สู่เส้นทางโรงเรียนวิถีพุทธ

 ดร.ไพรัช  สู่แสนสุข   
ดร.บรรเจอดพร  รัตนพันธุ์  
 

               โรงเรียนวิถีพุทธ เป็นโรงเรียนรูปแบบหนึ่งใน  5  รูปแบบ (1. โรงเรียนวิถีพุทธ  2. โรงเรียนในกำกับของรัฐ  3. โรงเรียนสองภาษา  4. โรงเรียนสำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ  5. โรงเรียนต้นแบบการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ICT)  ) ที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังเตรียมการพัฒนาให้เป็นนวัตกรรมแห่งการพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับจุดเน้นการพัฒนาของประเทศ โดยกระทรวงได้เปิดให้โรงเรียนที่สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ สมัครผ่านต้นสังกัดทุกสังกัด   ซึ่งมีสำนักนโยบายและแผนการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ประสานงานโครงการระดับกระทรวง  ปัจจุบัน (เม.ย.46) มีโรงเรียนในทุกระดับและทุกสังกัดสมัครเข้าร่วมโครงการรวม 79 โรงเรียน 

               ลำดับต่อไปนี้จะขอนำเสนอภาพเส้นทางการพัฒนาโรงเรียนวิถีพุทธ  ซึ่งประกอบด้วย

  ความเป็นมา

  ภาพสรุปโรงเรียนวิถีพุทธ

  กรอบความคิดรูปแบบโรงเรียนวิถีพุทธ

  แนวทางการดำเนินงานโรงเรียนวิถีพุทธ 

 

    ความเป็นมา    

               สืบเนื่องจากที่กระทรวงศึกษาธิการ จัดประชุม เรื่อง หลักสูตรใหม่  เด็กไทยพัฒนา  สถาบันราชภัฎสวนดุสิต  เมื่อวันที่  25  ธันวาคม  2545   ซึ่งมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี  ... ดร.ทักษิณ  ชินวัตร ให้เกียรติเป็นประธาน ที่ประชุมได้หารือถึงโรงเรียนที่จัดการศึกษาเพื่อสนองตอบความสามารถที่แตกต่างกันของบุคคล เพื่อนำพาเด็กและเยาวชนไทยก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างไร้ขีดจำกัด

               โรงเรียนวิถีพุทธเป็นหนึ่งในโรงเรียนรูปแบบใหม่ ที่จะช่วยผลักดันให้เด็กและเยาวชนไทยสามารถพัฒนาตามศักยภาพ  เป็นคนดี  คนเก่งของสังคม  และสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข

                กระทรวงศึกษาธิการนำความเห็นของที่ประชุมมาหารือต่ออีกหลายครั้ง  อีกทั้ง  ดร. สิริกร  มณีรินทร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และคณะได้ไปกราบขอคำแนะนำเรื่องการจัดโรงเรียนวิถีพุทธ จากพระธรรมปิฎก  ( ป.อ. ปยุตฺโต)    วัดญาณเวศกวัน   เมื่อวันที่  14  กุมภาพันธ์  2546 

                นอกจากนั้นยังมีข้าราชการระดับสูงได้ไปกราบขอคำแนะนำในเรื่องเดียวกันนี้จาก พระเทพโสภณ  ( ประยูร  ธมฺมจิตฺโต)  อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  รวมทั้งนิมนต์ท่านมาให้ข้อคิดในการประชุมระดมความคิดครั้งแรก

                วันที่  26-27  กุมภาพันธ์  2546  เป็นการประชุมหารือเรื่องโรงเรียนวิถีพุทธ  เป็นครั้งแรก  มีพระภิกษุและฆราวาส ผู้ทรงคุณวุฒิ  มาร่วมประชุมประมาณ  30  รูป/ คน  ได้ข้อสรุปเบื้องต้นถึงหลักสำคัญของการจัดโรงเรียนวิถีพุทธ

                วันที่  1-4   เมษายน  2546  เป็นการประชุมหารือครั้งที่ 2   มีพระภิกษุและฆราวาส รวมทั้ง ผู้ทรงคุณวุฒิ  มาร่วมกำหนดแนวการดำเนินการต่อจากหลักการที่ได้ข้อสรุปไว้แล้ว  ประมาณ  50  รูป/ คน

                 จากการประชุมใหญ่  2   ครั้ง   ทำให้ได้ข้อสรุปโรงเรียนวิถีพุทธในเรื่องสำคัญ  กล่าวคือ

                                ภาพสรุปโรงเรียนวิถีพุทธ

                                กรอบความคิดรูปแบบโรงเรียนวิถีพุทธ

  แนวทางการดำเนินงานโรงเรียนวิถีพุทธ

กลับด้านบน

  

    ภาพสรุปโรงเรียนวิถีพุทธ    

โรงเรียนวิถีพุทธ 

               คือ  โรงเรียนระบบปกติทั่วไปที่นำหลักธรรมพระพุทธศาสนามาใช้ หรือประยุกต์ใช้ในการบริหาร และการพัฒนาผู้เรียนโดยรวมของสถานศึกษา  เน้นกรอบการพัฒนาตามหลักไตรสิกขา อย่างบูรณาการ

 รูปแบบโรงเรียนวิถีพุทธ

                  จุดเน้น  โรงเรียนวิถีพุทธดำเนินการพัฒนาผู้เรียนโดยใช้หลักไตรสิกขา  คือ  ศีล  สมาธิ  ปัญญา  อย่างบูรณาการ  ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านการพัฒนาการกิน  อยู่  ดู  ฟัง เป็น  คือ  มีปัญญารู้เข้าใจในคุณค่าแท้ ใช้กระบวนการทางวัฒนธรรมแสวงปัญญา  และมีวัฒนธรรมเมตตา  เป็นฐานการดำเนินชีวิต  โดยมีผู้บริหารและคณะครูเป็นกัลยาณมิตรการพัฒนา

                    ลักษณะโรงเรียนวิถีพุทธ  เน้นการจัดสภาพทุก ๆ ด้าน  เพื่อสนับสนุนให้ผู้เรียนพัฒนาตามหลักพุทธธรรมอย่างบูรณาการที่ส่งเสริมให้เกิดความเจริญงอกงามตามลักษณะแห่งปัญญาวุฒิธรรม  4  ประการ  คือ

1.  สัปปุริสสังเสวะ  หมายถึงการอยู่ใกล้คนดี ใกล้ผู้รู้  มีครู อาจารย์ดี มีข้อมูล มีสื่อที่ดี

2.  สัทธัมมัสสวนะ  หมายถึง  เอาใจใส่ศึกษาโดยมีหลักสูตร การเรียนการสอนที่ดี

3.  โยนิโสมนสิการ  หมายถึง  มีกระบวนการคิดวิเคราะห์พิจารณาหาเหตุผลที่ดีและถูกวิธี

4.  ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ  หมายถึง  ความสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตได้ถูกต้องเหมาะสม

      การจัดสภาพของโรงเรียนวิถีพุทธ ประกอบไปด้วย ด้านกายภาพ  คือ อาคารสถานที่  ห้องเรียน  แหล่งเรียนรู้ สภาพแวดล้อม เป็นต้น  ด้านกิจกรรมพื้นฐานวิถีชีวิต เช่นกิจกรรมประจำวัน  กิจกรรรมวันสำคัญ  กิจกรรมนักเรียนต่างๆ  ด้านการเรียนการสอน เริ่มตั้งแต่การกำหนดหลักสูตรสถานศึกษา การจัดหน่วยการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ จนถึงกระบวนการเรียนการสอน  ด้านบรรยากาศและปฏิสัมพันธ์   ในการปฏิบัติต่อกันระหว่างครูกับนักเรียน นักเรียนกับนักเรียน หรือครูกับครู เป็นต้น  และ ด้านการบริหาร  จัดการ ตั้งแต่การกำหนดวิสัยทัศน์ จุดเน้น การกำหนดแผนปฏิบัติการ  การสนับสนุน  ติดตาม ประเมินผลและพัฒนาต่อเนื่อง ซึ่งการจัดสภาพในแต่ละด้านจะมุ่งเพื่อให้การพัฒนานักเรียนตามระบบไตรสิกขา ดำเนินได้อย่างชัดเจนมีประสิทธิภาพ ดังเช่น การจัดด้านกายภาพ ควรเป็นธรรมชาติ สภาพชวนให้มีจิตใจสงบ ส่งเสริมปัญญา  กระตุ้นการพัฒนาศรัทธา และศีลธรรม  กิจกรรมพื้นฐานวิถีชีวิต  กระตุ้นให้การกิน  อยู่  ดู ฟัง  ดำเนินด้วยสติสัมปชัญญะเป็นไปตามคุณค่าแท้   ด้านการเรียนการสอน บูรณาการพุทธธรรมในการจัดการเรียนรู้ชัดเจน  ด้านบรรยากาศและปฏิสัมพันธ์ เอื้ออาทร เป็นกัลยาณมิตรต่อกัน  ส่งเสริมทั้งวัฒนธรรมเมตตา  และวัฒนธรรมแสวงปัญญา เป็นต้น

                การบริหารจัดการโรงเรียนวิถีพุทธ มีขั้นตอนสำคัญ เช่น การเตรียมการ เตรียมทั้งบุคลากร  ผู้เกี่ยวข้อง แผนงาน ทรัพยากร ที่มุ่งเน้นสร้างศรัทธาและฉันทะในการพัฒนา  การดำเนินการจัดสภาพและองค์ประกอบต่างๆ  ที่จัดเพื่อส่งเสริม ให้เกิดความเจริญงอกงามหรือปัญญาวุฒิธรรม ในการพัฒนาผู้เรียน การดำเนินการพัฒนาทั้งผู้เรียนและบุคลากร ตามระบบไตรสิกขาอย่างต่อเนื่อง  โดยใช้สภาพและ องค์ประกอบที่จัดไว้ข้างต้น  ขั้นต่อมา คือ การดูแลสนับสนุน ใกล้ชิด ด้วยท่าทีของความเป็นกัลยาณมิตรต่อกัน ที่จะทำให้การพัฒนานักเรียนและงาน ดำเนินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อจากนั้น มีการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  ด้วยอิทธิบาท 4 และหลักอุปัญญาตธรรม คือ ความไม่สันโดษในกุศลธรรม และความไม่ระย่อในการพากเพียร เป็นต้น   ขั้นสุดท้ายของกระบวนการบริหารแต่เป็นฐานสู่การพัฒนาในลำดับต่อไป  คือ ขั้นประเมินผลและเผยแพร่ผลการดำเนินงาน

                ลักษณะการเกื้อกูลสัมพันธ์ โรงเรียนวิถีพุทธและชุมชน  จะมีลักษณะของการร่วมมือ  ทั้งสถานศึกษา บ้าน วัด และสถาบันต่างๆในชุมชน ด้วยศรัทธาและฉันทะ ที่จะพัฒนาทั้งนักเรียน และสังคม ตามวิถีแห่งพุทธธรรม เพื่อประโยชน์สุขร่วมกัน

   การพัฒนาบุคลากรและคุณลักษณะบุคลากร  การพัฒนาโรงเรียนวิถีพุทธแม้จะยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ แต่บุคลากรโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บริหารและครู มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะเป็นปัจจัย ให้ผู้เรียนพัฒนาได้อย่างดี ทั้งการเป็นผู้จัดการเรียนรู้ และการเป็นแบบอย่างที่ดีในวิถีชีวิตจริง ในลักษณะ สอนให้รู้ ทำให้ดู  อยู่ให้เห็น การพัฒนาบุคลากรของสถานศึกษามีความจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องหลากหลายวิธีการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมการปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำวัน  ทั้งนี้เพื่อให้บุคลากรมีคุณลักษณะที่ดีตามวิถีพุทธ  เช่น  ศรัทธาในพระพุทธศาสนา และพัฒนาตนให้ดำเนินชีวิตที่ดีงาม ละ เลิกอบายมุข  การถือศีล 5 เป็นนิจ  ความเป็นกัลยาณมิตรต่อศิษย์  และการเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นต้น

                การดำเนินการในระยะแรกของโครงการโรงเรียนวิถีพุทธ เดือนพฤษภาคม 2546  มีโรงเรียนที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการประมาณ  80 โรงเรียน  มีทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

กลับด้านบน

 

             กรอบความคิดรูปแบบโรงเรียนวิถีพุทธ    

               กรอบความคิดรูปแบบโรงเรียนวิถีพุทธ นี้  เรียบเรียงจากการศึกษา เอกสารการศึกษาแนวพุทธต่างๆ และข้อคิดของท่านพระธรรมปิฎก   โดย ดร.ไพรัช  สู่แสนสุข รับหน้าที่เป็นผู้เรียบเรียงเพื่อใช้เสนอในที่ประชุมระดมความคิดครั้งแรก(ก.พ.46)  ที่ประชุมได้เสนอเพิ่มเติมสาระบางประเด็น  เช่น  จุดเน้นข้อคิดท่านพระธรรมปิฎก และ ข้อคิดจากการบรรยาย ของท่าน  พระเทพโสภณ  และในการประชุมครั้งที่ 2 (เม.ย.46) กรอบความคิดได้รับการปรับปรุงอีกเล็กน้อย ในส่วนสภาพสถานศึกษาด้านการบริหารจัดการ และแผนภาพรูปแบบโรงเรียนวิถีพุทธ  ดังปรากฏในที่นี้

โรงเรียนวิถีพุทธ 

              คือ โรงเรียนระบบปกติทั่วไป  ที่นำหลักธรรมพระพุทธศาสนามาใช้  หรือประยุกต์ใช้ในการบริหาร และการพัฒนาผู้เรียนโดยรวมของสถานศึกษา  เน้นกรอบการพัฒนาตามหลักไตรสิกขาอย่างบูรณาการ  ผู้เรียนได้เรียนรู้ได้พัฒนาการกิน อยู่  ดู ฟัง ให้เป็น โดยผ่านกระบวนการทางวัฒนธรรมแสวงปัญญา และมีวัฒนธรรมเมตตา เป็นฐานการดำเนินชีวิต 

ความสำคัญและความเป็นมา 

               วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวไทยได้รับการกล่อมเกลา จากคำสอนของพระพุทธศาสนา  ตั้งแต่ยุคแรกของประวัติศาสตร์ชาติไทย จนกล่าวได้ว่าวิถีพุทธ คือ วิถีวัฒนธรรมของชาวไทยส่วนใหญ่ จนมีความเป็นเอกลักษณ์ที่ทั่วโลกตระหนักและให้การยอมรับ

               พุทธธรรมหรือพุทธศาสตร์เป็นองค์ความรู้ที่มุ่งเน้นให้ผู้ศึกษาเข้าใจธรรมชาติ ของโลกและชีวิตที่แท้จริง และฝึกให้ผู้ศึกษาสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตั้งแต่ระดับการดำเนินชีวิตประจำวันของคนทั่วไป คือ การกิน อยู่ ดู ฟัง  จนถึงระดับการดำเนินชีวิตของนักบวชผู้มุ่งมีชีวิตที่บริสุทธิ์  และในทุกระดับยังผลให้ผู้ศึกษาเองมีความสุขพร้อมๆ  กับช่วยให้คนรอบข้างและสังคมมีความสุขพร้อมกันไปด้วยอย่างชัดเจน

            พุทธธรรมมีกรอบการพัฒนาหลักเป็นระบบการศึกษา 3 ประการ เรียกว่าไตรสิกขา คือ อธิสีลสิกขา อธิจิตตสิกขา และอธิปัญญาสิกขา ที่เรียกสั้นๆ ว่า ศีล สมาธิ ปัญญา ซึ่งเป็นการฝึกหัดอบรม  เพื่อพัฒนากาย ความประพฤติ จิตใจ และปัญญา ไตรสิกขานี้เป็นการศึกษาที่ครอบคลุมการดำเนินชีวิตทุกด้านและทุกวัย อีกมีความง่ายยาก ตั้งแต่เรื่องเบื้องต้นทั้งของเด็กและผู้ใหญ่จนถึงเรื่องที่ละเอียดซับซ้อนที่ยากจะหาองค์ความรู้อื่นใดมาเทียบได้

               การศึกษาของกุลบุตรกุลธิดาและผู้ใหญ่ทั้งหลายในอดีตอันยาวนานของไทย มีฐานจากการใช้พุทธธรรมมาอบรมสั่งสอนแต่อาจไม่มีระบบของการศึกษาบังคับอย่างในยุคปัจจุบัน แม้ในปัจจุบันจะมีการศึกษาภาคบังคับแก่คนส่วนใหญ่ แต่ก็มิได้นำเอาพุทธธรรมมาเป็นฐานของการศึกษา   แต่นำระบบและองค์ความรู้ตามโลกนิยมโดยมีฐานจากประเทศตะวันตกมาเป็นแกนในการจัดการศึกษา ทำให้พุทธธรรมเองเริ่มห่างเหินจากชีวิตของคนไทยยุคปัจจุบันมากขึ้นมากขึ้น  ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายในความล้ำค่าของพุทธธรรม และจากการที่เป็นฐานของวัฒนธรรมไทยมาแต่อดีต

               ด้วยคุณค่าอันอนันต์ขององค์ความรู้ในพุทธธรรมและระบบไตรสิกขาที่ชัดเจนในการศึกษาพัฒนาผู้เรียนทุกวัย ทางกระทรวงศึกษาธิการจึงมีแนวความคิดที่จะส่งเสริมให้สถานศึกษานำระบบของพุทธธรรมมาประยุกต์จัดกับระบบการเรียนการสอนในสถานศึกษาปัจจุบัน เพื่อพัฒนาเยาวชนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ตามที่ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติกำหนด ที่มีคุณสมบัติของการเป็นคนที่ดี  เก่ง  มีความสุขอย่างแท้จริง อันเป็นเป้าหมายแท้ของพุทธธรรมอยู่แล้วให้มีความชัดเจนขึ้น โดยผ่านการดำเนินงานของ  “โรงเรียนวิถีพุทธ” อันจะเป็นตัวอย่างที่จะขยายผลสู่การพัฒนาในโรงเรียนอื่นๆ ในวงกว้างต่อไป

 รูปแบบโรงเรียนวิถีพุทธ

                ลักษณะจุดเน้น

               โรงเรียนวิถีพุทธเป็นสถานศึกษาในระบบปกติที่นำหลักพุทธธรรมหรือองค์ความรู้ที่เป็นคำสอนในพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษาของสถานศึกษานั้น  โดยมีจุดเน้นที่สำคัญ คือ การนำหลักธรรมมาใช้ในระบบการพัฒนาผู้เรียนโดยรวมของสถานศึกษา  ซึ่งอาจเป็นการเรียนการสอนในภาพรวมของหลักสูตรสถานศึกษา หรือ การจัดเป็นระบบวิถีชีวิตในสถานศึกษาของผู้เรียนส่วนใหญ่ โดยนำไปสู่จุดเน้นของการพัฒนาให้ผู้เรียนสามารถ กิน อยู่ ดู ฟังเป็น คือใช้ปัญญาและเกิดประโยชน์แท้จริงต่อชีวิต และการจัดดำเนินการของสถานศึกษาจะแสดงถึงการจัดสภาพแวดล้อมและบรรยากาศ(ปรโตโฆสะ) ที่เป็นกัลยาณมิตรเอื้อในการพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน ด้วยวิถีวัฒนธรรมแสวงปัญญา ทั้งนี้การพัฒนาผู้เรียนดังกล่าวจัดผ่านระบบไตรสิกขา  ที่ผู้เรียนได้ศึกษาปฏิบัติอบรม ทั้งศีลหรือพฤติกรรมหรือวินัยในการดำเนินชีวิตที่ดีงามสำหรับตนและสังคม   สมาธิ หรือด้านการพัฒนาจิตใจที่มีคุณภาพ มีสมรรถภาพ มีจิตใจที่ตั้งมั่นเข้มแข็งและสงบสุข และปัญญาที่มีความรู้ที่ถูกต้องมีศักยภาพในการคิด  การแก้ปัญหาที่เหมาะสม(โยนิโสมนสิการ)  โดยมีครูและผู้บริหารสถานศึกษาเป็นกัลยาณมิตรสำคัญ ที่รักและปรารถนาดี ที่จะพัฒนาผู้เรียนอย่างดีที่สุดด้วยความเพียรพยายาม  ระบบพัฒนาผู้เรียนด้วยไตรสิกขา  อาจแสดงแนวคิดดังภาพต่อไปนี้                       

แผนภาพ จากหนังสือการพัฒนาที่ยั่งยืน โดย พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต)

สภาพของสถานศึกษา

                 สถานศึกษาจัดสภาพในทุก ๆ ด้าน เพื่อสนับสนุนให้ผู้เรียนพัฒนาตามหลักพุทธธรรมอย่างบูรณาการ และส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาชีวิตให้สามารถกิน อยู่ ดู ฟังเป็นมีวัฒนธรรมแสวงปัญญา ทั้งนีการจัดสภาพจะส่งเสริมให้เกิดลักษณะของปัญญาวุฒิธรรม 4 ประการ  คือ

1.  สัปปุริสสังเสวะ  หมายถึงการอยู่ใกล้คนดี ใกล้ผู้รู้  อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี ครู อาจารย์ดี มีข้อมูล มีสื่อที่ดี

2.  สัทธัมมัสสวนะ  หมายถึง  เอาใจใส่ศึกษาโดยมีหลักสูตร การเรียนการสอนที่ดี

3.  โยนิโสมนสิการ  หมายถึง  มีกระบวนการคิดวิเคราะห์พิจารณาหาเหตุผลที่ดีและถูกวิธี

4.  ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ   หมายถึง  ความสามารถที่จะนำความรู้ไปใช้ในชีวิตได้  และดำเนินชีวิตได้ถูกต้องตามธรรม

ปัญญาวุฒิธรรม 4 ประการนี้จะส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาตามหลักไตรสิกขาได้อย่างชัดเจน  สำหรับแนวคิดเบื้องต้นของการจัดสภาพในสถานศึกษาที่เหมาะสมในด้านต่าง ๆ มีลักษณะดังต่อไปนี้

            ด้านกายภาพ

                    สถานศึกษาจะจัดอาคารสถานที่  สภาพแวดล้อม  ห้องเรียน และแหล่งเรียนรู้ที่ส่งเสริมการพัฒนาศีล  สมาธิ  และปัญญา  เช่นมีศาลาพระพุทธรูปเด่นเหมาะสมที่จะชวนให้ระลึกถึงพระรัตนตรัยอยู่เสมอ  มีมุมหรือห้องให้ศึกษาพุทธธรรม  บริหารจิต  เจริญภาวนาเหมาะสม หรือมากพอที่จะบริการผู้เรียน  หรือการตกแต่งบริเวณให้เป็นธรรมชาติหรือใกล้ชิดธรรมชาติ  ชวนมีใจสงบ และส่งเสริมปัญญา   เช่น  ร่มรื่น   มีป้ายนิเทศ  ป้ายคุณธรรม  ดูแลเสียงต่าง มิให้อึกทึก  ถ้าเปิดเพลงกระจายเสียงก็พิถีพิถันเลือกเพลงที่ส่งเสริมสมาธิ  ประเทืองปัญญา  เป็นต้น

              ด้านกิจกรรมพื้นฐานวิถีชีวิต

                       สถานศึกษาจัดกิจกรรมวิถีชีวิต ประจำวัน ประจำสัปดาห์ หรือในโอกาสต่าง ๆ เป็นภาพรวมทั้งสถานศึกษา ที่เป็นการปฏิบัติบูรณาการทั้ง  ศีล  สมาธิ  และปัญญา   โดยเน้นการมีวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรมของ การกิน อยู่ ดู ฟัง ด้วยสติสัมปชัญญะ เพื่อเป็นไปตามคุณค่าแท้ของการดำเนินชีวิต  โดยมีกิจกรรมตัวอย่างดังนี้

                            มีกิจกรรมสวดมนต์ไหว้พระ  ก่อนเข้าเรียนและก่อนเลิกเรียนประจำวัน  (เพื่อใกล้ชิดศาสนา)

    มีกิจกรรมรับศีล หรือทบทวนศีลทุกวัน อาจเป็นบทกลอนหรือเพลง เช่นเดียวกับกิจกรรม    แผ่เมตตา  (เพื่อให้ตระหนักถึงการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข)

    มีกิจกรรมทำสมาธิรูปแบบต่าง   เช่น นั่งสมาธิ  ท่องอาขยานเพื่อสมาธิ  สวดมนต์สร้างสมาธิ  หรือทำสมาธิเคลื่อนไหวอื่น   เป็นประจำวันหรือก่อนเรียน (เพื่อพัฒนาสมาธิ)

     มีกิจกรรมพิจารณาอาหารก่อนรับประทานอาหารกลางวัน (เพื่อให้กินเป็น กินอย่างมีสติ มีปัญญารู้เข้าใจ)

    มีกิจกรรมอาสาตาวิเศษปฏิบัติวินัยหรือศีล  (เพื่อให้อยู่เป็น อยู่อย่างสงบสุข)

   มีกิจกรรมประเมินผลการปฏิบัติธรรม (ศีล  สมาธิ  ปัญญา)  ประจำวัน (เพื่อให้อยู่เป็น)

   มีการสวดมนต์  ฟังธรรมประจำสัปดาห์ หรือในวันพระ (เพื่อพัฒนาศีล สมาธิ ปัญญา)

   มีกิจกรรมบันทึกและยกย่องการปฏิบัติธรรม (เน้นย้ำและเสริมแรงการทำความดี)

   ทุกห้องเรียนมีการกำหนดข้อตกลงในการอยู่ร่วมกัน โดยเข้าใจเหตุผลและประโยชน์ที่มีต่อการอยู่ร่วมกัน (พัฒนาศีล / วินัย ด้วยปัญญา)

   ฯลฯ

            ด้านการเรียนการสอน

                สถานศึกษามีการจัดหลักสูตรสถานศึกษา หรือจัดการเรียนการสอนที่บูรณาการพุทธธรรม เพื่อพัฒนาผู้เรียน  ผ่านกิจกรรรมการเรียนการสอนอย่างชัดเจน เพื่อเป็นการพัฒนาผู้เรียนด้วยหลักพุทธธรรมอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เช่น

    หลักสูตรสถานศึกษามีการกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ที่สะท้อนการพัฒนาไตรสิกขาไปพร้อม กัน   หรือ

    การจัดหน่วยการเรียนรู้ทุกชั้นให้มีการบูรณาการพุทธธรรมในการเรียนรู้และปฏิบัติ  หรือ

   การจัดการเรียนรู้แต่ละครั้ง นำพุทธธรรมมาเป็นฐานในการคิด หรือเป็นเกณฑ์ตรวจสอบการเรียนรู้การปฏิบัติ  หรือเชื่อมโยงการเรียนรู้สู่หลักธรรมในการพัฒนาตนและผู้อื่น 

   ประสานร่วมมือกับวัด/คณะสงฆ์ในการจัดการเรียนรู้  ทั้งสาระพระพุทธศาสนาและกลุ่มสาระหรือกิจกรรมอื่นๆ  เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนใกล้ชิดกับพระพุทธศาสนาในบริบทต่างๆ

                 ทั้งนี้กระบวนการจัดการเรียนรู้ควรมีลักษณะ สอนให้รู้ ทำให้ดู อยู่ให้เห็น  โดยนักเรียนมี กระบวนการเรียนรู้การพัฒนาทั้งด้านกาย(กายภาวนา) ด้านความประพฤติ(สีลภาวนา) ด้านจิตใจ(จิตภาวนา)  และด้านปัญญา(ปัญญาภาวนา)  โดยมุ่งให้นักเรียนมีคุณลักษณะ กิน อยู่ ดู ฟัง เป็น เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาตนและสังคมโดยไม่เบียดเบียนผู้ใด และเกื้อกูลในการพัฒนาวัฒนธรรมแสวงปัญญา และวัฒนธรรมเมตตา  เช่น การกิน อยู่เป็น เพื่อยังประโยชน์ในดำรงชีวิตที่อยู่ได้เหมาะสมเป็นไปตามคุณค่าแท้ หรือ การดู ฟังเป็น เพื่อเน้นประโยชน์ในการเรียนรู้เพิ่มพูนปัญญา

             ด้านบรรยากาศและปฏิสัมพันธ์

                สถานศึกษาส่งเสริมบรรยากาศของการใฝ่เรียนรู้ และพัฒนาไตรสิกขา หรือส่งเสริมการมีวัฒนธรรมแสวงปัญญา และมีปฏิสัมพันธ์ที่เป็นกัลยาณมิตรต่อกัน  มีบรรยากาศของการเคารพอ่อนน้อม  ยิ้มแย้มแจ่มใส  การมีความเมตตา  กรุณาต่อกัน  ทั้งครูต่อนักเรียน  นักเรียนต่อครู  นักเรียนต่อนักเรียน และครูต่อครูด้วยกัน

                     และสถานศึกษาส่งเสริมให้บุคลากรและนักเรียนปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้อื่น  เช่น การลด ละ เลิกอบายมุข  การเสียสละ เป็นต้น

             ด้านการบริหารจัดการ

                       สถานศึกษาโดยบุคลากรในสถานศึกษา  ร่วมกับผู้ปกครอง  และชุมชน  สร้างความตระหนักและศรัทธา รวมทั้งเสริมสร้างปัญญาเข้าใจในหลักการและวิธีดำเนินการโรงเรียนวิถีพุทธร่วมกัน  ทั้งนี้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งครูและผู้บริหารเพียรพยายามสนับสนุนโดยลักษณะต่าง ๆ   และการปฏิบัติตนเอง ที่จะสนับสนุนและเป็นตัวอย่างในการพัฒนาผู้เรียนตามวิถีชาวพุทธ

                      สถานศึกษาวิเคราะห์จัดจุดเน้นหรือรูปแบบรายละเอียดโรงเรียนวิถีพุทธ  ตามความเหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา  ซึ่งแต่ละสถานศึกษาจะมีจุดเน้นและรายละเอียด  รูปแบบที่แตกต่างกันได้  เช่น  บางสถานศึกษาจะมีจุดเน้น  ประยุกต์ไตรสิกขาในระดับชั้นเรียน (การจัดกระบวนการเรียนรู้รายวิชา)  บางสถานศึกษาเน้นประยุกต์ในระดับกิจกรรมวิถีชีวิตประจำวันภาพรวม  บางสถานศึกษาอาจทำทั้งระบบทุกส่วนของการจัดการศึกษา ก็เป็นไปได้

 ลักษณะรูปแบบโรงเรียนวิถีพุทธตามรายละเอียดข้างต้นสรุปประเด็นสำคัญเป็นแผนภาพได้ดังต่อไปนี้

 

แผนภาพ รูปแบบโรงเรียนวิถีพุทธ

    ร่าง แนวทางการดำเนินงานโรงเรียนวิถีพุทธ    

(อยู่ระหว่างบรรณาธิการจัดส่งโรงพิมพ์)

 

ภาพงดงาม

                 ภาพอันงดงามของโรงเรียนวิถีพุทธ  เป็นภาพที่สะท้อนถึงการนำหลักธรรมพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักไตรสิกขามาใช้ในการพัฒนาผู้เรียน   และแสดงถึงความพยายามนำหลักพุทธธรรมต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในการบริหารและจัดการศึกษาอย่างชัดเจนโดยให้มีรูปแบบที่หลากหลายตามความเหมาะสมของสถานศึกษาที่จะพัฒนาผู้เรียนได้อย่างดีที่สุด  พร้อมกับสร้างสรรค์สภาพการดำเนินงานที่ผู้เกี่ยวข้องทุกส่วนมีความสุขและได้พัฒนาสู่ชีวิตและสังคมที่ดีงามควบคู่กันไป

สู่คุณค่า

                  เมื่อโรงเรียนพัฒนาสู่วิถีพุทธและได้พัฒนาจนเป็นโรงเรียนวิถีพุทธที่ชัดเจน จะสังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลงและประโยชน์อันมากมายที่เกิดตามมา  ที่เปี่ยมไปด้วยความงดงาม และคุณค่า  อาทิ

                  1. นักเรียนได้รับการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ต่าง ๆ อย่างชัดเจนพร้อมกับการพัฒนาปัญญาและด้านอื่นๆ  การพัฒนาที่จะให้เป็นคนดี เก่ง และมีความสุขพร้อม ๆ กันที่ว่ายากจะไม่ยากสำหรับโรงเรียนวิถีพุทธ

                  2. การพัฒนาผู้เรียนที่เกิดขึ้นชัดเจนจะเป็นที่ชื่นชอบและชื่นชม ของทั้งผู้ปกครอง ครูอาจารย์  และชุมชนที่ได้รับทราบ  อีกการยอมรับและความร่วมมือช่วยเหลือจะเกิดขึ้นอย่างทวีคูณ

                   3. สภาพแวดล้อมและบรรยากาศปฏิสัมพันธ์ของโรงเรียนจะดีขึ้นมากที่เกื้อกูลการพัฒนาผู้เรียนรอบด้านทั้งศีล  สมาธิ  และปัญญา  ผู้คนที่เกี่ยวข้องล้วนเป็นกัลยาณมิตรแก่กันและกัน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อนักเรียน

                   4. บุคลากรในโรงเรียนพัฒนาตนเองทั้งวิถีการทำงานและวิถีชีวิตทำให้สภาพการทำงานมีความสุข มีคุณค่าเพิ่ม ชีวิตส่วนตัวพัฒนาสู่ความสะอาด สว่าง สงบชัดเจน เพราะความเป็นวิถีพุทธช่วยกล่อมเกลา

                   5.  โรงเรียน  โดย  ครู  ผู้บริหาร  บุคลากร  และนักเรียน  เป็นแบบอย่างต่อสังคม  อีกเป็นพลังการพัฒนาสังคมวงกว้างให้ดีงามยิ่ง ๆ ขึ้นได้

 วิถีปฏิบัติ

                   แนวการดำเนินการและจังหวะก้าวการพัฒนาของโรงเรียนวิถีพุทธแต่ละแห่งจะมีความแตกต่างกันได้  ตามลักษณะเฉพาะของแต่ละสถานศึกษา  อย่างไรก็ตามก้าวย่างที่ชัดเจนจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้จากความพยายามในการพัฒนาผู้เรียนทั้งศีล  สมาธิ  ปัญญา  ควบคู่กันไปอย่างบูรณาการ  บนวิถีการดำเนินชีวิตธรรมดาที่ส่งเสริมการพัฒนา  การกิน  อยู่  ดู  ฟัง  ให้เป็น  คือ ดำเนินชีวิตได้อย่างรู้เท่าทันและจัดการได้ที่จะก่อประโยชน์ต่อตนเอง  ต่อผู้อื่น  และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด

กลับด้านบน

 

                   ข้อเสนอแนะแนวดำเนินการโรงเรียนวิถีพุทธในภาพเบื้องต้น ที่เสนอเป็นแนวคิดแนวทางซึ่งโรงเรียนสามารถนำไปปรับใช้ได้ตามความเหมาะสมต่อไป  ประกอบด้วยประเด็นดังนี้

                    1.  การบริหารจัดการโรงเรียนวิถีพุทธ

                    2.  การจัดวิถีพุทธสู่วิถีการเรียนรู้

                    3.  กิจกรรมเสนอแนะการพัฒนา

                    4.  การพัฒนาบุคลากรและคุณลักษณะบุคลากรที่คาดหวัง

                         5.  การเกื้อกูลสัมพันธ์โรงเรียนวิถีพุทธและชุมชน

 

             การบริหารจัดการโรงเรียนวิถีพุทธ    

                  จังหวะก้าวการพัฒนาสู่โรงเรียนวิถีพุทธที่ชัดเจนมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องพิจารณาองค์ประกอบและลำดับขั้นตอนที่เป็นระบบ  และลำดับขั้นตอนขององค์ประกอบต่อไปนี้เป็นข้อเสนอเชิงตัวอย่างหนึ่งที่โรงเรียนสามารถนำไปพิจารณาปรับใช้ได้ตามความเหมาะสมซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนดังนี้

                  1.  ขั้นเตรียมการ :  ที่จะให้การจัดโรงเรียนวิถีพุทธดำเนินไปโดยสะดวกด้วยศรัทธาและฉันทะ

                  2.  ขั้นดำเนินการจัดสภาพและองค์ประกอบ : ที่จะเป็นปัจจัย  เป็นกิจกรรม  เป็นเครื่องมือสู่การพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับลักษณะปัญญาวุฒิธรรม

                   3.  ขั้นดำเนินการพัฒนาผู้เรียนและบุคลากรตามระบบไตรสิกขา :  ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เป็นหัวใจของการดำเนินการโรงเรียนวิถีพุทธ ซึ่งต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

                   4.  ขั้นดูแลสนับสนุนใกล้ชิด :  ที่จะช่วยให้การดำเนินทุกส่วนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพด้วยท่าทีความเป็นกัลยาณมิตร

                    5.  ขั้นปรับปรุง พัฒนาต่อเนื่อง :  ที่จะเน้นย้ำการพัฒนาว่าต้องมีมากขึ้น ๆ  ด้วยหลักอิทธิบาท 4 และอุปัญญาตธรรม

                    6.  ขั้นประเมินผล และเผยแพร่ผลดำเนินการ :  ที่จะนำข้อมูลผลการดำเนินงานสู่การเตรียมการที่จะดำเนินการในรอบต่อ ๆ ไป  เช่น ในปีต่อ ๆ ไป หรือใช้กับโครงการต่อเนื่องอื่น   และนำผลสรุปจัดทำรายงานผลการดำเนินงานแจ้งแก่ผู้เกี่ยวข้องให้ทราบ

ขั้นตอนการบริหารจัดการแสดงดังแผนภาพต่อไปนี้

แผนภาพการบริหารจัดการโรงเรียนวิถีพุทธ

แนวการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนการบริหารจัดการโรงเรียนวิถีพุทธ โดยสังเขปมีดังนี้

              1. การเตรียมการ  เป็นขั้นตอนความพยายามที่จะเตรียมสิ่งที่จะทำให้การดำเนินการพัฒนาเป็นไปได้โดยสะดวก  ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในการเตรียมการ เช่น

                    การหาที่ปรึกษา  แหล่งศึกษา  และเอกสารข้อมูลต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ปรึกษาที่เป็นกัลยาณมิตรในการพัฒนาวิถีพุทธนี้  ซึ่งอาจจะเป็นพระภิกษุหรือฆราวาส ที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ  เป็นผู้ปฏิบัติดี  ปฏิบัติชอบ  มีศรัทธาและความรู้ชัดในพุทธธรรม  ถ้าเป็นฆราวาสควรเป็นแบบอย่างในสังคมได้ เช่น  เป็นผู้ไม่ข้องแวะในอบายมุข  เป็นผู้ทรงศีล ปฏิบัติธรรม  เป็นต้น  ที่ปรึกษาจะมีความจำเป็นมากโดยเฉพาะในระยะเริ่มของการพัฒนา

                    การเตรียมบุคลากร  คณะกรรมการสถานศึกษา  นักเรียน  ผู้ปกครอง และชุมชน  ให้มีความตระหนักในคุณประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น  ให้เกิดศรัทธา  และฉันทะในการร่วมกันพัฒนาโรงเรียนวิถีพุทธ  ด้วยปัญญารู้เข้าใจทิศทาง   จากศรัทธาและฉันทะการพัฒนาร่วมกัน ความสำเร็จในการพัฒนาคาดหมายได้ว่าจะเกิดขึ้นได้ไม่ยาก  สำหรับวิธีการเตรียมผู้เกี่ยวข้องนี้สามารถดำเนินการได้หลากหลายตั้งแต่วิธีทั่วไป เช่น การประชุมชี้แจง  การสัมมนา  จนถึงการประชาสัมพันธ์ที่หลากหลาย  การร่วมกันศึกษาดูงาน  เป็นต้น

                    การกำหนดเป้าหมาย  จุดเน้น หรือวิสัยทัศน์  และแผนงาน ที่ชัดเจนทั้งระยะยาวในธรรมนูญสถานศึกษาและแผนปฏิบัติการรายปีก็ตามที่ผู้เกี่ยวข้องเห็นพ้องกัน จะเป็นหลักประกันความชัดเจนในการดำเนินการพัฒนาโรงเรียนวิถีพุทธได้อย่างดี  อันเป็นส่วนสำคัญของการเตรียมการที่ดี

              2. การดำเนินการจัดสภาพและองค์ประกอบ  เป็นการดำเนินการจัดปัจจัยต่าง ๆ ของการพัฒนาผู้เรียน  ซึ่งประกอบไปด้วยสภาพทั้งกายภาพและองค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอันจะนำสู่การเป็นปัจจัยในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักปัญญาวุฒิธรรม  4  ประการคือ 

                   - การอยู่ใกล้คนดี ใกล้ผู้รู้  มีข้อมูล มีสื่อที่ดี  ( สัปปุริสสังเสวะ)

                   - การใส่ใจศึกษาเล่าเรียน โดยมีฐานของหลักสูตร การเรียนการสอนที่ดี  ( สัทธัมมัสสวนะ)

                        - การมีกระบวนการคิดที่ดี  คิดถูกวิธี  โดยมีสภาพและบรรยากาศที่ส่งเสริม ( โยนิโสมนสิการ)

                        - ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม หรือนำความรู้ไปใช้ในชีวิตได้เหมาะสม  ( ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ)

 สภาพและองค์ประกอบที่สำคัญที่จำเป็นต้องจัดส่งเสริมให้เกิดวิถีพุทธ มีตัวอย่างเช่น

                      หลักสูตรสถานศึกษา  หน่วยการเรียน  และแผนการจัดการเรียนรู้ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเรียนการสอนที่โรงเรียนวิถีพุทธควรคำนึงถึงอย่างยิ่ง  แนวคิดหนึ่งของการจัดคือ การบูรณาการหลักธรรมทั้งที่เป็นความรู้  (K)  ศรัทธา  ค่านิยม  คุณธรรม  (A)  และการฝึกปฏิบัติหลักธรรม (P) ในการเรียนการสอนโดยอาจกำหนดในระดับจุดเน้นหลักสูตรสถานศึกษาที่แทรกในทุกองค์ประกอบหลักสูตรสถานศึกษา  หรือกำหนดในระดับหน่วยการเรียนรู้  หรือแผนการจัดการเรียนรู้  ที่ครูจะนำสู่การจัดการเรียนรู้ต่อไป           

                            การเตรียมกิจกรรมนักเรียน  ที่โรงเรียนต้องคิดและกำหนดให้เหมาะสมกับผู้เรียนของตนมากที่สุด  ซึ่งลักษณะกิจกรรมที่กำหนดมีหลากหลายทั้งที่เป็นกิจกรรมประจำวัน  ประจำสัปดาห์หรือประจำโอกาสต่าง ๆ  และกิจกรรมวิถีชีวิต  ซึ่งถ้าโรงเรียนเลือกกำหนดและเตรียมการไว้ล่วงหน้า  จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน อีกสะท้อนให้เห็นถึงคำกล่าวที่ว่า การศึกษาเริ่มต้นเมื่อคนกิน  อยู่  ดู  ฟังเป็น” (ป.อ.ปยุตฺโต)

                      การจัดสภาพกายภาพสถานศึกษา  ที่หมายครอบคลุมถึงอาคารสถานที่  ห้องเรียน  แหล่งเรียนรู้  สภาพแวดล้อม อาณาบริเวณของสถานศึกษาซึ่งสถานศึกษาจำเป็นต้องคำนึงถึงการจัดให้เหมาะสม และมุ่งเน้นที่จะส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาไตรสิกขาให้มากที่สุด ทั้งที่ผ่านระบบการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาและผ่านการเรียนรู้วิถีชีวิตจริงจาก  “การกิน อยู่  ดู  ฟัง"  ในชีวิตประจำวัน

                      การจัดบรรยากาศปฏิสัมพันธ์  โดยผ่านการเตรียมการ การมอบหมายการรับผิดชอบของบุคลากรในการจัดกิจกรรมส่งเสริม หรือดูแลให้บรรยากาศปฏิสัมพันธ์ที่ดีเป็นกัลยาณมิตรเกิดขึ้นอย่างจริงจังต่อเนื่อง  โดยจัดผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย  อาทิ  การกระตุ้นทุกคนทำตนเป็นตัวอย่างที่ดี  การยกย่องผู้ทำดี  การปลูกศรัทธาค่านิยมปฏิบัติดีปฏิบัติชอบต่อผู้อื่น  เป็นต้น

                   รายละเอียดแนวคิดหลักการและตัวอย่างการจัดดำเนินการของการจัดสภาพและองค์ประกอบต่าง ๆ จะได้นำเสนอในลำดับต่อไป

             3. การดำเนินการพัฒนาตามระบบไตรสิกขา   จุดเน้นการดำเนินการพัฒนา คือ นักเรียนของสถานศึกษา  โดยเป็นการพัฒนาตามระบบไตรสิกขาที่เป็นลักษณะบูรณาการ  ทั้งในกิจกรรมการเรียนการสอนตามหลักสูตร  และกิจกรรมวิถีชีวิตต่าง ๆ  ที่ส่งเสริม การกิน  อยู่  ดู  ฟังให้เป็น  เป้าหมายการพัฒนาจัดให้มีความชัดเจนที่พัฒนาทั้งองค์รวมของชีวิต  ที่จะนำสู่การพัฒนาชีวิตที่สมบูรณ์ในที่สุด

                   นอกจากการพัฒนาผู้เรียนอันเป็นภาระหลักแล้วสถานศึกษาจำเป็นต้องไม่ละเลยการพัฒนาบุคลากรของตนเองทั้งหมดด้วย  เพราะบุคลากรโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ ครูและผู้บริหารจะเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาผู้เรียน  ดังนั้นยิ่งบุคลากรได้รับการพัฒนาตามระบบไตรสิกขามากเท่าไร  จะส่งผลดีต่อการช่วยให้นักเรียนได้รับการพัฒนามากขึ้นเท่านั้น  แนวทางการพัฒนาบุคลากรและลักษณะบุคลากรที่เหมาะสมใน   โรงเรียนวิถีพุทธจะได้นำเสนอในลำดับต่อไป

                   การดำเนินการพัฒนาผู้เรียนและบุคลากรตามระบบไตรสิกขานี้จะดำเนินการได้ดีหากในขั้นเตรียมการ ขั้นดำเนินการจัดสภาพและองค์ประกอบ และขั้นดูแลสนับสนุนใกล้ชิดดำเนินการได้อย่างดี  เพราะต่างเป็นเหตุปัจจัยที่สำคัญในการดำเนินการพัฒนาผู้เรียน

               4. การดูแลสนับสนุนใกล้ชิด  เป็นขั้นตอนสำคัญในการเป็นปัจจัยส่งเสริมให้การดำเนินการพัฒนาเป็นไปอย่างราบรื่นมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ลักษณะของการดูแลสนับสนุนที่เหมาะสมควรมีลักษณะของความเป็นกัลยาณมิตร ที่ปรารถนาดีต่อกัน ปรารถนาดีต่อการพัฒนาผู้เรียนหรือต่องาน  กิจกรรมที่สำคัญของขั้นนี้  คือ การนิเทศติดตาม ที่จะดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ การให้คำปรึกษาและชี้แนะผู้ปฏิบัติ การให้ความช่วยเหลือทางวิชาการ   ฯลฯ   การสนับสนุน ทั้งทรัพยากรข้อมูลและเครื่องมือต่าง ๆ  ในการช่วยดำเนินการให้เป็นไปได้อย่างราบรื่น  การรวบรวมข้อมูลและการประเมินผลระหว่างดำเนินการ อันจะเป็นฐานของการปรับปรุงต่อเนื่องต่อไป   หรือแม้เป็นข้อมูลในการพิจารณาจัดการดูแลสนับสนุนได้อย่างเหมาะสม

               5. การปรับปรุงและพัฒนาต่อเนื่อง   เป็นขั้นตอนของระบบบริหารจัดการที่กำหนดเพื่อเน้นย้ำการพัฒนาที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยนำข้อมูลในขั้นตอนต้นๆ มาพิจารณาแล้วกำหนดปรับปรุงหรือพัฒนางานที่กำลังดำเนินการอยู่ให้ดียิ่งขึ้น  ทั้งนี้องค์ธรรมที่สนับสนุนการปรับปรุงและพัฒนางานเป็นไปอย่างชัดเจนต่อเนื่อง  คือ  การมีอิทธิบาท 4  ( ฉันทะ  วิริยะ  จิตตะ  วิมังสา)  และอุปัญญาตธรรม 2 ( ความไม่สันโดษในกุศลธรรม และ ความไม่ระย่อในการพากเพียร)  เป็นต้น

               6. การประเมินผลและเผยแพร่ผลการดำเนินงาน   เป็นขั้นตอนที่จะสะท้อนให้ทราบถึงผลการดำเนินงานในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ อาจเป็น 1 ปี หรือ 3 ปี  หรือเมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมเป็นต้น  และในการประเมินจะเน้นข้อมูลที่เป็นเชิงประจักษ์  เชื่อถือได้  ให้ข้อมูลที่ชัดเจน  ที่สามารถนำสู่การเผยแพร่หรือรายงานผู้เกี่ยวข้องให้ทราบผลการดำเนินงานนั้น ๆ  และนำเป็นข้อมูลในการวางแผนดำเนินการอื่นๆ ต่อไป  และในระบบประกันคุณภาพ ขั้นตอนนี้มีความสำคัญไม่น้อยต่อการเสนอให้ผู้เกี่ยวข้องยอมรับในการดำเนินการและบริหารจัดการ

กลับด้านบน

     การจัดวิถีพุทธสู่วิถีการเรียนรู้    

 หลักการจัดวิถีพุทธสู่วิถีการเรียนรู้

                        1.  บูรณาการพุทธธรรม  สู่การจัดการเรียนรู้ และการปฏิบัติจริงที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ  เพื่อนำสู่การรู้  เข้าใจ  ความจริง

                        2.  จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในทุกสถานการณ์  ทุกสถานที่  ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม

                        3.  ประสานความร่วมมือ  วัด/ คณะสงฆ์  และชุมชน  ในการจัดการเรียนรู้

 หลักธรรมสำคัญสู่การจัดการเรียนรู้โรงเรียนวิถีพุทธ

                        1.  ไตรสิกขา

                        2.  กัลยาณมิตตตา

                        3.  ปรโตโฆสะ และ โยนิโสมนสิการ

หลักทำแนวการจัดการเรียนรู้โรงเรียนวิถีพุทธประกอบด้วย

                        1. หลักสูตรสถานศึกษา

                                 1.1  สอดแทรก  เพิ่มเติม  พุทธธรรมในวิสัยทัศน์  คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน

                                 1.2  เพิ่มเติม  คุณธรรม  จริยธรรม  ในผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

                                 1.3  ให้มีการบูรณาการพุทธธรรมในการจัดหน่วยการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระ

                                 1.4  สอดแทรก ความรู้ และการปฏิบัติจริงในการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  และสถานการณ์อื่น ๆ  นอกห้องเรียน  ได้แก่  บูรณาการในการเรียนรู้  บูรณาการในวิถีชีวิต และบูรณาการไตรสิกขาเข้าในชีวิตประจำวัน

ศึกษาเพิ่มเติมได้จากเอกสาร”การจัดการเรียนรู้สาระพระพุทธศาสนา”กรมวิชาการ(2546)

                  2. ผู้สอน

                                  2.1  เป็นตัวอย่างที่ดีในลักษณะ สอนให้รู้  ให้ทำดู  อยู่ให้เห็น  อย่างสม่ำเสมอ

                                  2.2  เป็นกัลยาณมิตรของผู้เรียน  มีเมตตาธรรม  ความอ่อนโยน  อดทน  อดกลั้นและสร้างเสริมกำลังใจแก่ผู้เรียนอยู่เสมอ

           3. ระบวนการเรียนรู้

                                  3.1  พัฒนาผู้เรียน  รอบด้าน  สมดุล  สมบูรณ์ ทั้งกาย ( กายภาวนา)  ความประพฤติ ( ศีลภาวนา) จิตใจ ( จิตภาวนา) ปัญญา ( ปัญญาภาวนา)

                                 3.2  จัดโอกาสส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ และปฏิบัติธรรมอย่างสอดคล้องกับวิถีชีวิต( กิน อยู่ ดู ฟัง)

                                 3.3  สร้างเสริมให้เกิดวัฒนธรรมแสวงปัญญาและวัฒนธรรมเมตตา

                                 3.4  เน้นให้เกิดการเรียนรู้แบบโยนิโสมนสิการ  เข้าใจและค้นพบคุณค่าแท้ของสรรพสิ่ง

กลับด้านบน

  

    กิจกรรมเสนอแนะการพัฒนา    

 กิจกรรมนักเรียนในโรงเรียนวิถีพุทธ

             หลักการ

                     กระบวนการพัฒนาผู้เรียน คือ การจัดกิจกรรมอย่างหลากหลาย ต่อเนื่อง เป็นวิถีชีวิต เพื่อ ให้ผู้เรียนรู้จักคิด มีการฝึกปฏิบัติเสมอ ๆ ทั้งด้านความประพฤติ ( ศีล) จิตใจ (สมาธิ)  และปัญญา ( ปัญญา) เพื่อให้เกิดการพัฒนาทั้ง 3 ด้าน ไปพร้อม ๆ กัน 

            หลักคิด

                    การศึกษาตามแนวพุทธปรัชญาการศึกษาของโรงเรียนวิถีพุทธ  คือ  กระบวนการพัฒนา  การเรียนรู้ทั้งในด้านความประพฤติ (ศีล)  จิตใจ ( สมาธิ)  และปัญญา ( ปัญญา)   เพื่อความเจริญงอกงามในทุกขั้นตอนของชีวิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งการกิน อยู่ ดู ฟัง ในชีวิตประจำวันที่มีสติสัมปชัญญะคอยกำกับ เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาตนจนเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคม และสิ่งแวดล้อมให้เจริญสืบต่อไป  และเนื่องจากพุทธศาสนามีหลักการพัฒนาว่ามนุษย์ทุกคนมีศักยภาพที่จะฝึกฝนและพัฒนาได้ ประกอบกับวิเคราะห์ผู้เรียนว่ามีสติปัญญา อุปนิสัย ความพร้อมและภูมิหลังที่แตกต่างกัน การพัฒนาจึงเน้นที่ตัวผู้เรียนแต่ละคนเป็นสำคัญ

            หลักทำ

                   ในการจัดกิจกรรมของโรงเรียนวิถีพุทธนั้น ครูและผู้บริหารสามารถจัดพัฒนาได้ตามหลักการ หลักคิดข้างต้น โดยให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน  ในที่นี้ขอเสนอแนะการจัดกิจกรรมไว้เป็นแนวทาง  4 ลักษณะ คือ

                        1.  กิจกรรมเสริมเนื้อหาสาระตามหลักสูตร

                        2.  กิจกรรมประจำวันวัน / ประจำสัปดาห์

                        3.  กิจกรรมเนื่องในโอกาสวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

                        4.  กิจกรรมพิเศษอื่น ๆ

 1.  กิจกรรมเสริมเนื้อหาสาระตามหลักสูตร   เช่น

                        1.1  พิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ

                        1.2  ประกวดมรรยาทชาวพุทธ

                        1.3  กิจกรรมค่ายพุทธบุตร (ตามสาระวิชาพระพุทธศาสนา)

                        1.4  กิจกรรมบริหารจิต เจริญปัญญา

                        1.5  เรียนธรรมศึกษา / สอบธรรมศึกษา

                        1.6  บรรพชาสามเณรฤดูร้อน ฯลฯ           

2.  กิจกรรมประจำวัน / ประจำสัปดาห์  เช่น

                        2.1   กิจกรรมหน้าเสาธง

-  กิจกรรมที่กระทำเพื่อรำลึกถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  ( ก่อนเคารพธงชาติ)

-  กิจกรรมไหว้พระสวดมนต์ แผ่เมตตาและสงบนิ่ง ( สมาธิ)

-  กิจกรรมพุทธศาสนสุภาษิตวันละบท

-  กิจกรรมน้องไว้พี่ (ในแถวหน้าเสาธง)

-  กิจกรรมเดินแถวเข้าห้องเรียนอย่างมีสติ เช่น เดินพร้อมท่องคติธรรมขณะเข้าห้องเรียน

                                                            ฯลฯ

                        2.2   กิจกรรมทำความดีระหว่างวัน

-  กิจกรรมเดินอย่างมีสติก่อนเข้าโรงอาหาร

-  กิจกรรมกล่าวคำพิจารณาอาหารก่อนการรับประทานอาหาร

-  กิจกรรมรับประทานอาหารอย่างมีสติ  เช่น มีกติกาว่าไม่ดัง  ไม่หก  ไม่เหลือ

-  กิจกรรมขอบคุณหลังรับประทานอาหาร

-  กิจกรรมนั่งสมาธิ 1 นาที ก่อนเรียน (อาจให้นักเรียนทำพร้อมกันหน้าห้องเรียน)

                                        ฯลฯ

                        2.3   กิจกรรมก่อนเลิกเรียน

-  กิจกรรมไหว้พระสวดมนต์

-  กิจกรรมรำลึกพระคุณของผู้มีพระคุณ

-  กิจกรรมท่องอาขยานสร้างสมาธิ     ฯลฯ

2.4   กิจกรรมประจำสัปดาห์

-  กิจกรรมสวดมนต์สรภัญญะประจำสัปดาห์

-  กิจกรรมทำบุญตักบาตรประจำสัปดาห์ (อาจทำในวันพระหรือวันที่โรงเรียนกำหนด)

                                                                        ฯลฯ

3.  กิจกรรมเนื่องในโอกาสวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

                       โรงเรียนวิถีพุทธควรจัดกิจกรรมในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา  คือ  วันวิสาขบูชา  วันอาสาฬหบูชา  วันมาฆบูชา  วันเข้าพรรษา  วันอัฏฐมีบูชา  ดังนี้

                        1.  กิจกรรมวันวิสาขบูชา วันอาสาฬหบูชา วันมาฆบูชา และวันเข้าพรรษา โรงเรียน ผู้ปกครองและชุมชน ร่วมกิจกรรม  ดังเช่น

-  ทำบุญ ตักบาตรบริเวณสนามของโรงเรียน

-  ฟังพระเทศน์ (โดยนักเรียนเป็นผู้ดำเนินพิธีกรรม)

-  เวียนเทียนที่วัด หรือโรงเรียน

2.  หล่อเทียนพรรษา  และร่วมกับชุมชนในการหล่อเทียนและแห่เทียนพรรษา

3.  โรงเรียนจัดบรรยากาศวันสำคัญทางศาสนาโดยประดับธงทิวสีเหลือง  เชิญธงธรรมจักร      ธงฉัพพรรณรังสี และเปิดเพลงธรรมะทางวิทยุของโรงเรียน (เสียงตามสาย)

                            ฯลฯ

4.  กิจกรรมพิเศษอื่น ๆ   เช่น

                   -  กิจกรรมไขปัญหาธรรม

                   -  กิจกรรมวันสำคัญของชาติ  ศาสนาและพระมหากษัตริย์

                   -  กิจกรรมการประเมินผลการทำความดี

                   -  กิจกรรมยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ทำความดี

                   -  กิจกรรมอาสาตาวิเศษ (มีผู้สังเกตพฤติกรรมของผู้ปฏิบัติธรรม)

                   -  กิจกรรมบันทึกความดีของผู้ปฏิบัติธรรม

                   -  กิจกรรมต้นไม้พูดได้ (เน้นคติธรรม)

                   -  กิจกรรมจัดนิทรรศการผลงานทางพระพุทธศาสนา

                   -  กิจกรรมการกำหนดทักษะและความรู้ทางพระพุทธศาสนา

                   -  กิจกรรมสมาทานศีลในวันพระ

                   -  กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม เช่น ทำความสะอาดห้องน้ำ

                   -  กิจกรรมปฏิสัมพันธ์ เช่น ครูต้อนรับทักทายนักเรียนด้วยกิริยา วาจาอ่อนหวาน และสัมผัสที่ประกอบด้วยเมตตา

                   -  กิจกรรมต้นไม้อธิษฐาน

                   -  กิจกรรมอธิษฐานจิตก่อนเรียน

                   -  กิจกรรมอบรมธรรมะ 5 นาที (อาจจัดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง)

                   -  กิจกรรมถือศีล  นอนวัด ปฏิบัติธรรมช่วงเข้าพรรษา

                                                                        ฯลฯ

 การจัดลักษณะทางกายภาพโรงเรียนวิถีพุทธ

              หลักการ

                     จากความสำคัญของสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ตามที่ปรากฏในพระพุทธศาสนาและแนวทางในการจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อมของสถานศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด สามารถสรุปเป็นหลักการในการจัดสภาพแวดล้อมทางกายของโรงเรียนวิถีพุทธได้ ดังนี้

                        1.  บรรยากาศสงบเงียบ  เรียบง่าย

                        2.  ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ร่มรื่น

                        3.  ใกล้ชิดกับชุมชน

                        4.  สะอาด มีระเบียบ

                        5.  ทันสมัย มีการปรับปรุงพัฒนาอยู่เสมอ

                        6.  เป็นแหล่งเรียนรู้ ทั้งด้านวิชาการ วิชาชีพ และคุณธรรม

            หลักคิด

                     โรงเรียนหรือสถานศึกษาเป็นปัจจัยภายนอกที่สำคัญต่อการเรียนรู้  พระพุทธเจ้าทรงให้ความสำคัญกับสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้มาก เหตุการณ์ในพระพุทธศาสนาหลายตอน เน้นถึงความสำคัญของสถานที่และบรรยากาศเช่น (1) ทรงเจริญอานาปนสติกรรมฐานเมื่อมีพระชนมายุ 7 พรรษา ณ ใต้ต้นหว้าในบรรยากาศที่เงียบสงบ (2) ทรงเลือกสถานที่ที่ใกล้ชิดธรรมชาติและชุมชนสำหรับบำเพ็ญเพียร  (3) เมื่อตรัสรู้แล้วทรงเปลี่ยนสถานที่จากที่ตรัสรู้ไปประทับใต้ต้นไทรและต้นอื่น ๆ  (4) ทรงกำหนดเรื่องความสะอาด ความมีระเบียบไว้ในพระวินัยปิฎกว่าด้วย เสนาสนวัตราและเสนาสนะขันฐกะ (5)  ทรงกำหนดความเหมาะสม สะดวกสบายของสภาพแวดล้อม  7 ประการ  คือ  สัปปายะ 7

                     แนวทางการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ พ. .2539–2550 : โรงเรียนในอุดมคติ ได้กำหนดให้มีบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เพื่อให้นักเรียนได้เรียนอย่างมีความสุข คือมุ่งเน้นการเรียนรู้ตามธรรมชาติ ปลูกฝังเรื่องความสะอาด ความมีวินัย  รวมทั้งการจัดโรงเรียนให้มีความร่มรื่น มีต้นไม้ มีแหล่งน้ำ บ่อน้ำ ไร้ฝุ่น ไร้มลภาวะ ปลอดภัยและไม่มีมุมอับ

             หลักทำ

                    โรงเรียนวิถีพุทธ มีลักษณะทางกายภาพที่เป็นธรรมชาติ ร่มรื่น สวยงาม สะอาด เป็นระเบียบ ปลอดภัย ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย สบายกาย สบายใจ มีศูนย์รวมศรัทธาของครู นักเรียน และบุคคลในชุมชน คือมีพระพุทธรูปที่เด่นชวนให้ระลึกถึงพระรัตนตรัย มีสวนพุทธธรรมประกอบด้วยต้นไม้สำคัญในพระพุทธศาสนา มีป้ายนิเทศ ป้ายคุณธรรม มีอาคารสถานที่ที่สะอาดเป็นระเบียบและเพียงพอต่อการใช้สอย  มีแปลงเกษตร  โรงฝึกงานที่เหมาะสมต่อการฝึกฝนคุณธรรมเพื่อประกอบสัมมาอาชีวะ มีห้องจริยธรรม ห้องสมุดพระพุทธศาสนา ทุกห้องเรียนมีพระพุทธรูปเพื่อให้นักเรียนได้เห็นและระลึกถึงพระรัตนตรัยอยู่เสมอ

                    บรรยากาศในห้องเรียนมีความสงบ สะอาด ครูและนักเรียน มีความสำรวมตนอยู่เสมอ สื่อและอุปกรณ์การเรียนการสอนทันสมัยและครบครัน ทั้งสื่อที่เกิดจากภูมิปัญญาของครู นักเรียนและชุมชนตลอดจนสื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีความสุข ปลูกฝังคุณลักษณะใฝ่รู้ ใฝ่เรียน และความรู้ที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก โรงเรียนต้องมีความใกล้ชิดธรรมชาติ ชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น

                    ความสะอาด มีระเบียบเรียบร้อยของโรงเรียนวิถีพุทธ จะต้องเกิดจากความร่วมมือ ร่วมใจของนักเรียนทุกคน โดยครูสร้างบรรยากาศของความรักความสามัคคี และความรับผิดชอบ              

กลับด้านบน

  

    การพัฒนาบุคลากรและคุณลักษณะบุคลากรโรงเรียนวิถีพุทธ    

 หลักการ

                     ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรมีความสำคัญต่อการพัฒนาผู้เรียนในระบบไตรสิกขา ทั้งในฐานะเป็นผู้อบรมสั่งสอน ผู้จัดการเรียนรู้ และการเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติตน  บุคลากรทุกคนพัฒนาตามหลักไตรสิกขา  มีคุณลักษณะเป็นผู้มีความรู้พุทธธรรมเป็นอย่างดี ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ สามารถจัดการเรียนรู้ตามวิถีพุทธ และเป็นกัลยาณมิตร มีลักษณะของการเป็นผู้ที่ สอนให้รู้ ทำให้ดู อยู่ให้เห็นพร้อมจะช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาได้เป็นอย่างดี

 หลักคิด

                    การพัฒนาบุคลากรของโรงเรียนควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีรูปแบบวิธีการหลากหลาย เหมาะสมกับลักษณะและเงื่อนไขของโรงเรียน แนวทางสำคัญหนึ่งในการพัฒนาบุคลากร คือการปฏิบัติธรรมในวิถีชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ผู้บริหารควรเป็นผู้นำในการพัฒนาตนเอง และการปฏิบัติเป็นตัวอย่าง

 หลักทำ

                     แนวทางการจัดพัฒนาบุคลากร เช่น

                        1.  วิเคราะห์สภาวะธรรม และลักษณะของบุคลากร

                        2.  ค้นหาบุคลากรแนวร่วมหรือแกนนำ

                        3.  วางแผนพัฒนาบุคลากร โดยการสร้างศรัทธา สร้างความเข้าใจด้วยวิธีที่เหมาะสมกับลักษณะของบุคลากร

                        4.  จัดกิจกรรมที่เป็นตัวอย่างสะท้อนให้เห็นความสำเร็จ ทั้งกิจกรรมรูปธรรม และกิจกรรมพัฒนาจิต

                        5.  ให้การยกย่อง ชมเชย แก่บุคลากรที่พัฒนาจนเป็นแบบอย่างได้

 ลักษณะแนวกิจกรรมพัฒนาบุคลากร  เช่น

  การจัดอบรมใหญ่ประจำปี

                          จัดการพัฒนาจิต เจริญปัญญาย่อยรายสัปดาห์ หรือรายเดือน

                          จัดกลุ่มสนทนาธรรม

                          จัดฟังเทศน์ ปฏิบัติธรรมในโอกาสวันสำคัญ

                          จัดศึกษาดูงาน หรือปฏิบัติธรรมในสำนักต่าง ๆ

                          ส่งเสริมการศึกษา ปฏิบัติธรรมด้วยตนเอง โดยจัดห้องสมุดและสื่อต่าง ๆ ให้ยืม หรือใช้ศึกษา จัดห้องวิปัสสนา ฯลฯ

                          ส่งเสริมการถือศีล 5 เป็นวิถีชีวิต  

                          ส่งเสริมการประเมินผลปฏิบัติธรรม และสอบอารมณ์(วิปัสสนา)

                                                ฯลฯ

 คุณลักษณะสำคัญของบุคลากรโรงเรียนวิถีพุทธ

            ผู้บริหารสถานศึกษา

                        1.  ศรัทธาในพระพุทธศาสนา

                        2.  ละเลิกจากอบายมุข

                        3.  ถือศีล 5 เป็นนิจ

                        4.  มีอุดมการณ์ที่จะพัฒนาตนเองและดำเนินชีวิตที่ดีงาม

                        5.  เป็นผู้นำและปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างในการทำความดี

            ครู อาจารย์และบุคลากร

                        1.  ศรัทธาในพระพุทธศาสนา

                        2.  ละเลิกจากอบายมุข

                        3.  ถือศีล 5 เป็นนิจ

                        4.  มีอุดมการณ์ที่จะพัฒนาตนเองและดำเนินชีวิตที่ดีงาม

                        5.  มีความเป็นกัลยาณมิตรต่อศิษย์

กลับด้านบน

    การเกื้อกูลสัมพันธ์โรงเรียนวิถีพุทธและชุมชน    

 หลักการ

                    โรงเรียนวิถีพุทธกับชุมชนซึ่งประกอบด้วยบ้าน วัด และสถาบันอื่นๆ ในชุมชน มีความเป็นกัลยาณมิตรต่อกัน  เกื้อกูลร่วมมือกันและกันในการพัฒนานักเรียน และพัฒนาชุมชนสังคมในวิถีแห่งพุทธธรรม เพื่อประโยชน์สุขร่วมกัน

 หลักคิด

                    โรงเรียนวิถีพุทธเพียรพัฒนาตน มีผลการพัฒนานักเรียนเป็นที่ยอมรับศรัทธาของชุมชน เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียน  จัดระดมสรรพกำลังลักษณะต่างๆ อย่างหลากหลายในการพัฒนางานทุกด้านของโรงเรียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนานักเรียน

                     โรงเรียนวิถีพุทธ บริการวิชาการ   อาคารสถานที่  ร่วมมือสนับสนุนกับชุมชน ในการพัฒนาภูมิธรรม ภูมิปัญญา คุณธรรมจริยธรรม และกิจกรรมสัมมาอาชีวะต่างๆ เป็นต้น แก่ชุมชนสังคม ด้วยเมตตาธรรมและด้วยความเป็นกัลยาณมิตร   เพื่อให้เกิดความเจริญงอกงามและสันติสุข

 หลักทำ

                     โรงเรียนอาจพิจารณากำหนดและดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ และแผนปฏิบัติการของโรงเรียน ซึ่งบ่งชี้ถึงความเป็นวิถีพุทธอย่างเข้มแข็งและต่อเนื่อง จนบังเกิดผลที่ชัดเจนทั้งในด้านการบริหารจัดการ ด้านลักษณะทางกายภาพ ด้านบุคลิกภาพและคุณธรรมของครู อาจารย์ นักเรียนและบุคลากรของโรงเรียนจนเป็นภาพที่เห็นได้ชัดเจน เช่น ผู้บริหารมีคุณธรรม มีการบริหารจัดการโดยใช้หลักเมตตาธรรม ครูมีความเป็นกัลยาณมิตร นักเรียนมีกริยาวาจาสุภาพ มีน้ำใจ มีคุณธรรม เป็นลักษณะเด่นที่บุคคลทั่วไปเห็นได้ชัดเจน   พร้อมๆ กันโรงเรียนวิถีพุทธมีลักษณะเปิดกว้างสู่ชุมชนและสังคม พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นเพื่อการปรับปรุงพัฒนาอยู่เสมอ  และพร้อมให้ความร่วมมือในการพัฒนาชุมชนสังคมด้วยความเกื้อกูลกันและกันอย่างต่อเนื่อง

              กิจกรรมเสนอแนะเกื้อกูลสัมพันธ์

                      1. โรงเรียน บ้าน วัด ชุมชน ดำเนินกิจกรรมร่วมกัน ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา และวันตามประเพณี  เช่น  กิจกรรมหล่อเทียนพรรษา การทอดกฐินทอดผ้าป่า  กิจกรรมวันพ่อวันแม่   ฯลฯ

                      2. โรงเรียนนำนักเรียนร่วมกิจกรรมของวัดและชุมชน   เช่น กิจกรรมทำความสะอาดวัด ซึ่งอาจจัดในชั่วโมงกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน    หรือกิจกรรมช่วยเหลือสังคมอื่น ๆ  เช่น นำอาหารไปเลี้ยงคนชราที่บ้านพักคนชรา  หรือบ้านเด็กกำพร้า ฯลฯ

                  3. โรงเรียนต้องเป็นโรงเรียนของชุมชนโดยเปิดโรงเรียนต้อนรับผู้ปกครอง  และชุมชนตลอดเวลา(Open  House)  เพื่อให้ผู้ปกครองได้มีโอกาสเสนอข้อคิดเห็นและมีส่วนร่วมในภารกิจต่าง ๆ  เช่น   ดูแลความสะอาดของโรงอาหาร  ดำเนินการเชิญภูมิปัญญาทางพระพุทธศาสนา  ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาช่วยโรงเรียนในการจัดการเรียนรู้  เป็นต้น

                      4. เปิดห้องสมุดเพื่อให้ชุมชนใช้บริการได้ในวันหยุด รวมทั้งสนามกีฬา หอประชุม   ฯลฯ

                      5. เป็นศูนย์กลางของชุมชนในด้านวิชาการ  วิชาชีพ  เช่น  จัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในเรื่องอาชีพพิเศษต่าง ๆ   จัดร้านค้าของโรงเรียนเพื่อให้ผู้ปกครองนำผลิตผลทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มาขาย โดยนักเรียนเป็นผู้ดูแลกิจการ

                      6.  ร่วมกับวัดในชุมชนจัดการเรียนธรรมศึกษา  กิจกรรมทางด้านศาสนาต่างๆ เช่น เชิญพระสงฆ์มาแสดงพระธรรมเทศนา เชิญวิทยากรมาให้ความรู้แก่เยาวชนในเรื่องต่าง ๆ ในวันหยุด จัดทัศนศึกษาทางธรรม เป็นต้น

                      7. จัดกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียน  บ้าน  วัด  ชุมชน เช่น  จัดการแข่งขันกีฬา  จัดกิจกรรมปัจฉิมนิเทศโดยเชิญผู้ปกครองมาร่วมนำอาหารมารับประทานร่วมกัน  จัดค่ายครอบครัว

                      8. เสริมความเข้มแข็งของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน  เช่น  การเยี่ยมบ้านนักเรียน ช่วยเหลือนักเรียนแก้ไขปัญหาครอบครัว ฯลฯ

                      9. ประชาสัมพันธ์ผลงานของโรงเรียนในรูปแบบต่าง ๆ  เช่น  จัดทำหนังสือพิมพ์โรงเรียน วารสาร  เผยแพร่แก่ผู้ปกครอง ศิษย์เก่า ชุมชน  ฯลฯ

                10. ยกย่องเชิญชูเกียรติของผู้กระทำความดีทั้ง ครู   อาจารย์   นักเรียน  บุคลากรของโรงเรียนและบุคคลในชุมชน เพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่บุคคลทั่วไป เพื่อให้วิถีพุทธเป็นวิถีชีวิตของคนทั้งชุมชน

กลับด้านบน