ดร.บรรเจอดพร  รัตนพันธุ์*   

  

เสียงปืนที่ดังลั่น

ตัวแม่นั้นต้องสิ้นใจ

ลูกน้อยที่กอดไว้ 

กระดอนไปเพราะแรงปืน

ฝืนใจเข้ากอดแม่       

หวังแก้ให้แม่ฟื้น

แม่จ๋า…เพราะเสียงปืน

จึงไม่คืนชีวิตมา

โทษใดจึงประหาร 

ศาลไหนพิพากษา

ถ้าลูกท่านเป็นสัตว์ป่า  

ใครเข่นฆ่าท่านยอมไหม

ชีวิตใคร  ใครก็รัก

ท่านประจักษ์หรือไม่

โปรดเถิดจงเห็นใจ 

สัตว์ป่าไซร้ก็เหมือนกัน

                  หลังจากครูอ่านบทประพันธ์รอบที่หนึ่งผ่านไป   โดยเหลือบตามองนักเรียนเป็นครั้งคราว   เมื่ออ่านจบครูลองตั้งคำถามง่ายๆ  ว่า  “ใครเป็นผู้แต่ง”  ใช่ค่ะคำถามง่าย แต่ตอบยาก  เพราะไม่ใช่คำประพันธ์ที่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จะคุ้นเคย  ขอให้คุณครูทิ้งความสงสัยไว้ในใจเด็กๆ  ก่อน                             

                  ครูหาอาสาสมัครที่ค่อนข้างมีลีลามาสัก 1 คน  ให้อ่านคำประพันธ์ใหม่ ด้วยน้ำเสียง  ลีลา ที่นักเรียนจะคิดขึ้นเอง  ซึ่งเชื่อว่าไม่มีนักเรียนคนไหนจะอ่านคำประพันธ์ด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน  กระโดดโลดเต้นไปพร้อมกับการอ่านแน่นอน

                  ถ้ายังพอมีเวลาคุณครูอาจชี้ตัวนักเรียนในห้องอีก 1-2 คน ที่ครูวิเคราะห์แล้วว่าน่าจะอ่านคำประพันธ์ได้ มีลีลาท่าทางสอดคล้องกับเรื่องได้  แต่ยังไม่กล้ายกมืออาสาสมัครในตอนแรก

                  เมื่อ 3 ตัวอย่างผ่านไปคุณครูเริ่มตั้งคำถามให้นักเรียนคิด เช่น 

                                ผู้แต่งมีวัตถุประสงค์อะไร

                                นักเรียนคิดว่าในคำประพันธ์บทแรก  หมายถึง  สัตว์ชนิดใด  เพราะอะไร  

                                คำประพันธ์แสดงความรู้สึกอะไรได้บ้าง  ในบทไหน  บาทไหน   

                                เพราะอะไรนักเรียนถึงคิดเช่นนั้น  และคำถามอื่นๆตามสถานการณ์ขณะนั้น

                  จากคำประพันธ์นี้  ให้นักเรียนวางแผนว่าจะหาคำตอบอะไรมาเพิ่มเติม ขยายความรู้แก่เพื่อนและครู จากคำประพันธ์  และข้อมูลเหล่านั้นจะหาจากแหล่งใด  ซึ่งในขั้นตอนนี้นักเรียนจะขอทำงานกลุ่ม  2-3  คน ก็ไม่ขัดข้อง หรือใครอยากทำงานคนเดียวก็ได้ให้เวลานักเรียนคิดและวางแผนสัก 15 นาที  แล้วมาเล่าแผนการทำงานให้เพื่อนๆ  ฟัง

                  ตัวอย่างการค้นคว้า ที่หากนักเรียนคิดไม่ออก ครูอาจเสนอแนะบ้างเล็กๆ น้อยๆ  เช่น

                                 ชีวประวัติของผู้แต่งคำประพันธ์  (สืบ  นาคะเสถียร)

                                 ภาพชีวิตวัยทารกของลิงป่า  ตอนมีแม่และไม่มีแม่

                                 สัตว์ป่าสงวนในประเทศไทย

                                 คำกลอนก่อนจาก…ของแม่

                                 กราฟแสดงจำนวนผู้ทำผิดเกี่ยวกับการล่าสัตว์ในปี  ..2545

                                 การฆ่าสัตว์มาเป็นอาหาร…ผิดศีลหรือไม่

                                 อุทยานแห่งชาติในภาคเหนือ

                                 อาชีพสุจริตในป่า

                                 บทลงโทษของผู้ล่าสัตว์ป่าสงวน

                                 พลังของเสียงสะท้อน

                                 แสดงวิธีการปฐมพยาบาลสัตว์ที่ถูกยิง

                                 ปืนยาว  ปืนสั้น  ลูกปืน  มีกี่แบบ

                                 ละครเรื่อง  “ยิงแม่หนูทำไม”

                                 สภาพป่าที่เหมาะกับสัตว์ป่าแต่ละชนิด

                                 สาธิตแรงและการเคลื่อนที่ของลูกปืน

                  เมื่อนักเรียนเสนอความคิดว่าจะไปค้นคว้าอะไรเพิ่มเติม  ครูและเพื่อนจะช่วยกันตั้งคำถาม  แนะนำให้นักเรียนได้มองเห็นแนวทางการทำงานค้นคว้าชัดเจนขึ้น  หลังจากนั้นให้นักเรียนช่วยกำหนดว่างานชิ้นนี้จะส่งครูได้เมื่อไร  และจะนำเสนอกันวันที่เท่าไร  อยากให้ครูเชิญใครมาร่วมฟังบ้าง

                   แนวการจัดการเรียนรู้ที่เสนอเป็นตัวอย่างนี้   พยายามแสดงการเรียนรู้แบบบูรณาการที่ไม่ต้องใช้สื่อมากนัก แต่ใช้ความคิด ใช้คำถามเป็นตัวกระตุ้น  โดยขึ้นต้นด้วยคำประพันธ์ (ภาษาไทย)  แต่ลงท้ายด้วยหลากหลายสาระ โดยถ้าคิดหยาบๆ ก็คือ 8 สาระ  ท่านผู้อ่านลองทำตัวเป็นนักศึกษาครูอีกสักครั้ง  นำมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นมาวิเคราะห์ดูสิคะ ว่าหากจัดการเรียนรู้เช่นนี้ นักเรียนจะได้เรียนรู้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นของสาระใดข้อใด

                   คงไม่ยากเกินไปที่คุณครูจะเริ่มต้นสอนบูรณาการ  ใช่ไหมคะ


 *นักวิชาการศึกษา สำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา  สพฐ.