โดย ... ศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กและครอบครัว ศธ.   

          ด้วยกระทรวงศึกษาธิการเห็นว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมคุ้มครองความประพฤติ จรรยามารยาท และการแต่งกายของนักเรียนและนักศึกษาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งส่งเสริมให้คณะกรรมการสถานศึกษามีส่วนร่วมในการกำกับและสนับสนุนเกี่ยวกับการแต่งกายและความประพฤติของนักเรียนและนักศึกษา จึงขอชี้แจงและซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับแนวปฏิบัติ ดังนี้

        ๑. นักเรียนหรือนักศึกษาต้องประพฤติตนอยู่ในระเบียบวินัยของโรงเรียนหรือสถานศึกษาที่ตนสังกัดอยู่ และแต่งกายหรือแต่งเครื่องแบบตามระเบียบข้อบังคับของโรงเรียน รวมทั้งต้องไม่แต่งกายหรือประพฤติตนไม่เหมาะสมแก่สภาพของนักเรียนหรือนักศึกษาตามที่กำหนดในกระทรวงฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๑๕) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๑๘) ออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๓๒ ลงวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕

        สำหรับระเบียบหรือข้อบังคับของโรงเรียนหรือสถานศึกษาดังกล่าวข้างต้นนั้น โรงเรียนหรือสถานศึกษาแต่ละแห่งอาจกำหนดได้ตามความเหมาะสม โดยรับฟังความคิดเห็นจากครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง รวมทั้งนำเสนอคณะกรรมการสถานศึกษาพิจารณาให้เห็นชอบ ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนไปจากเจตนารมณ์ของระเบียบข้อบังคับ โรงเรียนหรือสถานศึกษาจึงควรจัดให้มีการประกาศประชาสัมพันธ์ ปฐมนิเทศ หรือประชุมชี้แจงทำความเข้าใจแก่ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครองด้วย

        อนึ่ง การแต่งกายของนักเรียน โดยเฉพาะทรงผมของนักเรียน ซึ่งกฎกระทรวงถือว่าไม่เหมาะสมแก่สภาพนักเรียน ได้แก่
        (๑) กรณีนักเรียนชาย ดัดผม หรือไว้ผมยาวจนด้านข้างและด้านหลังยาวเลยตีนผม
        (๒) กรณีนักเรียนหญิง ดัดผม หรือไว้ผมยาวเลยต้นคอ แต่หากโรงเรียนหรือสถานศึกษาให้ไว้ผมยาวได้ ก็ให้รวบผมให้เรียบร้อย

        ดังนั้น โรงเรียนหรือสถานศึกษาจึงอาจพิจารณาผ่อนคลายระเบียบหรือข้อบังคับที่เกี่ยวกับการไว้ทรงผมให้เหมาะสมกับวัยและสภาพของนักเรียนตามสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งไม่ขัดแย้งกับกฎกระทรวงดังกล่าวได้

        ๒. การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๓ โดยเคร่งครัด และให้คำนึงถึงสิทธิของเด็กและเยาวชน ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนโดยสถานศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๓ ทั้งนี้ โรงเรียนหรือสถานศึกษาและผู้ปกครองควรร่วมมือดูแล ส่งเสริมให้นักเรียนและนักศึกษาเป็นพลเมืองดีของสังคมและประเทศชาติต่อไป

        จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและแจ้งเวียนให้สถานศึกษาในสังกัดทราบและถือปฏิบัติต่อไป

                                                                                  คุณหญิงกษมา วรรณ ณ อยุธยา
                                                                                     ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ


กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๑๕)

ออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๓๒
ลงวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕


         
อาศัยอำนาจตามความในข้อ และข้อที่ ๑๑ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๓๒ ลงวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ดังต่อไปนี้
 
ข้อ การแต่งกาย และความประพฤติดังต่อไปนี้ถือว่าไม่เหมาะสมแก่สภาพของนักเรียนตามความในข้อ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๓๒
     
  (๑) - นักเรียนชายไว้ผมยาว โดยไว้ผมข้างหน้าและกลางศีรษะยาวเกิน เซ็นติเมตร และชายผมรอบศรีษะไม่ตัดเกรียนชิดผิวหนัง หรือไว้หนวดหรือเครา
    - นักเรียนหญิงดัดผมหรือไว้ผมยาวเลยต้นคอ หากโรงเรียนหรือสถานศึกษาใดอนุญาติให้ไว้ผมยาวเกินกว่านั้นก็ให้รวบให้เรียบร้อย
    - นักเรียนใช้เครื่องสำอาง หรือสิ่งแปลกปลอมเพื่อการเสริมสวย
  (๒) เที่ยวเร่ร่อนอยู่ในที่สาธารณะสถาน หรือทำลายสมบัติของโรงเรียนหรือสถานศึกษาหรือสาธารณะสมบัติ
  (๓) แสดงกิริยา วาจา หรือกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดที่ไม่สุภาพ
  (๔) มั่วสุมและก่อความเดือดร้อนรำคาญอย่างหนึ่งอย่างใด
  (๕) เล่นการพนันซึ่งต้องห้ามตามกฎหมายการพนัน
  (๖) เที่ยวเตร่เวลากลางคืนระหว่าง ๒๒.๐๐ นาฬิกา ถึง .๐๐ นาฬิกา ของวันรุ่งขึ้นเว้นไว้แต่ไปกับบิดามารดาหรือผู้ปกครอง หรือได้รับอนุญาตจากโรงเรียนหรือสถานศึกษา
  (๗) สูบบุหรี่ สูบกัญชา หรือเสพสุรา ยาเสพติด หรือของมึนเมาอย่างอื่น
  (๘) เข้าไปในสถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการหรือสถานอื่นในลักษณะคล้ายคลึงกัน โรงรับจำนำ หรือสถานการพนันในระหว่างเวลาที่มีการเล่นการพนันเว้นแต่จะเป็นผู้อาศัยอยู่หรือเยี่ยมญาติในสถานที่นั้น
  (๙) เข้าไปในงานหรืองานร่วมสังสรรค์ และงานนั้นมีการเต้นรำหรือการแต่งกายซึ่งไม่สมควรแก่สภาพของนักเรียน เว้นแต่ไปกับบิดามารดาหรือผู้ปกครอง หรืองานนั้นบิดามารดาผู้ปกครอง หรือสถานศึกษาของนักเรียนคนหนึ่งคนใดเป็นผู้จัด
  (๑๐) เข้าไปในสถานค้าประเวณี เว้นแต่จะเป็นผู้อาศัยอยู่ในที่นั้นหรือเข้าเยี่ยมญาติซึ่งอาศัยอยู่ในสถานที่นั้น
  (๑๑) คบค้าสมาคมกับหญิงที่ประพฤติตนเพื่อการค้าประเวณี เว้นแต่จะเป็นญาติใกล้ชิดกับหญิงนั้น
  (๑๒) ประพฤติตนในทำนองชู้สาว
  (๑๓) มีวัตถุระเบิดก็ดีหรือาวุธติดตัวหรือซ่อนเร้นไว้เพื่อใช้ในการประทุษร้ายก็ดี
  (๑๔) หลบหนีโรงเรียน
     
ข้อ ๒ การแต่งกายและความประพฤติดังต่อไปนี้ถือว่าไม่เหมาะสมแก่สภาพของนักศึกษาตามความในข้อ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๓๒
     
  (๑) - นักศึกษาชายดัดผมหรือไว้ผมยาวจนด้านข้างและด้านหลังยาวเลยตีนผมหรือไว้หนวดเครา
    - นักเรียนหญิงนุ่งกระโปรงสั้นจนชายกระโปรงสูงกว่ากึ่งกลางสะบ้าหัวเข่าเกิน เซ็นติเมตร ขอบกระโปรงต่ำกว่าระดับสะดือ คาดเข็มขัดหลวมต่ำกว่าระดับขอบกระโปรงหรือแต่งกายไม่เหมาะสมกับสภาพกุลสตรีไทย
    - นักศึกษาใช้เครื่องสำอาง หรือสิ่งแปลกปลอมเพื่อการเสริมสวย
  (๒) สูบกัญชาหรือเสพสุรา ยาเสพติด หรือของมึนเมาอย่างอื่น
  (๓) กระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ต่ออำนาจบริหารของโรงเรียนหรือสถานศึกษาหรือบังคับขู่เข็ญ ยุยงส่งเสริมหรือสนับสนุนให้นักเรียนนักศึกษากระทำเช่นว่านั้น
  (๔) ความประพฤติตามข้อ () () () () () (๑๐) (๑๑) (๑๒) (๑๓)
       
     

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๕

     

บุญถิ่น อัตถากร

     

(นายบุญถิ่น อัตถากร)

     

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

     

ผู้ใช้อำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา

       
หมายเหตุ เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้คือ เนื่องด้วยได้มีประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่
  ๑๓๒ ให้ส่งเสริมคุ้มครองความประพฤติ จรรยามารยาท และการแต่งกายของนักเรียนนักศึกษาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงเป็นการสมควรกำหนดการแต่งกายและความประพฤติอันไม่เหมาะสมแก่สภาพนักเรียนนักศึกษาขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าว

           


กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๑๘)

ออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๓๒
ลงวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕


          อาศัยอำนาจตามความข้อที่ และข้อที่ ๑๑ แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๓๒ ลงวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ดังต่อไปนี้
          ให้ยกเลิกความในข้อ () ของข้อ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ (พ.ศ. ๒๕๑๕) ออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๓๒ ลงวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
 

  "(๑) นักเรียนชายดัดผมหรือไว้ผมยาวจนด้านข้างและด้านหลังยาวเลยตีนผมหรือไว้หนวดเครา
    นักเรียนหญิงดัดผมหรอืไว้ผมยาวเลยต้นคอ หากโรงเรียนหรือสถานศึกษาใดอนุญาตให้ไว้ยาวเกินกว่านั้นก็ให้รวบให้เรียบร้อย
    นักเรียนใช้เครื่องสำอางหรือสิ่งปลอมแปลงเพื่อการเสริมสวย"
       
     

ให้ไว้ ณ วันที่ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑

     

เกรียง  กีรติกร

      (นายเกรียง  กีรติกร)
      รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
       
หมายเหตุ เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้คือ เนื่องจากสมัยนิยมเปลี่ยนไปสมควรผ่อนผันให้นักเรียนชายไว้ผมที่เหมาะสมกับวัยและสภาพของนักเรียนตามสมัยนิยมได้บ้าง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
 
 

ประกาศของคณะปฏิวัติ  ฉบับที่ ๑๓๒

 
          โดยที่คณะปฏิวัติพิจารณาเห็นว่า นักเรียนและนักศึกษาเป็นเยาวชนที่กำลังสร้างสมคุณสมบัติทั้งในด้านความรู้ ความคิดและคุณธรรม พร้อมที่จะรับมรดกตกทอดจากผู้ใหญ่เป็นพลเมืองดี มีประโยชน์แก่ประเทศชาติในอนาคต นักเรียนและนักศึกษาควรได้รับการดูแลใกล้ชิดจากบิดามารดา ผู้ปกครอง และครูอาจารย์ เพื่อเป็นบุตรที่ดีของบิดามารดา เป็นศิษย์ที่ดีของครู อยู่ในโอวาทคำสั่งสอน รวมทั้งอยู่ในระเบียบประเพณีและกฎหมายของบ้านเมือง เป็นการควรส่งเสริมและคุ้มครองความประพฤติการแต่งกาย และจรรยามารยาทให้รัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน หัวหน้าคณะปฏิวัติ จึงมีคำสั่งต่อไปนี้

 
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติควบคุมเด็กและนักเรียน พุธศักราช ๒๔๘๑ และบรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ๆ ที่มีกำหนดไว้แล้วใประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ และให้ใช้ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้แทน
   
ข้อ ๒ ในประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
   
  "นักเรียน" หมายความว่า บุคคลซึ่งกำลังรับการศึกษาระดับประถมศึกษาหรือมัธยมศึกษาสายสามัญ และสายอาชีพ อยู่ในโรงเรียนของรัฐบาล โรงเรียนเทศบาล โรงเรียนประชาบาล หรือโรงเรียนราษฎร์
   
  "นักศึกษา" หมายความว่า บุคคลซึ่งกำลังรับการศึกษาระดับที่สูงกว่าระดับมัธยมศึกษา อยู่ในสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมิได้ตั้งขึ้นโดยมีกฎหมายเฉพาะของสถานศึกษานั้น
   
  "ผู้ปกครอง" หมายความว่า บุคคลซึ่งรับนักเรียนหรือนักศึกษาไว้ในความปกครองหรืออุปการะเลี้ยงดู หรือบุคคลที่นักเรียนหรือนักศึกษานั้นอาศัยอยู่
   
  "สารวัตรนักเรียนนักศึกษา" หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้
   
  "แต่งกาย" หมายความรวมถึงการแต่งผมหรือส่วนอื่นของร่างกายด้วย
   
  "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามประกาศของปฏิวัติฉบับนี้
   
ข้อ ๓ ให้รัฐมนตรีหรือผู้ที่รัฐมนตรีมอบหมาย มีอำนาจแต่งตั้งสารวัตรนักเรียนและนักศึกษาเพื่อปฏิบัติการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ และให้ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
   
  การปฏิบัติการของสารวัตรนักเรียนและนักศึกษา ให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
     
ข้อ ๔ นักเรียนและนักศึกษาต้องประพฤติตนอยู่ในระเบียบวินัยของโรงเรียนหรือสถานศึกษาที่ตนสังกัดอยู่ และต้องแต่งกายหรือแต่งเครื่องแบบตามระเบียบข้อบังคับของโรงเรียน และสถานศึกษาหรือตามกฎกำหนด นักเรียนนักศึกษาต้องไม่แต่งกายหรือประพฤติตนไม่สมควรแก่วัย หรือไม่เหมาะสมแก่สภาพของนักเรียนนักศึกษา ทั้งนี้ ตามกำหนดในกฎกระทรวง
   
ข้อ ๕ นักเรียนหรือนักศึกษาผู้ใดแต่งกายหรือประพฤติตนฝ่าฝืนข้อ ให้เจ้าหน้าที่ตำหรวจหรือสารวัตรนักเรียนและนักศึกษามีอำนาจปฏิบัติการตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด และมีอำนาจไปมอบแก่ครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ ผู้อำนวยการหรือหัวหน้าของโรงเรียนหรือสถานศึกษาของนักเรียนหรือนักศึกษานั้น เพื่อดำเนินการสอบสวนและอบรมสั่งสอนหรือลงโทษตามระเบียบหรือข้อบังคับ ในกรณีที่ไม่สามารถนำตัวไปมอบได้ จะแจ้งด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือก็ได้ เมื่อได้รับการอบรมสั่งสอนหรือลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาแล้ว ให้โรงเรียนหรือสถานศึกษาแจ้งให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองว่ากล่าวตักเตือนอีกชั้นหนึ่ง
   
  การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกระเบียบหรือข้อบังคับเพื่อให้โรงเรียนหรือสถานศึกษาปฏิบัติตามสมควร เพื่อว่ากล่าวสั่งสอน
   
ข้อ ๖ นักเรียนหรือนักศึกษาผู้ใดฝ่าฝืนข้อ เป็นครั้งที่สอง ให้โรงเรียนหรือสถานศึกษาสั่งลงโทษตามระเบียบหรือข้อบังคับ และแจ้งให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองมาให้สัญญาว่าจะอบรมสั่งสอนและควบคุมนักเรียนหรือนักศึกษานั้นมิให้ฝ่าฝืนเช่นนั้นอีก
   
ข้อ ๗ ถ้าบิดามารดาหรือผู้ปกครองไม่มา หรือไม่ให้สัญญาว่าจะอบรมสั่งสอนและควบคุมนักเรียนหรือนักศึกษาตามข้อ หรือนักศึกษาผู้ใดฝ่าฝืนข้อ เป็นครั้งที่สาม ให้โรงเรียนหรือสถานศึกษาส่งตัวนักเรียนหรือนักศึกษาพร้อมทั้งรายงานลงโทษที่แล้วมาไปยังตำรวจในท้องที่ที่โรงเรียนหรือสถานศึกษานั้นตั้งอยู่ และให้ข้าราชการตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไป มีอำนาจออกหมายเรียกบิดามารดาหรือผู้ปกครองมาว่ากล่าวตักเตือนหรือเรียกประกันทัณฑ์บนว่าจะปกครองดูแลมิให้นักเรียนนักศึกษาฝ่าฝืนเช่นนั้นอีก โดยอาจกำหนดระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปี หากผิดทัณฑ์บนให้ปรับได้ไม่เกินห้าร้อยบาท
   
ข้อ ๘ นักเรียนหรือนักศึกษาผู้ใดฝ่าฝืนข้อ เป็นครั้งที่สี่ ให้เรียนหรือสถานศีกษาส่งตัวไปยังคณะกรรมการควบคุมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเพื่อพิจารณาส่งตัวไปยังโรงเรียนหรือสถานศึกษาที่จัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะเพื่ออบรมศึกษาหรือในกรณีที่นักเรียนนักศึกษานั้นมีอายุไม่ครบสิบแปดปีบริบูรณ์ คณะกรรมการควบคุมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษาจะส่งตัวไปยังสถานแรกรับเด็ก เพื่อให้การสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสมตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองสวัสดิภาพและการสงเคราะห์เด็กต่อไปก็ได้
   
ข้อ ๙ ถ้าการฝ่าฝืนข้อ เกิดขึ้นในบริเวณโรงเรียนหรือสถานศึกษาซึ่งนักเรียนหรือนักศึกษานั้นศึกษาอยู่ ให้ครูใหญ่ อาจารย์ ผู้อำนวยการ หรือหัวหน้าของโรงเรียนหรือสถานศึกษาดำเนินการตามข้อ ข้อ ข้อ หรือข้อ ตามลำดับ แล้วแต่กรณี
   
ข้อ ๑๐ บิดามารดาหรือผู้ปกครองไม่ยอมรับทัณฑ์บนตามข้อ มีความผิดต้องโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
   
ข้อ ๑๑ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงและระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามประกาศคณะปฏิวัติฉบับนี้
   
  กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
   
ข้อ ๑๒ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
    ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๑๕
   

(ลงชื่อ)  จอมพลถนอม  กิตติขจร

   

หัวหน้าคณะปฏิวัติ

 

 

 กลับหน้าแรกกระทรวงฯ
Copyright & copy : ๒๐๐๓ MOENet Thailand Service
แหล่งข้อมูล : ศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กและครอบครัว ศธ.
โทร. ๐ ๒๖๒๘  ๕๖๐๗
รวบรวม เรียบเรียง พัฒนา และนำเสนอ :  น.ส.ดวงพร  เจียมอัมพร (.ย. ๒๕๔๖)
กลุ่มงานจัดการฐานข้อมูล  กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ
ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ.
โทร. ๐ ๒๒๘๑  ๙๘๐๙, ๐ ๒๖๒๘  ๕๖๔๓-๔๔  โทรสาร ๐ ๒๒๘๒  ๙๒๔๑