../pic/Title1.jpg (3723 bytes)

การประชุมระหว่างชาติเรื่องการปรับปรุงคุณภาพการศึกษาเพื่อศตวรรษที่ 21

1-4 สิงหาคม 2542

Shen Zhen Guangdong Province, China
../pic/b-bar.gif (2733 bytes)

ผู้รายงาน นายสงบ ลักษณะ

            รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

คณะผู้จัด

UNESCO Principal Regional office for Asia and the Pacific ร่วมกับ The Chinese
National Commission for UNESCO, The China National Institute of
Educational Research.

ผู้ร่วมประชุม

        นักการศึกษาจากภูมิภาคต่าง ๆ ของจีน นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษาจาก
International Baccalaureate Organization (IBO), Arizona State University, University
of Melbourne, จากองค์กร Leadweship Development Maryland. นักวิชาการจาก
ประเทศไทย คือ ดร.สงบ ลักษณะ และ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์
ผู้อำนวยการสำนักงาน
โครงการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ

วัตถุประสงค์

        เป็นกิจกรรมสืบเนื่องจากรายงานเรื่อง Learning : The Treasure Within และสืบเนื่อง
จากการประชุมระดับโลก เรื่องการศึกษาเพื่อปวงชน (World Declaration on Education
for All) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประมวลผลการปฏิบัติด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
และประมวลแนวคิดแนวปฏิบัติเพื่อปรับปรุงมาตรฐานคุณภาพการศึกษาในศตวรรษที่ 21

../pic/redcube.gif (235 bytes) ผลการประชุม
../pic/bluecube.gif (227 bytes) ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ

กิจกรรมสำคัญ

        1. บรรยายเสนอเอกสารวิชาการโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งนายสงบ ลักษณะ ได้บรรยาย
           ในเรื่อง Educational Standards and Innovative Approaches to Quality Education
            Improvement : Thai Experience.
        2. ประชุมกลุ่ม
        3. อภิปรายทั่วไป
        4. ศึกษาดูงานสถานศึกษา 3 แห่ง

สาระสำคัญที่เป็นผลจากการประชุม

 

1. จุดหมายและหลักการของการจัดการศึกษา
    
1.1 การศึกษาเพื่อสนองความต้องการของสังคมเท่า ๆ กับการศึกษาต้องสามารถนำสังคม
      1.2 การศึกษาภาคบังคับ 9 ปี ควรพัฒนาผู้เรียนให้สามารถออกไปประกอบอาชีพอย่างมี
           คุณภาพระดับหนึ่ง ถ้าผู้เรียนไม่ประสงค์จะเรียนต่อ
      1.3 หลักการที่เป็นสากลของการศึกษา คือ
            
- หลักความเสมอภาค (Equity) ให้โอกาสชนทุกลักษณะ ทุกสภาพความเป็นอยู่ได้รับ
                 
  การศึกษาอย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการ ผู้ขาดแคลนยากไร้
             - หลักการมีคุณภาพ (Quality) การศึกษาที่จัดต้องรับประกันผลการเรียนรู้ที่ได้
               มาตรฐานทัดเทียมกันในผู้เรียนทุกลักษณะทุกสภาพความเป็นอยู่
             - หลักความตรง (Relevance) ผลการจัดการศึกษาต้องตรงกับความต้องการด้าน
            
  พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของชาติ สนองความต้องการของผู้เรียนและสังคม
               ตรงกับการใช้ประโยชน์ในชีวิตจริง
              - หลักประสิทธิผล (Effectiveness) ผู้ได้รับการศึกษาต้องเป็นผู้มีความสามารถเต็ม
                 (Full Functioning) 
              - หลักประสิทธิภาพ (Efficiency) การใช้วัสดุอุปกรณ์ อาคารสถานที่ งบประมาณ
                การบริหารจัดการ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนต้องได้มาตรฐาน ใช้คุ้มค่า
                ไม่สูญเปล่า ได้ผลคุ้มค่า และประหยัด
              -  หลักการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ผู้มีการศึกษาต้องพอใจจะเรียนรู้
                เพิ่มเติมเสมอเพื่อพัฒนาตน พัฒนาอาชีพ พัฒนาสังคม มีทักษะในการแสวงหา
                ความรู้ ทักษะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และมีความรับผิดชอบในตนที่จะพัฒนา
              -  หลักความสมดุลระหว่างการพัฒนาทางกาย จิตใจ (Spirit) อารมณ์ สติปัญญา
                 สังคม และพื้นฐานอาชีพ

2. คุณลักษณะของผู้มีการศึกษา

 

     2.1 คุณลักษณะของผู้มีการศึกษาตามแนวคิดของยูเนสโก ควรมีความสมดุล
           - เรียนเพื่อรู้ (Learn to Know)
           - เรียนเพื่อปฏิบัติ (Learn to Do)
           - เรียนเพื่อปรับเปลี่ยนพัฒนาตนไปสู่ความเหมาะสมดีงาม (learn to Be)
          
- เรียนเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข (Learn to Live Together) ซึ่งจะมีส่วนของ
             การเรียนเพื่อใส่ใจในผู้อื่นด้วย (Learn to Care)
  
   2.2 ผลการเรียนรู้ต้องเป็นการเรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเองและสังคม เปลี่ยนจากการเรียนเพื่อมี
           ความรู้มาเป็นการเรียนเพื่อมีความสามารถไม่เป็นการเรียนเพื่อสอบแต่เป็นการเรียนเพื่อ
           ต้องการเป็นคนที่มีคุณภาพ

      2.3 ผลการเรียนรู้ควรเน้นความเป็นมนุษย์ (Humanity) มีความเข้าใจความเป็นมนุษย์ที่
           สมบูรณ์ มีความเข้าใจและมีความสามารถในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ (Interper-
           sonal Relationship) มีความสามารถในการสื่อสารทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน มีความ
           เข้าใจและมีความสามารถแก้ปัญหาความขัดแย้ง (Conflict) มีทักษะชีวิต (Life Skills)
           ในการตัดสินวิเคราะห์ มีวิจารณญาณ รู้จักยับยั้งชั่งใจ ฉลาดคิด ฉลาดตัดสินใจเลือก
           แนวทางแสดงออกโดยคาดการณ์ถึงผลที่จะตามมา และฉลาดแสดงออก

 

      2.4 ผลการเรียนรู้ที่ยั่งยืนถาวรทันสมัย คือ การปลูกฝังให้ผู้เรียนรักการเรียนรู้ตลอดชีวิต
           ซึ่งเป็นคุณสมบัติของผู้ที่สนใจใฝ่รู้สิ่งใหม่ ๆ ให้ก้าวทันโลก มีทักษะในการแสวงหา
           ความรู้รับข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ รวมถึงสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information
           Technology) มีความสามารถในการวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณในข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ
           มีทักษะในการคิดสร้างสรรสิ่งใหม่ ๆ เพื่อตนเองและเพื่อสังคมเสมอ

3. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

 

      3.1 ควรมีคณะกรรมการแห่งชาติจัดทำมาตรฐานคุณภาพการศึกษาที่เป็นวิชาแกน (Core
           Standards) คุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนในการได้รับผลการเรียนรู้เสมอภาคกันใน
           ความเป็นสากล ความเป็นชาติ มีคณะกรรมการระดับท้องถิ่นจัดทำมาตรฐาน
           คุณภาพการศึกษาที่สนองปัญหาความต้องการในชีวิตจริงของท้องถิ่น และมีคณะ
           กรรมการระดับโรงเรียนหล่อหลอมมาตรฐานคุณภาพวิชาแกนและมาตรฐานท้องถิ่น
           นำมาออกแบบจุดประสงค์การเรียนการสอน และเนื้อหาสาระที่สอดคล้องกับลักษณะ
           เด่นลักษณะด้อยของผู้เรียน และสนองความสนใจและความต้องการของผู้เรียน

       3.2 การจัดหลักสูตรระดับโรงเรียนควรเน้นหลักการสำคัญ เช่น
             -  บูรณาการเนื้อหาวิชาเข้าด้วยกัน เช่น วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษา
             -  มีความยืดหยุ่น (Flexible) หลากหลาย (Dversification) จัดเนื้อหาและช่วงเวลา
                คาบการเรียนให้ยืดหยุ่นตรงกับความสามารถความสนใจของผู้เรียน
             -  มีความสมดุลของความเป็นสากล การคงเอกลักษณ์ความเป็นชาติ และสนองลักษณะ
        
       ท้องถิ่น
             -   มีความสมดุลระหว่างองค์ความรู้ ทักษะความสามารถ และคุณลักษณะทาง
                บุคลิกภาพและจิตใจที่ดีงาม

       3.3 หลักสูตรยุคโลกาภิวัตน์ เน้นให้การศึกษาในวิทยาการที่ทันสมัย เช่น ภาษาต่างประเทศ
            เทคโนโลยีและการศึกษาเรื่องของชาติต่าง ๆ แนวการปรับหลักสูตรให้ทันสมัยมีหลาย
            แนวทาง เช่น จัดโรงเรียนให้ใช้หลักสูตรมาตรฐานสากลเป็นบางโรงเรียน ซึ่งล้วนใช้
            หลักสูตรของ International Bacca Laureate Organization (IBO) จัดบางโรงเรียน
            ให้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาในการจัดการเรียนการสอน เป็นต้น

 

4. กระบวนการเรียนการสอน

     4.1 ไม่ใช้วิธีเรียนวิธีสอนแบบคงที่ตายตัวกับเด็กทุกคนแต่ครูออกแบบแผนการสอนให้หลาก
          หลายให้เหมาะสมความแตกต่างของผู้เรียนที่มีความสามารถและความสนใจแตกต่างกัน
          ครูเอาใจใส่ความแตกต่างของผู้เรียน สามารถออกแบบกิจกรรมตรงกับจุดเด่นจุดด้อย
          ของผู้เรียน

      4.2 ฝึกผู้เรียนให้มีความสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองเพื่อเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ตลอดชีวิต
           ด้วยการจัดการสอนที่เน้นกิจกรรม (Activity-based) ฝึกให้เรียนรู้วิธีเรียน (Learn how
           to Learn) ฝึกให้มีความรับผิดชอบแผนการเรียนรู้ของตนเองในแต่ละเรื่องที่เรียน
           มีลักษณะครบวงจร คือ
             - ตั้งจุดประสงค์ว่าตนต้องการเรียนรู้อะไร

           
- วางแผนการแสวงหาความรู้จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ ด้วยตนเอง
           
- บันทึกผลที่ได้เรียนรู้
            - เปรียบเทียบผลการเรียนรู้จริงกับจุดประสงค์ที่เคยตั้งไว้ หาส่วนสำเร็จส่วนบกพร่อง
            
- วางแผนปรับปรุงตนเองในส่วนบกพร่อง และวางแผนเรียนรู้ระดับต่อไป

        4.3 จัดบรรยากาศการเรียนรู้ให้จูงใจ สนุก มีความสุขที่ได้เรียน จัดสิ่งจูงใจให้เกิด
             ความอยากเรียนรู้

        4.4 กำหนดผลการเรียนรู้ในระดับสูงให้ได้มาตรฐาน ไม่สอนเพียงเพื่อรู้แต่สอนให้เกิด
            ความสามารถ ไม่สอนเพื่อการสอบแต่เน้นให้บังเกิดทั้งความคิดรวบยอด (Concept)
            ทักษะ เจตคติ (Attitudes) และการปฏิบัติ (Action) ให้ผู้เรียนเข้าใจว่าเราเรียนรู้เพื่อ
            เป็นคนมีคุณภาพ

        4.5 ความคาดหวัง (Expectation) มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ ควรให้ผู้ปกครองร่วมคาดหวัง
            ในผลการเรียนรู้ของเด็ก และให้เด็กได้ตั้งความคาดหวังในผลการเรียนรู้ของตนเองทั้ง
            ระยะสั้นระยะยาวจะเป็นแรงผลักดันให้เกิดความพยายามเรียนรู้ดีขึ้น

        4.6 ควรฝึกทักษะทางอารมณ์ (Emotional Skillss) ให้ผู้เรียนควบคุมอารมณ์ใน 3 ขั้นตอน
            
- ขั้นเกิดความรู้สึก (Feeling)
            
- ขั้นพิจารณาผลที่จะตามมาถ้าแสดงอารมณ์ตามความรู้สึก (Impact)
             - ขั้นตัดสินใจแสดงออกอย่างฉลาด

        4.7 ควรฝึกการเอาใจใส่ต่ออารมณ์ความรู้สึกและจิตใจของผู้อื่น (Learn to Care) ผ่านทาง
             กิจกรรมกลุ่ม ผ่านทางการสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่นเป็นมิตร ระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน
             ผู้เรียนกับครู ฝึกการอยู่ร่วมกันเป็นสังคม (Social Life)

        4.8 ฝึกให้ผู้เรียนสามารถประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ (Innovation) ฝึกให้พอใจเป็นผู้สร้างสรรค์
             (Creative)

 

5. สื่อการเรียนการสอน

         5.1 ควรหลีกเลี่ยงการใช้หนังสือเรียนตายตัว แต่ควรใช้สื่อหลายประเภทหลายแหล่งให้
              ผู้เรียนใช้เพื่อแสวงหาความรู้ โดยครูกับผู้เรียนวางแผนกำหนดผลการเรียนรู้ที่ต้องการ
             
ให้ใช้กระบวนการแสวงหาประกอบการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) จน
              สรุปเป็นองค์ความรู้นำมาเสนอต่อกลุ่ม

          5.2 การพัฒนาสื่อการเรียน เช่น หนังสือ วีดิทัศน์ ควรนำกระบวนการคิด (Thinking
               Process) มานำทางให้เกิดความคิดรวบยอด เข้าใจหลักการ มีส่วนทำให้เกิดกิจกรรม
               ฝึกการคิด การประยุกต์ และการแก้ปัญหา

 

6. การติดตามและประเมินผล

          6.1 การติดตามผลการเรียน (Monitoring) เป็นหัวใจของการช่วยเหลือผู้เรียนเป็นรายบุคคล
              ทำให้ทราบสิ่งที่เขาทำได้ สิ่งที่เขาบกพร่อง ทำให้เกิดการช่วยแก้ไขปรับปรุงผลการ
              เรียนของผู้เรียนทันท่วงทีก่อนที่จะสายจนกลายเป็นสอบตก กระบวนการติดตามอาจ
              ทำโดยครูที่มีระเบียน (Record) ผลการเรียนของผู้เรียนแต่ละชั่วโมงแต่ละเรื่อง และควร
              ให้ผู้เรียนจัดทำระบบบันทึกผลการเรียนของตนเองให้รู้ตัว ส่วนที่เรียนรู้แล้วและส่วนที่
              ยังบกพร่องและคิดแสวงหาปรับปรุงแก้ไขอย่างตรงจุด
         6.2 การประเมินผลการเรียน (Assessment) มีทั้งประเมินทุกครั้งที่มีการสอน และประเมิน
             เมื่อจบสิ้นภาคเรียน จะมีประโยชน์ต่อการปรับปรุงการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน
             และมีประโยชน์ต่อการช่วยเหลือผู้เรียนรวมถึงช่วยให้รู้จักจุดเด่นจุดอ่อนของผู้เรียนทำให้
             ครูจัดแผนการเรียนการสอนได้สนองความแตกต่างระหว่างบุคคล หลักการสำคัญของ
             การประเมินผลการเรียน คือ

                 
- ควรประเมินทั้งผล (Outcome) และกระบวนการ (Process)
                  
- ผลการเรียนควรครอบคลุมความเป็นคนที่สมบูรณ์ ไม่ใช่วัดความรู้อย่างเดียว
                  
   ควรเน้นเป็นพิเศษด้านบุคลิกภาพและลักษณะทางจิตใจ
                  - ไม่ควรใช้เครื่องมือวัดชนิดข้อเขียนแบบเดียวตายตัว ควรใช้กลวิธีวัดผลหลายอย่าง
                    
ให้ตรงกับจุดประสงค์การเรียนรู้ในด้านต่าง ๆ
                   - ควรใช้ผลการประเมินเพื่อการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน

 

7. การศึกษาสำหรับผู้พิการ

         7.1 แนวทางที่เป็นสากล คือ จัดให้ผู้พิการได้เรียนร่วมกับเด็กปกติเพื่อกำจัดความเข้าใจผิดว่า
              ผู้พิการคือผู้ผิดปกติ แต่ที่จริงเขาคือคน ๆ หนึ่งที่มีฐานะสิทธิทัดเทียมกับทุกคนมีโอกาส
              ได้รับการพัฒนาให้เป็นคนที่มีคุณประโยชน์ต่อสังคมได้

         7.2 ควรกำหนดมาตรฐานผลการเรียนรู้ให้เสมอภาคกับผลการเรียนรู้ของผู้ไม่พิการ

         7.3 ห้องเรียนควรมีอุปกรณ์เครื่องช่วยเหลือสนับสนุนผู้พิการในส่วนที่เขาต้องการความ
              ช่วยเหลือ เช่น อุปกรณ์พิมพ์สำหรับผู้พิการทางการเห็น เป็นต้น

         7.4 ครูใช้เทคนิคนำผู้พิการออกจากชั้นเรียน (Pull-out) ในบางโอกาสเพื่อพัฒนาสิ่งเฉพาะ
             และนำกลับเข้าสู่ชั้นเรียน
   
         7.5 โรงเรียนควรสร้างความร่วมมือระหว่างนักเรียนด้วยกัน คณะครู ผู้ปกครอง
             ผู้เชี่ยวชาญในสังคมเพื่อวางแผนร่วมกันในการสนับสนุนส่งเสริมผู้พิการ

8. การศึกษาสำหรับเด็กอัจฉริยะ (Gifted Children)

         8.1 ครูเข้าใจธรรมชาติเด็กอัจฉริยะ สามารถรู้จักเด็กเหล่านี้แต่ต้นมือ และจัดหลักสูตร
             กระบวนการเรียนการสอนให้จูงใจส่งเสริมความเป็นอัจฉริยะอย่างเหมาะสม

        8.2 แผนการสอนควรเพิ่มระดับผลการเรียนรู้ ระดับความคาดหวังของการพัฒนาให้สูง
             กว่าเด็กทั่วไป ควรเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยเพื่อจัดหลักสูตรพิเศษให้เขาจบการศึกษา
             ขั้นพื้นฐาน 12 ปี ให้ครบ 12 ปี แต่เพิ่มการเรียนรู้ในสิ่งที่พวกเขาถนัดหรือมีความ
             ความสามารถเป็นพิเศษ อาจนำหลักสูตรระดับอุดมศึกษามาจัดเสริม ซึ่งสามารถ
             ถ่ายโอนเทียบผลการเรียนได้เมื่อศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย

         8.3 กระบวนการเรียนการสอนเด็กอัจฉริยะควรฝึกให้เขาสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองอย่าง
             อิสระ (Independent Study) ให้เขารับผิดชอบแสวงหาความรู้ เรียนรู้วิธีการเรียนรู้
             และเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

 

9. การพัฒนาครู

         9.1 พัฒนาให้ครูเป็นครูมืออาชีพ (Professional)
             
- สามารถวิเคราะห์ปัญหาของผู้เรียน
            
-
สามารถแสวงหาแนวทางใหม่ ๆ เพื่อช่วยแก้ปัญหาของผู้เรียน และพัฒนาคุณภาพ
                        การเรียนการสอน
                     -    พอใจเป็นผู้คิดริเริ่มสร้างสรรค์วิธีเรียน วิธีสอน และสร้างสื่อใหม่ ๆ ด้วยตนเอง
                     -    มีความเชื่อมั่นในตนเอง (Confidence) ที่จะลองปรับเปลี่ยนวิธีเรียนวิธีสอนโดย
                         ไม่ต้องรอให้ใครเป็นคนมาคิดให้
                     -    สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อแสวงหาความรู้ความคิดใหม่ ๆ
                     -    สามารถทำวิจัยในชั้นเรียนเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน

              9.2 ครูเก่ง คือ ครูที่ทำให้เด็กสนใจตั้งใจมีความสุขในการเรียน คือครูที่ทำให้เด็กมีความ
                     สามารถปฏิบัติงานได้ตามหลักสูตร คือครูที่ทำให้เด็กเกิดความรับผิดชอบในตนเอง

               9.3 ครูควรตระหนักว่า “ครูที่ได้รับการยอมรับนับถือในสังคม คือครูที่สามารถจัดการเรียน
                      การสอนได้ผลดี ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ครบถ้วนได้มาตรฐานทุกคน

               9.4 ครูควรได้รับการพัฒนาในด้านนวัตกรรมการเรียนการสอนสม่ำเสมอ

               9.5 การทำงานของครูจะได้ผล ถ้าได้ผู้บริหารโรงเรียนที่สนใจผลการเรียนของเด็ก โรงเรียน
                     มีครูมืออาชีพเป็นแบบอย่าง ทำงานร่วมกับครูต่าง ๆ เป็นทีม

 

10. การสนับสนุนมาตรฐานคุณภาพการศึกษา

           10.1 รัฐมีนโยบายและจัดงบประมาณสนับสนุนการพัฒนามาตรฐานคุณภาพการศึกษา
                   อย่างเหมาะสมและจริงจังต่อเนื่อง มีการตรวจสอบผลการจัดการศึกษาเป็นประจำ
                   นำผลมาปรับปรุงแก้ไขทุกองค์ประกอบของการจัดการศึกษา

           10.2 มีระบบสารสนเทศเป็นเครือข่ายเข้าถึงครูและนักเรียนเพื่อสนับสนุนนวัตกรรมและ
                    เทคโนโลยีการเรียนการสอน

         10.3 ให้โอกาสชุมชนและภาคเอกชนร่วมรับผิดชอบคุณภาพการศึกษาในท้องถิ่น

 

11. ลักษณะเด่นของโรงเรียนในจีน

           11.1 รัฐบาลท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบการจัดการศึกษา โดยใช้กรอบหลักสูตรวิชาแกนจาก
                   จากรัฐบาลนำมาจัดเป็นรายวิชาต่าง ๆ การกำหนดมาตรฐานคุณภาพโรงเรียน
                    มาตรฐานครู มาตรฐานผู้บริหาร มาตรฐานผลการเรียนของนักเรียน และระดม
                    ทรัพยากรทั้งจากรัฐบาลกลางและรายได้ของท้องถิ่นนำมาใช้ในการจัดการศึกษา

           11.2 มีโรงเรียนพิเศษที่ใช้หลักสูตรภาษาอังกฤษและหลักสูตรนานาชาติเพื่อพัฒนาคนจีน
                    ไปสู่ความทันสมัย มีการเน้นเด็กอัจฉริยะ โดยเชื่อว่าประชาชน 1200 ล้านคน
                    ถ้าพัฒนาผู้มีอัจฉริยะสัก 1 ล้านคน จีนก็จะเป็นผู้นำในโลก

            11.3 โรงเรียนจำนวนหนึ่งมีฐานะเป็นโรงเรียนในความดูแลของมหาวิทยาลัย (Attached
                      Schools) และเป็นโรงเรียนทดลอง (Experimental Schools) ซึ่งจะมีความเป็นอิสระ
                      ในการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อคุณภาพการศึกษา

             11.4 โรงเรียนมีสิทธิเลือกครู จ้างครู ยกเลิกการจ้างครู โดยใช้หลักต้องได้ครูที่มีคุณภาพ
                      อย่างแท้จริง

             11.5 โรงเรียนที่ดีเด่นมาจากการคัดเลือกผู้บริหารที่มีลักษณะเด่น

             11.6 รัฐบาลท้องถิ่นสนับสนุนปัจจัยเครื่องมือสื่อให้กับโรงเรียน ไม่ทอดทิ้งให้ครูอยู่กับ
                     กระดานดำ จัดโรงเรียนเป็นกลุ่มเครือข่ายเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาร่วมกัน

             11.7 ให้โรงเรียนแข่งขันกันจัดการศึกษาให้มีคุณภาพเป็นตัวดึงดูดความสนใจของผู้ปกครอง

             11.8 การเรียนการสอนเป็นพิเศษภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ ศิลป เชื่อมโยงกับ
                     โรงเรียนในต่างประเทศ มีการส่งนักเรียนไปเข้าค่ายต่างประเทศ มีโครงการรับ
                     ผู้เชี่ยวชาญจากประเทศตะวันตกมาช่วยพัฒนาครูและช่วยสอน

              11.9 โรงเรียนเอกชนเก็บค่าเล่าเรียนต่ำสำหรับผู้มีภูมิลำเนาในเขตการศึกษา มีทุน
                      การศึกษา 5% ของจำนวนนักเรียน มีอิสระในการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน
                      เช่น เน้นภาษาอังกฤษ คอมพิวเตอร์ และมีมาตรฐานคุณภาพครู คุณภาพการ
                      เรียนการสอนเข้มดึงดูดให้ผู้ปกครองเลือกส่งบุตรมาเรียนแม้จะต้องเสียค่าเล่าเรียน

            11.10 สถาบันโพลิเทคนิคเน้นมีเครื่องมืออุปกรณ์ทันสมัย ฝึกทักษะทางเทคนิคให้ได้
                      มาตรฐานการปฏิบัติงานในภาคอุตสาหกรรม ทฤษฎีและปฏิบัติเป็นอัตราส่วน
                      60 : 40 ผู้จบการศกึษาจึงได้รับความนิยมและมีงานทำ

 

ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ

             การพัฒนามาตรฐานคุณภาพการศึกษามีรูปแบบสากลที่ใช้มาตรฐานผลการเรียนรู้ที่ตัว
             ผู้เรียนเป็นตัวเป้าหมาย หลักที่จะกำหนดคุณลักษณะที่พึงปรารถนาอย่างรอบคอบให้
             ครอบคลุมทั้งคุณลักษณะความเป็นปัจเจกบุคคลเท่า ๆ กับคุณลักษณะที่จะเอาใจใส่
             ร่วมมือเพื่อสังคม สมดุลระหว่างการก้าวไปสู่ความเป็นสากลและลักษณะประจำชาติ
             และลักษณะท้องถิ่น สมดุลระหว่างวิทยาการก้าวหน้าทันสมัย กับความสามารถที่จะ
             แสวงหาความรู้ด้วยตนเองรับผิดชอบการเรียนรู้ตลอดชีวิต กับคุณลักษณะทางจิตใจ
             อารมณ์ สังคมที่จะเป็นสมาชิกที่มีคุณภาพของสังคม ใฝ่รู้ พัฒนาตนเองอยู่เสมอ

             เมื่อเป้าหมายหลักที่เป็นมาตรฐานคุณภาพของผู้เรียนถูกกำหนดเป็นต้นทาง การพัฒนา
             คุณภาพการศึกษาจะมาอยู่ที่การออกแบบหลักสูตร การจัดกระบวนการเรียนการสอน
             การใช้สื่อการฝึกปฏิบัติและการวัดผลประเมินผล การปฏิบัติที่ได้มาตรฐานของครู
             ผู้บริหารโรงเรียนด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชนและเอกชนจะเป็นวิถีทางนำไปสู่ผลที่ผู้เรียน
             การติดตามตรวจสอบผลการเรียนรู้ของผู้เรียนระบุส่วนที่น่าพอใจและส่วนที่บกพร่อง
             ตามมาด้วยการตรวจสอบการปฏิบัติของครูและผู้บริหารจะเป็นวงจรการปรับปรุงคุณภาพ
             การศึกษา

             รูปแบบดังกล่าวสามารถใช้ได้ในไทยที่กำลังเร่งปฏิรูปการศึกษาที่เน้นมาตรฐานคุณภาพ
             ของผู้เรียนเป็นหลัก การเร่งปรับเปลี่ยนแนวการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนและเร่ง
             ควบคุมพัฒนามาตรฐานครูและผู้บริหารโดยใช้สาระสำคัญบางประการที่เป็นจุดเด่นของ
             ผลการประชุมที่เสนอข้างต้นจะเป็นแนวทางหนึ่งของการยกระดับผู้เรียนให้ก้าวมั่นไปสู่
             สากลบนพื้นฐานของความเป็นไทย

9 สิงหาคม 2542     

../pic/mhome.gif (2453 bytes)

../pic/b-bar.gif (2733 bytes)

Copyright & Copy : 1999 MOENet Thailand Service
    พัฒนา และนำเสนอ : นายเดชา สุพรรณทอง (9 ก.ย. 2542)
    กลุ่มงานจัดการฐานข้อมูล กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ
    ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ.

     โทร. 281-9809 , 628-5643 , 628-5644 โทรสาร 281-8218
     website@emisc.mo.go.th