ เอกสารอ่านประกอบ กระทรวงศึกษาธิการ. แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศของกระทรวงศึกษาธิการ(พ.ศ.2543-2545). พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ และคณะ. รายงานการวิจัยนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาของประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2543. Masterplan for IT in Education-Summary, Singapore. http://www.moe.edu.sg/iteducationn/masterplan/summary0.htm Ministry of Education, Singapore. Learning to Think Thinking to Learn, Singapore : Octogram Design Pte Ltd., 1997. |
|||||
| Copyright @2000 Ministry of Education, THAILAND. ที่มาของข้อมูล : นายเสถียร อุสาหะ รวบรวม จัดเตรียมข้อมูล พัฒนา และนำเสนอ : น.ส.นิภา แย้มวจี (10 ม.ค. 2544) หน่วยงาน : กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ. โทร. 281-9809 , 628-5643 โทรสาร 281-8218 ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@emisc.moe.go.th |
|||||