
การประชุมระหว่างชาติเรื่องการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาเพื่อศตวรรษที่ 21
1-4 สิงหาคม 2542
Shen Zhen
Guangdong Province, China
![]()
ผู้รายงาน นายสงบ ลักษณะ
รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
คณะผู้จัด
UNESCO Principal Regional office for
Asia and the Pacific ร่วมกับ The Chinese
National Commission for UNESCO, The China National Institute of
Educational Research.
ผู้ร่วมประชุม
นักการศึกษาจากภูมิภาคต่าง ๆ
ของจีน
นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษาจาก
International Baccalaureate Organization (IBO), Arizona State University, University
of Melbourne, จากองค์กร Leadweship Development Maryland. นักวิชาการจาก
ประเทศไทย คือ ดร.สงบ ลักษณะ และ
ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์
ผู้อำนวยการสำนักงาน
โครงการพิเศษ
สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ
เป็นกิจกรรมสืบเนื่องจากรายงานเรื่อง
Learning : The Treasure Within และสืบเนื่อง
จากการประชุมระดับโลก
เรื่องการศึกษาเพื่อปวงชน (World
Declaration on Education
for All)
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประมวลผลการปฏิบัติด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
และประมวลแนวคิดแนวปฏิบัติเพื่อปรับปรุงมาตรฐานคุณภาพการศึกษาในศตวรรษที่
21
กิจกรรมสำคัญ
1.
บรรยายเสนอเอกสารวิชาการโดยผู้เชี่ยวชาญ
ซึ่งนายสงบ ลักษณะ ได้บรรยาย
ในเรื่อง
Educational Standards and Innovative Approaches to Quality Education
Improvement : Thai
Experience.
2. ประชุมกลุ่ม
3. อภิปรายทั่วไป
4.
ศึกษาดูงานสถานศึกษา 3 แห่ง
สาระสำคัญที่เป็นผลจากการประชุม
1.
จุดหมายและหลักการของการจัดการศึกษา
1.1
การศึกษาเพื่อสนองความต้องการของสังคมเท่า
ๆ กับการศึกษาต้องสามารถนำสังคม
1.2 การศึกษาภาคบังคับ 9
ปี
ควรพัฒนาผู้เรียนให้สามารถออกไปประกอบอาชีพอย่างมี
คุณภาพระดับหนึ่ง
ถ้าผู้เรียนไม่ประสงค์จะเรียนต่อ
1.3
หลักการที่เป็นสากลของการศึกษา
คือ
- หลักความเสมอภาค (Equity)
ให้โอกาสชนทุกลักษณะ
ทุกสภาพความเป็นอยู่ได้รับ
การศึกษาอย่างทั่วถึง
ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการ
ผู้ขาดแคลนยากไร้
-
หลักการมีคุณภาพ (Quality)
การศึกษาที่จัดต้องรับประกันผลการเรียนรู้ที่ได้
มาตรฐานทัดเทียมกันในผู้เรียนทุกลักษณะทุกสภาพความเป็นอยู่
- หลักความตรง
(Relevance)
ผลการจัดการศึกษาต้องตรงกับความต้องการด้าน
พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของชาติ
สนองความต้องการของผู้เรียนและสังคม
ตรงกับการใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง
-
หลักประสิทธิผล (Effectiveness)
ผู้ได้รับการศึกษาต้องเป็นผู้มีความสามารถเต็ม
(Full Functioning)
-
หลักประสิทธิภาพ (Efficiency)
การใช้วัสดุอุปกรณ์
อาคารสถานที่ งบประมาณ
การบริหารจัดการ
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนต้องได้มาตรฐาน
ใช้คุ้มค่า
ไม่สูญเปล่า
ได้ผลคุ้มค่า และประหยัด
-
หลักการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong
Learning)
ผู้มีการศึกษาต้องพอใจจะเรียนรู้
เพิ่มเติมเสมอเพื่อพัฒนาตน
พัฒนาอาชีพ พัฒนาสังคม
มีทักษะในการแสวงหา
ความรู้
ทักษะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
และมีความรับผิดชอบในตนที่จะพัฒนา
-
หลักความสมดุลระหว่างการพัฒนาทางกาย
จิตใจ (Spirit) อารมณ์ สติปัญญา
สังคม และพื้นฐานอาชีพ
2. คุณลักษณะของผู้มีการศึกษา
2.1
คุณลักษณะของผู้มีการศึกษาตามแนวคิดของยูเนสโก
ควรมีความสมดุล
-
เรียนเพื่อรู้ (Learn to Know)
-
เรียนเพื่อปฏิบัติ (Learn to Do)
-
เรียนเพื่อปรับเปลี่ยนพัฒนาตนไปสู่ความเหมาะสมดีงาม
(learn to Be)
2.4
ผลการเรียนรู้ที่ยั่งยืนถาวรทันสมัย
คือ
การปลูกฝังให้ผู้เรียนรักการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ซึ่งเป็นคุณสมบัติของผู้ที่สนใจใฝ่รู้สิ่งใหม่
ๆ ให้ก้าวทันโลก
มีทักษะในการแสวงหา
ความรู้รับข่าวสารจากสื่อต่าง
ๆ รวมถึงสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ
(Information
Technology)
มีความสามารถในการวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณในข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ
มีทักษะในการคิดสร้างสรรสิ่งใหม่
ๆ เพื่อตนเองและเพื่อสังคมเสมอ
3. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน
3.1
ควรมีคณะกรรมการแห่งชาติจัดทำมาตรฐานคุณภาพการศึกษาที่เป็นวิชาแกน
(Core
Standards)
คุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนในการได้รับผลการเรียนรู้เสมอภาคกันใน
ความเป็นสากล
ความเป็นชาติ
มีคณะกรรมการระดับท้องถิ่นจัดทำมาตรฐาน
คุณภาพการศึกษาที่สนองปัญหาความต้องการในชีวิตจริงของท้องถิ่น
และมีคณะ
กรรมการระดับโรงเรียนหล่อหลอมมาตรฐานคุณภาพวิชาแกนและมาตรฐานท้องถิ่น
นำมาออกแบบจุดประสงค์การเรียนการสอน
และเนื้อหาสาระที่สอดคล้องกับลักษณะ
เด่นลักษณะด้อยของผู้เรียน
และสนองความสนใจและความต้องการของผู้เรียน
3.2
การจัดหลักสูตรระดับโรงเรียนควรเน้นหลักการสำคัญ
เช่น
-
บูรณาการเนื้อหาวิชาเข้าด้วยกัน
เช่น วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษา
-
มีความยืดหยุ่น (Flexible) หลากหลาย
(Dversification) จัดเนื้อหาและช่วงเวลา
คาบการเรียนให้ยืดหยุ่นตรงกับความสามารถความสนใจของผู้เรียน
-
มีความสมดุลของความเป็นสากล
การคงเอกลักษณ์ความเป็นชาติ
และสนองลักษณะ
ท้องถิ่น
-
มีความสมดุลระหว่างองค์ความรู้
ทักษะความสามารถ
และคุณลักษณะทาง
บุคลิกภาพและจิตใจที่ดีงาม
3.3
หลักสูตรยุคโลกาภิวัตน์
เน้นให้การศึกษาในวิทยาการที่ทันสมัย
เช่น ภาษาต่างประเทศ
เทคโนโลยีและการศึกษาเรื่องของชาติต่าง
ๆ
แนวการปรับหลักสูตรให้ทันสมัยมีหลาย
แนวทาง
เช่น
จัดโรงเรียนให้ใช้หลักสูตรมาตรฐานสากลเป็นบางโรงเรียน
ซึ่งล้วนใช้
หลักสูตรของ
International Bacca Laureate Organization (IBO) จัดบางโรงเรียน
ให้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาในการจัดการเรียนการสอน
เป็นต้น
4. กระบวนการเรียนการสอน
4.1
ไม่ใช้วิธีเรียนวิธีสอนแบบคงที่ตายตัวกับเด็กทุกคนแต่ครูออกแบบแผนการสอนให้หลาก
หลายให้เหมาะสมความแตกต่างของผู้เรียนที่มีความสามารถและความสนใจแตกต่างกัน
ครูเอาใจใส่ความแตกต่างของผู้เรียน
สามารถออกแบบกิจกรรมตรงกับจุดเด่นจุดด้อย
ของผู้เรียน
4.2
ฝึกผู้เรียนให้มีความสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองเพื่อเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ด้วยการจัดการสอนที่เน้นกิจกรรม
(Activity-based) ฝึกให้เรียนรู้วิธีเรียน
(Learn how
to Learn)
ฝึกให้มีความรับผิดชอบแผนการเรียนรู้ของตนเองในแต่ละเรื่องที่เรียน
มีลักษณะครบวงจร
คือ
-
ตั้งจุดประสงค์ว่าตนต้องการเรียนรู้อะไร
4.5 ความคาดหวัง (Expectation)
มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้
ควรให้ผู้ปกครองร่วมคาดหวัง
ในผลการเรียนรู้ของเด็ก
และให้เด็กได้ตั้งความคาดหวังในผลการเรียนรู้ของตนเองทั้ง
ระยะสั้นระยะยาวจะเป็นแรงผลักดันให้เกิดความพยายามเรียนรู้ดีขึ้น
4.6
ควรฝึกทักษะทางอารมณ์ (Emotional Skillss)
ให้ผู้เรียนควบคุมอารมณ์ใน 3
ขั้นตอน
- ขั้นเกิดความรู้สึก (Feeling)
-
ขั้นพิจารณาผลที่จะตามมาถ้าแสดงอารมณ์ตามความรู้สึก
(Impact)
-
ขั้นตัดสินใจแสดงออกอย่างฉลาด
4.7
ควรฝึกการเอาใจใส่ต่ออารมณ์ความรู้สึกและจิตใจของผู้อื่น
(Learn to Care) ผ่านทาง
กิจกรรมกลุ่ม
ผ่านทางการสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่นเป็นมิตร
ระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน
ผู้เรียนกับครู
ฝึกการอยู่ร่วมกันเป็นสังคม (Social
Life)
4.8
ฝึกให้ผู้เรียนสามารถประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่
(Innovation)
ฝึกให้พอใจเป็นผู้สร้างสรรค์
(Creative)
5. สื่อการเรียนการสอน
5.1
ควรหลีกเลี่ยงการใช้หนังสือเรียนตายตัว
แต่ควรใช้สื่อหลายประเภทหลายแหล่งให้
ผู้เรียนใช้เพื่อแสวงหาความรู้
โดยครูกับผู้เรียนวางแผนกำหนดผลการเรียนรู้ที่ต้องการ
5.2 การพัฒนาสื่อการเรียน
เช่น หนังสือ วีดิทัศน์
ควรนำกระบวนการคิด (Thinking
Process) มานำทางให้เกิดความคิดรวบยอด
เข้าใจหลักการ
มีส่วนทำให้เกิดกิจกรรม
ฝึกการคิด การประยุกต์
และการแก้ปัญหา
6. การติดตามและประเมินผล
6.1 การติดตามผลการเรียน (Monitoring)
เป็นหัวใจของการช่วยเหลือผู้เรียนเป็นรายบุคคล
ทำให้ทราบสิ่งที่เขาทำได้
สิ่งที่เขาบกพร่อง
ทำให้เกิดการช่วยแก้ไขปรับปรุงผลการ
เรียนของผู้เรียนทันท่วงทีก่อนที่จะสายจนกลายเป็นสอบตก
กระบวนการติดตามอาจ
ทำโดยครูที่มีระเบียน (Record)
ผลการเรียนของผู้เรียนแต่ละชั่วโมงแต่ละเรื่อง
และควร
ให้ผู้เรียนจัดทำระบบบันทึกผลการเรียนของตนเองให้รู้ตัว
ส่วนที่เรียนรู้แล้วและส่วนที่
ยังบกพร่องและคิดแสวงหาปรับปรุงแก้ไขอย่างตรงจุด
6.2
การประเมินผลการเรียน (Assessment)
มีทั้งประเมินทุกครั้งที่มีการสอน
และประเมิน
เมื่อจบสิ้นภาคเรียน
จะมีประโยชน์ต่อการปรับปรุงการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน
และมีประโยชน์ต่อการช่วยเหลือผู้เรียนรวมถึงช่วยให้รู้จักจุดเด่นจุดอ่อนของผู้เรียนทำให้
ครูจัดแผนการเรียนการสอนได้สนองความแตกต่างระหว่างบุคคล
หลักการสำคัญของ
การประเมินผลการเรียน คือ
-
ควรประเมินทั้งผล
(Outcome) และกระบวนการ (Process)
-
ผลการเรียนควรครอบคลุมความเป็นคนที่สมบูรณ์
ไม่ใช่วัดความรู้อย่างเดียว
ควรเน้นเป็นพิเศษด้านบุคลิกภาพและลักษณะทางจิตใจ
- ไม่ควรใช้เครื่องมือวัดชนิดข้อเขียนแบบเดียวตายตัว
ควรใช้กลวิธีวัดผลหลายอย่าง
ให้ตรงกับจุดประสงค์การเรียนรู้ในด้านต่าง
ๆ
- ควรใช้ผลการประเมินเพื่อการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน
7. การศึกษาสำหรับผู้พิการ
7.1 แนวทางที่เป็นสากล คือ
จัดให้ผู้พิการได้เรียนร่วมกับเด็กปกติเพื่อกำจัดความเข้าใจผิดว่า
ผู้พิการคือผู้ผิดปกติ
แต่ที่จริงเขาคือคน ๆ
หนึ่งที่มีฐานะสิทธิทัดเทียมกับทุกคนมีโอกาส
ได้รับการพัฒนาให้เป็นคนที่มีคุณประโยชน์ต่อสังคมได้
7.2
ควรกำหนดมาตรฐานผลการเรียนรู้ให้เสมอภาคกับผลการเรียนรู้ของผู้ไม่พิการ
7.3
ห้องเรียนควรมีอุปกรณ์เครื่องช่วยเหลือสนับสนุนผู้พิการในส่วนที่เขาต้องการความ
ช่วยเหลือ เช่น
อุปกรณ์พิมพ์สำหรับผู้พิการทางการเห็น
เป็นต้น
7.4
ครูใช้เทคนิคนำผู้พิการออกจากชั้นเรียน
(Pull-out)
ในบางโอกาสเพื่อพัฒนาสิ่งเฉพาะ
และนำกลับเข้าสู่ชั้นเรียน
7.5
โรงเรียนควรสร้างความร่วมมือระหว่างนักเรียนด้วยกัน
คณะครู ผู้ปกครอง
ผู้เชี่ยวชาญในสังคมเพื่อวางแผนร่วมกันในการสนับสนุนส่งเสริมผู้พิการ
8. การศึกษาสำหรับเด็กอัจฉริยะ
(Gifted Children)
8.1
ครูเข้าใจธรรมชาติเด็กอัจฉริยะ
สามารถรู้จักเด็กเหล่านี้แต่ต้นมือ
และจัดหลักสูตร
กระบวนการเรียนการสอนให้จูงใจส่งเสริมความเป็นอัจฉริยะอย่างเหมาะสม
8.2
แผนการสอนควรเพิ่มระดับผลการเรียนรู้
ระดับความคาดหวังของการพัฒนาให้สูง
กว่าเด็กทั่วไป
ควรเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยเพื่อจัดหลักสูตรพิเศษให้เขาจบการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน 12 ปี ให้ครบ 12 ปี
แต่เพิ่มการเรียนรู้ในสิ่งที่พวกเขาถนัดหรือมีความ
ความสามารถเป็นพิเศษ
อาจนำหลักสูตรระดับอุดมศึกษามาจัดเสริม
ซึ่งสามารถ
ถ่ายโอนเทียบผลการเรียนได้เมื่อศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย
8.3
กระบวนการเรียนการสอนเด็กอัจฉริยะควรฝึกให้เขาสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองอย่าง
อิสระ
(Independent Study)
ให้เขารับผิดชอบแสวงหาความรู้
เรียนรู้วิธีการเรียนรู้
และเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
9. การพัฒนาครู
9.1 พัฒนาให้ครูเป็นครูมืออาชีพ
(Professional)
-
สามารถวิเคราะห์ปัญหาของผู้เรียน
- สามารถแสวงหาแนวทางใหม่
ๆ เพื่อช่วยแก้ปัญหาของผู้เรียน
และพัฒนาคุณภาพ
การเรียนการสอน
-
พอใจเป็นผู้คิดริเริ่มสร้างสรรค์วิธีเรียน
วิธีสอน และสร้างสื่อใหม่ ๆ
ด้วยตนเอง
- มีความเชื่อมั่นในตนเอง
(Confidence)
ที่จะลองปรับเปลี่ยนวิธีเรียนวิธีสอนโดย
ไม่ต้องรอให้ใครเป็นคนมาคิดให้
-
สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อแสวงหาความรู้ความคิดใหม่
ๆ
-
สามารถทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน
9.2 ครูเก่ง คือ ครูที่ทำให้เด็กสนใจตั้งใจมีความสุขในการเรียน
คือครูที่ทำให้เด็กมีความ
สามารถปฏิบัติงานได้ตามหลักสูตร
คือครูที่ทำให้เด็กเกิดความรับผิดชอบในตนเอง
9.3 ครูควรตระหนักว่า
ครูที่ได้รับการยอมรับนับถือในสังคม
คือครูที่สามารถจัดการเรียน
การสอนได้ผลดี
ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ครบถ้วนได้มาตรฐานทุกคน
9.4
ครูควรได้รับการพัฒนาในด้านนวัตกรรมการเรียนการสอนสม่ำเสมอ
9.5
การทำงานของครูจะได้ผล
ถ้าได้ผู้บริหารโรงเรียนที่สนใจผลการเรียนของเด็ก
โรงเรียน
มีครูมืออาชีพเป็นแบบอย่าง
ทำงานร่วมกับครูต่าง ๆ เป็นทีม
10. การสนับสนุนมาตรฐานคุณภาพการศึกษา
10.1
รัฐมีนโยบายและจัดงบประมาณสนับสนุนการพัฒนามาตรฐานคุณภาพการศึกษา
อย่างเหมาะสมและจริงจังต่อเนื่อง
มีการตรวจสอบผลการจัดการศึกษาเป็นประจำ
นำผลมาปรับปรุงแก้ไขทุกองค์ประกอบของการจัดการศึกษา
10.2
มีระบบสารสนเทศเป็นเครือข่ายเข้าถึงครูและนักเรียนเพื่อสนับสนุนนวัตกรรมและ
เทคโนโลยีการเรียนการสอน
10.3
ให้โอกาสชุมชนและภาคเอกชนร่วมรับผิดชอบคุณภาพการศึกษาในท้องถิ่น
11. ลักษณะเด่นของโรงเรียนในจีน
11.1
รัฐบาลท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบการจัดการศึกษา
โดยใช้กรอบหลักสูตรวิชาแกนจาก
จากรัฐบาลนำมาจัดเป็นรายวิชาต่าง
ๆ
การกำหนดมาตรฐานคุณภาพโรงเรียน
มาตรฐานครู มาตรฐานผู้บริหาร
มาตรฐานผลการเรียนของนักเรียน
และระดม
ทรัพยากรทั้งจากรัฐบาลกลางและรายได้ของท้องถิ่นนำมาใช้ในการจัดการศึกษา
11.2
มีโรงเรียนพิเศษที่ใช้หลักสูตรภาษาอังกฤษและหลักสูตรนานาชาติเพื่อพัฒนาคนจีน
ไปสู่ความทันสมัย
มีการเน้นเด็กอัจฉริยะ
โดยเชื่อว่าประชาชน 1200 ล้านคน
ถ้าพัฒนาผู้มีอัจฉริยะสัก 1
ล้านคน จีนก็จะเป็นผู้นำในโลก
11.3
โรงเรียนจำนวนหนึ่งมีฐานะเป็นโรงเรียนในความดูแลของมหาวิทยาลัย
(Attached
Schools) และเป็นโรงเรียนทดลอง (Experimental
Schools) ซึ่งจะมีความเป็นอิสระ
ในการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อคุณภาพการศึกษา
11.4 โรงเรียนมีสิทธิเลือกครู
จ้างครู ยกเลิกการจ้างครู
โดยใช้หลักต้องได้ครูที่มีคุณภาพ
อย่างแท้จริง
11.5
โรงเรียนที่ดีเด่นมาจากการคัดเลือกผู้บริหารที่มีลักษณะเด่น
11.6
รัฐบาลท้องถิ่นสนับสนุนปัจจัยเครื่องมือสื่อให้กับโรงเรียน
ไม่ทอดทิ้งให้ครูอยู่กับ
กระดานดำ
จัดโรงเรียนเป็นกลุ่มเครือข่ายเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาร่วมกัน
11.7 ให้โรงเรียนแข่งขันกันจัดการศึกษาให้มีคุณภาพเป็นตัวดึงดูดความสนใจของผู้ปกครอง
11.8
การเรียนการสอนเป็นพิเศษภาษาอังกฤษ
คอมพิวเตอร์ ศิลป เชื่อมโยงกับ
โรงเรียนในต่างประเทศ
มีการส่งนักเรียนไปเข้าค่ายต่างประเทศ
มีโครงการรับ
ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศตะวันตกมาช่วยพัฒนาครูและช่วยสอน
11.9
โรงเรียนเอกชนเก็บค่าเล่าเรียนต่ำสำหรับผู้มีภูมิลำเนาในเขตการศึกษา
มีทุน
การศึกษา 5% ของจำนวนนักเรียน
มีอิสระในการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน
เช่น เน้นภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์
และมีมาตรฐานคุณภาพครู
คุณภาพการ
เรียนการสอนเข้มดึงดูดให้ผู้ปกครองเลือกส่งบุตรมาเรียนแม้จะต้องเสียค่าเล่าเรียน
11.10
สถาบันโพลิเทคนิคเน้นมีเครื่องมืออุปกรณ์ทันสมัย
ฝึกทักษะทางเทคนิคให้ได้
มาตรฐานการปฏิบัติงานในภาคอุตสาหกรรม
ทฤษฎีและปฏิบัติเป็นอัตราส่วน
60 : 40
ผู้จบการศกึษาจึงได้รับความนิยมและมีงานทำ
การพัฒนามาตรฐานคุณภาพการศึกษามีรูปแบบสากลที่ใช้มาตรฐานผลการเรียนรู้ที่ตัว
ผู้เรียนเป็นตัวเป้าหมาย
หลักที่จะกำหนดคุณลักษณะที่พึงปรารถนาอย่างรอบคอบให้
ครอบคลุมทั้งคุณลักษณะความเป็นปัจเจกบุคคลเท่า
ๆ กับคุณลักษณะที่จะเอาใจใส่
ร่วมมือเพื่อสังคม
สมดุลระหว่างการก้าวไปสู่ความเป็นสากลและลักษณะประจำชาติ
และลักษณะท้องถิ่น
สมดุลระหว่างวิทยาการก้าวหน้าทันสมัย
กับความสามารถที่จะ
แสวงหาความรู้ด้วยตนเองรับผิดชอบการเรียนรู้ตลอดชีวิต
กับคุณลักษณะทางจิตใจ
อารมณ์
สังคมที่จะเป็นสมาชิกที่มีคุณภาพของสังคม
ใฝ่รู้ พัฒนาตนเองอยู่เสมอ
เมื่อเป้าหมายหลักที่เป็นมาตรฐานคุณภาพของผู้เรียนถูกกำหนดเป็นต้นทาง
การพัฒนา
คุณภาพการศึกษาจะมาอยู่ที่การออกแบบหลักสูตร
การจัดกระบวนการเรียนการสอน
การใช้สื่อการฝึกปฏิบัติและการวัดผลประเมินผล
การปฏิบัติที่ได้มาตรฐานของครู
ผู้บริหารโรงเรียนด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชนและเอกชนจะเป็นวิถีทางนำไปสู่ผลที่ผู้เรียน
การติดตามตรวจสอบผลการเรียนรู้ของผู้เรียนระบุส่วนที่น่าพอใจและส่วนที่บกพร่อง
ตามมาด้วยการตรวจสอบการปฏิบัติของครูและผู้บริหารจะเป็นวงจรการปรับปรุงคุณภาพ
การศึกษา
รูปแบบดังกล่าวสามารถใช้ได้ในไทยที่กำลังเร่งปฏิรูปการศึกษาที่เน้นมาตรฐานคุณภาพ
ของผู้เรียนเป็นหลัก
การเร่งปรับเปลี่ยนแนวการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนและเร่ง
ควบคุมพัฒนามาตรฐานครูและผู้บริหารโดยใช้สาระสำคัญบางประการที่เป็นจุดเด่นของ
ผลการประชุมที่เสนอข้างต้นจะเป็นแนวทางหนึ่งของการยกระดับผู้เรียนให้ก้าวมั่นไปสู่
สากลบนพื้นฐานของความเป็นไทย
9 สิงหาคม 2542
![]()
Copyright
& Copy : 1999 MOENet Thailand Service
พัฒนา และนำเสนอ : นายเดชา สุพรรณทอง
(9 ก.ย. 2542)
กลุ่มงานจัดการฐานข้อมูล
กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ
ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ.
โทร. 281-9809 , 628-5643 , 628-5644 โทรสาร
281-8218
website@emisc.mo.go.th