
การประชุมโลกด้านวิทยาศาสตร์เพื่อศตวรรษที่ 21
(World Conference on Science for the 21st Century)
26 มิถุนายน 1 กรกฎาคม 2542
ประเทศฮังการี
![]()
ผู้รายงาน นายสงบ ลักษณะ
รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ผู้จัดประชุม
UNESCO
ICSU (International Council for Science)
ผู้ร่วมประชุม
ประเทศสมาชิกยูเนสโกทั่วโลกและองค์การที่เกี่ยวข้อง
ผู้ร่วมประชุมจากไทยจำนวน 13 คน
จากหน่วยงานกระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
และสิ่งแวดล้อม
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คณะ
วิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง
และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วัตถุประสงค์การประชุม
1.
เพื่อทบทวนผลสัมฤทธิ์
ปัญหาของวิทยาศาสตร์
และความมุ่งมั่นพยายามในช่วง
เวลาที่ผ่านมา
2.
เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์และสังคม
รวมถึงทิศทางของพันธะ
ข้อผูกพันที่ควรมุ่งมั่น
3.
เพื่อจัดทำข้อตกลงร่วมกันในวิทยาศาสตร์และการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์
(Declaration on Science and the Use of Scientific Knowledge)
รวมถึงกรอบการนำไปสู่การปฏิบัติ
(Science Agenda : Framework for Action)
กิจกรรมสำคัญ
1.
บรรยายนำโดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง
ๆ
2. ประชุมกลุ่มย่อย
3. ประชุมอภิปรายทั่วไป
1.
สาระสำคัญของการบรรยายนำและการประชุมกลุ่มย่อย
ภายใต้หัวข้อวิทยาศาสตร์ :
ผลสัมฤทธิ์ ปัญหา
และ
ความมุ่งมั่นพยายาม
(Science : Achievements, Shortcomings, and Challenges)
1.1 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์
- ลักษณะเฉพาะของวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นประสบการณ์ของมนุษย์
- วิทยาศาสตร์สมัยใหม่เกิดขึ้นและพัฒนาอย่างไร
- สิ่งที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ สิ่งเหนือวิทยาศาสตร์ และสิ่งที่ตรงกันข้ามกับวิทยาศาสตร์
- การประดิษฐ์คิดค้นใหม่ ๆ
1.2
คุณค่าสากลของวิทยาศาสตร์พื้นฐาน
(Fundamental Science)
-
วิทยาศาสตร์ช่วยเพิ่มกำลังการผลิต
-
วิทยาศาสตร์กับความรู้เกี่ยวกับนิเวศวิทยา
(Ecology)
1.3
วิทยาศาสตร์ช่วยสนองความต้องการของมนุษย์
(Basic Human Needs)
- วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำ
อาหาร พลังงาน ที่อยู่อาศัย
รักษาโรค และ
พัฒนาสุขภาพ
-
วิทยาศาสตร์พัฒนาเทคโนโลยีทางอาชีพ
แก้ปัญหาความยากจน
- การพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology)
พันธุวิศวกรรม (Genetic Engineering)
-
การวิจัยพัฒนาเพื่อนำวิทยาศาสตร์มาช่วยคุณภาพชีวิตของมนุษย์
1.4
การนำวิธีการทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในระบบที่ซับซ้อน
-
การใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ประยุกต์ในกระบวนการวิจัยพัฒนา
แก้ปัญหาในสังคม
1.5
วิทยาศาสตร์ข้ามพรมแดน (Science Across Boarders)
-
ความร่วมมือระหว่างชาติในด้านวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี
1.6 การให้ความรู้ทาง วิทยาศาสตร์ซึ่งกันและกัน
- สารสนเทศความรู้ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ และการเผยแพร่ผ่านสื่อประเภทต่าง ๆ
- ข้อขัดแย้ง : ลิขสิทธิ์ การคุ้มครองสิทธิทางปัญญา กับ เสรีภาพทางวิชาการ และกับ
ประเทศด้อยพัฒนาต้องพึ่งพาความรู้ใหม่ ๆ ทางวิทยาศาสตร์อย่างเสรี
1.7
การจัดการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์
-
การจัดการศึกษาเพื่อสร้างความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
ความสามารถทาง
กระบวนการวิธีการทางวิทยาศาสตร์
และเจตคติทางวิทยาศาสตร์แก่เด็กและ
เยาวชน
-
การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนให้เป็นนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่
เพื่อส่งเสริม
การวิจัยพัฒนาเพื่อคุณภาพชีวิตของมนุษย์และสังคม
1.8
วิทยาศาสตร์กับสิ่งแวดล้อม
-
ปัญหาของโลกเกี่ยวกับการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ
(Biodiversity)
-
ปัญหาการเปลี่ยนแปลงวงจรไนโตรเจนที่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศริมฝั่งทะเล
(Coastal Ecosystems)
รวมถึงการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลกจากโลหะเป็นพิษ
(Toxic Metals)
1.9
วิวัฒนาการที่มีผลต่อสุขภาพ
- พันธุศาสตร์ วัคซีน
การเพาะเชื้อโรค
การวิจัยเกี่ยวกับเอดส์
1.10
วิทยาศาสตร์
ความมั่นคงทางการเกษตรและอาหาร
-
ความพยายามทางวิทยาศาสตร์เพื่อสนองความต้องการในอนาคต
1.11
วิทยาศาสตร์กับจริยศาสตร์และความรับผิดชอบ
- จริยศาสตร์ของการเพาะมนุษย์ (Human
Cloning)
- พลังวิทยาศาสตร์ พลังเศรษฐกิจ
พลังการเมือง และความ
รับผิดชอบต่อมวลมนุษย์
1.12
วิทยาศาสตร์กับพลังงาน
-
วิทยาศาสตร์ช่วยพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนของพลังงาน
-
วิทยาศาสตร์กับการพัฒนาพลังงานปรมาณู
และเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์
-
วิทยาศาสตร์กับการพัฒนาเทคโนโลยีด้านความสะอาด
เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
1.13
วิทยาศาสตร์กับการสร้างเครื่องมืออุปกรณ์ใหม่
ๆ
- Polymer Science, Interfaces, Microporous Materials.
2. สาระสำคัญของการบรรยายนำและการประชุมกลุ่มย่อยภายใต้หัวข้อวิทยาศาสตร์กับสังคม
2.1
การรับรู้วิทยาศาสตร์ของสังคม :
สิ่งที่ยอมรับ และสิ่งที่ปฏิเสธ
-
การวิจัยทางวิทยาศาสตร์กับความก้าวหน้าของสังคม
-
ความขัดแย้งของวิทยาศาสตร์กับวัฒนธรรม
2.2
วิทยาศาสตร์กับการพัฒนา
-
วิทยาศาสตร์สนองการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
2.3
ลำดับความสำคัญในบริบทใหม่ทางเศรษฐกิจและสังคม
-
ลำดับความสำคัญของการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ในทัศนะการอุตสาหกรรม
-
การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สนองความจำเป็นในภูมิภาคย่อย
ๆ ของโลก
2.4
กระแสเรื่องเพศหญิงชายในการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- การให้โอกาสในการเรียนรู้
ให้โอกาสในการเป็นนักวิทยาศาสตร์และการวิจัยพัฒนา
แก่เด็กหญิง และสตรี
2.5
การให้คำมั่นสัญญาใหม่ ๆ
ทางสังคม (Social Contract)
เพื่อวิทยาศาสตร์
-
การให้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์อย่างเปิดกว้าง
-
การพัฒนาความสามารถทางวิทยาศาสตร์
(Capacity Building) และให้โอกาสทาง
การวิจัยแก่มวลมนุษย์ในภูมิภาคต่าง
ๆ ของโลก
-
การรับประกันใช้วิทยาศาสตร์เพื่อคุณภาพชีวิตของสังคม
เช่น ในด้านการชี้แหล่ง
น้ำสะอาด การกำจัดน้ำเสีย
ฯลฯ
2.6
วิทยาศาสตร์
การอุตสาหกรรมและองค์ความรู้เพื่อผลประโยชน์ของสาธารณชน
(Public Good)
-
การจัดงบประมาณสนับสนุนโดยรัฐบาล
-
อุตสาหกรรมทางเภสัชและพันธุโมเลกุล
(Molecular-Genetic)
-
อุตสาหกรรมทางเครื่องกลและเหล็ก
2.7
กลไกใหม่ ๆ
เพื่อให้เป็นแหล่งเงินให้วิทยาศาสตร์
-
เพิ่มค่าให้กับสถาบันวิจัยของชาติด้วยการจัดงบประมาณสนับสนุนผสมผสานกับการ
มีส่วนร่วมขององค์กรต่าง ๆ
และภาคเอกชน
2.8
ความเชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์กับการตัดสินใจเพื่อสาธารณชน
- การนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์
และการประเมินระหว่างชาติมาวางนโยบายทางด้าน
สิ่งแวดล้อมของชาติและของโลก
-
วิทยาศาสตร์กับการตัดสินใจต่าง
ๆ ระดับชาติ เช่น
การจัดการกับปัญหาภัยอันตราย
(Disaster Management)
2.9
การรวมกำลังเพื่อความยั่งยืนของโลก
-
การแก้ปัญหาจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น
-
การผลิตและการแบ่งปัน
-
ปัญหาสุขภาพ และการวางนโยบาย
2.10
วิทยาศาสตร์กับประชาธิปไตย
-
คุณสมบัติด้านการวิเคราะห์
การคิดอย่างเป็นระบบ
การมีเหตุผลของมนุษย์ช่วยส่งเสริม
สังคมประชาธิปไตย
- ความร่วมมือในประชาคมโลก
การเผยแพร่ผลการวิจัยแก่กัน
และการมีบทบาท
ทางการเมืองและสังคม
- การเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์กับสหวิทยาการต่าง
ๆ (Multidisciplinaries) เพื่อสังคม
2.11
การสื่อสารและสร้างความนิยมในวิทยาศาสตร์
-
ตัวแปรสำคัญในการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์
-
วิทยาศาสตร์กับสื่อมวลชน
2.12
วิทยาศาสตร์กับระบบความรู้อื่น
ๆ
-
การบูรณาการความรู้และการปฏิบัติของภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับนโยบายการอนุรักษ์
-
การสร้างความสัมพันธ์กับสหวิทยาการต่าง
ๆ
-
ความรู้การเกษตรแบบดั้งเดิมกับนวัตกรรมการผลิตอาหาร
-
พัฒนาสุขภาพโดยผสมผสานความรู้สมัยใหม่กับภูมิปัญญาดั้งเดิม
![]()
1.
วิทยาศาสตร์
เป็นศาสตร์ที่มุ่งอธิบายปรากฏการณ์ความจริงของธรรมชาติผ่านกระบวนการ
ทดลองหาหลักฐานเชิงประจักษ์
มีผลต่อการควบคุมและประยุกต์ต่อการคิดค้นเทคโนโลยีเพื่อมนุษยชาติ
2. คุณค่าของวิทยาศาสตร์มีต่อการเพิ่มค่าทางเศรษฐกิจ การค้นหาความจริง และเพิ่มค่าทางปัญญา (Eonomic Values, Truth Searching Values, Wisdom Values)
3. วิทยาศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่สัมพันธ์กันระหว่างวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (Natural Science) สังคมศาสตร์ แพทย์ศาสตร์ (Medical Science) และเศรษฐศาสตร์
4. เป้าประสงค์สูงสุดของวิทยาศาสตร์ คือ นำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ได้จาก วิทยาศาสตร์มาใช้เพื่อความผาสุก และการมีชีวิตที่มีคุณภาพของมนุษย์ การวางนโยบายและการ ตัดสินใจในยุทธศาสตร์ของประเทศ ควรมุ่งส่งเสริมการวิจัยพัฒนาองค์ความรู้ การประยุกต์วิทยาศาสตร์ เพื่อสังคมที่พัฒนาอย่างยั่งยืน
5.
การวางนโยบายของการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ควรมีเป้าประสงค์ไปที่พัฒนาความ
สามารถ
(Capacity Building) ของมนุษย์ สังคม
และสถาบันต่าง ๆ
ในการมีพื้นฐานความรู้ ความคิด
กระบวน
วิธีการ
เจตคติทางวิทยาศาสตร์ให้ส่งผลต่อการเพิ่มกำลังการผลิต
และส่งผลต่อการคิดค้นนวัตกรรมใหม่
ๆ
6.
ยุทธศาสตร์สำคัญของการดำเนินงาน
คือ
6.1
การจัดการศึกษา อบรม
6.2
ใช้หลักสหวิทยาการเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์
สาขาต่าง ๆ
เข้ากับศาสตร์สาขาอื่น
และวัฒนธรรม
6.3
ใช้หลักการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายทั้งองค์กร
หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน
ภูมิปัญญาท้องถิ่น สื่อมวลชน
6.4
ส่งเสริมการวิจัยทั้งวิจัยวิทยาศาสตร์พื้นฐาน
(Fundamental Science) วิจัยพัฒนา
เทคโนโลยี
และการวิจัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์มุ่งตรงต่อการแก้ปัญหาและสนอง
ความจำเป็นความต้องการของสาธารณชนโดยเน้นใช้วิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี
เป็นเครื่องมือ (Tools)
เพื่อสนองมนุษย์ (Human Needs)
6.5
การถ่ายทอดทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
(Science and Technology Transfer)
บนพื้นฐานความร่วมมือระหว่างชาติ
6.6
การสร้างเครือข่ายความร่วมมือและเครือข่ายข้อมูลสารสนเทศทั้งในชาติ
และระหว่างชาติ (Interdependent)
7. หลักการสำคัญของการพัฒนาวิทยาศาสตร์ระหว่างชาติ คือ หนึ่งโลก หนึ่งวิทยาศาสตร์ และหนึ่งมนุษยชาติ (One Planet, One Science, One Mankind) วิทยาศาสตร์เป็นองค์ความรู้ (Knowledge) เป็นกระบวนการ (Process) เป็นเครื่องมือ (Tools) และเป็นผลิตผล(Product)
8.
ยึดหลักจริยศาสตร์ในการพัฒนาวิทยาศาสตร์
เช่น
8.1
ความรู้คู่กับความรับผิดชอบต่อมวลมนุษย์
เคารพสิทธิการเป็นมนุษย์ที่เสมอภาคกัน
8.2
วิทยาศาสตร์รับผิดชอบต่อการส่งผล
(Accountable Responsibility)
ช่วยแก้ปัญหาที่เป็นความกดดันของสังคม
ความยากจน ไม่มีอคติ
มุ่งต่อคุณประโยชน์ ต่อคน สังคม
สิ่งแวดล้อม
8.3
มีความสมดุลระหว่างการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา
ลิขสิทธิ์ (Property Right)
กับการแบ่งปันถ่ายทอดความรู้ใหม่
ๆ
ให้กับมนุษย์ในประเทศที่มีระดับพัฒนา
ด้อยกว่า
จริงใจในการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจ
ของชาติต่าง ๆ
ให้ทัดเทียมเสมอภาคและลดช่องว่างทางเศรษฐกิจ
8.4 การจัดการเรียนการสอน
ควรพัฒนาจริยธรรมควบคู่กับความรู้
สร้างเจตคติที่ดี
ต่อมวลมนุษย์ และความเมตตากรุณา
(Compassion)
9.
วิทยาศาสตร์ช่วยสร้างวัฒนธรรมใหม่ของสังคมที่ยึดถือเหตุผล
ความจริง การวิจัย
คิดค้นแสวงหานวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาและปรับปรุงความเป็นอยู่
มีความสมดุลระหว่างการสร้างฐานะทางเศรษฐกิจกับการรักษาสิ่งแวดล้อม
10.ทิศทางใหม่ ๆ
ของการวิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์เพื่อสนองความต้องการของมนุษย์
เช่น
การวิจัยพัฒนาการผลิตอาหาร
พันธุศาสตร์ (Genetic Engineering) ยารักษาโรค
การแสวงหา
แหล่งน้ำและพลังงานผ่านทาง GIS
(Geographic Information System)
การวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพ
(Biotechnology)
11.
กลไกสำคัญความสำเร็จของการพัฒนาวิทยาศาสตร์อยู่ที่นโยบายระดับชาติ
การสนับสนุนงบประมาณเพื่อการวิจัยพัฒนา
การปฏิรูปบทบาทของสถาบันและมหาวิทยาลัย
การสร้างชุมชนวิทยาศาสตร์ระดับท้องถิ่น
ชาติ และระดับโลก (Global Scientific Community)
![]()
1.
ประเทศที่มีความสำเร็จในการสร้างนักวิทยาศาสตร์ที่มีผลงานวิจัยพัฒนา
จะเป็นผล
มาจากนโยบายและการจัดงบประมาณสนับสนุนของรัฐบาลการจัดกลไกองค์กรและหน่วยงานที่
ดำเนินงานอย่างเป็นเอกภาพ
ส่งเสริมวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
การส่งเสริม
ผู้มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์
ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย
มองวิทยาศาสตร์แบบ
สหวิทยาการ
ส่งเสริมการวิจัยพัฒนาทุกระดับ
ส่งเสริมการเผยแพร่ความรู้วิทยาศาสตร์ผ่านเครือข่าย
ต่าง ๆ ลงสู่มวลชน
2.
ประเทศไทยมีความเด่นที่มีหลายหน่วยงานรับผิดชอบเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี เช่น
หน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ
ภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี
และ
สิ่งแวดล้อม หน่วยงานดูแลชีวภาพ
พืช สัตว์ ป่าไม้ ป่าชายเลน
เขตสงวนรักษาพันธุ์สัตว์และ
ป่าไม้
ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ในกระทรวงศึกษาธิการก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เช่น
กรมวิชาการ
ดูแลภาพรวมหลักสูตรขั้นพื้นฐาน
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีศูนย์บริภัณฑ์การศึกษา
ศูนย์วิทยาศาสตร์
ศูนย์เทคโนโลยีอยู่ภายใต้กรมการศึกษา
นอกโรงเรียน
ปัญหา
คือ
ขาดการประสานนโยบายและประสานการดำเนินงานให้เป็นเอกภาพ
เกิดความซ้ำซ้อนของงาน
การกระจัดกระจายทรัพยากร
บุคลากรและงบประมาณ
น่าจะมีสถาบันหรือคณะกรรมการกลางระดับชาติ
ระดับกระทรวง เพื่อกำหนด
นโยบาย เป้าหมายการดำเนินงาน
แผนการดำเนินงาน
แผนความร่วมมือทั้งด้านความรู้ความคิด
และทรัพยากรให้มุ่งต่อผลประโยชน์ของการพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับความ
จำเป็นและความต้องการของประชาชนยิ่งขึ้น
3.
ควรดำเนินงานเครือข่ายสร้างชุมชนวิทยาศาสตร์
(Science Community) ควบคู่กับ
การตั้งศูนย์การเรียนรู้ในชุมชน
ใช้หลักการผสมผสานเชิงสหวิทยาการของศาสตร์
สาขาต่าง ๆ กับ
ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น
สร้างองค์ความรู้ กระบวนการ
เครื่องมือ และผลิตผลทาง
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เข้าถึงมวลชน
4.
การวิจัยพัฒนาเป็นหัวใจของการพัฒนาวิทยาศาสตร์
ควรถือเป็นนโยบายจัดทรัพยากร
สนับสนุน
ประสานความร่วมมือในการวิจัยระดับต่าง
ๆ
ให้มุ่งตรงต่อปัญหาและความต้องการของชาติ
และเผยแพร่ผลสู่การพัฒนาสิ่งแวดล้อม
พัฒนาการประกอบอาชีพ
การผลิตทางอาหารและอุตสาหกรรม
และปรับปรุงวิถีชีวิตความเป็นอยู่
5.
การสร้างนักวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องทำในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ทั้งการสร้าง
พื้นฐานความรู้ ทักษะ เจตคติ
และจริยธรรมทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กและเยาวชนทั่วไป
และ
การเลือกสรรผู้มีแววทางวิทยาศาสตร์ให้ได้รับทุนการศึกษาจนถึงระดับสูง
รวมถึงการส่งเสริม
วิชาชีพของนักวิทยาศาสตร์
การวิจัยพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ให้ก้าวทันต่อ
สากลเป็นสิ่งที่ควรดำเนินการอย่างรีบเร่งก่อนที่ไทยจะล้าหลังมากไปกว่าปัจจุบัน
Copyright
& Copy : 1999 MOENet Thailand Service
พัฒนา และนำเสนอ : นายเดชา สุพรรณทอง
(9 ก.ย. 2542)
กลุ่มงานจัดการฐานข้อมูล
กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ
ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ.
โทร. 281-9809 , 628-5643 , 628-5644 โทรสาร
281-8218
website@emisc.mo.go.th