แผนพัฒนาการศึกษาชายแดนภาคใต้ ของกระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินงานมาตั้งแต่ พ.ศ.2536-2539 โดยมุ่งเน้นในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่เกิดขึ้นใน 4 ด้าน คือ ด้านบุคลากร ด้านหลักสูตร/สื่อการสอน ด้านเครื่องอำนวย ความสะดวกในการปฏิบัติงานและด้านสวัสดิการ ซึ่งการประเมินผลแผนฯในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ในการประเมินผล จำนวน 3 ประการ ได้แก่ 1) เพื่อประเมินผลการดำเนินงานตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผนฯ 2) เพื่อประเมินผล การดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาในการจัดการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 3) เพื่อประเมินผลกระทบที่ เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามแผนฯ สำหรับผลการประเมินสรุปได้ดังนี้ แผนพัฒนาการศึกษาชายแดนภาคใต้ ได้กำหนดระยะเวลาดำเนินงานเป็น 2 ระยะคือ ระยะเร่งด่วน ดำเนินงาน ในปีงบประมาณ 2536 โดยขอใช้งบกลางในปีงบประมาณ 2536 เป็นระยะเวลา 5 เดือน และระยะเร่งรัด ดำเนินงาน ในปีงบประมาณ 2537-2539 แต่คณะรัฐมนตรีได้ลงมติเห็นชอบในหลักการของแผนฯ ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2536 ทำให้ไม่สามารถดำเนินการขอใช้งบกลางในปีงบประมาณ 2536 ได้ทัน ดังนั้นในปีงบประมาณ 2537 กระทรวง ศึกษาธิการจึงเสนอขอใช้งบกลาง จำนวน 139.70 ล้านบาท และได้รับการอนุมัติให้ใช้งบกลาง จำนวน 47.44 ล้านบาท ส่วนการดำเนินงานในปี 2538 - 2539 ได้ใช้งบปกติของกรม สำหรับการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่ เกิดขึ้นในแต่ละด้าน สรุปได้ดังนี้



1. ด้านบุคลากร

1.1 การจ้างบุคลากรในพื้นที่สอนชั่วคราว ได้กำหนดให้มีการจ้างบุคลากรในพื้นที่สอนชั่วคราวทั้งสิ้น จำนวน 1,644 คน ได้รับการอนุมัติให้จ้างจำนวน 1,034 คน คิดเป็นร้อยละ 62.90 ของแผนฯ โดยมีสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ได้รับการอนุมัติให้จ้างเพียง ร้อยละ 56.53 ของแผนฯ สถานศึกษาสังกัดกรมสามัญศึกษา ได้รับการอนุมัติตามแผนฯ แต่สามารถจ้างได้ร้อยละ 95.94 ของแผนฯ เนื่องจากสถานศึกษาบางแห่งไม่สามารถสรรหาบุคลากรที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขได้ อีกทั้งครูจ้างสอนบางคน ได้ลาออกก่อนที่จะจ้างครบ 2 ปี เนื่องจากได้งานใหม่จากการศึกษา พบว่าครูจ้างสอนได้ทุ่มเทเวลาให้กับการเรียน การสอนอย่างจริงจัง จนเป็นที่ยอมรับของข้าราชการในสถานศึกษา อย่างไรก็ตามควรมีการฝึกอบรมเกี่ยวกับหลักสูตร เทคนิคการสอน และจรรยาบรรณเพิ่มเติม ส่วนการจ้างครูอาสาสมัครเพื่อทำหน้าที่ครูอาสาสมัครประจำตำบลของ กรมการศึกษานอกโรงเรียนนั้น ได้รับการอนุมัติตามแผนฯแต่ต้องประสบกับปัญหาการลาออกของครูอาสาสมัคร และไม่สามารถสรรหาบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะครูอาสาสมัครเป็นลูกจ้างชั่วคราว ดังนั้น จึงควรเปิดโอกาสให้ครูอาสาสมัครประเมินเข้าเป็นข้าราชการหรือลูกจ้างประจำได้ 1.2 การบรรจุบุคลากรจ้างสอนชั่วคราว ตามแผนได้กำหนดให้สามารถบรรจุครูจ้างสอนชั่วคราวเป็น ข้าราชการครูในสถานศึกษาได้ หากมีวุฒิปริญญาตรีและได้รับการจ้างครบ 2 ปีการศึกษา การดำเนินการในครั้งนี้ สามารถบรรจุครูจ้างสอนชั่วคราวได้ร้อยละ 86.01 ของแผนฯ เนื่องจากการจ้างยังไม่ครบ 2 ปี และมีบางส่วนยัง ไม่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี 1.3 การบรรจุบุคลากร ได้กำหนดให้มีการบรรจุบุคลากรประจำสำนักงาน/โรงเรียน ตามที่ ก.พ. กำหนด ตำแหน่งมาให้จำนวน 494 อัตรา และการบรรจุข้าราชการครูวิชาสามัญ/วิชาชีพ ตามอัตรากำลังที่ควรจะมีตามเกณฑ์ ก.ค. จำนวน 1,417 อัตรา แต่ไม่สามารถบรรจุบุคลากรดังกล่าวได้ เนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้การกำหนด ตำแหน่ง เพื่อการบรรจุต้องทำความตกลงกับ ก.พ.ก่อน สำหรับการเกลี่ยข้าราชการครูจากโรงเรียนที่มีครูเกินเกณฑ์ ไปยังโรงเรียนที่มีครูต่ำกว่าเกณฑ์ที่ ก.ค. กำหนดนั้น สามารถดำเนินการได้ในระดับต่ำ ทั้งนี้ เนื่องจากโรงเรียนที่มีครู ต่ำกว่าเกณฑ์ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกล 1.4 โครงการคุรุทายาทชายแดนภาคใต้ แผนฯได้กำหนดให้ทุนนักศึกษาทั้งสิ้นจำนวน 1,625 ทุน สามารถ จัดทุนให้ได้จำนวน 510 ทุน คิดเป็นร้อยละ 31.38 ของแผนฯทั้งนี้เนื่องจากได้มีการปรับลดแผนการให้ทุนลง อีกทั้ง มีจำนวนนักศึกษาสมัครขอรับทุนต่ำกว่าแผนฯ และสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติประสบกับปัญหา ในการจัดอัตรารองรับนักศึกษาที่ได้รับทุน จึงจัดทุนให้ได้ในปีการศึกษา 2537 เพียงปีเดียว เท่านั้น ซึ่งนักศึกษาให้ ความสนใจสมัครเข้ารับทุนคุรุทายาท สังกัดกรมสามัญศึกษาสูงกว่าสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษา แห่งชาติ ส่วนจำนวนเงินทุนที่ได้ 12,500 บาท/คน/ปี นั้น พบว่ามีความเหมาะสมน้อยเมื่อเที่ยบกับค่าใช้จ่ายของ นักศึกษา ส่วนนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาพบว่ามีคุณภาพในระดับปานกลาง เมื่อได้รับการบรรจุจะมีการขอโอนย้าย ในระดับปานกลาง ดังนั้น การบรรจุแต่งตั้งจึงควรพิจารณาสถานศึกษาที่อยู่ในภูมิลำเนาของนักศึกษาให้มากที่สุด 1.5 ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานด้านบุคลากร 1.5.1 สถานศึกษาบางแห่งไม่สามารถหาครูจ้างสอนที่มีคุณสมบัติตามที่ได้กำหนดไว้ และครูจ้างสอน บางคนได้ลาออกก่อนที่จะครบ 2 ปี เนื่องจากได้งานใหม่ 1.5.2 ครูจ้างสอนไม่ได้รับเงินเดือนในช่อง 5 เดือนสุดท้าย คือ คั้งแต่วันที่1 พฤษภาคม - 30 กันยายน 2538 เนื่องจากสำนักงบประมาณได้ปรับเงินในหมวดค่าจ้างชั่วคราว เป็นหมวดเงินเดือน เพราะตามแผนฯ จะต้อง บรรจุครูจ้างสอนเป็นข้าราชการครูในระยะเวลาดังกล่าวแล้ว แต่ในทางปฏิบัติไม่สามารถบรรจุได้ เพราะการจ้างยังไม่ ครบ 2 ปีการศึกษา 1.5.3 ไม่สามารถบรรจุบุคลากรตามที่ ก.พ.กำหนดตำแหน่งให้ เนื่องจากไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ



2. ด้านหลักสูตรและสื่อการเรียนการสอน

พบว่า มิได้ดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นอย่างจริงจัง มี แต่เพียงการปรับปรุงกิจกรรมการเรียนการสอนให้เหมาะกับสภาพพื้นที่เท่านั้น นอกจากนี้พบว่าโรงเรียนในระดับ ประถมศึกษา ประสบกับปัญหาการขาดแคลนอาคารเรียนเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีจำนวนนักเรียนเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งอาคารเรียนมีสภาพทรุดโทรม สำหรับการจัดการเรียนการสอนวิชาสามัญและวิชาชีพในโรงเรียนเอกชนสอน ศาสนาอิสลาม ( ปอเนาะ ) นั้น พบว่ามีความยุ่งยากในการเรียนการสอนในระดับปานกลาง ผู้ปกครองให้ความ สำคัญในวิชาดังกล่าวในระดับปานกลาง ส่วนนักเรียนให้ความสำคัญกับวิชาสามัญสูงกว่าวิชาชีพ เนื่องจากนักเรียน มีความต้องการที่จะศึกษาให้สูงขึ้นกว่าปัจจุบัน ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานด้านหลักสูตรและสื่อการสอน ไม่มีการดำเนินการเพื่อปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นอย่างจริงจัง เนื่องจากไม่มีการกำหนด เป้าหมายการดำเนินงานและหน่วยงานที่รับผิดชอบไว้ในแผนฯ อีกทั้งมิได้จัดสรรงบประมาณเพื่อรองรับการดำเนิน งานอย่างชัดเจน



3. ด้านเครื่องอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน

3.1 การจัดหาเครื่องมือสื่อสาร สามารถจัดตั้งศูนย์แม่ข่ายประจำที่ได้ร้อยละ 70 ของแผนฯ ส่วนวิทยุ มือถือสามารถดำเนินการได้ร้อยละ 82.44 ของแผนฯ โดยจัดให้สถานศึกษาในสังกัดกรมสามัญศึกษา ได้ตามแผนฯ จัดให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดได้ร้อยละ 79.41 ขงแผนฯ และจัดให้สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการ การประถมศึกษาแห่งชาติ ได้ร้อยละ 82.90 ของแผนฯ เพราะสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ ได้จัดวิทยุมือถือให้สถานศกึษามาก่อนแล้ว และขณะนี้ทุกสถานศึกษาได้รับวิทยุมือถือครบทุกแห่งแล้ว นอกจากนี้ พบว่าวิทยุมือถือมีความจำเป็นมากสำหรับการปฏิบัติงานในพื้นที่ ขณะนี้มีปริมาณความพอเพียงในระดับปานกลาง โดยส่วนมากใช้เพื่อการประสานงานในการติดตามผลการดำเนินงานและแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับการประชุม สำหรับการ ใช้เพื่อแจ้งข่าวสารเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากภับภิบัติ การขอความช่วยเหลือจากภัยอันตรายที่เกิดขึ้น การ รายงานข้อมูลทางวิชาการ และใช้เพื่อส่งข้อมูลส่วนตัวพบว่ามีการใช้ในระดับปานกลาง 3.2 การจัดหายานพาหนะ ตามแผนฯ ได้กำหนดให้มีการจัดหารถตู้ให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด และ สำนักงานสามัญศึกษาจังหวัด จำนวน 10 คัน สามารถจัดให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดได้เพียง 2 คัน และมีแผนฯ ที่จะจัดหารถกระบะขนาด 1 ตัน (ปิคอัพ) จำนวน 80 คัน สามารถจัดให้ได้ จำนวน 24 คัน คิดเป็นร้อยละ 30 ของแผนฯ ซึ่งรถกระบะที่จัดให้เป็นเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน ทำให้สิ้นเปลืองค่าน้ำมันเชื้อเพลิงสูงกว่าเครื่องยนต์ ที่ใช้น้ำมันดีเซล และการใช้งานในพื้นที่ที่มีสภาพเป็นภูเขา ควรพิจารณาจัดสรรรถยนต์ประเภทขับเคลื่อน 4 ล้อ จึงจะเหมาะสมกว่า นอกจากนี้ควรพิจารณาจัดสรรงบประมาณในการบำรุงรักษา และซ่อมแซมรถยนต์ให้พอเพียง และเหมาะสมกับสภาพการใช้งาน 3.3 การตั้งศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพราษฎรบริเวณชายแดนจังหวัดปัตตานี พบว่าศูนย์ฝึกฯ มีความพร้อม ด้านวัสดุ อุปกรณ์ สถานที่ ครุภัณฑ์ และบุคลากรในระดับน้อยเนื่องจากเป็นศูนย์ที่ตั้งขึ้นใหม่ จึงได้ประสานการใช้ วัสดุ อุปกรณ์ร่วมกับหน่วยราชการอื่นและประชาชนได้ให้ความสนใจใช้บริการของศูนย์ในระดับปานกลาง 3.4 ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานด้านเครื่องอำนวยความสะดวก 3.4.1 การใช้วิทยุมือถือไม่สามารถติดต่อได้ครอบคลุมทั้งจังหวัด เนื่องจากพื้นที่เป็นภูเขาสลับ ซับซ้อน และศูนย์แม่ข่ายยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ และไม่สามารถติดต่อกับหน่วยงานต่างกรมได้สะดวก 3.4.2 สถานศึกษาสังกัดกรมสามัญศึกษา ยังไม่ได้รับการจัดสรรรถยนต์ให้การจัดสรรงบประมาณ ในการดูแลบำรุงรักษารถยนต์ไม่เพียงพอกับความเป็นจริง



4. ด้านสวัสดิการ

4.1 การจัดสวัสดิการให้แก่ข้าราชการ ไม่มีการดำเนินการในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เนื่องจากแผนมิได้ กำหนดรายละเอียด เป้าหมายและหน่วยงานที่รับผิดชอบในภาพรวมของกระทรวงฯโดยตรง ซึ่งสวัสดิการที่ข้าราชการ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการมีความต้องการมากที่สุด ได้แก่เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อที่อยู่อาศัย รองลงมาได้แก่ เงินเบี้ย เสี่ยงภัยและเบี้ยกันดาร พร้อมทั้งการพิจารณาให้ได้รับเหรียญชายแดน/เหรียญพิทักษ์เสรีชน และการพิจารณา ความดีความชอบกรณีพิเศษจาก ศอ.บต. ซึ่งข้าราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการมีโอกาสได้รับน้อยมาก 4.2 การจัดค่าพาหนะเดินทางให้นักเรียน ตามแผนได้กำหนดให้มีการจัดสรรค่าพาหนะเดินทางไป โรงเรียนแก่นักเรียนที่ถูกยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กเข้าด้วยกัน จำนวน 11,134 คน รวมเป็นเงินงบประมาณทั้งสิ้น จำนวน 13.70 ล้านบาท สามารถจัดสรรได้เพียง 4.30 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 31.30 ของแผนฯ อีกทั้งพบว่า การจัดค่าพาหนะเดินทางให้นักเรียนมีส่วนทำให้มีจำนวนนักเรียนเพิ่มมากขึ้น สถานศึกษาบางแห่งได้จ้างเหมารถ เพื่อรับ-ส่งนักเรียน โดยสถานศึกษาควบคุมดูแลความปลอดภัย แต่รถรับ-ส่งในพื้นที่ชนบทห่างไกล จะเป็นรถกระบะ ที่ไม่มีหลังคา ทำให้ไม่มีความปลอดภัยเท่าที่ควร 4.3 ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานด้านสวัสดิการ 4.3.1 ตามแผนยังไม่ได้กำหนดให้หน่วยงานใดเป็นหน่วยงานหลักในการพิจารณาปรับปรุง สวัสดิการให้แก่ข้าราชการครูอย่างเป็นระบบ 4.3.2 ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ข้าราชการครูเบิกค่าเช่าบ้านได้ในกรณีพิเศษ เนื่องจากเป็น พื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยนั้น ข้าราชการครูไม่สามารถเบิกค่าเช่าบ้านได้ เนื่องจากต้องมีเอกสารรับรองจากฝ่ายปกครองว่า เป็นพื้นที่ไม่ปลอดภัย แต่ในทางปฏิบัติฝ่ายปกครองไม่สามารถออกเอกสารรับรองได้ เนื่องจากจะมีผลกระทบต่อ การปฏิบัติงาน 4.3.3 ข้าราชการสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ยังมิได้รับการพิจารณาให้ได้รับสวัสดิการที่ทัดเทียม กับหน่วยราชการอื่นๆ ในพื้นที่ เช่นการพิจารณาให้ได้รับเหรียญชายแดนหรือเหรียญพิทักษ์เสรีชน เป็นต้น



5. ผลกระทบที่เกิดขึ้น

5.1 ผลกระทบต่อส่วนราชการ 5.1.1 ผลกระทบต่อการบริหารงานของส่วนราชการ แผนพัฒนาการศึกษาชายแดนภาคใต้ สามารถแก้ไขปัญหาทางการศึกษาในพื้นที่ได้ตรงตามความต้องการของท้องถิ่นในระดับปานกลาง เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ มีความรู้เกี่ยวกับแผนฯ ในระดับปานกลาง เนื่องจากขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดี และมีบางส่วนยังไม่เคยศึกษา รายละเอียดของแผนฯ เลย อย่างไรก็ตามแผนฯได้มีส่วนทำให้หน่วยงานสามารถปฏิบัติงานได้คล่องตัวขึ้น โดยได้มี การประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน สามารถลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนกันได้ในระดับปานกลาง อีกทั้งทำให้ครูสามารถปฏิบัติงานในสถานศึกษาเพิ่มขึ้น และสามารถลดปัญหาการโอนย้ายได้ในระดับปานกลาง ส่งผลให้มีการพัฒนาการศึกษาในภาพรวมได้ค่อนข้างมาก 5.1.2 ผลกระทบต่อสังคม ศาสนา และวัฒนธรรม นักเรียนในท้องถิ่นมีความต้องการที่จะศึกษาให้ สูงขึ้นเป็นจำนวนมาก มีการส่งบุตรหลานเข้าศึกษาในโรงเรียนสังกัดกรมสามัญศึกษาค่อนข้างมาก ประชาชนใน ท้องถิ่นมีอัตราการอ่านออกเขียนได้เพิ่มขึ้น แต่เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราการอ่านออกเขียนได้ของทั้วประเทศแล้ว พบว่ายังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ การคุกคามต่อทรัพย์สินของโรงเรียนในท้องถิ่นมีจำนวนลดน้อยลงในระดับปานกลาง การที่นักเรียนมีความต้องการศึกษาให้สูงขึ้น มีส่วนทำให้ครอบครัวประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานในครัวเรือน ในระดับปานกลาง แต่นักเรียนส่วนใหญ่มีบ้านพักห่างจากโรงเรียนไม่เกิน 3 กิโลเมตร จึงทำให้มีเวลาพอที่จะช่วย เหลืองานของครอบครัวได้ในระดับหนึ่ง 5.2 ผลกระทบต่อตัวนักเรียน 5.2.1 ผลกระทบต่อการศึกษาของนักเรียน สถานศึกษาได้มีการปรับปรุงบำรุงรักษาอาคารเรียนให้มี สภาพที่ดี มีการจัดหาวัสดุ อุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัยในระดับมาก ทำให้นักเรียนรู้สึกอยากไปโรงเรียนและ เรียนหนังสือได้ดีขึ้นในระดับมาก และการรวมโรงเรียนขนาดเล็กเข้าด้วยกัน ส่งผลให้นักเรียนเดินทางไปโรงเรียน ลำบากขึ้นในระดับปานกลาง 5.2.2 ผลกระทบต่อครอบครัวและสิ่งแวดล้อม การที่นักเรียนได้เรียนสูงขึ้นไม่มีส่วนทำให้เกิดปัญหา ครอบครัว แต่จะมีผลทำให้ผู้ปกครองต้องเดือดร้อนในเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น และขาดแรงงานที่จะช่วยเหลืองาน ของครอบครัวในระดับปานกลาง อย่างไรก็ตามผู้ปกครองจะมีความภูมิใจในระดับมากที่สุด ที่บุตรหลานได้มีการ ศึกษาสูงขึ้น 5.3 ผลกระทบต่อผู้ปกครอง 5.3.1 ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ประชาชนมีอัตราการอ่านออกเขียนได้เพิ่มขึ้น มีการศึกษาด้านอาชีพ เพิ่มขึ้น ซึ่งได้ส่งผลให้มีรายได้เพิ่มขึ้น มีความสามัคคีและมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนเพิ่มขึ้น 5.3.2 ผลกระทบด้านศาสนาและวัฒนธรรม ประชาชนส่วนใหญ่ยังยึดมั่นและปฏิบัติตามหลักธรรม ในศาสนา ประกอบกับได้มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม และประเพณีดีขึ้น



6. ข้อเสนอแนะ

6.1 ด้านบุคลากร 6.1.1 การจ้างบุคลากรในพื้นที่สอนชั่วคราว ควรให้มีการดำเนินงานต่อไป เพราะสถานศึกษายัง ขาดแคลนข้าราชการครูเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในชนบทที่อยู่ห่างไกล และควรพิจารณากระจายอำนาจในคณะ กรรมการของสถานศึกษาเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกบุคลากรตามคุณสมบัติที่กำหนด 6.1.2 การให้ทุนโครงการคุรุทายาทควรให้มีการดำเนินการต่อไป เพื่อคัดเลือกบุคลากรที่มี คุณภาพเป็นข้าราชการครู แต่ต้องจัดหาอัตรารองรับให้ได้ก่อนการคัดเลือกนักศึกษาเข้ารับทุน 6.1.3 การจ้างครูอาสาสมัคร ควรระงับการจ้างครูอาสาสมัครเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีครู อาสาสมัครครบทุกตำบลแล้ว แต่ควรพิจารณาจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานของครูอาสาสมัครให้มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 6.2 ด้านหลักสูตรและสื่อการเรียนการสอน ควรมีการเร่งรัด สนับสนุนให้มีการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น และปรับปรุงพัฒนาสื่อการเรียน การสอนให้สอดคล้องกับสภาพสังคม วัฒนธรรมท้องถิ่น โดยให้สำนักพัฒนาการศึกษาฯ เขตการศึกษา 2 ทำหน้าที่ ประสานงานการดำเนินงานในภาพรวมของเขตการศึกษา 6.3 ด้านเครื่องอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน 6.3.1 ควรระงับการจัดหาวิทยุมือถือให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ แต่ควรปรับปรุงศูนย์แม่ข่ายให้ สามารถประสานงานระหว่างหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 6.3.2 การจัดหายานพหานะ ควรพิจารณาจัดสรรให้เฉพาะหน่วยงาน/โรงเรียนที่มีความ จำเป็นจริงๆ หน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร สภาพพื้นที่เป็นภูเขา ควรพิจารณาจัดสรรรถยนต์ประเภทขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้ และจัดสรรงบประมาณในการบำรุงรักษาให้เพียงพอ เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริง 6.4 การจัดสวัสดิการ 6.4.1 การจัดสวัสดิการให้แก่ข้าราชการ ควรมีการจัดสรรงบประมาณเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพื่อที่ พักอาศัยให้แก่ข้าราชการครูเพิ่มมากขึ้น ส่วนการพิจารณาให้ได้รับเหรียญพิทักษ์เสรีชน และเหรียญชายแดน แม้ว่ากระทรวงมหาดไทยมีความเห็นว่าควร พิจารณาให้ข้าราชการครูในพื้นที่เสี่ยงภัยด้วย แต่ไม่มีหน่วยงานใด ทำหน้าที่รับผิดชอบในภาพรวมของกระทรวงศึกษาธิการโดยตรง ดังนั้น จึงควรพิจารณามอบให้สำนักพัฒนา การศึกษาฯ เขตการศึกษา 2 ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป 6.4.2 การจัดค่าพาหนะเดินทางให้นักเรียน ควรพิจารณาให้มีการดำเนินการต่อไป แต่ควรขยาย เป้าหมายจากนักเรียนในโรงเรียนที่ถูกยุบรวมกับโรงเรียนอื่น ๆ เป็นนักเรียนที่มีความลำบากในการเดินทางไป โรงเรียนและมีฐานะยากจน สำหรับสถานศึกษาที่ดำเนินการจัดรถรับ - ส่งนักเรียนนั้น สถานศึกษาควรพิจารณา และควบคุม ตรวจสอบ ดูแลสภาพรถรับ-ส่งนักเรียนให้มีความปลอดภัยโดยเคร่งครัด 6.5 ข้อเสนอแนะอื่น ๆ 6.5.1 หน่วยงานระดับจังหวัด ควรจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อนำแผนไปสู่การปฏิบัติให้เป็น รูปธรรมยิ่งขึ้น พร้อมทั้งขอตั้งงบประมาณตามแผนงาน/โครงการที่กำหนดไว้ในแผน 6.5.2 หน่วยงานระดับกรม ควรขอตั้งงบประมาณ โดยพิจารณาแผนงาน/โครงการที่สอดคล้อง กับแผนงานอย่างต่อเนื่อง หากงาน/โครงการใดไม่ได้รับงบประมาณควรแจ้งเหตุผลความจำเป็นให้หน่วยงานระดับ จังหวัดได้รับทราบ 6.5.3 ควรมีการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่รายละเอียดเกี่ยวกับแผนฯ ให้หน่วยงานทุกระดับได้ รับทราบและปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับแผนฯอย่างต่อเนื่อง




Copyright & copy; 1998 MOENet Thailand Service
บทความ โดย สำนักนโยบายและแผนการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สป.
พัฒนาระบบ และนำเสนอข้อมูลโดย กลุ่มงานสารสนเทศบนอินเทอร์เน็ต
ศูนย์สารสนเทศ สป.ศธ.
โทร. 281-9809, 628-5643, 628-5644 Fax. 282-9241

website@emisc.moe.go.th