บทความนี้ขอทำหน้าที่เก็บสาระผลงานการประชุมปฏิบัติการเรื่องการปฏิรูปการศึกษาที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมเมื่อ
ความอยากรู้ของผู้มีส่วนได้เสียกับการปฏิรูปการศึกษามีมาก
แต่ข่าวสารที่ปรากฎกลับมีน้อยไม่ได้ดังใจ
ผู้คนรู้แต่เพียงว่าจะมีการยุบรวม แต่ที่ผู้คนอยากรู้ คือ เด็กและเยาวชนในวัยเรียนจะมีอะไรดีขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงนี้ ผู้ปกครองและประชาชนจะได้อะไร ครูและบุคลากรทางการศึกษาเขาจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจอะไร เขาจะต้องเริ่มทำตัวอย่างไร และเขาจะมีสุขหรือทุกข์เพิ่มขึ้นอย่างไร จากการปฏิรูปการศึกษา สิ่งที่มีความเข้าใจขั้นต้นให้ตรงกัน คือ เป้าหมายสำคัญของการปฏิรูปการศึกษามุ่งไปที่ความปรารถนาให้เด็กและเยาวชนไทยทุกคนเป็นคนเก่ง เป็นคนดี เป็นคนมีความสุข เป็นกำลังของประเทศชาติในอนาคต เราต้องการสร้างพวกเขาให้เป็นมนุษย์ปัญญา มนุษย์คุณธรรม และมนุษย์ที่ปรับตัวได้เก่งให้ก้าวทันต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลก ผ่านทางการเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิต
ความสำเร็จของเป้าหมายนี้
จำเป็นต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนอย่างใหญ่หลวงในปัจจัยองค์ประกอบต่าง
ๆ ให้เอื้อต่อการดำเนินงาน กฎหมายเป็นเพียงเครื่องมืออย่างหนึ่ง ของการรับประกันและคุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ทั้งโดยรัฐ โดยหน่วยงานราชการ และโดยบุคลากรรวมถึงประชาชนทุกฝ่าย ให้เป็นไปอย่างเหมาะสมดีงาม และมีความยั่งยืนในความต่อเนื่องเอาจริง ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวชัดเจนว่า กฎหมายและกฎระเบียบต่าง ๆ ควรคิดทีหลัง เราควรคิดตั้งต้นในผลลัพธ์ที่เราอยากได้ก่อน ตามมาด้วยการช่วยกันคิดยุทธศาสตร์หรือแนวดำเนินงานหลัก ที่จะเป็นวิถีทางนำไปสู่การบรรลุผลลัพธ์ได้ครบ ตรง รวดเร็ว และประหยัด หลังจากนั้นค่อยย้อนกลับมาดูกฎหมายหรือกฎระเบียบต่าง ๆ ว่ามีสิ่งใดที่เอื้อประโยชน์ มีสิ่งใดที่เป็นอุปสรรค และควรมีสิ่งใดเพิ่มเติม ก็ดำเนินการด้านกฎหมายได้ นี่แสดงว่ากฎหมายทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องมือให้เกิดความสะดวกในการทำงานเท่านั้น ไม่ใช่คิดกฎหมายก่อนเป็นคัมภีร์ แล้วค่อยมาคิดวิธีทำงานให้เข้ากับกฎหมาย
ปัญหาที่คาใจครู อาจารย์
ผู้บริหารการศึกษา
และบุคลากรทางการศึกษาต่าง ๆ
มีค่อนข้างมาก เช่น
ตำแหน่งหน้าที่ปัจจุบันจะ
หัวใจสำคัญของความสำเร็จของการพัฒนามนุษย์ให้มีคุณสมบัติล้ำเลิศสมบูรณ์
อยู่ที่การส่งเสริมให้มีกระบวนการเรียนรู้ที่มี
ในเรื่องเกี่ยวกับความเป็นชาติไทย วัฒนธรรม คุณธรรม และมาตรฐานความรู้ความเข้าใจในเรื่องของท้องถิ่น ระบบการเรียนการสอนจะครอบคลุมถึงการกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ การกำหนดเนื้อหาสาระ การกำหนดกิจกรรม กระบวนการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ การใช้สื่อการเรียนการสอน การติดตามประเมินผลการเรียนรู้ ในแนวทางของ การรับประกันผลการเรียนรู้ของผู้เรียนทุกคนเต็มศักยภาพ
ระบบตำแหน่งใหม่ของครู
และศึกษานิเทศก์ จะมี 4 ระดับ คือ
ระดับปฏิบัติการ ระดับชำนาญการ
ระดับเชี่ยวชาญ และระดับ
อัตราเงินเดือนตั้งต้นของแต่ละระดับก็กำหนดให้มากทัดเทียมวิชาชีพสาขาอื่น
เพื่อจูงใจให้คนเก่งคนดีมาทำงาน
และเพื่อสงวนรักษาคนเก่งคนดีให้อยู่กับงาน
อุทิศตนกับงานจนลดความกังวลเรื่องฐานะเศรษฐกิจ
ในบรรดาตำแหน่ง 4
ระดับที่กล่าวถึงนั้น
ระดับแรกเงินเดือนตั้งต้นที่ 19,920
บาท ระดับที่สองตั้งต้นที่ 30,850 บาท
ระดับที่สามตั้งต้นที่ 38,030 บาท
และระดับที่สี่ตั้งต้นที่
นอกจากเงินเดือนแล้วครูและบุคลากรทางการศึกษา
ยังได้รับเงินตอบแทนในรูปของเงินวิทยฐานะ
หรือเงินประจำตำแหน่งด้วย
ครูหรือบุคลากรทางการศึกษา
ที่เดิมมีข้อจำกัดในการออกค่าใช้จ่ายส่วนตัวในการทำวิจัยหรือพัฒนางานวิชาชีพ
จะได้รับประโยชน์
หลักการสำคัญของการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานของครู
และบุคลากรทางการศึกษา คือ
2. การส่งเสริมคนเก่งคนดี
ระบบใหม่ของการบริหารจัดการด้านบุคคล
จำเป็นต้องมีประสิทธิภาพในการแสวงหาคนเก่ง จำเป็นต้องสร้างวิสัยทัศน์ กระบวนการคิดตัดสินใจ กระบวนการวางแผน กระบวนการปฏิบัติงาน และเจตคติค่านิยมกันใหม่ ให้เน้นไปที่การมองเป้าหมายความสำเร็จในผลลัพธ์ที่ทุกคนต้องการและเห็นพ้องต้องกัน ร่วมกันคิดค้นวิธีการที่แหลมคม ที่จะนำไปสู่ผล พอใจกับการประเมินตรวจสอบผลการทำงาน และรับผิดชอบต่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อผลที่ดีขึ้นอยู่เสมอ ในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับตรงกันว่า การปฏิรูปการศึกษา เป็นเรื่องของทุกคนทุกฝ่ายที่จะมีส่วนร่วม เราอาจจะเริ่มจากการทบทวนบ่นถึง ปัญหาอุปสรรคของการจัดการศึกษา แต่เราจะต้องรีบคิดเสนอแนะทันทีว่าเราจะช่วยกันแก้ปัญหาอุปสรรคนั้น ๆ ได้อย่างไร และเราคงไม่ต้อง เน้นมากนักว่าครู และบุคลากรทางการศึกษาจะได้อะไรจากการปฏิรูปการศึกษา แต่จะไปเน้นว่าเด็กและเยาวชนควรได้อะไร และเราจะช่วยให้อะไร และทำอะไร เพื่อเด็กและเยาวชน ได้บ้าง |