
![]()
![]() |
ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศ ( Information Technology ) เข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้อง กับชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนเกือบทั่วโลกอย่างกว้างขวาง ซึ่งทำให้การติดต่อสื่อสาร แลกเปลี่ยนความรู้ แนวคิด ประสบการณ์ ผ่านสื่อทางไกลทำได้อย่างรวดเร็ว และ ครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ในโลก การธุรกิจ การอุตสาหกรรม ธุรกิจการเงิน การค้า ระหว่างประเทศ ฯลฯ ทำได้อย่างสะดวก โดยผ่านระบบสายใยแก้วนำแสง ( Optical Fibers ) และระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม ( Satellite Systems ) การศึกษาเป็นกิจการหนึ่งซึ่งใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะ ในด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูล การสืบค้นตำรา เอกสาร คู่มือครู เอกสารการเรียน หรือเอกสารประกอบการเรียน การค้นคว้างานวิเคราะห์ วิจัย การสอนการเรียน ทางไกล การประชุม และการฝึกอบรมทางไกล ฯลฯ ทำได้โดยสะดวก ซึ่งทำให้เด็ก และเยาวชน ครู อาจารย์ สามารถค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งความรู้ เช่น ห้องสมุด ศูนย์เอกสาร ศูนย์วิชาการ ฯลฯ ทั้งที่เป็นตัวเลข ตัวอักษร ภาพ และเสียงได้โดยง่าย ทั้งในประเทศเดียวกันหรือต่างประเทศ หากมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และระบบการรับส่ง ผ่านเครือข่าย สำหรับงานของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ ( นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ) และท่านอดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ( ดร.โกวิท วรพิพัฒน์ ) ได้สนใจให้ผู้บริหารระดับสูงได้รับการอบรมด้านคอมพิวเตอร์ และใช้ระบบสารสนเทศช่วยในการบริหารการศึกษา ปัจจุบัน ท่านปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ( ดร.สุรัฐ ศิลปอนันต์ ) และท่านรองปลัด กระทรวงศึกษาธิการ ( ดร.พนม พงษ์ไพบูลย์ ) ได้สนับสนุนให้สถานศึกษา มีระบบ คอมพิวเตอร์ใช้เพื่อการบริหารการจัดการ ( MIS : Management Information Systems ) และใช้เพื่อการเรียนการสอน ( CAI : Computer-Assisted Instruction ) รวมทั้งสนับสนุน ให้เกิดเครือข่ายสารสนเทศกระทรวงศึกษาธิการ ( เอ็ม โอ อี เน็ต : MOEnet : Ministry of Education Network ) เพื่อเป็นทางเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศ ทั้งที่เป็น ตัวเลข ข้อความ ภาพและเสียงซึ่งกันและกันเพื่อเสริมสร้างคุณภาพการศึกษา ขณะนี้ มีโครงการเครือข่ายที่ได้ผลดี คือ SchoolNet ซึ่งจะช่วยก่อให้เกิดความทัดเทียมกัน ในระหว่างสถานศึกษาด้วยกันได้ และพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารขององค์การ และสถานศึกษาทุกแห่ง เรื่องของอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อน และมีขั้นตอนตลอดจน ครอบคลุมเรื่องที่เกี่ยวข้องอย่างกว้างขวาง ซึ่งท่านผู้สนใจน่าจะหาอ่านหรือศึกษา ค้นคว้าได้ทั้งเอกสารไทย และต่างประเทศ สำหรับบทความนี้เป็นความพยายาม นำเสนอสาระ เฉพาะเรื่องอินเทอร์เน็ต SchoolNet และเครือข่ายกระทรวงศึกษาธิการ โดยสังเขป ดังนี้ คือ
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
1) อินเทอร์เน็ต : ความหมายและประวัติย่อ คำว่า Internet เป็นคำย่อของ Internetwork ซึ่ง Pocket Dictionary ของ Peter Dyson ระบุไว้ว่า The worlds largest computer network, consisting of over 10,500 individual networks supporting over 1.7 million computers and 15 million users. The Internet uses TCP/IP protocols. ถอดความแล้วคงหมายถึง เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ ที่สุดในโลก เชื่อมโยงเครือข่ายย่อยมากกว่า 10,500 เครือข่าย ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อ คอมพิวเตอร์มากกว่า 1.7 ล้านเครื่อง ที่มีผู้ใช้เครือข่ายไม่น้อยกว่า 15 ล้านคน และ เครือข่ายนี้ใช้ Transmission Control Protocol/Internet Protocol เป็นส่วนสำคัญในการ เชื่อมโยง นั่นคือความหมายและสาระจากเอกสารดังกล่าว ซึ่งพิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2537 ปัจจุบัน (มค. 2540) เครือข่ายย่อยเพิ่มขึ้นประมาณ 4 เท่า คือ 45,000 เครือข่าย และจำนวนคอมพิวเตอร์ทุกเครือข่ายเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 4 ล้านเครื่อง และมีผู้ใช้ อินเทอร์เน็ตทั่วโลก เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 25 ล้านคน ใน 60 ประเทศทั่วโลก อินเทอร์เน็ต เป็นเครือข่ายที่แต่เดิมเป็นเครือข่ายที่ใช้ในกิจการทางทหาร ของ สหรัฐอเมริกาชื่อ อาร์ปาเน็ต (ARPANET : Advanced Research Projects Agency Network) ซึ่งเริ่มใช้ในกิจการเมื่อประมาณ พ.ศ. 2512 คือ 28 ปีมาแล้ว ต่อมามีมหาวิทยาลัย หลายแห่งขอร่วมเครือข่าย โดยเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยกับ เครือข่ายดังกล่าว เพื่อใช้ประโยชน์ในการศึกษาและการวิจัย ต่อมาเมื่อมีการใช้เทคนิค การสื่อสารโต้ตอบที่เรียกว่า "โปรโตคอล" ( protocol ) แบบเฉพาะของอินเทอร์เน็ต ที่เรียกว่า "ทีซีพี/ไอพี" "ไอพี" คือ อินเทอร์เน็ตโปรโตคอล เครือข่ายนี้ก็ได้รับความ นิยมต่อเนื่อง มีระบบคอมพิวเตอร์มาเกาะเกี่ยวมากขึ้น จนเป็นเครือข่ายระบบ คอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ ที่สุดในโลกปัจจุบัน ประเทศไทยเริ่มสนใจและติดต่อกับอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่ พ.ศ.2530 โดย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (วิทยาเขตหาดใหญ่) และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ซึ่งในปี พ.ศ.2531 วิทยาเขตดังกล่าวนับเป็นที่อยู่ของ อินเทอร์เน็ตแห่งแรกของ ประเทศไทย โดยได้รับที่อยู่ ( Address ) ชื่อ sritrang.psu.th ปี พ.ศ. 2535 เป็นปีที่ อินเทอร์เน็ตเข้ามาอยู่ในประเทศไทยสมบูรณ์ คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เช่าสาย เป็นสายความเร็วสูงต่อเชื่อมกับเครือข่าย UUNET ของบริษัทเอกชนที่รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ต่อมามหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้า และมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ ได้ขอเชื่อมต่อผ่านจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย และเรียกเครือข่ายนี้ว่า "ไทยเน็ต" (THAInet) นับเป็นประตู ( Gateway ) แรกสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตสากล ของประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2535 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ( NECTEC : National Electronic and Computer Technology Centre ) ได้จัดตั้งกลุ่ม เครือข่ายประกอบด้วยมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่ง เรียกว่า เครือข่าย "ไทยสาร" ต่อ เชื่อมกับเครือข่าย UUNET ด้วยนับเป็น Gateway สู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตแห่งที่สอง ปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ระดับมัธยมศึกษา และ กระทรวง ทบวง กรม มากกว่า 100 แห่ง เชื่อมโยงเข้าสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่าน gateway ทั้งสอง และ gateway ของภาคเอกชนหลายแห่งก็ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งขึ้น ขณะเขียนบทความนี้ นโยบายประการหนึ่งของ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ คือ การให้กระทรวงศึกษาธิการเป็น gateway หนึ่งที่สามารถ เชื่อมโยงอินเทอร์เน็ตสากลโดยตรง ( ISP : Internet Service Provider ) เพื่อตอบสนอง ความต้องการของสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ประมาณ 4 หมื่นกว่าแห่ง และสำนักงานสังกัดกระทรวงในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอีกประมาณ 2,000 แห่ง
![]()
2) ประโยชน์ทั่วไป อินเทอร์เน็ตเป็นระบบเครือข่ายที่เปิด และเชื่อมโยงตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้น สมาชิกของเครือข่าย จึงสามารถเข้าถึงข้อมูล ซึ่งประกอบด้วย ตัวเลข ข้อความ ภาพ และเสียง ที่มีผู้นำเสนอไว้ได้โดยสะดวก นักวิชาการบางท่านเปรียบอินเทอร์เน็ต เสมือนห้องสมุดของโลกที่มีขนาดมหาศาล ซึ่งมีสรรพวิชาการ งานวิจัย เทคโนโลยี ใหม่ๆ ไว้ให้ศึกษา นอกจากนั้น เครือข่ายนี้ยังสามารถเป็นที่สื่อสารแลกเปลี่ยน ความรู้ แนวคิด การติดต่อ ซึ่งรวดเร็วและถูกกว่าการส่งจดหมาย เรื่องที่อยู่ในเครือข่ายจะมี ทุกด้าน อาทิ สังคม การเมือง การแพทย์ ศาสนา ดนตรี กีฬา การค้า อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม เป็นต้น บริการต่างๆ ในอินเทอร์เน็ตมีหลายลักษณะ ซึ่งข้อมูลทุกด้านจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากจะมีสมาชิกส่วนหนึ่ง จัดเสนอข้อมูลของตนเองเพื่อไว้ใช้ หรืออำนวยความ สะดวกแก่ผู้สนใจอื่นๆ ตลอดเวลา โดยสรุปลักษณะการให้บริการของอินเทอร์เน็ตมี หลายด้าน ดังนี้ 2.1 จดหมายอิเลกทรอนิกส์ ( E-mail : Electronics Mail ) เป็นบริการที่ ให้ผู้ใช้บริการสามารถส่งจดหมายถึงบุคคล องค์กร สถาบัน ฯลฯ โดยผู้รับจะได้รับ ผ่านจอคอมพิวเตอร์ หรือให้พิมพ์เป็นเอกสารได้ทันที หากผู้รับไม่อยู่ที่จอคอมพิวเตอร์ จดหมายนี้ก็จะถูกส่งไว้ในตู้ คือ ในหน่วยความจำที่เสมือนเป็นตู้รับจดหมายในคอม- พิวเตอร์ ซึ่งผู้รับจะรับเวลาใดก็ได้ และจะโต้ตอบส่งกลับเวลาใดก็ได้เช่นกัน 2.2 การทำงานข้ามเครื่อง ( TelNet ) ผู้ใช้บริการหากมีระบบเครื่องที่ ทำงานได้ไม่สะดวก ก็สามารถเปลี่ยนไปทำงานในเครื่องอื่นที่มีสมรรถนะสูงกว่า เพื่อ เข้าไปใช้ข้อมูลเนื้อที่บนฮาร์ดดิสก์สำหรับเก็บข้อมูลหรือบริการอื่นใดก็ได้ โดยมีข้อแม้ ว่าผู้ใช้บริการต้องมีชื่ออยู่ในสารระบบที่ได้รับอนุณาตให้ใช้ได้ 2.3 การถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล ( FTP : File Transfer Protocol ) เป็นบริการ ถ่ายโอนแฟ้มข้อมูลหรือโปรแกรมที่ผู้ใช้ต้องการจากเครื่องอื่นมาเก็บไว้ยังเครื่องของตน โดยเฉพาะโปรแกรมที่บางท่านพัฒนาขึ้น และต้องการบริจาคให้สาธารณะประโยชน์ ได้ใช้โดยไม่คิดมูลค่า โปรแกรมลักษณะนี้เรียกว่า Shareware บางโปรแกรมก็อาจจะ ให้ลองใช้เป็นการชั่วคราว หากสนใจก็อาจจะต้องเสียค่าใช้จ่าย ก็อยู่ในลักษณะบริการ นี้เช่นกัน 2.4 กลุ่มข่าวที่น่าสนใจ ( UseNet ) เป็นบริการที่เสมือนเป็นกระดาน ประกาศขายสินค้า หรือแสดงความต้องการ เพื่อให้ผู้สนใจตรงกัน หรือคล้าย ๆ กัน ได้ส่งข่าวติดต่อกัน ข่าวที่นำมาเสนอไว้อาจจะเกี่ยวกับสังคม กีฬา ศาสนา วัฒนธรรม เทคโนโลยี ปรัชญา การปรุงอาหาร การเลี้ยงสัตว์ การแลกเปลี่ยนแนวคิด ดนตรี ปัญหาต่างๆ ฯลฯ ท้ายข่าวจะมีที่อยู่ที่ติดต่อได้ หรือผู้สนใจติดต่อถึงกัน 2.5 การสนทนาบนเครือข่าย ( Talk ) บริการนี้จะแตกต่างจากจดหมาย ซึ่งเขียนไปไว้ที่ตู้ไปรษณีย์ของผู้รับ คือ ผู้ส่ง ผู้รับโต้ตอบกันทางตัวอักษรบนจอคอม- พิวเตอร์ ซึ่งขณะนี้มีซอฟท์แวร์ที่พัฒนาขึ้นให้สามารถพูดโต้ตอบกันผ่านระบบคอม- พิวเตอร์ได้ดังเช่นพูดกันทางโทรศัพท์ เช่น โปรแกรมชื่อคูลทอล์ก ( Cooltalk ) เป็นต้น 2.6 การค้นหาข้อมูลและไฟล์ข้อมูล ( Gopher/Archie ) เป็นบริการที่ เปรียบเสมือนตู้บัตรคำในห้องสมุดที่สามารถค้นชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง ชื่อที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ ซึ่งจะช่วยให้การค้นต่างๆ เป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วมาก ผู้ใช้เพียงเข้าไปค้นเมนู (Menu) ที่โปรแกรมนี้ทำไว้เมื่อพอใจดูเรื่องใดก็ใช้เมนูนั้นผ่านเข้าไปยังเรื่องหรือสิ่งที่ ต้องการได้ทันที 2.7 เครือข่ายใยแมงมุม ( World Wide Web ) เครือข่ายบนอินเทอร์เน็ต นี้มีลักษณะพิเศษ และความนิยมใช้เครือข่ายนี้ทวีสูงขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยวิธีการที่ สะดวกมาก บนเครือข่ายใยแมงมุมนี้สมาชิกจะมีจุดของตนเองบนใยแมงมุม ซึ่งเปรียบ เสมือนจุดตัดของใยสองเส้น เส้นหนึ่งเป็นเส้นตรงจากศูนย์กลางไปยังขอบอีกเส้นหนึ่ง คือเส้นที่คล้ายๆ วงกลม เรียงจากจุดศูนย์กลางเป็นวงกลมเล็กไปสู่จุดรอบนอก ซึ่งเป็น วงกลมใหญ่ขึ้นๆ จุดตัดของใยดังกล่าว เรียก Web Site ซึ่งสมาชิกบน Web Site จะสร้าง บ้านของตนเองมี "หน้าบ้าน" ( Home Page) เป็นตราสัญญลักษณ์ประจำบ้านมีรายการ ข้อมูล รูปภาพ หรือเสียง ที่นำเสนอให้ผู้ต้องการเรียกดู เรียกใช้ หรือสำเนาข้อมูล รูปภาพ และเสียงบางรายการได้ ธุรกิจการค้า การอุตสาหกรรม องค์กรเอกชน หน่วยงานของรัฐที่เป็นสมาชิกเครือข่าย นิยมประชาสัมพันธ์ การทำงาน ผลผลิต ฯลฯ บน Web site ของตนเอง ซึ่งได้ผลในแง่ประชาสัมพันธ์ และการค้าขาย แลกเปลี่ยน การตกลง อย่างมหาศาลกระทรวงศึกษาธิการมี "หน้าบ้าน" ซึ่งเป็นส่วนประกอบแสดงสัญญลักษณ์ ของกระทรวงฯ มีเมนู และมีข้อมูล รูปภาพ ในบ้านประกอบด้วยข้อมูล แยกเป็นรายเขต จังหวัด บุคลากรระดับบริหาร แนวทางการปฏิรูปการศึกษา กองทุนร้อยใจช่วยเยาวชน ไทยในภาวะวิกฤต ระเบียบกองทุนเงินกู้เพื่อการศึกษา แนวทางการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การศึกษา และข่าวที่น่าสนใจต่างๆ ฯลฯ ซึ่งจากสถิติพบว่ามีผู้เรียกดูตลอดเวลา เช่นกัน
- หมายถึง Web Site
![]()
3) ประโยชน์ทางการศึกษา สำหรับด้านการศึกษานั้น เครือข่ายอินเทอร์เน็ตจะช่วยเสริมสร้างคุณภาพ และความเสมอภาคกันในหลายเรื่อง ดังนี้ 3.1 ครู อาจารย์ผู้สอน สามารถพัฒนาคุณภาพบทเรียน หรือแนวคิดใน สาขาวิชาที่สอน โดยการเรียกดูจากสถาบันการศึกษาอื่น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาวิชาการ คู่มือครู แบบฝึกหัด ซึ่งบางเรื่องสามารถคัดลอกนำมาใช้ได้ทันที เนื่องจากผู้ผลิต ผู้คิดเดิม แจ้งความจำนงให้เป็นของสาธารณะชนนำไปใช้ได้ ( Public Mode ) ในทาง กลับกันครู อาจารย์ ท่านใดมีแนวคิด วิธีการสอน คู่มือการสอนที่น่าสนใจ สร้าง ความเข้าใจได้ดีกว่าผู้อื่น ก็สามารถนำเสนอเรื่องดังกล่าวใน Web Site ของสถาบัน ของตนเอง เพื่อให้ผู้อื่นศึกษาใช้งานได้ ส่วนหนึ่งของเรื่องดังกล่าวอาจจะทำเป็น โปรแกรมสำเร็จรูปหรืออยู่ในรูป CD-ROM ( Compact Disk Read - Only - Memory ) ซึ่งโดยทั่วๆไปเรียกกันว่า คอมพิวเตอร์ช่วยการเรียนการสอน (CAI) ซึ่งมีทั้งช่วยสอน วิชาทั่วๆ ไป และช่วยสอนวิชาที่เกี่ยวกับวิทยาการด้านคอมพิวเตอร์โดยตรง 3.2 นักเรียน นักศึกษา สามารถเข้าถึงการเรียนการสอนของครู อาจารย์ ต่างสถาบัน เนื้อหาสาระ ที่ห้องสมุดตนเองยังไม่มี รูปภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เช่น การทำงานของเครื่องจักร การศึกษาดูส่วนรายละเอียดของการทำงานของร่างกาย เสียงดนตรี เพลง วิธีเล่นกีฬา การทดลองวิทยาศาสตร์ ภาพเขียนทางศิลปะวัฒธรรม สารคดีที่เกี่ยวข้องกับการเรียน ภูมิศาสตร์ วิธีการถนอมอาหาร การเรียนด้วยตนเอง ผ่านบทเรียนสำเร็จรูป ( Self - learning instruction ) การทำอุปกรณ์บางอย่างด้วย ตนเอง ( Self-doing instruction ) การแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนในสถาบันเดียวกัน แต่คนละห้อง หรือต่างสถาบัน ฯลฯ (เรื่องดังกล่าว นักเรียน นักศึกษาไทยบางสถาบัน สามารถทำได้แล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังทำมิได้ เนื่องจากยังขาดเครื่องมือ อุปกรณ์ และ เครือข่าย ) 3.3 ข้อมูลการบริหารการจัดการ สามารถติดตามถ่ายโอนและ แลกเปลี่ยนได้ ทะเบียนประวัตินักเรียน การเลือกเรียน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การแนะแนว การศึกษาและอาชีพ ข้อมูลผู้ปกครองด้านอาชีพรายได้ต่อปี การย้าย ถิ่นที่อยู่ ข้อมูลครูอาจารย์ เงินเดือน คุณวุฒิ การอบรมฝึกฝน ความรู้ความสามารถ พิเศษ เป็นต้น ข้อมูลดังกล่าวพร้อมภาพของนักเรียน อาจารย์จะช่วยให้ อาจารย์ ประจำชั้น ประจำวิชา ฝ่ายบริหารได้ติดตาม แลกเปลี่ยนถ่ายโอนตามความจำเป็น เพื่อดูแลให้นักเรียน อาจารย์สามารถพัฒนาตนเองได้สูงสุด ตามศักยภาพของแต่ละ คน ข้อมูลดังกล่าวรวมถึงเด็กผู้มีพรสวรรค์เก่งเป็นเลิศ หรือเด็กและเยาวชนที่ยัง ต้องการความช่วยเหลือเนื่องจากพิการทางร่างกายและ/หรือจิตใจ ซึ่งต้องการการ ชดเชยในบางเรื่องบางส่วน เพื่อให้สามารถช่วยตนเองและครอบครัวได้ตาม ศักยภาพของตน ระบบข้อมูลเช่นนี้เรียกกันว่าข้อมูลการบริหารการจัดการ ( MIS ) 3.4 งานวิเคราะห์วิจัย เรื่องนี้นักเรียนที่อยู่ระดับมัธยม อาชีวศึกษา ขึ้นไป และครูอาจารย์ สถาบันทุกระดับ สามารถค้นหาเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับความ สนใจที่จะศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัย โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นวรรณคดีที่เกี่ยวข้อง ( Review of Literature ) เพื่อดูว่ามีผู้รู้ท่านใดบ้างศึกษาค้นคว้าเมื่อใด ผลเป็น ประการใด เพื่อนำมาอ้างอิงหรือนำมาเป็นตัวแบบศึกษาค้นคว้าต่อ งานบางเรื่อง อาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายบ้าง ซึ่งสามารถจ่ายได้ผ่านบัตรเครดิต ( Credit card ) เนื่องจากเป็นงานที่มีลิขสิทธิ์ทางปัญญา แต่เอกสารส่วนมากทั้งงานวิจัยและเอกสาร ทั่วไปที่ค้นคว้าได้จะเป็นเรื่องที่เปิดเผยแก่สาธารณะชนทั่วไป โดยไม่คิดมูลค่า 3.5 การประมวลผลหรือการทำงานโดยใช้เครื่องอื่น ดังกล่าวข้างต้น บริการของอินเทอร์เน็ต รวมถึงการขอใช้เครื่องที่มีศักยภาพสูงทำงานบางงานให้เรา ได้หากได้รับอนุญาตหรือเราเป็นสมาชิกอยู่ ดังนั้นงานประมวลผล หรืองานคำนวณ ที่ต้องการความรวดเร็วและมีความซับซ้อนสูงก็สามารถใช้บริการนี้ได้ สถานศึกษา บางแห่งอาจมีเครื่องที่มีสมรรถนะไม่สูงพอที่จะทำงานบางงาน ก็สามารถทำงาน ที่เครื่องของตนเองแต่ส่งงานข้ามเครื่องไปให้ศูนย์ใหญ่ หรือศูนย์สาขาช่วยทำงานให้ และส่งผลงานนั้นกลับมายังจอคอมพิวเตอร์ของเจ้าของงาน 3.6 การเล่นเกมเพื่อลับสมองและฝึกความคิดกับการทำงานของมือ ใน เครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีเกมเล่นทุกระดับ ซึ่งส่วนหนึ่งของเกมดังกล่าวจะเปิดให้เล่น โดยไม่คิดมูลค่า ซึ่งนักเรียน นักศึกษาทุกระดับอาจขอเข้าลองศึกษาวิธีการ และ ลองเล่นกับเพื่อนร่วมชั้น หรือเล่นกับผู้อยู่ต่างสถาบันได้โดยสะดวก แต่อย่างไรก็ตาม การเล่นเกมควรมีข้อน่าพิจารณา ว่าเล่นเพื่อฝึกสมองหรือคลายความเครียดนั้น จะเป็นประโยชน์มากกว่าทุ่มเท เสียเวลา ( และค่าใช้จ่ายที่อาจมี ) เพื่อจะเอาชนะ การเล่นในเกมแต่เพียงอย่างเดียว 3.7 การศึกษางานด้านศิลปะวัฒนธรรมผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สังคมโลกเป็นสังคมที่ประกอบไปด้วยผู้คนหลายเชื้อชาติที่มีภาษา ขนบประเพณี วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ แนวความคิด สภาวะเศรษฐกิจ ฯลฯ แตกต่างกันมาก แต่ในเครือข่ายนี้ การศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้ แนวคิด เพื่อนำส่วนที่ดีและ เหมาะสมของบางสังคมมาประยุกต์ใช้ทำได้โดยง่าย นักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ อาจจะเพลิดเพลินใช้เวลาเป็นวันๆ อ่านสาระ รับฟังเรื่องราวบางเรื่อง รวมทั้งดูภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว ผ่านเครือข่ายนี้ เพื่อนำมาใช้ในการเรียน การสอน การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน![]()
4) SchoolNet : เครือข่ายคอมพิวเตอร์โรงเรียนมัธยมศึกษา เรื่องที่สำคัญมากที่สุดเรื่องหนึ่งของการใช้เครือข่ายนี้ ในการพัฒนา คุณภาพการศึกษาไทย คือ โครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์โรงเรียนมัธยมศึกษา ( SchoolNet ) ซึ่งเป็นโครงการหนึ่งในหลายโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่เกิดขึ้นตามพระราชดำริของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กล่าวคือ ศูนย์เทคโนโลยีอีเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ได้นำแนว พระราชดำริมาดำเนินการ โดยร่วมมือกับหน่วยงานและสถาบันการศึกษาในสังกัด กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ปัจจุบันมี จำนวน 104 แห่งที่กระจายกันอยู่ ทั่วประเทศ สำหรับรายชื่อและสาระของโครงการโดยสรุป มีดังนี้ 4.1 รายชื่อสถานศึกษาและหน่วยงานที่ร่วมโครงการ
| 1. โรงเรียนจิตรลดา | 2. โรงเรียนโคราชพิทยาคม |
| 3. โรงเรียนโชคชัยสามัคคี | 4. โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์แม่จัน |
| 5. โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ | 6. โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์แม่ฮ่องสอน |
| 7. โรงเรียนสมเด็จพระปิยะมหาราชราชรมณียเขต | 8. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 23 |
| 9. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 24 | 10. โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เพชรบูรณ์ |
| 11. โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์อำนาจเจริญ | 12. โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จิตต์อารี |
| 13. โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 19 | 14. โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ธวัชบุรี |
| 15. โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์พัทลุง | 16. โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี |
| 17. โรงเรียนสายน้ำผึ้ง | 18. โรงเรียนศรีพฤฒา |
| 19. โรงเรียนสตรีวิทยา | 20. โรงเรียนวัดโพธินิมิตวิทยาคม |
| 21. โรงเรียนราชวินิตมัธยม | 22. โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย |
| 23. โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย | 24. โรงเรียนสามเสนวิทยา |
| 25. โรงเรียนเทพศิรินทร์ | 26. โรงเรียนบดินทร์เดชา (สิงห์ สิงหเสนี) |
| 27. โรงเรียนทวีธาภิเศก | 28. โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย |
| 29. โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ | 30. โรงเรียนเศรษฐเสถียร |
| 31. โรงเรียนราชดำริ | 32. โรงเรียนนนทบุรีพิทยาคม |
| 33. โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดตาก | 34. โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย เชียงใหม่ |
| 35. โรงเรียนระนองวิทยาคม | 36. โรงเรียนขอนแก่นวิทยาลัย |
| 37. โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย | 38. โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย |
| 39. โรงเรียนพรหมานุสรณ์ เพชรบุรี | 40. โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย |
| 41. โรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย | 42. โรงเรียนนนทรีวิทยาลัย |
| 43. โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ | 44. โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ตาก |
| 45. โรงเรียนมัธยมสาธิตจุฬา | 46. หน่วยศึกษานิเทศก์ กรมสามัญศึกษา เขตการศึกษา 2 ยะลา |
| 47. ศูนย์วัตกรรมและนิเทศก์ทางไกล กรุงเทพ | 48. โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย |
| 49. โรงเรียนปิยชาติพัฒนา | 50. โรงเรียนเมืองนครนายก |
| 51. โรงเรียนวัดสุทธิวราราม | 52. โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จ.จันทบุรี |
| 53. โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ | 54. โรงเรียนประชานิเวศน์ |
| 55. วิทยาลัยราชสุดามหาวิทยาลัยมหิดล | 56. โรงเรียนวัดราชบพิธ |
| 57. สำนักงานปลัดบัญชีทหารอากาศ | 58. โรงเรียนจะนะชนูปถัมภ์ |
| 59. โรงเรียนมาบตะโก | 60. มูลนิธิยุวพัฒน์ |
| 61. โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการบางใหญ่ | 62. พุทธจักรวิทยา |
| 63. โรงเรียนถาวรานุกูล | 64. โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา |
| 65. โรงเรียนพะเยาพิทยาคม | 66. โรงเรียนศึกษานารี |
| 67. โรงเรียนดอนเมืองทหารอากาศบำรุง | 68. โรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม |
| 69. โรงเรียนวินิตศึกษา | 70. โรงเรียนในเครือสารสาสน์ |
| 71. โรงเรียนปิยะจิตวิทยา | 72. โรงเรียนมาร์แตเดอีวิทยาลัย |
| 73. โรงเรียนนครสวรรค์ | 74. โรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม |
| 75. โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม | 76. โรงเรียนราชวินิตบางเขน |
| 77. โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์บางกรวย | 78. โรงเรียนอ้อมน้อยโสภณชนูปถัมภ์ |
| 79. โรงเรียนเบญจมราชูทิศ | 80. โรงเรียนโพธิสัมพันธ์วิทยาคาร |
| 81. โรงเรียนสตรีวิทยา 2 | 82. โรงเรียนสตรีเศรษฐบุตรบำเพ็ญ |
| 83. โรงเรียนบางกะปิ | 84. โรงเรียนกุนนทีรุทธารามวิทยาคม |
| 85. โรงเรียนวัดราชโอรส | 86. โรงเรียนวัดรางบัว |
| 87. โรงเรียนปทุมคงคา | 88. โรงเรียนปัญญาวรคุณ |
| 89. โรงเรียนเทพลีลา | 90. โรงเรียนประชาราษฎร์อุปถัมภ์ |
| 91. โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน | 92. โรงเรียนวัดบวรนิเวศ |
| 93. โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม | 94. โรงเรียนสาธิต มศว.ประสานมิตร (มัธยม) |
| 95. โรงเรียนสตรีสมุทรปราการ | 96. โรงเรียนพูลเจริญวิทยาคม |
| 97. โรงเรียนบุญจิตวิทยา | 98. โรงเรียนสิงห์บุรี |
| 99. โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า | 100. โรงเรียนพญาไท |
| 101. โรงเรียนนวมินทราชินูทิศเตรียมอุดมน้อมเกล้า | 102. โรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก |
| 103. โรงเรียนวัดพลับพลาชัย (โรงเรียนระดับประถมศึกษา) | 104. โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล |
4.2 วัตถุประสงค์ 1.) เพื่อให้โรงเรียนทั่วประเทศได้มี และได้ใช้ประโยชน์จากเครือข่าย เทคโนโลยีสารสนเทศในการศึกษาและเรียนรู้ 2.) เพื่อให้โรงเรียนมัธยมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเข้าถึง เครือข่ายอินเตอร์เน็ต และเครือข่ายข้อมูลระหว่างกลุ่มโรงเรียน 3.) เพื่อให้โรงเรียนสามารถแลกเปลี่ยนเอกสาร สื่อสารสอน และ ดัชนีห้องสมุดระหว่างโรงเรียน 4.) เพื่อช่วยให้ผู้ใช้ในระดับโรงเรียนได้เข้าถึงศูนย์ข้อมูลต่างๆ และ ห้องสมุดในอินเตอร์เน็ต 5.) เพื่อให้ครูสามารถติดต่อกับครูอาจารย์ในโรงเรียน หรือสถาบัน การศึกษาอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ 4.3 แนวดำเนินงาน 1.) คัดเลือกโรงเรียนร่วมโครงการ โดยใช้เกณฑ์ คือ ความพร้อมใน ด้านอุปกรณ์ บุคลากรครู-อาจารย์ โครงสร้างพื้นฐานด้านระบบสื่อสารและการกระจายในรูปภูมิภาคต่างๆ 2.) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ได้ติดตั้ง เครื่อง Server 1 เครื่อง เพื่อใช้เป็นที่เก็บข้อมูล สำหรับโครงการนี้ ชื่อเครื่อง K-12 3.) ประสานงานเรื่องการสนับสนุนอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ แก่โรงเรียนร่วมโครงการ 4.) ดำเนินการให้โรงเรียนร่วมโครงการ ได้เชื่อมต่อกับเครือข่าย อินเตอร์เน็ต โดยผ่านมหาวิทยาลัยในภูมิภาคหรือผ่านศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ด้วยวิธีการแบบ Dial-up โดยแต่ละโรงเรียนได้รับ Internet Account จำนวน 2 Account 5.) จัดการสัมมนา เพื่อแนะนำโครงการแก่ผู้บริหารของโรงเรียน ร่วมโครงการ ทั้ง 50 โรง รวมทั้งอบรมหลักสูตรการใช้ Internet เบื้องต้นและ การเรียนภาษา HTML ( Hyper Text Mark - up Language ) เพื่อใช้ในการสร้าง Home page ของโรงเรียน 6.) การจัดอบรมการใช้ Software Microsoft Nt Sever ซึ่งบริษัท ไมโครซอฟต์มอบให้แก่โรงเรียน 7.) การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนเพื่อนำมาลงในเครือข่าย โดย โรงเรียนร่วมโครงการ 4.4 ผลการดำเนินงาน ในช่วงปี พ.ศ. 2538 และ พ.ศ. 2539 ได้มีการติดตั้งเครื่องทดสอบ เครือข่าย และการฝึกอบรม ครู อาจารย์ เพื่อสร้าง Home page และจัดข้อมูล สารสนเทศลง Home page ของสถานศึกษา ต่อมาคณะผู้ติดตามและประสานงาน โครงการพบว่าการดำเนินการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ด้วยดี แต่มีปัญหาบางประการ ที่ต้องทำการแก้ไข เช่น ด้วยระบบการสื่อสารที่หากต้องเรียกติดต่อเข้ามากรุงเทพฯ จะมีราคาสูง ด้านงบประมาณที่จะต้องจัดซื้อจัดหาและบำรุงรักษาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เพิ่มเติม และด้านบุคลากรซึ่งต้องทำงานด้านนี้ นอกเหนือจากการสอนปกติ ยังมีไม่ เพียงพอ เป็นต้น โครงการนี้เป็นหนึ่งในหลายโครงการที่จัดขึ้นเพื่อเทอดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ซึ่งในการประชุมเมื่อเดือนตุลาคม 2539 ระหว่างท่านปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ( ดร.สุรัฐ ศิลปอนันต์ ) และท่านผู้อำนวยการ NECTEC ( ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ) และคณะมีความเห็นตรงกันว่าเป็นการเริ่มต้นที่มีผลสำเร็จตามความมุ่งหมาย ได้ รับความสนใจจากครู อาจารย์ นักเรียนอย่างกว้างขวาง โครงการนี้จะขยายจำนวน สถานศึกษามากขึ้น และเห็นชอบให้ ศูนย์สารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ ดูแลเครือข่ายนี้ต่อไป เมื่อระบบเครื่องคอมพิวเตอร์และเครือข่ายของ กระทรวงศึกษาธิการ มีศักยภาพและมีความสมบูรณ์เพียงพอ โดยสรุป SchoolNet เป็นเครือข่ายที่ต่อไปจะขยายวงกว้างขึ้น ครอบคลุมทุกระดับมากขึ้น ซึ่งเครือข่ายนี้จะเป็นเครือข่ายหลักเครือข่ายหนึ่งใน เครือข่ายกระทรวงศึกษาธิการ
ตัวอย่าง Home Page SchoolNet
![]() |
![]() |
![]()
5) MOENet และ Home Page ของกระทรวงศึกษาธิการ 5.1 MOENet เครือข่ายกระทรวงศึกษาธิการ เอ็ม โอ อี เน็ต หรือ Ministry of Education Network ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่สมัยนายแพทย์บุญสม มาร์ติน ดำรง ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2522 โดยการเช่าเครื่องมา ใช้งาน ต่อมา พ.ศ.2527 ได้ติดตั้งเครื่อง Mainframe ( Sperry 1100/60 ) และ เชื่อมโยงกรมต่างๆ โดยมีศูนย์สารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นศูนย์กลางการทำงานตั้งแต่ระยะแรก เน้นการบันทึกและประมวลข้อมูล ( Data entry and processing ) ต่อมาได้มีการพัฒนาโปรแกรมเพื่อเอื้อต่อการบริหาร การวางแผน การจัดการ ( Program Development ) ต่อมาเน้นการจัดทำฐานข้อมูล ( Database and Information Development ) และปัจจุบันมุ่งเน้นการเชื่อมโยง เครือข่าย ( MOE Networking ) เมื่อกระทรวงได้เน้นนโยบายขยายโอกาสทางการศึกษา ( 12 ปี ) และความเป็นเลิศทางด้านการศึกษา ทั้งในระบบและนอกระบบ ทั้งที่อยู่ในเขตเมือง และชนบท เครือข่ายสารสนเทศของกระทรวงจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วย ให้สถานศึกษาเกิดความทัดเทียมกัน รวมทั้งยังเป็นประตูที่ทำให้เด็ก เยาวชน ครู อาจารย์ สามารถศึกษา ค้นคว้า แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ ผ่านสื่อนี้ และ เป็นการสร้างความคุ้นเคยให้กับเด็กที่อยู่ห่างไกล ได้มีโอกาสใช้เครื่องมือทันสมัย และสามารถเข้าถึงแหล่งวิทยาการที่อยู่ไกล เพื่อนำมาประยุกต์ให้เหมาะสมใน การเรียนการสอนได้ ระบบเครือข่ายของกระทรวงศึกษาธิการจึงมุ่งเน้นการใช้ ระบบคอมพิวเตอร์ช่วยในการบริหาร การจัดการสำนักงาน และสถานศึกษา ( Management Information Systems = MIS ) และการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ช่วย ในการเรียนการสอน ( Computer - Assisted Instruction : CAI ) 5.2 Home Page ของกระทรวงศึกษาธิการ หนังสือ "Internet Magazine" คุณสุวัล อัฐวีร์ กล่าวถึง Homepage ของกระทรวงศึกษาธิการ ในเรื่อง "สะกิดมองหน่วยงานของรัฐบนอินเทอร์เน็ต" ไว้ว่ามีข้อมูลหลายประการ อาทิ การปฏิรูปการศึกษา โครงการเสมาประชาธิปไตย บัญญัติ 10 ประการ กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา สถิติข้อมูลการศึกษา ผลงานทาง วิชาการ ข่าวสารกระทรวงศึกษาธิการ และการบริการของเครือข่าย กระทรวงศึกษาธิการ พยายามที่จะให้เทคโนโลยีสารสนเทศทำ ประโยชน์หลายด้าน กล่าวคือ ด้านเสริมสร้างคุณภาพและความทัดเทียมกันทาง การศึกษา ด้านการพัฒนาคุณภาพการบริหารการศึกษา รวมทั้งด้านการเตรียม เด็กและเยาวชนให้คุ้นเคยกับเทคโนโลยีสารสนเทศ และการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ เพื่อศึกษาค้นคว้า พัฒนาศักยภาพการศึกษา และคุณภาพชีวิตของ แต่ละคน ปัจจุบันจุดเน้นประการหนึ่งของผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง คือ ความสามารถในการเป็นประตู ( gate way ) สู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตสากล โดยตรง เพื่อสร้างศักยภาพและคุณภาพเด็กและเยาวชนของไทยให้ก้าวแข่งกับ ประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งในภูมิภาคเอเซียและในสังคมโลก
![]() |
![]() |
6) ข้อคิดเพื่อพิจารณา การเข้าถึงระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นเรื่องที่มีประโยชน์และมีคุณค่า โดยเฉพาะต่อการศึกษาอย่างมาก สำหรับสถานศึกษาที่มีเครื่องมือ เครื่องใช้ เครือข่าย และคร ู อาจารย์พร้อม ซึ่งจำนวนสถานศึกษาที่มีความพร้อมนี้จะมีจำนวน ทวีคูณอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีนโยบายสนับสนุน อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจาก คุณประโยชน์ดังกล่าวแล้ว มีข้อสังเกตเพื่อฝากไว้สำหรับท่านผู้เกี่ยวข้องบางประการ ดังนี้ 6.1 บางสถานศึกษาที่ยังมีเครื่องที่ต่อจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้มีจำนวน น้อย คงต้องมีการจำกัดเวลาเพื่อให้โอกาสเด็กคนอื่นๆ ได้มีโอกาสบ้าง ซึ่งการทำ เช่นนี้ได้ต้องอาศัยครู อาจารย์ อุทิศเวลาดูแลตลอดเวลา 6.2 การทำ Homepage ของสถานศึกษา ต้องมีครู อาจารย์ หรือนักเรียน ที่มีความรับผิดชอบ ดูแล ดำเนินการ เพื่อให้เนื้อหา สาระ ภาพ เสียง ที่นำเสนอ เป็นไปอย่างถูกต้อง ทันสมัย เป็นประโยชน์ ประเด็นนี้มักจะเป็นปัญหาหลักสำหรับ สถานศึกษาส่วนหนึ่งที่ต้องทำเรื่องนี้เป็นกรณีค่อนข้างพิเศษ มิฉะนั้นสิ่งที่นำเสนอก็จะ ล้าสมัยไม่น่าสนใจ 6.3 บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอาจจะมีเรื่อง ภาพ ฯลฯ ไม่เหมาะสมกับวัย และระดับการศึกษาของเด็กอยู่บ้าง การไม่ให้เด็กไปข้องแวะกับภาพ หรือเรื่องที่ยังไม่ เหมาะสมที่ทำได้คือการใช้ซอฟต์แวร์ ควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ต เช่น โปรแกรมชื่อ Cyber Patrol , CYBER sitter , หรือ Net Nanny ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้มีวัตถุประสงค์ ตรงกัน คือ ช่วยครูและผู้ปกครอง ลดโอกาสที่เด็กเรียกภาพและเรื่องไม่เหมาะสม 6.4 วันหนึ่งข้างหน้าเมื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ ถึงจุดที่มีผู้ร้ผู้ใช้กว้างขวาง มากขึ้น การเรียนการสอนทางไกล การประชุมทางไกล ฯลฯ ก็คงทำได้สะดวก โดยมี คุณภาพไม่ต่างจากเรียนหรือประชุมในห้องเดียวกัน และเมื่อถึงเวลานั้น ผู้บริหาร ครู อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา อาจจะมีชีวิตผิดแผกไปจากเดิม คือ จะเปิดดูจดหมายจาก เพื่อนที่คอมพิวเตอร์ทุกเช้า ฟังข่าวตอนสาย ฟังเพลง ดูภาพยนตร์ตอนค่ำๆ จากระบบ ดังกล่าว นักเรียน นักศึกษาในเมืองจะมีความรู้ แนวคิดไม่ต่างจากผู้อยู่นอกตัวเมือง หากเครือข่ายไปถึง ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลต่อบุคคลของครู อาจารย์กับนักเรียนก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร อย่างไรก็ตาม คอมพิวเตอร์ นั้นช่วยครูได้ แต่คงจะสอนแทนครู หรือเป็นครูอย่างสมบูรณ์เหมือนครูที่เป็นมนุษย์ นั้นน่าจะไม่ได้แน่นอน โดยสรุป อินเทอร์เน็ต และ SchoolNet ซึ่งเป็นโครงการเริ่มต้นที่เป็น ก้าวสำคัญ เป็นระบบเครือข่ายที่จะให้ประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาใน ภาพรวมได้อย่างมากจนแทบจะเรียกว่าหาข้อจำกัดมิได้ แต่ข้อพึงควรพิจารณาคือทำ อย่างไรจึงจะเลือกรับ เลือกรู้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์เหมาะสมที่สุดตามระดับการศึกษา และวัยของผู้ใช้ และประเด็นสำคัญที่จะทำให้ระบบเครือข่ายนี้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่เด็กและเยาวชน คือ ความรู้ ความสามารถ ความร่วมมือร่วมใจ การอุทิศเวลาของ ครู อาจารย์ และการสนับสนุนจากผู้บริหารที่เกี่ยวข้องทุกระดับ ทุกท่านนั่นเอง
![]()
หนังสืออ่านประกอบ จำนงค์ วัฒนเกส ( 2539 ) ชีวิตยุคดิ๊จิต้อล( แปล ) กรุงเทพ : นำอักษรการพิมพ์ ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ( 2539 ) ทำธุรกิจข้ามชาติผ่าน "อินเตอร์เนต" ไทยรัฐ 25 ธันวาคม 2539 พนม พงษ์ไพบูลย์ ( 2538 ) จารึกไว้ในพระศาสนา จารึกไว้ในการศึกษา กรุงเทพ : โรงพิมพ์กรมการศาสนา พิสิฐ ชาญเกียรติก้อง Firewall : ระบบรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย ภายในองค์การเมื่อเชื่อมต่อกับ อินเทอร์เน็ต วารสารการสื่อสารโทรคมนาคม กันยายน 2538 วิทยา เรืองพรวิสุทธิ์ ( 2539 ) : คู่มือการเข้าสู่อินเทอร์เน็ตสำหรับผู้เริ่มต้น กรุงเทพ : บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน ) ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์ ( 2539 ) ก้าวสู่โลกอินเตอร์เน็ตด้วยตนเอง กรุงเทพ : สมนึก คีรีโต , สุรศักดิ์ สงวนพงษ์ , สมชาย นำประเสริฐชัย ( 2538 ) เปิดโลกอินเทอร์เน็ต กรุงเทพ : สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ โครงการเครือข่ายคอมพิวเตอร์โรงเรียนมัธยมศึกษา ไอที ปริทัศน์ พฤษภาคม 2539 สุรศักดิ์ สงวนพงษ์ ( 2538 ) คู่มืออินเทอร์เน็ต กรุงเทพ : บริษัทซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด ( มหาชน ) สุรัฐ ศิลปอนันต์ ( 2538 ) แนวความคิดในการวางแผนการพัฒนา เอกสารการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่วางแผนส่วนกลาง กระทรวงศึกษาธฺการ กรุงเทพ : สุวัล อัฐวีร์ .อินเทอร์เน็ตแมกกาซีน "สะกิดมองหน่วยงานของรัฐ บนอินเทอร์เน็ต" ปีที่ 6 พฤศจิกายน 2539 อธิปัตย์ คลี่สุนทร ท่องไปในมิติข้อมูลสารสนเทศ ( แปล ) ยูเนสโกคูริเย กุมภาพันธ์ 2538 Dyson, P. ( 1994 ) The PC Users Pocket Dictionary Dubai : Micro - Tech Publications Cogswell, J.M. ( 1994 ) Simple Internet CA.,U.S.A. : Waite Group Press Levine , J.R. & Baroudi , C. ( 1994 ) The Internet for Dummies Boston , U.S.A. IDG Books Soh , K.C. ( 1996 ) Golbal School House. U.S.A. : Cisco Systems Pte Ltd. Srivichit , T. ( Prof ) ( 1995 ) Thailand in the 90s Bangkok : Amarin Printing Press.
