ban_singapo01.jpg (4948 bytes)

IT เพื่อการศึกษาในประเทศสิงคโปร์

เสถียร อุสาหะ*

          เมื่อกล่าวถึงประเทศสิงคโปร์ หลาย ๆ คนจะนึกถึงความก้าวหน้าในหลาย ๆ ด้านของประเทศนี้ เช่น ด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและการศึกษา เป็นต้น ประเทศนี้เป็นเพียงเกาะเล็ก ๆ มีเนื้อที่ทั้งหมด 647.5 ตารางกิโลเมตร ซึ่งมีขนาดใก้ลเคียงกับเกาะภูเก็ต (543.03 ตารางกิโลเมตร) ของเราประชากรของสิงคโปร์มีประมาณ 3,893,700 คน (เมื่อปี พ.ศ. 2542) เป็นคนเชื้อสาย จีน 76.9% มาเลย์ 14.0% อินเดีย 7.7% และเชื้อสายอื่น ๆ อีก 1.4% แต่ความเล็กของประเทศนี้ จัดได้ว่าเป็นประเภทจิ๋วแต่แจ๋ว ในหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น อเมริกา ญี่ปุ่น และหลาย ๆ ชาติในยุโรปให้ความสนใจและศึกษาถึงความสำเร็จของประเทศนี้ โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology : IT) สิงคโปร์มีความมั่นใจที่จะเรียกประเทศของตนว่าเป็นเกาะอัจฉริยะ (Intelligence Island) เนื่องจากความก้าวหน้าของประเทศในด้าน IT นั่นเอง ประเทศไทยของเราก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีความสนใจด้าน IT และมุ่งหวังที่จะใช้ IT ในการพัฒนาประเทศ ดังนั้นการศึกษาความสำเร็จด้าน IT ของประเทศสิงคโปร์จึงเป็นสิ่งที่ประเทศเราควรให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง

singapo01.jpg (12250 bytes)

singapo02.jpg (21502 bytes)

     ผู้เขียนได้มีโอกาสไปฝึกอบรมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการศึกษาและศึกษาดูงานที่ประเทศสิงคโปร์เป็นเวลา 2 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 11-22 กันยายน 2543 นี้ ตามโครงการฝึกอบรมที่ดำเนินการภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างหน่วยงานข้าราชการพลเรือนไทย-สิงคโปร์ (Singapore-Thailand Civil Service Exchange Programme : CSEP) ประสบการณ์ด้าน IT เพื่อการศึกษาของประเทศสิงคโปร์ที่ได้รับรู้มาครั้งนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจ ที่ผู้เขียนพร้อมจะเล่าสู่กันฟัง เพื่อครู อาจารย์ นักการศึกษา และผู้สนใจทั่วไป ได้รับทราบ และนำไปพัฒนา IT เพื่อการศึกษาของประเทศไทย ต่อไป

singapo03.jpg (22573 bytes)
          singapo04.jpg (22102 bytes)

พันธกิจ และวิสัยทัศน์ ทางการศึกษาของสิงคโปร์

          สิงคโปร์ได้ให้ความสนใจ และทุ่มงบประมาณสนับสนุน ในด้านการศึกษาเป็นจำนวนมาก    ในปีงบประมาณ 2541 งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการที่ได้รับสูงถึง 5,732 ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือ 137,568 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดเงินที่สูงมาก นอกจากนั้นกระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ได้กำหนดพันธกิจ และวิสัยทัศน์ด้านการจัดการศึกษาของประเทศดังนี้

          พันธกิจ (Mission) : Moulding the future of Our nation เป็นการหล่อหลอมประชากรของชาติเพื่อการพัฒนาชาติในอนาคต

          วิสัยทัศน์ (Vision) : Thinking Schools, Learning Nation เป็นการพัฒนาทักษะความคิดเชิงสร้างสรรค์ และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องให้กับคนในชาติ

          จากพันธกิจ และ วิสัยทัศน์ทางการศึกษาของประเทศ และประกอบกับความมุ่งมั่นในการที่จะนำ IT มาพัฒนาในด้านการศึกษา ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี MR.Goh Chok Tong ได้เคยกล่าวถึงคุณประโยชน์ของการใช้ IT ดังนี้

          " Computers are changing the way we work and the way we live … We will use IT   to encourage students to learn more independently, to learn activity. "

          จึงได้มีการกำหนดแผนแม่บท IT ด้านการศึกษาขึ้น ซึ่งแผนแม่บทนี้มีบทบาทสำคัญมากในการพัฒนาให้ประเทศเล็ก ๆ อย่างสิงคโปร์เป็นเกาะอัจฉริยะตามสมยานามที่ตั้งไว้ได้

แผนแม่บท IT ด้านการศึกษา (Masterplan for IT in Education)

          กระทรวงศึกษาธิการ สิงคโปร์ ได้กำหนดแผนแม่บท IT ด้านการศึกษา พ.ศ. 2540-2545 (ค.ศ. 1997-2002) เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ และจุดประสงค์ของแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา (Goals of Masterplan) มี 4 ประการ ดังนี้

          4pts01.gif (415 bytes) ส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างโรงเรียนกับโลกรอบด้านเพื่อขยายประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมของการเรียนรู้

          4pts01.gif (415 bytes) เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้ตลอดชีวิต และความรับผิดชอบทางสังคม

          4pts01.gif (415 bytes) ผลักดันกระบวนการนวัตกรรมทางการศึกษา

          4pts01.gif (415 bytes) ส่งเสริมความเป็นเลิศในการบริหารและจัดการการศึกษาเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

          จากจุดประสงค์หลักทั้ง 4 ประการ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในลักษณะของนามธรรม ได้มีการนำมากำหนดให้อยู่ในรูปแบบของการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่งได้กำหนดเป็นมิติที่สำคัญ 4 ด้าน (4 Key Dimensions of the Masterplan) ดังนี้

          1. หลักสูตรและการประเมินผล (Curriculum & Assessment)

          2. ทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้ ( Learning Resources)

          3. การพัฒนาครู (Teacher Development)

         4. โครงสร้างพื้นฐานทากายภาพและเทคโนโลยี ( Physical & Technological  Infrastructure)

          1. หลักสูตรและการประเมินผล (Curriculum & Assessment)

              1.1 ปรับหลักสูตรให้มีความสอดคล้อง และสมดุลย์ระหว่าง

                     - การเรียนรู้ข้อเท็จจริง (Factual Knowledge)

                     - การเข้าใจหลักแนวคิด และวิธีการ (Mastery of Concept)

                     - การเพิ่มทักษะในหลายด้าน (Skills)

              1.2 ส่งเสริมให้นักเรียนมีความใฝ่รู้ และสามารถเรียนรู้อย่างอิสระด้วยตนเองมากขึ้น

              1.3 การวัดผลการศึกษาจะต้องสามารถวัดการประยุกต์ใช้สารสนเทศ ความคิดสร้างสรรค์ และการติดต่อสื่อสารบนเครือข่ายได้

          2. ทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้ (Learning Resources)

              2.1 จัดหาและกระตุ้นให้มีการพัฒนาซอฟท์แวร์ด้านการศึกษาที่สอดคล้องกับเนื้อหาในหลักสูตร

              2.2 จัดสรรให้มีการใช้อินเทอร์เน็ท เป็นทรัพยากรหนึ่งในการเรียนการสอน

              2.3 จัดระบบการบริการส่งซอฟต์แวร์ ให้สถานศึกษา เพื่อให้เกิดความสะดวกและความรวดเร็วในการใช้งานของสถานศึกษา

          3. การพัฒนาครู (Teacher Development)

              3.1 จัดฝึกอบรมครูทุกคนให้รู้จักการนำ IT ไปใช้ในการสอน

              3.2 ฝึกอบรมผู้ที่จะเป็นครูให้มีความรู้พื้นฐานในการนำ IT ไปใช้ในการสอน

              3.3 เชิญชวนให้สถาบันการศึกษาระดับสูงและภาคอุตสาหกรรมมีส่วนร่วมกับสถานศึกษาในการพัฒนาการศึกษา

         4. โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและเทคโนโลยี (Physical & Technological Infrastructure)

               4.1 จัดหาคอมพิวเตอร์ให้นักเรียนใช้งานในสถานศึกษา โดยกำหนดอัตราส่วนของนักเรียนต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็น 2 : 1

               4.2 ดำเนินการจัดให้สถานศึกษามีเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพียงพอที่จะบริการให้นักเรียนสามารถเข้าไปสืบค้นข้อมูลได้

               4.3 ดำเนินการจัดหาคอมพิวเตอร์ ประเภท Notebook ให้ครูได้ใช้งานในสถานศึกษา โดยกำหนดอัตราส่วนของครู : เครื่องคอมพิวเตอร์ เป็น 2: 1

               4.4 ดำเนินการจัดสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในสถานศึกษา และเชื่อมต่อเครือข่ายกันทุกสถานศึกษาได้ โดยผ่านเครือข่ายพื้นที่กว้าง (WAN) พร้อมทั้งเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายความเร็วสูงของประเทศ ที่มีชื่อเรียกว่า Singapore ONE เพื่อให้สามารถบริการสื่อมัลติมีเดีย ผ่านทางเครือข่ายนี้ให้สถานศึกษาทุกแห่งได้

          แผนแม่บท IT เพื่อการศึกษานี้ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 (ค.ศ.1997) และการนำแผนแม่บท IT นี้ไปสู่การปฏิบัติสถานศึกษานั้น ได้ดำเนินการเป็น 3 ระยะด้วยกัน

                    ระยะที่ 1 ปี พ.ศ. 2540 (ค.ศ.1997) มีสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการ 22 แห่ง
                    ระยะที่ 2 ปี พ.ศ. 2541 (ค.ศ.1998) มีสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการ 100 แห่ง
                    ระยะที่ 3 ปี พ.ศ. 2542 (ค.ศ.1999) มีสถานศึกษาเข้าร่วมโครงการ 230 แห่ง

          สถานศึกษาที่เข้าร่วมตามโครงการในแต่ละระยะ จะได้รับการสนับสนุนด้าน IT จากกระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ จนกระทั่งสิ้นสุดแผนแม่บทนี้คือ พ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002) และสิ่งหลักๆที่สถานศึกษาเหล่านี้จะได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนจากทางกระทรวงศึกษาธิการมีดังนี้

                    1. ด้าน Hardware

                        - ได้รับสนับสนุนเครื่องคอมพิวเตอร์จนครบตามอัตราส่วน ของนักเรียน ต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็น 2 : 1
                        - ได้รับเครื่อง VDO Projector ติดตั้งให้ครบทุกห้องเรียน
                        - ได้รับอุปกรณ์ด้าน IT อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

                    2. ด้าน Software

                       - ได้รับสื่อการเรียนการสอนในรูปของ CD-ROM เพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอน ทางกระทรวงศึกษาธิการไม่มุ่งหวังให้ครูผลิตสื่อดังกล่าวเอง เพราะคำนึงถึงคุณภาพของสื่อและตระหนักดีว่าครูไม่มีเวลาว่างพอที่จะผลิตสื่อ เนื่องจากต้องทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ในการสอน
                       - กระทรวงศึกษาธิการจะจัดทำฐานข้อมูลของสื่อการเรียนการสอนที่ได้รับการรับ รองคุณภาพแล้วเผยแพร่บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตให้ครูอาจารย์ได้สืบค้นหาข้อมูลได้

                   3. การฝึกอบรม ครู/อาจารย์ให้มีความรู้ความสามารถในด้านการ

                       - ใช้ Hardware และ Software
                       - นำ IT ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนสิ่งต่าง ๆ
                       - การบริหารจัดการชั้นเรียน เมื่อนำ IT ไปใช้ในการเรียนการสอน

                   4. กระทรวงศึกษาธิการจะกำหนดและจัดทำมาตรฐานของห้องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆให้สถานศึกษานำไปปฏิบัติ เช่น

                      - รูปแบบของโต๊ะคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งกำหนดแบบแปลนการจัดห้องคอมพิวเตอร์ ในแต่ละประเภท ทั้งแบบ Full-laboratory และ Half-laboratory
                      - รูปแบบในการจัดห้องคอมพิวเตอร์
                      - การเดินสายไฟ ภายในห้องคอมพิวเตอร์

          กระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ได้คาดหวังว่าเมื่อสิ้นสุดการดำเนินงานตามแผนแม่บทITเพื่อ การศึกษานี้แล้ว (พ.ศ.2545) IT เพื่อการศึกษาในสถานศึกษาทุกแห่งของประเทศสิงคโปร์ น่าจะมีรูปแบบเป็นที่น่าพอใจ โดยมีรูปแบบหลักๆ  ดังนี้

               - การเรียนการสอนในสถานศึกษาทุกแห่งจะมีการใช้ มัลติมีเดีย เครือข่ายอินเทอร์เน็ต และ Digitised Media Resources มาใช้ในการเรียนการสอนวิชาต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย
              - อัตราส่วนของนักเรียน : เครื่องคอมพิวเตอร์ ในสถานศึกษาโดยเฉลี่ยเป็น อัตราส่วน 2 : 1 สำหรับระดับประถมศึกษา (ในขณะนี้ยังเป็น 6.6:1) และสำหรับ Junior College อัตราส่วนเป็น 1:1(ในขณะนี้ยังเป็น 5:1)
              - มีการนำ IT มาประยุกต์ใช้ในการสอนวิชาต่าง ๆ ประมาณร้อยละ 30 ของวิชาต่าง ๆ ในหลักสูตร (ในขณะนี้ยังมีเพียงร้อยละ 10-14) เป็นต้น

เหลียวหลังมอง IT เพื่อการศึกษาของไทย

          การพัฒนา IT เพื่อการศึกษาของไทย เป็นประเด็นที่วงการศึกษาของเรามีความตื่นตัวและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่สภาพโดยรวมของการพัฒนา IT เพื่อการศึกษาในขณะนี้ ยังค่อนข้างจะเป็นไปได้ช้า เมื่อเทียบกับสิงคโปร์ สถานศึกษาของไทยที่มีการพัฒนาด้าน IT และนำ IT มาใช้ในการศึกษาแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะเป็นสถานศึกษาในเมืองที่มีความพร้อมเท่านั้น ซึ่งมีจำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบกับจำนวนสถานศึกษาทั้งหมด ส่วนสถานศึกษาที่อยู่ในชนบทห่างไกลหลายแห่งยังขาดแคลนเครื่องคอมพิวเตอร์ และบางแห่งอาจจะยังไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้งานในโรงเรียนด้วย ดังนั้นอัตราส่วนของนักเรียน หรือ ของครู ต่อ จำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ ในสถานศึกษาของเราขณะนี้ในภาพรวม คงจะห่างไกลจากอัตราส่วนของสิงคโปร์อีกมาก นอกจากนั้นขนาดของประเทศและจำนวนสถานศึกษาของเราก็มีมากถึง 55,486 แห่ง จึงเป็นส่วนต่างที่ชัดเจนมากทางกายภาพเมื่อเทียบกับสิงคโปร์ซึ่งมีสถานศึกษาเพียง 363 แห่ง เท่านั้น จากหลายๆสาเหตุข้างต้นนี้ การพัฒนาสถานศึกษาส่วนใหญ่ของเราที่จะทำให้มีความพร้อมและทัดเทียมกันทางด้าน IT เหมือนกับสถานศึกษาทุกแห่งของสิงคโปร์ นั้น คงจะเป็นภาระกิจหนักที่กระทรวงศึกษาธิการของไทยจะต้องรีบเร่งดำเนินการในขณะนี้ ถึงแม้ว่าภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการฟื้นตัวก็ตาม เราก็ต้องรีบดำเนินการ เนื่องจากการพัฒนาด้านการศึกษาเป็นการพัฒนาคุณภาพของคนในชาติ จะปล่อยให้มีการชลอตัวหรือย่ำอยู่กับที่นานๆโดยขาดการพัฒนานั้นคงจะไม่เกิดผลดีกับประเทศชาติแน่นอน

          นอกจากความแตกต่างทางด้านกายภาพของทั้งไทยและสิงคโปร์ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ผู้เขียนมีความเห็นว่า IT เพื่อการศึกษาของทั้งสองประเทศมีแนวคิดและการนำไปปฏิบัติที่แตกต่างกันมากบ้างน้อยบ้างในบางประเด็น ซึ่งจะขอนำเสนอบางประเด็นที่น่าสนใจ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนา IT เพื่อการศึกษาของเราต่อไปดังนี้

          1. แผนแม่บท IT เพื่อการศึกษาของสิงคโปร์ มีแผนในการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมค่อนข้างจะชัดเจนมาก ทั้ง การพัฒนาครู การจัดโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี หลักสูตร และการพัฒนาสื่อเพื่อการเรียนการสอน มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานเป็นระยะๆ พร้อมทั้งมีงบประมาณสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้การพัฒนาด้าน IT เป็นไปตามแผน ส่วนแผนแม่บท IT เพื่อการศึกษาของไทยก็มีแผนในการดำเนินการเช่นกัน แต่ความเป็นรูปธรรมของแผนที่จะนำไปสู่การปฏิบัตินั้นยังไม่ชัดเจนเพียงพอ ประกอบกับสถานศึกษาของเรามีเป็นจำนวนมากอยู่กระจายกันหลายกรม งบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนมีจำกัดและไม่ต่อเนื่อง จึงทำให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินงานตามแผน นอกจากนั้นแผนงานส่วนใหญ่จะเน้นในด้านการนำ IT มาใช้ในด้านการบริหารงาน (MIS) มากกว่าการนำ IT มาใช้ในการเรียนการสอน ซึ่งเป็นงานหลักของการศึกษา

          2. การพัฒนา IT เพื่อการศึกษาของไทย ขาดความต่อเนื่องในการพัฒนางาน เนื่องจากวิกฤตการทางเศรษฐกิจของประเทศในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดความชะลอตัวของการพัฒนางานด้าน IT เพื่อการศึกษาไปบ้าง แต่สิงคโปร์เป็นประเทศที่ค่อนข้างจะมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจสูง จึงได้รับผลกระทบในเรื่องนี้น้อยมาก ดังนั้น ความต่อเนื่องในการพัฒนา IT ทั้งทางด้าน ฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ ครู/อาจารย์ และโครงสร้างพื้นฐาน ไม่มีการหยุดชะงักหรือชะลอตัวเหมือนของไทย

          3. การพัฒนา ครู/อาจารย์ ให้มีความรู้ทางด้าน IT นั้นส่วนใหญ่ของไทยจะพัฒนาให้ครู/อาจารย์มีความรู้พื้นฐานในการใช้คอมพิวเตอร์ และโปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐาน เช่น Word Processing Spreadsheet และ Database เป็นต้น แต่การฝึกอบรมให้ครู/อาจารย์นำ IT ไปใช้ในการสอนวิชาต่างๆนั้น ของเรายังดำเนินการค่อนข้างน้อย ซึ่งจะต่างจากของสิงคโปร์ในขณะนี้ที่มุ่งเน้นฝึกอบรมครู/อาจารย์ ให้สามารถนำ IT ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนใน 4 วิชาหลัก (Core Subjects) คือ วิชาภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา นอกจากนั้นยังพบเห็นสถานศึกษาของสิงคโปร์หลาย ๆ แห่ง นำ IT ไปใช้ในการสอนวิชาศิลปะ ดนตรี และพลศึกษา ด้วย

          4. การสนับสนุนครู/อาจารย์ ในการใช้งานคอมพิวเตอร์

              สิงคโปร์ได้กำหนดในแผนแม่บท IT เพื่อการศึกษาว่าจะดำเนินการจัดหาคอมพิวเตอร์ ประเภท Notebook ให้ครูได้ใช้งานในสถานศึกษา โดยมีอัตราส่วน ครู : คอมพิวเตอร์ เป็น 2:1 เพื่อครูจะได้ใช้คอมพิวเตอร์ในการเตรียมการสอน หรือนำไปใช้ในการเรียนการสอนในห้องเรียน นอกจากนั้นยังมีนโยบายที่มอบให้สถานศึกษานำไปปฏิบัติ คือ การสนับสนุนให้ครู/อาจารย์ส่วนใหญ่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นของส่วนตัวเพื่อการใช้งานคนละ 1 เครื่อง โดยจะมีทุนให้ครู/อาจารย์กู้ยืมเฉพาะการนี้ ไม่มีการคิดดอกเบี้ยกู้ยืมและสามารถซื้อได้ในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดด้วย การสนับสนุนนี้เพื่อประสงค์จะให้ครู/อาจารย์ทุกคนสามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้ เพราะทางรัฐบาลมีความเห็นว่า หากครูไม่มีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์แล้วการนำคอมพิวเตอร์ไปใช้ในการเรียนการสอนคงจะไม่เกิดขึ้นหรือหากเกิดขึ้นก็คงเป็นไปได้ช้ามาก ประเด็นนี้เป็นแนวคิดที่น่าสนใจที่หน่วยงานซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาของไทย น่าจะนำไปประยุกต์ใช้ ซึ่งคงจะดีกว่าจะสนับสนุนให้ครู/อาจารย์ กู้ยืมเงินเพื่อนำไปซื้อของฟุ่มเฟือยอื่น ๆ

          5. การสนับสนุนสื่อการเรียนการสอนเพื่อให้ครู/อาจารย์นำไปใช้สอนนักเรียน

              การสนับสนุนให้มีหน่วยงานในการผลิตสื่อการเรียนการสอน แล้วกระจายสื่อดังกล่าวไปยังสถานศึกษา นั้นเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่สนับสนุนให้ครูอาจารย์ใช้สื่อด้าน ITในการสอนนักเรียน ของไทยเรายังมีการสนับสนุนในส่วนนี้ค่อนข้างน้อยในปัจจุบัน แต่ของสิงคโปร์มีหน่วยงาน Educational Technology Division (ETD) จะรับผิดชอบผลิตสื่อการเรียนการสอน และฝึกอบรมครู/อาจารย์ ในการใช้สื่อการเรียนการสอนต่างๆด้วย และประเภทของสื่อที่นิยมผลิตในขณะนี้จะเป็นมัลติมีเดีย ที่อยู่ในรูปแบบของ CD-ROM ซึ่งมีความกระทัดรัด สะดวกในการใช้งาน และราคาต่อแผ่นก็ไม่สูงมากนักเมื่อมีการผลิตเป็นจำนวนมาก และสื่อประเภทนี้ในบางรายวิชาทาง ETD ก็ไม่จำเป็นต้องผลิตเอง เพราะในท้องตลาดขณะนี้มีบริษัทเอกชนทั้งของในประเทศและต่างประเทศได้ผลิตสื่อในวิชาต่างๆมากมายจำหน่าย และทางETDก็จะประเมินและคัดเลือกสื่อเหล่านี้ที่มีคุณภาพดี แล้วดำเนินการจัดซื้อลิขสิทธิ์ของสื่อเป็นลิขสิทธิ์ระดับชาติ (National Licence) เพื่อแจกจ่ายให้สถานศึกษาใช้ได้อย่างถูกกฎหมาย และคำบรรยายของสื่อในท้องตลาดเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษซึ่งก็เป็นภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอนของสถานศึกษาในสิงคโปร์อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องนำมาแปลภาษาอีกครั้ง ส่วนนี้จะต่างจากของไทยที่สื่อส่วนใหญ่ที่ใช้ในการเรียนการสอนยังคงต้องเป็นภาษาไทย

               IT เพื่อการศึกษาของประเทศสิงคโปร์ ที่ได้พบเห็น และนำเสนอมานี้คงจะเป็นกรณีศึกษา (Case Study) ให้ ครู อาจารย์ และนักการศึกษาของไทย ได้รับทราบและนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับการจัดการศึกษาของไทย โดยเฉพาะการปฏิรูปการศึกษาของไทยที่กำลังดำเนินการ และจะเกิดผลชัดเจนในปี พ.ศ. 2545 นี้ ซึ่งจะมีเขตพื้นที่การศึกษา ที่มีความกระทัดรัด มีการบริหารที่เบ็ดเสร็จและครบวงจร และหากมีการนำ IT ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมทั้งด้านการบริหารงานและการเรียนการสอน ในสถานศึกษาภายในเขตพื้นที่การศึกษาแต่ละแห่งแล้ว คงมีความหวังที่จะได้เห็นการปฏิรูปการศึกษาสามารถนำมาซึ่งการเสริมสร้างประสิทธิภาพในการจัดการศึกษาของไทยในอนาคตอันใกล้นี้ได้


* นักวิชาการศึกษา 8 ว ศูนย์สารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ

เอกสารอ่านประกอบ

กระทรวงศึกษาธิการ. แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศของกระทรวงศึกษาธิการ(พ.ศ.2543-2545).

พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ และคณะ. รายงานการวิจัยนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาของประเทศไทย, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2543.

Masterplan for IT in Education-Summary, Singapore.

http://www.moe.edu.sg/iteducationn/masterplan/summary0.htm

Ministry of Education, Singapore. Learning to Think Thinking to Learn, Singapore : Octogram Design Pte Ltd., 1997.

vinebar.gif (2131 bytes)
Copyright @2000  Ministry of Education, THAILAND.
ที่มาของข้อมูล :
นายเสถียร   อุสาหะ
รวบรวม จัดเตรียมข้อมูล  พัฒนา และนำเสนอ : น.ส.นิภา  แย้มวจี (10 ม.ค. 2544)
หน่วยงาน :   กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ.
โทร. 281-9809 , 628-5643  โทรสาร  281-8218   

ติดต่อผู้ดูแลระบบ :
website@emisc.moe.go.th
vinebar.gif (2131 bytes)