

| ดร.สงบ
ลักษณะ |
| รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ |
การสอบ การวัดผล การประเมิน
เป็นเรื่องที่ชีวิตจริงของทุกคนจะต้องเคยได้รับกันทั้งนั้น
ซึ่งปัจจุบันมีผู้กล่าวถึง
การแพร่ขยายตัว
ของการสอบว่ามีมากมายจนเกินไปหรือไม่
เพราะในสังคมเราบางส่วนยังยอมรับด้วยความเต็มใจหรือด้วยการจำยอมให้มีการสอบกันตั้งแต่
เข้าเรียนอนุบาล สอบเข้าประถม 1
สอบเข้า มัธยม 1 มัธยม 4
สอบเข้ามหาวิทยาลัย
สอบเข้าทำงาน
สอบประเมินระหว่างการทำงานเพื่อเลื่อน
ตำแหน่ง
ความจริงการสอบหรือการประเมินมีประโยชน์สำคัญประการหนึ่ง
คือ ทำให้รู้สถานภาพความรู้
ความสามารถ และคุณสมบัติทาง
บุคลิกภาพ
และคุณสมบัติทางบุคลิกภาพรวมถึงความรู้สึกนึกคิดทางจิตใจ
คุณธรรม เจตคติ ค่านิยม ต่าง ๆ
ของบุคคล เป็นที่มาของการ
ตัดสินระดับความเด่นความด้อยของบุคคลเมื่อเทียบกับมาตรฐานความถูกต้องดีงามที่ถูกกำหนดไว้เป็นเกณฑ์
จะเป็นที่มาของการจัดวางตัวบุคคล
ให้เหมาะกับสภาพคุณสมบัติของเขา
และเป็นที่มาของการช่วยเหลือปรับปรุงพัฒนาในสิ่งที่เขาอ่อนด้อยหรือบกพร่อง
ในความเป็นจริงอีกอย่างหนึ่งของธรรมชาติของบุคคลก็คือ
ถ้าเราจะถูกทดสอบประเมินอะไรเราก็จะเตรียมตัวขวนขวายให้ตนเอง
มีในสิ่งที่จะถูกทดสอบนั้น
ถ้าการทดสอบเน้นความรู้ความจำ
คนก็ท่องจำเพื่อให้สอบได้
ถ้าการทดสอบละเลยคุณธรรมจริยธรรม
ศิลปวัฒนธรรม
คนก็ไม่สนใจใฝ่เรียนรู้ในสิ่งเหล่านี้
ถ้าการทดสอบใช้วิธีเลือกคำตอบ ก.
ข. ค. .ง.
คนก็ไม่ต้องเตรียมความคิดเพราะใช้ความรู้ผิวเผินไปดูตัวเลือก
ก็จะเอาตัวรอดหาคำตอบถูกได้
มาตรฐานคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในยุคการกระจายอำนาจ
ให้ครูสอนเอง สอบเอง
ตัดสินผลการเรียนเอง
มีผู้สงสัยว่า
จะเป็นการกระจุยคุณภาพการศึกษาหรือไม่
เพราะขนาดทบวงมหาวิทยาลัยยอมรับเอาคะแนนสะสมจี.พี.เอ.หรือเกรดเฉลี่ยมาใช้ในการคัดเลือก
นักเรียนเข้ามหาวิทยาลัย
ก็เกิดข้อสงสัยในมาตรฐานการตัดสินผลการเรียนของสถานศึกษา
ที่เรียกว่าอาจมีการให้เกรดเฟ้อหรือเปล่า
สังคมมองมาตรฐานสถานศึกษาไปที่การทำให้เด็กสอบเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้มาก
ทำให้เกิดการแบ่งเกรดสถานศึกษา
เกิดการแย่งกัน
เข้าเรียนในสถานศึกษาดัง ๆ
ที่นักเรียนจบแล้วเข้ามหาวิทยาลัยได้มาก
กระทรวงศึกษาธิการก็เริ่มปวดหัวหาวิธีการทำให้สถานศึกษามีมาตรฐาน
การจัดการศึกษาได้ใกล้เคียงกัน
ซึ่งที่จริงมีสภาพเหมือนงูกินหาง
คือสถานศึกษาที่สังคมคิดว่าเด่นดัง
นักเรียนเก่งมาก ๆ
ก็จะไปเข้าเรียน
ครูอาจไม่ต้องออกแรงเท่าไรเพราะนักเรียนมีทุนเดิมเก่งอยู่แล้ว
ผลคือนักเรียนที่มีทุนเดิมเก่ง
ก็ไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้มากเอง
ผู้ปกครอง
จึงคิดว่าแม้บุตรหลานของตนไม่เก่ง
แต่ถ้าได้เรียนในสถานศึกษาเด่นดัง
บุตรหลานก็จะกลายเป็นคนเก่งตามเขาไปด้วย
ตามแนวปฏิรูปการศึกษา
เราพุ่งเป้าไปที่การพัฒนาผู้เรียน
ให้เป็นบุคคลที่เป็นคนเก่งเป็นคนดีที่สมบูรณ์ด้วยปัญญา
และคุณธรรม
นอกจากการให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถในวิทยาการต่าง
ๆ
ก้าวสู่สากลและการเรียนรู้เรื่องความเป็นชาติไทย
ศิลปวัฒนธรรมไทยแล้ว
ผู้เรียนจะต้องมีความสามารถในกระบวนการคิด
การวิเคราะห์ การสังเคราะห์
การแก้ปัญหา การปฏิบัติได้จริง
การวางแผนและการจัดการทั้งปวง
รวมถึงการมีคุณลักษณะที่ดีงามทางเจตคติ
ค่านิยม คุณธรรมต่าง ๆ
ผลการเรียนรู้ที่ดีงามเหล่านี้ถูกกำหนดไว้เป็นมาตรฐานคุณภาพการศึกษา
ที่ทุกสถานศึกษาจะต้องนำไปเป็นแม่บทของการจัดกระบวนการเรียนรู้
และการทดสอบวัดผลประเมินผล
เพื่อรับประกันการจัดการศึกษาให้บังเกิดผลที่ผู้เรียนครบถ้วนตามมาตรฐาน
การปฏิรูปการศึกษาจึงกำหนดให้มีระบบประกันคุณภาพ
ภายในสถานศึกษา
กำหนดให้มีสำนักรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาไปทำหน้าที่ประเมินสถานศึกษา
นอกจากนี้ตามแนวการปฏิรูปการศึกษา
ยังกำหนดให้จัดตั้งองค์กรอิสสระเรียกชื่อว่าสำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ
มาสร้างความมั่นใจว่า
สถานศึกษาต่าง ๆ
สามารถจัดกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่สมบูรณ์ครบถ้วนตามมาตรฐานคุณภาพ
การศึกษาที่สังคมต้องการ
จากการประชุมปฏิบัติการเรื่องการปฏิรูปการศึกษา
ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมเมื่อ
วันที่ 29 เมษายน 2544
ก็มีการกล่าวถึงการยกเลิกการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย
เพราะในเวลาจำกัดข้อสอบก็จะวัดได้เพียงความรู้ความจำที่ผิวเผินด้วยการใช้
แบบทดสอบแบบเลือกตอบ
เป็นการทำลายระบบคุณภาพการเรียนการสอนในระดับประถมและมัธยมศึกษา
เพราะนักเรียนจะทุ่มเทไปกับ
ความรู้ความจำ
กวดวิชาอัดฉีดความรู้
จนไม่สนใจการเรียนรู้ในสิ่งที่ดีงามอีกมากมายในหลักสูตร
เพียงเพราะสิ่งนั้นไม่อยู่ในการสอบคัดเลือก
เข้ามหาวิทยาลัย
สังคมเห็นด้วยกับศาสตราจารย์นายแพทย์เกษม
วัฒนชัย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ที่เสนอแนะให้นำระบบการสอบด้วย
เครื่องมือมาตรฐานกลางของกระทรวงศึกษาธิการ
กลับมาใช้ควบคุมคุณภาพของการเรียนรู้อีกครั้งหนึ่ง
หลังจากเคยใช้ได้ผลดีมาแล้วในอดีต
ผลพลอยได้ของการใช้เครื่องมือทดสอบกลาง
จะทำให้สามารถมีไม้บรรทัดมาตรฐานร่วมกันตัดสินคุณภาพการเรียนรู้ได้ทุกสถานศึกษา
ทำให้เป็นข้อมูลเพื่อการช่วยเหลือด้านทรัพยากรแก่สถานศึกษาที่มีคุณภาพด้อย
ช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษา
และใช้เป็นข้อมูลพิจารณา
การเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยได้โดยไม่ต้องไปออกข้อสอบคัดเลือกอีกให้เสียทรัพยากร
แนวทางการจัดมาตรการเร่งรัดพัฒนามาตรฐานคุณภาพของสถานศึกษาให้มีระดับใกล้เคียงกันในความดีเด่นของการจัดการศึกษา
อาจมีได้หลายมาตรการ เช่น
1.กำหนดให้มีระบบมาตรฐานคุณภาพประจำสถานศึกษา
ระบุลักษณะผลผลิต กระบวนการ
และปัจจัยที่สมบูรณ์ครบถ้วนด้วย
การระบุสภาพความสำเร็จที่เป็นมาตรฐาน
ระบุเกณฑ์และดัชนีชี้วัดความสำเร็จในทุกองค์ประกอบย่อย
ๆ ของระบบคุณภาพ ซึ่งจะเป็น
แม่บทของการวางแผน การกำกับดูแล
และการตรวจสอบทดสอบผลความสำเร็จของการจัดการศึกษาของสถานศึกษาต่อไป
2.
กำหนดให้มีการจัดทำระบบสารสนเทศของระบบคุณภาพ
นั่นคือสถานศึกษาจะต้องประเมินสถานภาพปัจจุบันของแต่ละ
องค์ประกอบในระบบคุณภาพ
นำสิ่งที่เป็นข้ออ่อนด้อยมาเป็นเป้าหมายของการวางแผนพัฒนาปรับปรุงคุณภาพการจัดการศึกษา
อาจต้องอาศัย
มาตรฐานตัวเทียบที่เรียกว่า Benchmark
ที่ศึกษาจากวิธีการบริหารจัดการของสถานศึกษาอื่นที่ประสบความสำเร็จ
หรือจากการร่วมกัน
กำหนดของผู้มีส่วนได้เสียกับสถานศึกษา
นำมาเป็นเป้าหมายของการพัฒนาคุณภาพผลผลิต
คุณภาพกระบวนการ
และคุณภาพปัจจัย
3. กำหนดให้มีคู่มือพัฒนาคุณภาพ
โดยร่วมกันคิดค้นกลยุทธ์วิธีการที่ผู้บริหารและคณะครูอาจารย์รวมถึงผู้เกี่ยวข้อง
จะต้อง
ดำเนินการปฏิบัติให้เหมาะสมดีงาม
จนกล่าวได้ว่านี่คือมาตรฐานของการทำงาน
เป็นที่มาของการมอบหมายงาน
เป็นที่มาของการพัฒนาคน
ให้เข้ากับงาน
และเป็นที่มาของการประเมินคุณภาพการปฏิบัติงานของผู้บริหาร
และของครูอาจารย์
4. กำหนดให้มีการติดตาม ประเมินผล
และรายงานผลต่อสาธารณชน
ในผลการปฏิบัติงานตามระบบคุณภาพ
โดยสถานศึกษา
จัดการประเมินตรวจสอบตนเองเป็นการภายใน
ก่อนที่จะมีการประเมินโดยภายนอก
การติดตามประเมินและรายงานผลนี้ควรจัดทำเป็น
ประจำทุกปี
ใช้ประโยชน์ผลการประเมินเพื่อการแสดงศักยภาพความสามารถของสถานศึกษาให้สังคมชื่นชม
ใช้เป็นข้อมูลเพื่อยกย่อง
เชิดชูเกียรติผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
และใช้เป็นข้อมูลเพื่อปรับปรุงแก้ไขพัฒนาในสิ่งที่บกพร่อง
รวมถึงใช้เป็นสิ่งจูงใจ
ให้คิดค้นวิจัยแสวงหา
นวัตกรรมการเรียนการสอนต่อไป
5.
กำหนดให้กรมหรือหน่วยงานต้นสังกัด
จัดกลไกการติดตามประเมินผลมาตรฐานคุณภาพของสถานศึกษา
ตามระบบมาตรฐาน
ที่ควรจะเป็น อยู่เสมอ ๆ
เพื่อใช้เป็นข้อมูลของการสนับสนุนช่วยเหลือพัฒนาสถานศึกษา
ให้สถานศึกษาทุกแห่งมีมาตรฐานเข้าสู่มาตรฐาน
ที่พึงปรารถนา
และใช้ประโยชน์ในการค้นพบผู้บริหารเก่งผู้บริหารดี
ครูเก่งครูดี
เพื่อการยกย่องเชิดชูเกียรติ
รวมถึงใช้ประโยชน์ในการ
รวบรวมนวัตกรรมการเรียนการสอนที่แหลมคมที่คิดริเริ่มสร้างสรรค์โดยครูเก่ง
ๆ
นำมาประมวลเพื่อการถ่ายทอดขยายผลสู่สถานศึกษาอื่น
ๆ และสู่สังคมในวงกว้างต่อไป
แต่อย่างไรก็ตามระบบที่ดีงามต่าง
ๆ
จะถูกนำมาใช้แล้วประสบความสำเร็จหรือไม่
จะขึ้นกับปัจจัยสำคัญ คือ คน
คนที่เป็นผู้บริหาร
และคนที่เป็นครู อาจารย์
ถ้าเราสามารถเลือกสรร พัฒนา
และส่งเสริมให้คนเก่งคนดีได้มีโอกาสทำงาน
จัดเครื่องช่วยให้คนเก่งคนดีมีความสุข
กับการทำงาน
ความคิดที่จะให้สถานศึกษามีมาตรฐานใกล้เคียงกัน
คงจะไม่เป็นเพียงความเพ้อฝันอีกต่อไป


Copyright @ : 2000 Ministry of Education, THAILAND
แหล่งข้อมูล : ดร.สงบ ลักษณะ
รวบรวม
จัดเตรียมข้อมูล พัฒนาและนำเสนอ :
สุนันทา
ศรีดากุล (2 พ.ค.2544 )
หน่วยงาน :
กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ
ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ.
ปรับปรุงข้อมูล
: -
โทร. 281-9809 , 628-5643
, 628-5644 โทรสาร 281-8218
ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@emisc.moe.go.th
|