เมื่อกล่าวถึงคำว่า "คุณธรรม" ทุกคนทราบ และทุกคนก็(คาดว่า) อยาก จะมี เพราะอย่างน้อยเป็นเครื่องชี้วัดว่าตัวเองมีค่าของความเป็นมนุษย์ที่ต่างจากสัตว์ ทั่วไป แต่จะมีสักกี่คนที่เข้าใจอย่างแท้จริง เมื่อไม่เข้าใจอย่างแท้จริง คนที่ประกาศ ตัวเองว่าเป็นผู้มีคุณธรรม ก็ไม่ใช่คนที่มีคุณธรรมอย่างแท้จริง ถ้าลักษณะเช่นนี้เกิดกับ ผู้มีอำนาจ มีส่วนได้ส่วนเสียกับอนาคตของชาติ โดยเฉพาะนักการเมือง ก็ย่อมจะ กระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างเช่นที่เราประสบอยู่ในปัจจุบัน แต่เรายัง ไม่สายเกินไปที่จะมาเริ่มทบทวนกันใหม่ และก้าวเดินไปพร้อมกันอย่างมั่นคงบนหลัก แห่งคุณธรรมอย่างแท้จริง เพื่อกู้ชาติของเราให้พ้นวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจอันเป็น บทเรียนที่แสนสาหัสนี้ เพื่อให้เข้าใจคำว่าคุณธรรมที่แท้จริง ท่านลองนึกถึงสิ่งที่มีชีวิตต่างๆ ทั่วไปรวมถึง มนุษย์เรา สิ่งที่เหมือนกันของสิ่งมีชีวิตคือ มีการเคลื่อนไหว(motion) และมีการกระทำ (action) ลักษณะเช่นนี้เรียกว่า พฤติกรรม(behavior) เป็นระดับที่สิ่งมีชีวิตนั้นไม่มีการ ตัดสินใจ สัตว์ทั่วๆ ไปจะมีพฤติกรรมแตกต่างกันไป แต่สำหรับคนต้องมีพัฒนาการทาง จิตใจมากกว่านี้ ถ้าคนที่มีเพียงพฤติกรรมก็เป็นคนไม่สมบูรณ์เป็นลักษณะที่เรียกว่า "ปัญญาอ่อน" แต่ถ้าคนมีพฤติกรรมอยู่ภายใต้จิตสำนึกและมีการตัดสินใจ จะเรียกลักษณะ ของคนอย่างนั้นว่า ความประพฤติ(conduct) มีสัตว์หลายชนิดที่มีวิวัฒนาการถึงขั้น แสดงความประพฤติในลักษณะต่างๆ รวมทั้งคน คนทั่วไปจะมีทั้งความประพฤติดีและ ความประพฤติไม่ดี ถ้าบุคคลใดมีจิตสำนึกดีและมีการตัดสินใจดี ลักษณะเช่นนี้จะเรียก บุคคลนั้นว่าเป็นคนมี "มโนธรรม(conscience)" เรามักจะพบเห็นคนเช่นนี้บ่อยๆ และมัก จะสรุปว่า เป็นคนมีคุณธรรม ดังตัวอย่างที่เราพบเห็นบ่อย เช่น การเก็บเงินได้แล้วนำคืน เจ้าของก็ยกย่องว่าเป็นคนดีมีคุณธรรม หารู้ไม่ว่าเขาคืนเพราะมีคนอื่นพบเห็นหรือมีเงิน น้อยไป หรือคนโดดลงน้ำช่วยคนตกน้ำ ซึ่งบางครั้งกระโดดลงไปช่วยเพราะคนนั้นเป็น ญาติ(ไม่ใช่ญาติก็ไม่ช่วยเหลือ) หรือเพราะคนนั้นเป็นลูกหนี้(กลัวลูกหนี้ตาย) หรือไม่ก็เป็น เพราะเพื่อนผลักลงไปให้ช่วยคนตกน้ำ โดยจิตสำนึกแล้วจะไม่กระทำหรือทำเป็นครั้งคราว ถ้าเป็นคนที่มีจิตสำนึกดี มีการตัดสินใจดี คือมีจิตใจในระดับมโนธรรมและบุคคลนั้นยัง ต้องยึดถือมโนธรรมนั้น "เป็นประจำจนเคยชิน" จะเป็นคนที่พัฒนาจิตใจถึงระดับที่เรียกว่า "คุณธรรม(virtue)" บุคคลที่มีคุณธรรมจะต้องไม่เสแสร้ง ไม่อ้างตนเองว่าใจสัตย์ซื่อ มือ สะอาด แต่เบื้องหลังโกงชาติ จะต้องมีจิตบริสุทธิ์ ตัดสินใจดีอยู่ประจำจนเป็นนิสัย คำที่มี ความหมายตรงข้ามกับคุณธรรม คือ กิเลส(vice) ซึ่งคนที่มีกิเลสจะไม่สามารถพัฒนา คุณธรรมของตนเองได้ เพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับคุณธรรมลองพิจารณาเส้นทางแห่งคุณธรรม ต่อไปนี้
สิ่งที่จะมากระทบต่อคุณธรรมของคนอย่างหนึ่งคือ ค่านิยม(Value) ซึ่งหมายถึง ความรู้สึกนึกคิดที่เห็นดี เห็นชอบ หรือเห็นคุณค่า มีทั้งทางบวกและทางลบ ถ้าคนในสังคม ไทยมีค่านิยมที่ดี ก็จะช่วยเสริมให้คนในสังคมพัฒนาจิตใจขึ้นสู่ระดับ"คุณธรรม"มากขึ้น และจะช่วยกันจรรโลง แต่สิ่งที่ดีให้คงอยู่และสืบทอดเป็นวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของ สังคม นอกจากนี้คุณธรรมยังเกี่ยวข้องกับจริยธรรมซึ่งหมายถึงการแสดงออกของบุคคล ที่สอดคล้องกับความดีงามเป็นที่ยอมรับและเป็นที่ต้องการของคนทั่วไป คุณธรรมจะเกิดขึ้น ได้เร็วขึ้นเมื่อมีจริยธรรมเสริม เราจึงมักได้ยินสองคำนี้คู่กันเสมอคือ คุณธรรม จริยธรรม หากคนในสังคมไทยเพิ่มจำนวนของบุคคลที่ได้ชื่อว่า มีคุณธรรมที่แท้จริง ย่อมจะ นำพาประเทศชาติสู่ความเจริญมั่นคง และสามารถแก้วิกฤตการณ์ ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ และเป็น แนวทางหนึ่งแห่งการ"กู้ชาติ" ที่แท้จริง ลักษณะอย่างไรจึงจะเรียกได้ว่าบุคคลนั้นๆ ยึด "คุณธรรมเพื่อกู้ชาติ" ผู้เขียน ขอแนะนำเส้นทางที่จะพัฒนาจิตใจสู่คุณธรรมที่แท้จริง ดังนี้ 1. ประกอบอาชีพอย่างสุจริต (เป็นมืออาชีพ) 2. ฝึกนิสัยการประหยัด และออม ทั้งคนจน คนรวยและคนเคยรวย 3. ปรับพฤติกรรมการบริโภค โดยเน้นจิตสำนึกในการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด โดยเฉพาะสาธารณูปโภค 4. เสียภาษี และร่วมกิจกรรมพัฒนาชุมชนของตนเอง 5. เผยแพร่วัฒนธรรมไทย เอื้อเฟื้อและสร้างความประทับใจต่อผู้มาเยือน 6. อดทนและมุ่งมั่นในการประกอบอาชีพที่สุจริต 7. บริโภคแต่สิ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย และออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬาที่ประหยัด อย่างสม่ำเสมอ 8. ปฏิบัติตนให้สอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ สำหรับข้าราชการ นอกจากเส้นทางพัฒนาจิตใจสู่คุณธรรมดังกล่าว แล้ว ควรประพฤติปฏิบัติด้านอื่นๆ ภายใต้จิตสำนึกที่ดีและการตัดสินใจดีเป็นประจำ จน เคยชินดังนี้ 1. ให้ความรู้ มีน้ำใจ และช่วยเหลือประชาชน ตามโอกาสและบทบาทหน้าที่ 2. ประพฤติแต่สิ่งที่ดีงามตามจรรยาบรรณวิชาชีพ และเป็นตัวอย่างที่ดี 3. กระตือรือร้นที่จะทำงานอย่างจริงจัง อดทน และฝึกนิสัยการออม 4. สุภาพอ่อนโยน ไม่ตัดสินใจด้วยความโกรธหรือมีอคติ 5. ไม่เบียดบังทรัพย์สินของราชการหรือของผู้อื่นเป็นของตนเอง 6. ทำให้ถูกตั้งแต่เริ่มแรกในทุกเรื่องและทุกครั้งเพื่อลดข้อผิดพลาดในการทำงาน 7. ป้องกันปัญหามากกว่าการแก้ปัญหา โดยการทำงานอย่างเป็นระบบ เพื่อลดค่าใช้จ่าย 8. ไม่ทำลายความเชื่อมั่นของผู้รับบริการที่มีต่อหน่วยงานของตนด้วยการประพฤติชั่ว 9. มีความสามัคคีและวางตนให้เข้ากับคนอื่นได้ สำหรับนักธุรกิจ พ่อค้า นอกจากเส้นทางพัฒนาจิตใจสู่คุณธรรมที่ กล่าวมาข้างต้นแล้ว ควรพัฒนาคุณธรรมด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้คือ 1. รักษาความสัจ ความเป็นธรรมและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าหรือผู้บริโภค 2. ไม่เอาเปรียบพนักงาน ผู้บริโภค หรือผู้รับบริการ ตลอดจนชุมชน 3. อนุเคราะห์ผู้ยากไร้ สงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาส เคารพผู้อาวุโสและนักบวช 4. ไม่กอบโกยหรือฉวยโอกาสด้วยการกักตุนสินค้า หรือค้ากำไรเกินควร 5. ไม่เลี่ยงภาษีหรือทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกิจการของตนเอง 6. มุ่งมั่นผลิตสินค้าหรือการบริการที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานสากล 7. ปกป้อง รักษาชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของประเทศ และภูมิใจในความเป็นไทย 8. สำนึกและตระหนักในการรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่ฉวยโอกาสหรือสร้างปัญหา มลพิษที่เกิดจากการประกอบกิจการให้ชุมชนเดือดร้อน รวมทั้งการทำ ผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทุกข้อทุกประเด็นที่กล่าวมาทุกคนที่เกี่ยวข้อง ต้องทำ "เป็นประจำจนเคยชินหรือจน เป็นนิสัยและโปร่งใส" จึงจะได้ชื่อว่าเป็นบุคคลที่มี "คุณธรรมเพื่อกู้ชาติ" อย่างแท้จริง

บทความ โดย ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์
สถาบันพัฒนาผู้บริหารการศึกษา โทร. (034) 321290
พัฒนาโปรแกรมและนำเสนอโดย
กลุ่มงานสารสนเทศบนอินเทอร์เน็ต ศูนย์สารสนเทศ สป.ศธ.
โทร.281-9809,628-5643,628-5644 โทรสาร.2818218