1.
ครูอาชีพ กับ อาชีพครู
พลเอกเปรม
ติณสูลานนท์
ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ
กล่าวถึงครูอาชีพว่า คือ
ครูที่เป็นครูด้วยใจรัก
เป็นครูด้วยจิตและวิญญาณ
มีความเป็นครูทุกลมหายใจตั้งแต่เกิดจนตาย
เป็นครูที่รักและหวงแหน ห่วงใย อาทร
ต่อนักเรียน
ต่อศิษย์ดุจลูกในไส้ของตนเอง
จะทำทุกวิถีทางที่จะให้ศิษย์เป็นคนดี ไม่ยินยอมให้ศิษย์เป็นคนไม่ดีเป็นอันขาด
จะติดตามสอดส่องศิษย์ทุกเมื่อเชื่อวันโดยไม่ละทิ้งและมีความสุขมากในการที่ได้เกิดมาเป็นครู
รักเกียรติเทอดทูนสถาบันครูอย่างภาคภูมิใจ
1 และ ดร.พนม พงษ์ไพบูลย์
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ได้สรุปว่า ครูอาชีพ คือครู
ที่มีความพร้อมในทุก ๆ ด้านที่จะเป็นครู
มีความประพฤติดี วางตัวดี
เอาใจใส่ดูแลศิษย์ดี
มีวิญญาณของความเป็นครู
และปฏิบัติหน้าที่ครูด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครู
2
ส่วนคำว่า อาชีพครู
พลเอกเปรม
ติณสูลานนท์ ได้อธิบายว่า อาชีพครู คือครูที่ใช้วิชาที่ร่ำเรียนมาเป็นเครื่องมือในการหาเลี้ยงชีพ
ไม่ได้เป็นครูด้วยความรักสมัครใจ
ครูประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้วิชาครู
ไม่จำเป็นต้องมีความเข้าใจวิชาที่ตนสอนมากนัก
แค่สอนจบไปวันๆ หนึ่งก็พอแล้ว
ศิษย์จะเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็ช่างศิษย์
ไม่สนใจ
ขอให้มีเงินเดือนตามวิทยฐานะ
ก็พอ ศิษย์จะดีไม่ดีไม่เป็นธุระ บางคนก็หาอาชีพเสริมทำ เช่น
รับจ้างสอนพิเศษ บางรายหนักลงไปอีกถึงรับจ้างแทงหวย
จนแม้แต่ขายยาบ้าก็มี
ครูประเภทนี้รัฐได้ประโยชน์ตอบแทนไม่คุ้มค่าและหลายรายนำความเสียหายมาสู่สถาบันอีกโสดหนึ่งด้วย
3
คนที่มีลักษณะเป็นอาชีพครู
คือคนที่มายึดการเป็นครูเป็นอาชีพเพื่อให้ได้ค่าตอบแทนขาดจิตวิญญาณของความเป็นครู
ซึ่งขณะนี้ครูของไทยมีลักษณะอาชีพครูเป็นจำนวนมาก
ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขจะเป็นเงื่อนไขที่จะทำลายความหวังของการปฏิรูปการศึกษา
เพราะครูคือความหวังที่จะนำสู่ความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษา
ทุกคนได้ให้ความสำคัญกับครูอาชีพ
และจากเจตนารมณ์ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
ก็ให้ความสำคัญและถือว่าครูเป็นผู้มีความสำคัญต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพเป็นพื้นฐานของการพัฒนาประเทศชาติ
จึงมีบทบัญญัติว่า
ครูซึ่งเป็นบุคลากรวิชาชีพหลักด้านการเรียนการสอน
และการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้
ต้องผ่านระบบการควบคุมเพื่อให้เป็นครูอาชีพ
เช่น
การให้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
มีองค์กรวิชาชีพครู มีมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณของวิชาชีพ
รวมทั้งการพัฒนาวิชาชีพครู
เพื่อให้เป็นครูอาชีพอย่างแท้จริง
โดยมีกลไกที่จะส่งเสริมให้ครู
มีการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง
มีระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู
และกฎหมายว่าด้วยเงินเดือน
มีค่าตอบแทน สวัสดิการ
และสิทธิประโยชน์เกื้อกูลอื่น
เพื่อให้มีรายได้ที่เพียงพอและเหมาะสมกับฐานะ
ทางสังคมและวิชาชีพเป็นการเฉพาะที่กล่าวมาข้างต้น
เพื่อชี้ให้เห็นว่าขณะนี้ปัญหาของคุณภาพการศึกษาส่วนหนึ่งมาจากคนที่มีอาชีพครู
และมีความพยายามที่จะกำหนดแนวทางที่แก้ปัญหาเหล่านี้
2. ครูของครู
กับ ครูอาชีพ
ครูอาชีพตามความหมายที่กล่าวมา
เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการและคาดหวังว่าจะมีจำนวนมากขึ้น
เมื่อผลแห่งการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม
แต่ยังมีเงื่อนไขบางประการที่น่ากังวลก็คือในระบบการผลิต พัฒนาครูและองค์กรวิชาชีพที่กำหนดให้ครูทั้งของรัฐและเอกชน
มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
แต่มีข้อยกเว้นสำหรับคณาจารย์ในระดับอุดมศึกษา
ระดับปริญญา ซึ่งในกลุ่มนี้จะรวมถึงคณาจารย์ที่ทำหน้าที่สอนครู หรือที่เรียกว่า
ครูของครู นั่นเอง
ถ้าพิจารณาจากสภาพปัจจุบันพบว่าครูของครูเหล่านี้ยังมีอาชีพครูอยู่จำนวนไม่น้อย
ไม่เข้าลักษณะของครูอาชีพอย่างที่พลเอกเปรม
ติณสูลานนท์ กล่าวไว้
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาอดีตนายกรัฐมนตรี
นายอานันท์ ปันยารชุน
ได้กล่าวถึงการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นว่าจะแก้ไขได้โดยผู้นำรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีต้องทำเป็นตัวอย่าง ทำนองเดียวกัน
นักเรียนจะเก่งและดีได้ครูต้องเป็นตัวอย่าง
และเมื่อประเทศไทยอยากได้ครูอาชีพ
คนที่สอนครูก็ต้องเป็นครูอาชีพและเป็นตัวอย่างด้วยเช่นกัน
ในเรื่องนี้ส่วนหนึ่งไปเชื่อมโยง
สัมพันธ์กับการมีใบประกอบวิชาชีพครู
เมื่อมีข้อยกเว้นจะมีช่องทางใดบ้างที่จะช่วยกำกับ ดูแลให้ครูของครูมีมาตรฐานวิชาชีพและเป็นที่พึ่งของลูกศิษย์
ไม่ใช่ศิษย์เป็นที่พึ่ง
(ประโยชน์) ของครู
น่าจะอยู่ที่การกำหนดให้มีระบบกระบวนการผลิต
การพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่เหมาะสมกับการเป็นวิชาชีพชั้นสูง
(มาตรา 52)
การผลิตและพัฒนาคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา การพัฒนามาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ (มาตรา 56)
และอาศัยอำนาจของคณะกรรมการการอุดมศึกษา
(มาตรา 34)
รวมทั้งมาตรการที่ให้ความเป็นอิสระและการจัดให้สถาบันผลิตครูเป็น
หน่วยงานในกำกับของรัฐตามมาตรา 36
ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าจะได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจังเหมือนครูที่สอนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือไม่
ยังเป็นที่สงสัยจากประชาชนทั่วไป
3.
จิตสำนึกและวิญญาณของคนสอนครู
คณาจารย์ที่สอนครูในอดีตมีจำนวนมาก
ที่มีลักษณะครูอาชีพเป็นครูด้วยใจรัก
เป็นครูด้วยจิตและวิญญาณ
มีความห่วงใยต่อศิษย์ดุจลูกของตนเอง
แต่เมื่อเวลาผ่านมามีกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ
มากระทบทำให้มีครูอาชีพที่เป็นปูชนียบุคคลลดน้อยลงไปอย่างน่าเป็นห่วง
ด้วยสาเหตุอะไรนั้นเป็นเรื่องน่าคิด
แต่ก็ไม่อยากให้คิดมากจนเสียเวลาที่จะเตรียมระบบใหม่ที่จะสร้างครูของครูให้เป็นครูอาชีพ
เพื่อที่จะเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความดีส่งต่อไปยังลูกศิษย์ที่เป็นครู
และถูกถ่ายทอดพันธุกรรมแห่งความดีไปยังผู้เรียนด้วยจิตสำนึกและวิญญาณของความเป็นครูอย่างแท้จริง
การสร้างจิตสำนึกและวิญญาณครู
ทำอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับสถานการณ์
เนื่องจากในระยะ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา
อาชีพครูค่อนข้างได้รับการดูถูกดูแคลนจากสังคมเป็นอย่างมากน่าวิตก 4 ด้วยสาเหตุหลายประการ เช่น
คนดีคนเก่งไม่เรียนครู
คณาจารย์ที่สอนครูย่อหย่อนในการปฏิบัติหน้าที่ ภาระงานของครูมีมาก แรงจูงใจค่อนข้างต่ำ ระบบการพัฒนาไม่มีประสิทธิภาพ การอบรมพัฒนาไม่ตรงตามที่ต้องการ
เป็นต้น
จิตสำนึกและวิญญาณครู จุดเริ่มต้นน่าจะอยู่ที่การสร้างศรัทธา
คำว่าศรัทธาในที่นี้มีความหมาย 3
มิติ คือศรัทธาต่อตนเอง ต้องเชื่อและศรัทธาในความรู้ความสามารถของตนเองว่าจะเป็นครูที่ดีได้
เป็นตัวอย่างให้กับสังคมได้
กระตุ้นให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้จากแหล่งความรู้ต่าง
ๆ และวิเคราะห์คัดสรรความรู้มาใช้ประโยชน์ได้
และมีความเชื่อมั่นว่าตนเองสามารถสร้างภาพลักษณ์ของครูที่ดีได้
ประการที่สองคือ
ศรัทธาต่ออาชีพครู
รักษาเกียรติและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นครูที่เป็นวิชาชีพชั้นสูง
เห็นคุณค่าของวิถีชีวิตที่เป็นครู
ประการที่สามคือ
ศรัทธาต่อองค์กร รักษาชื่อเสียง
ของสถานศึกษาและองค์กรวิชาชีพครู
ประพฤติและปฏิบัติตามมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพครู ถ้าครูทุกคนและครูของครูทุกคนมีความศรัทธาเป็นจุดเริ่มต้นจิตสำนึกและวิญญาณของความเป็นครู และสิ่งที่ดีที่เป็นแบบอย่างของสังคมได้ก็จะขยายและถ่ายทอดไปสู่เยาวชนชั่วลูกชั่วหลาน
เสมือนกับผู้นับถือศาสนาไม่ว่าศาสนาใดจุดเริ่มก็อยู่ที่ความศรัทธา
เมื่อศรัทธาก็ประกาศตนเป็นผู้นับถือศาสนานั้น
และปฏิบัติตาม
คำสั่งสอนของศาสนา คำภีร์หรือพระธรรมวินัยต่อไป
เมื่อครูศรัทธาต่อวิชาชีพครูจะทำให้เกิดพลังแห่งความมุ่งมั่นสร้างสรรค์วิชาชีพครูให้เป็นวิชาชีพชั้นสูงตาม
เจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษาในครั้งนี้
4.
อาชีพครูกับผู้เรียน
ถ้าผู้เรียนมีครูที่เป็นเพียงผู้ยึดอาชีพครูเพื่อเลี้ยงชีพตนเองจะมีสิทธิเรียกร้องอะไรหรือไม่กลไกควบคุมในปัจจุบันมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะขจัดคนที่มีอาชีพครูอย่างไร
ถ้าพิจารณาจากกฎหมายสูงสุดของประเทศคือ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช 2540 แล้วจะพบว่าหมวด 5
ที่กำหนดแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
มาตรา 81 กำหนดให้รัฐต้องจัดการศึกษาอบรมและสนับสนุนให้เอกชนจัดการศึกษาอบรมให้เกิดความรู้คู่คุณธรรมและให้พัฒนาวิชาชีพครู ซึ่งนำไปสู่การบัญญัติสาระดังกล่าวไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
ก็น่าเชื่อว่าจะเป็นกลไกที่จะสร้างครูอาชีพได้
และถ้าสร้างจากวัตถุดิบใหม่ (ครูใหม่)
ที่พอตกแต่งให้เข้าระบบที่วางไว้ก็น่าจะมีความหวัง
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีครูและ
ครูของครูที่มีวัฒนธรรมการทำงานเข้าข่ายอาชีพครูเป็นจำนวนมาก
เราจะทำอย่างไร
เพราะบุคคลเหล่านี้จะหาผลประโยชน์จากผู้เรียนอย่างเป็นระบบ
ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้า ขายชีทความรู้เก่า
ๆ
การหลีกเลี่ยงการสอนตามหน้าที่แต่กระตือรือร้นในการสอนพิเศษ
ทำโครงการพิเศษเพื่อให้ได้เที่ยวต่างประเทศฟรีโดยไม่สนใจว่าผู้เรียนจะเดือดร้อน
กู้ยืมเงินมาอย่างไร สถาบันบางแห่งกลายเป็นขุมทรัพย์ของบุคคลเหล่านี้ที่คนอื่นแตะต้องไม่ได้
แทนที่จะสร้างสถาบันให้เป็นขุมทรัพย์ทางปัญญา
จึงถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องสร้างระบบใหม่
เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของผู้เรียนอย่างแท้จริง
แนวคิดเรื่องการเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางจะได้ไม่กลายเป็นว่าผู้เรียนเป็นศูนย์กลางแห่งขุมทรัพย์ของคนที่ยึดอาชีพครู
5.
สร้างกระแสรักษาครูดี - ครูอาชีพ
แนวพระราชดำริด้านการศึกษา 5
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่มีพระราชดำริถึงครูว่า ครูจะต้องเป็นผู้ประพฤติตนดีทั้งด้านวิชาการ
คือต้องฝึกฝนตนให้มีความชำนาญในด้านความรู้และวิธีสอน
ส่วนด้านความประพฤติจะต้องเป็นคนที่พร้อมทั้งในด้านจิตใจและการปฏิบัติ เพื่อที่จะเป็นแบบอย่างแก่ผู้พบเห็น
เมื่อลูกศิษย์ได้เห็นและประทับใจในความสามารถและความดีของครูก็จะประพฤติตนตามแบบอย่าง
..
และยังมีพระราชดำริเกี่ยวกับภารกิจและแนวทางการปฏิบัติตนของครูอีกหลายประการที่ควรนำมาสร้างกระแสให้ครูได้ตระหนักและมีจิตสำนึกของความเป็นครูที่ดี
6
สิ่งที่จะผลักดันให้สังคมไทยมีครูดี
ครูอาชีพจำนวนมากขึ้น อยู่ที่การสร้างกระแสให้ทุกคนตระหนักและรักษาครูที่ดีไว้
นอกจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ยังมีวิธีการต่าง
ๆ เช่น การยกย่องชมเชยครูดี
ให้โอกาสและส่งเสริมครูทุกคนได้ทำหน้าที่ครูอาชีพอย่างแท้จริง
สกัดกั้นสิ่งที่เป็นบ่อนทำลายและนำความเสื่อมเสียมาสู่วิชาชีพครู
ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องสร้างระบบการผลิต
พัฒนาครูและประเมินครูให้มีคุณภาพและมาตรฐานเหมาะสมกับการเป็นวิชาชีพชั้นสูง
ทั้งนี้ ผู้ปกครองนักเรียน ชุมชน
และองค์กรต่างๆ
ต้องร่วมกันสร้างกระแสอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
ในที่สุดครูดี -
ครูอาชีพก็จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น
อาชีพครูหรือผู้รับจ้างสอนก็จะค่อย
ๆ ลดจำนวนลง
ความหวังของการปฏิรูปการศึกษาก็จะเป็นจริงได้ในไม่ช้า
เชิงอรรถ
1 พลเอกเปรม
ติณสูสานนท์. ทางเลือกของครู.
เอกสารอัดสำเนา, 2543 หน้า 1
2 พนม
พงษ์ไพบูลย์. ครูอาชีพ. กรุงเทพ :
โรงพิมพ์กรมการศาสนา, 2543 หน้า 6
3 พลเอกเปรม
ติณสูสานนท์. อ้างแล้ว. หน้า 2
4 สมเชาว์
เกษประทุม. ครูพันธ์ใหม่ .
มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 24 กรกฎาคม
2543 หน้า 10.
5
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครู.
คุณธรรมและจิตสำนึกของข้าราชการครู.
พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร :
ศรีเมืองการพิมพ์, 2542. หน้า 5
6
อ่านเพิ่มเติมใน สำนักงาน ก.ค.
คุณธรรมและจิตสำนึกของข้าราชการครู
อ้างแล้ว. |