

จุดเด่นของชิลี
(1)
การปฏิรูปการศึกษามุ่งไปสู่ผลที่สำคัญ
3 ด้าน
ก.
คุณภาพของการเรียนการสอนในวิชาที่สำคัญ
ๆ
ข. สร้างวัฒนธรรมของการตรวจสอบ
ติดตาม ประเมินผล เพื่อปรับปรุง
คุณภาพการศึกษา
ค.
สร้างระบบส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และบุคลากร
(2) ผลของการศึกษามีความสมดุลระหว่างองค์ประกอบทางเศรษฐกิจ
และคุณสมบัติความ
เป็นมนุษย์ เช่น
ไวต่อการรับรู้ความต้องการของผู้อื่น
ให้ความไว้วางใจ (Trust) ผนึก
กำลังร่วมมือ (Solidarity) มีวัฒนธรรม
มีคุณภาพชีวิต
(3)
นโยบายปฏิรูปการศึกษามีระดับเป้าหมาย
(Benchmark) ชัดเจนว่าควรมุ่งอะไร
ก่อน-หลัง เช่น
ก. ช่วงปี 1960
เน้นขยายปริมาณการรับการศึกษา
(Access)
ข. ช่วงปี 1980 เน้นประสิทธิภาพ
(Efficiency) เช่น จัดงบประมาณอุดหนุน
กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
จูงใจภาคเอกชนด้วยการให้อิสระแข่งขันจัดการศึกษา
ให้มีคุณภาพ
ค. ช่วงปี 1990
เน้นคุณภาพและความทัดเทียมกัน
(Quality and Equity)
โดยการปฏิรูปหลักสูตร
ส่งเสริมวิชาชีพครู
เพิ่มการลงทุนด้านการศึกษาสร้าง
ความทัดเทียมกันว่า
"คนต้องเรียนรู้บังเกิดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ทัดเทียมกันทุกคน"
จัดให้มีการประเมินคุณภาพผลการเรียนรู้ในวิชาหลัก
ๆ
ในระดับชาติ
(4) ใช้ยุทธศาสตร์ผลักและดึง (Push
and Pull) เป็นการผสมกันระหว่างบทบาท
สั่งการจากส่วนกลาง (Top-down) และโอกสแก่ท้องถิ่น
(Bottom-up) นั่น
คือ
ส่วนกลางทำบทบาทของผู้สนับสนุนด้านงบประมาณ
สื่อ นวัตกรรม การจัด
เครือข่าย (Network)
ให้กรอบหลักสูตรเฉพาะจุดประสงค์การเรียนรู้และขอบ
ข่ายเนื้อหาวิชา
ส่วนท้องถิ่นและสถานศึกษาจัดทำรายละเอียดของแต่ละวิชาและ
แผนการเรียนการสอนมุ่งให้บังเกิดผลการเรียนรู้ตรงตามมาตรฐาน
สถานศึกษามี
อิสระวางแผนยุทธศาสตร์
จูงใจครูให้ได้รับผลตอบแทนตามผลการทำงาน
สถาน
ศึกษาจ้างคนในท้องถิ่นช่วยสอนซ่อมเสริมผู้เรียนอ่อน
ครูได้รับการพัฒนาผ่าน
ทางการอบรมและการศึกษาดูงาน
กลับไปเลือก
จุดเด่นของเกาหลี
(1)
งบประมาณการศึกษา 4.4 % ของ GDP, 19.7 % ของงบประมาณแผ่นดิน
เด็กประถมและมัธยมศึกษา 95.6 - 99.9 % ของประชากร
และเรียนอุดมศึกษา
74.3 %
(2) ปัญหาสำคัญ คือ
สิ่งแวดล้อมในการเรียนไม่ดี
การวัดผลยังเน้นการจำเนื้อหา
การเข้ามหาวิทยาลัยเป็นการแข่งขันที่สูญเปล่า
ต้องกวดวิชาเกินจำเป็น
(3)
เป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษา
คือ
- สร้างวัฒนธรรมใหม่ในโรงเรียน
เน้นการเสริมสร้างลักษณะนิสัย
และ
ความคิดสร้างสรรค์
ให้เอกชนจัดการอาชีวศึกษา (privatization)
ให้
มหาวิทยาลัยแข่งขันกันเชิงคุณภาพ
-
จัดการเรียนการสอนสนองปัจเจกบุคคล
(Individualization)
โรงเรียนเป็นอิสระ (Autonomy)
แข่งขันกันเชิงคุณภาพ
เน้นรับผิดชอบ
ต่อผลที่สังคมต้องการ (Accountability)
-
มหาวิทยาลัยมีวิธีการรับนักศึกษาที่หลากหลาย
มหาวิทยาลัยเป็นอิสระ
รับผิดชอบในผลการจัดการศึกษา
แข่งขันกันในคุณภาพ
สร้างผลงานวิจัย
ต่อสังคม
- ครู
ต้องมีความเป็นผู้นำมืออาชีพ
ถูกตรวจสอบด้านความสามารถและถูก
ประเมินผลการทำงาน
- รัฐบาล ประเมินคุณภาพ
จัดระบบสนับสนุน
สร้างความทัดเทียมให้กับ
ผู้เรียนทุกคนในโอกาสและผลที่ได้รับ
- สังคม
เป็นสังคมที่มีความสามารถ
(Competency-based)
(4)
ยุทธศาสตร์สำคัญของการปฏิรูปการศึกษา
-
ประธานาธิบดีประกาศเป็นนโยบายปฏิรูปการศึกษา
(President Comminssion)
-
ปฏิรูปหลักสูตร พัฒนาครู
กระจายอำนาจให้ผู้มีส่วนร่วมได้เสีย
(Stakeholder)
มีส่วนร่วม
- ให้การศึกษาแก่ผู้ปกครอง
-
จัดการศึกษาอาชีพร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม
ให้สนองความต้องการของ
การอุตสาหกรรม
-
ส่งเสริมให้มีการเปลี่ยนแปลงในระดับผู้ปฏิบัติ
(Grassroot)
(5)
แนวคิดแนวปฏิบัติใหม่ ๆ
-
จัดระบบบันทึกผลการเรียนรู้ของผู้เรียน
(Student Record) เพื่อติดตัว
ผู้เรียนไป
-
ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกระดับการศึกษา
โดยจัดระบบธนาคาร
เครดิต
บันทึกผลการเรียนรู้ในด้านต่าง
ๆ ในช่วงเวลาต่าง ๆ ให้ถ่าย
โอนเทียบความรู้ได้
-
จัดตั้งศูนย์สารสนเทศทางการศึกษา
(Education and Academic
Imformation Center) พัฒนาระบบเครือข่าย
(Cyber Education
Network)
ลงสู่โรงเรียนประถมและมัธยมศึกษา
-
จัดโปรแกรมให้การศึกษาภายหลังการจบการศึกษาแต่ละระดับ
กลับไปเลือก
จุดเด่นของญี่ปุ่น
(1) วัตถุประสงค์ของการศึกษาเน้นพัฒนาทางอารมณ์
(Emotional Education)
มีจิตใจดีงาม (Rich Heart)
มีจริยธรรมมีกระบวนการลดความตึงเครียดทาง
จิตใจ
(2)
ส่งเสริมการเลี้ยงดูเด็กในชุมชน
สาธารณสุขช่วยตรวจสุขภาพเด็กตั้งแต่อายุ
3 ขวบ
เพื่อช่วยเหลือแก้ไขความบกพร่อง
(3)
หลักสูตรประถมศึกษาเน้นบูรณาการวิชาต่าง
ๆ รวมวิชาภาษาอังกฤษ จะใช้
หลักสูตรใหม่ประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น
ปี 2002
(4)
จัดให้มีการเรียนการสอนไม่เกินสัปดาห์ละ
5 วัน ลดจำนวนชั่วโมงในแต่ละ
วัน
เพื่อให้เด็กได้มีอิสระในการเจริญเติบโตตามวัย
(5)
กระจายอำนาจให้โรงเรียนเป็นอิสระ
ผู้ปกครองมีส่วนร่วมตัดสินใจ
สถาน
ศึกษาอยู่ในความดูแลของเทศบาล
และคณะกรรมการการศึกษาในพื้นที่
จ้างครูที่ครบเกษียณอายุช่วยโรงเรียนในพื้นที่
(6)
ปรับปรุงการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
(IT) โรงเรียนมัธยมศึกษาทุกแห่ง
เชื่อม Internet ในปี 2001
โรงเรียนประถมศึกษาทุกแห่งในปี
2003
(7)
ศูนย์การสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นผู้จัดทำข้อสอบประเมินคุณภาพระดับ
ชาติ (National Examimation) ซึ่งมีการพิจารณาลักษณะของโรงเรียน
ประกอบการใช้ผลสอบ
(8)
สถาบันอุดมศึกษาเน้นการวิจัยร่วมกับภาคอุตสาหกรรม
โดยเฉพาะการ
วิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี่
กลับไปเลือก
จุดเด่นของจีน
(1)
คุณภาพของทรัพยากรมนุษย์เน้นไปที่การศึกษา
วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
(2)
ปฏิรูปการศึกษาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม
โดยบูรณาการ
การศึกษาเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
(3)
ปฏิรูปคุณภาพของการศึกษาโดยการปฏิรูปหลักสูตร
หนังสือเรียน การวัดผล
และการฝึกหัดครู
(4)
กระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับผิดชอบจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(5)
อาชีวศึกษาเน้นการพัฒนากำลังคนป้อนเข้าสู่การอุตสาหกรรม
และผลิตสาขา
ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
การศึกษาอาชีพปรากฎอยู่ในการศึกษาสายสามัญ
และการศึกษาผู้ใหญ่
เพื่อสนองความต้องการของสังคม
ด้านฝีมือแรงงาน
ใช้การศึกษาทางไกลช่วยในการฝึกอบรม
กลับไปเลือก
จุดเด่นของคานาดา
(1)
การปฏิรูปหลักสูตรเน้นมาตรฐาน
รับผิดชอบต่อผลที่สังคมต้องการ
(Accountability)
ประเมินผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน
และรายงานผลการจัด
การศึกษาสู่สาธารณชน
(2)
การจัดการศึกษา
เน้นให้ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
ของสถานศึกษา
เปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมจัด (Partnership)
ระหว่าง
โรงเรียน
กับองค์กรในชุมชน และเอกชน
(3)
เพิ่มงบประมาณทางการศึกษา
ลดจำนวนผู้เรียนในแต่ละห้อง
ใช้เทคโนโลยี
สมัยใหม่ (Hitech)
ช่วยในการเรียนการสอน
เชื่อมโยงเทคโนโลยีสารสนเทศ
เข้าห้องเรียน
(4)
ใช้การศึกษาเตรียมผู้เรียนเข้าสู่งานอาชีพ
ให้เด็กและเยาวชนได้เข้าใจโลกของ
การทำงานล่วงหน้า
ใช้เวลาเตรียมตัวให้สอดคล้องกับงาน
การศึกษาอาชีพ
เป็นทวิภาคีระหว่าง
สถานศึกษากับอุตสาหกรรม
เน้นการจัดการศึกษาเพื่อ
การมีงานทำ
ให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะอาชีพที่ตรงกับสถานประกอบการในชุมชน
กลับไปเลือก
จุดเด่นของสิงคโปร์
กำหนดวิสัยทัศน์ Thinking
School, Learning Nation เพิ่มคุณภาพของ
การจัดการศึกษาด้วยการใช้ระบบประเมินโรงเรียน
(School Appraisal) โดยใช้รูปแบบดังนี้

(1)
จุดเน้นในการประเมินตนเอง
ตรวจสอบตามเกณฑ์ 9 ประการ
1.
ผู้บริหารเป็นผู้นำที่ดีเพียงใด
ครูอยู่ในระบบการจัดการและพัฒนาที่ดีเพียงใด
2. โรงเรียนจะไปทางไหน
มีแผนและยุทธศาสตร์อย่างไร
3.
เราได้ปัจจัยทรัพยากรตรงกับที่ต้องการเพียงใด
มีการนำมาใช้อย่างดีเพียงใด
4.
ดำเนินงานแต่ละด้านอย่างไรในโรงเรียนนี้
ครูสอนอย่างไร
เด็กเรียนอย่างไร
5.
ขวัญและกำลังใจของครูเป็นอย่างไร
ครูมีความเห็นว่าสิ่งแวดล้อมและ
บรรยากาศในโรงเรียนเปิดกว้างและกระตุ้นการทำงานของครูเพียงใด
ครูเก่งด้านการเรียนการสอนเพียงใด
6.
นักเรียนรู้สึกว่าตนเองได้สิ่งมีค่าเพิ่มขึ้น
(Value Added) จากการมาเรียน
หนังสือหรือไม่เพียงใด
นักเรียนรู้สึกว่าโรงเรียนจัดสภาพแวดล้อมที่
เอาใจใส่ดูแลนักเรียนดีเพียงใด
7.
โรงเรียนจัดการศึกษามีคุณประโยชน์ต่อชุมชนและต่อชาติเพียงใด
โรงเรียนคำนึงถึงสิ่งนี้หรือเปล่า
8.
นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเต็มที่เท่าที่เขามีความสามารถ
นักเรียนบรรลุผลการเรียนที่พึงปรารถนาเพียงใด
(2)
การประเมินตนเองช่วยให้โรงเรียนได้ตรวจสอบกระบวนการปฏิบัติที่
จะนำไปสู่ผลการเรียนรู้ของผู้เรียน
โรงเรียนจะถามตนเองว่า "การ
ปฏิบัติที่ใช้อยู่ในปัจจุบันให้ผลอย่างไร
ควรหาวิธีการที่ดีขึ้นอะไร
บ้างเพื่อจะทำให้บังเกิดผลดีขึ้น
การประเมินตนเองของโรงเรียน
จะเก็บรวบรวมข้อมูล
วิเคราะห์ข้อมูล
ประเมินว่าในแต่ละด้าน
โรงเรียนควรได้เกรดเท่าไร
นำผลการประเมินมากำหนดระดับ
เป้าหมาย (Benchmark)
ของความสำเร็จในรอบปีต่อไป
มีอิสระ
กำหนดแผนและยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับปัจจัยทรัพยากรที่ม
อยู่ของโรงเรียนดำเนินการไปสู่ผลการเรียนที่ดีขึ้น
(3)
การตรวจเยี่ยมอาจดำเนินการโดยคณะกรรมการโรงเรียนในกลุ่ม
ครือข่ายหรือโดยองค์กรท้องถิ่น
เน้นการติดตามการปฏิบัติตามแผน
(Monotor)และให้ความช่วยเหลือ
(4)
การประเมินโดยองค์การภายนอก
ส่วนใหญ่ทำโดยส่วนกลางนำ
มาเชื่อมโยงกับ
โครงการยอย่องให้รางวัลโรงเรียนดีเด่นเชื่อมโยง
กับการตรวจสอบเพื่อประกันคุณภาพ
(Auditing) จุดเน้นของการ
ประเมินโดยองค์กรภายนอก คือ
- ตรวจสอบความสอดคล้อง (Validate)
ระหว่างผลการประเมินที่โรงเรียน
ประเมินตนเองกับผลที่ประเมินโดยองค์กรภายนอก
-
จัดระดับผลการทำงานของโรงเรียนเทียบกับค่าเฉลี่ยระดับชาติ
-
แสดงข้อมูลให้โรงเรียนรู้ถึงสิ่งที่ควรปรับปรุงโดยมอบคณะกรรมการการศึกษา
รับผิดชอบช่วยเหลือ
-
ให้ความสนใจกับโรงเรียนที่ผลการประเมินอยู่ในระดับต่ำสุด
5% ของชาติ
โดยการเพิ่มการลงทุนปรับปรุง
(5)
บทบาทของกระทรวงส่วนกลาง คือ
จัดระบบสนับสนุนคุณภาพโรงเรียนเช่น
-
ให้ข้อมูลมาตรฐานคุณภาพในแง่มุมต่าง
ๆ
-
ให้ข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับการปรับปรุงคุณภาพ
-
ตั้งสาขาการประเมินโรงเรียนทั่วประเทศ
โดยให้แต่ละสาขาดำเนินงาน
1. ค้นหา best
practice ที่โรงเรียนต่าง ๆ
ปฏิบัติจนได้ผลดีเลิศ
2. จัดระบบเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร
เครือข่ายระหว่างโรงเรียนโดยเฉพาะ
การรับรู้ best practice
3.
เป็นที่ปรึกษาแก่โรงเรียนในกระบวนการประเมินตนเอง
วิธีการ
วางแผนยุทธศาสตร์และวิธีการปรับปรุงคุณภาพการศึกษา
กลับไปเลือก
จุดเด่นของสหรัฐอเมริกา
(1) การปฏิรูปการศึกษา คือ
การดำเนินงานเพื่อตอบคำถามว่า
"เด็กควรเรียนอะไร อย่างไร
ที่ไหน เมื่อไร เพื่อให้บังเกิด
ผลการเรียนรู้
อะไรที่ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ"
(2)
ผลการเรียนรู้ที่บังเกิดกับผู้เรียน
ควรมีลักษณะสำคัญ คือ
-
มีผลการเรียนได้มาตรฐานครอบคลุมทักษะสื่อสาร
การแก้
ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์
- สมดุลระหว่างมาตรฐานความรู้
(Content Standards)
และมาตรฐาน ความสามารถ (Performance Standards)
- ได้รับการศึกษาที่เตรียมสู่การทำงาน
(School-to-work)
โดยเรียนสิ่งที่ตรงกับงานที่จะทำ
(3)
แนวการจัดการศึกษาที่สำคัญ คือ
- สร้างความทัดเทียมกัน
(Equalities)ในระหว่างผู้เรียนที่ควร
มีโอกาสเรียนรู้ได้สูงสุดเต็มศักยภาพได้ทุกคน
(ปัจจุบันพบ
ช่องว่าง
ระหว่างกลุ่มเรียนได้ดี
กับกลุ่มผลการเรียนต่ำ)
-
ทิศทางจัดการศึกษาใช้หลักการว่า
"เศรษฐกิจก้าวหน้า ถ้าคน
มีการศึกษาดี"
-
หลักสูตรระดับโรงเรียนต้องสมดุลระหว่างมาตรฐานระดับ
ชาติ
ระดับรัฐและระดับท้องถิ่น
-
หลักสูตรมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้เหมือน
ๆ กัน แกนกลาง(Core Skills)
และสิ่งที่เลือกเรียนได้หลากหลาย
-
การเรียนรู้ในห้องเรียนต้องบูรณาการเข้ากับการเรียนรู้
ทางไกล
และการเรียนรู้จากเทคโนโลยี
- ครูต้องเก่ง 2 ด้าน คือ
เก่งเนื้อหาวิชาที่สอน
และเก่งกระบวนการ
เรียน การสอน
ครูควรได้รับการรับรองวิชาชีพจากคณะกรรมการ
แห่งชาติ (National Board of
Teacher Certification)
-
การจัดการศึกษาเน้นการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองให้โอกาสจัด
การเรียนที่บ้าน
-
การศึกษาต่อเนื่องตลอดชีวิต
ควรมีการศึกษาอบรมภายหลังจบ
การศึกษา
การศึกษาอบรมในที่ทำงานโดยนายจ้างช่วยจัด
ผล
การวิจัยพบว่าถ้านายจ้าง
อบรมคนงานจะช่วยเพิ่มผลผลิต
(Productivity) 15-20
%
(4)
ถ้อยแถลงของประธานาธิบดี Clinton ปี 1999
-
ให้มีการรายงานผลคุณภาพการศึกษา
(Report Cards) ระดับ
โรงเรียน รัฐ
และระดับชาติ
-
เลิกส่งเสริมนักเรียนที่ผลการเรียนต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำ
- ให้มีการสอบความสามารถของครู
(Performance Examination)
-
ให้มีการทดสอบระดับชาติด้านการอ่านในเด็กที่เรียนชั้น
4 และ
คณิตศาสตร์ ในเด็กที่เรียนชั้น 8
ทั้งนี้
ให้เป็นไปตามความสมัครใจ
(5)
ให้ความสนใจกับทักษะของผู้ปฏิบัติงานในสถานประกอบการต่าง
ๆ
ที่ควรมีการประเมินและพัฒนาเข้าสู้มาตรฐาน
คือ
- ความสามารถในการบริหารทรัพยากร (Managing resources)
-
ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
(Interpersonal)
- ความสามารถทางข้อมูลสารสนเทศ
(Information)
- ความสามารถเชิงระบบ (Systems)
- ความสามารถทางเทคโนโลยี
กลับไปเลือก
จุดเด่นของจีนไทเป
(1)
ยกระดับการศึกษาเข้าสู่นานาชาติ
เน้นการศึกษาก่อนประถม เพิ่ม
งบประมาณทางการศึกษา
โรงเรียนประถมศึกษาทุกโรงเรียนใช้
Internet ได้ปี 2001
(2)
ให้ความสำคัญต่อการแนะแนวและการให้คำปรึกษาในสถานศึกษา
ทุกระดับโดยบูรณาการไปกับการเรียนการสอน
ช่วยแก้ปัญหาเด็ก
ออกกลางคัน
(3)
ให้ผู้ปกครองช่วยร่วมแก้ปัญหาเด็กออกกลางคัน
จัดตั้งโรงเรียนพิเศษ
ช่วยให้ความรู้ความสามารถแก่ผู้ออกกลางคันจนมีระดับความรู้ความ
สามารถเป็นปกติ
จึงย้ายเข้าโรงเรียนปกติ
(4)
ส่งเสริมการเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิตโดยเปิดโอกาสให้บุคคลเข้าสู่
สถานศึกษาได้หลายครั้ง
(Multiple-entry) ใช้เทคโนโลยีและ Internet
บริการศึกษาทางไกล
ให้การศึกษาอบรมแก่ผู้กำลังทำงาน
(5)
ภาคธุรกิจร่วมจัดการศึกษาอาชีวศึกษา
กลับไปเลือก
จุดเด่นของฟิลิปปินส์
(1)
เน้นไปที่การพัฒนาทักษะทางเทคนิคและอาชีพโดยกำหนดเป็น
มาตรฐานที่เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม
(2)
ผู้เรียนสามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ตลอดเวลา
โดยมีระบบการ
เทียบประสบการณ์ก่อนเข้าเรียน
(3)
ใช้ระบบประกันคุณภาพกับทุกสถานศึกษาที่จัดการฝึกอบรม
กลับไปเลือก
จุดเด่นของเวียดนาม
(1)
เน้นการจัดการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยี วัฒนธรรม และ
การพัฒนาเศรษฐกิจ
(2)
จัดงบประมาณเพื่อการศึกษาเพิ่มจาก
6% เป็น 13% ของงบประมาณ
ชาติใช้เงินกู้เพื่อพัฒนาปัจจัยโครงสร้างพื้นฐาน
จัดเครื่องมือ อุปกรณ์
ประจำโรงเรียนให้ดีขึ้น
(3) การปฏิรูปการศึกษา
เน้นพัฒนาให้ผู้เรียนบังเกิดคุณสมบัติรอบด้าน
ตรงความต้องการจัดการเรียนการสอนตรงชีวิตจริงในสังคมและเน้น
การทำงานให้มีผลิตผล
(Productive Work) พัฒนาหลักสูตรให้ทัน
สมัย
ปรับปรุงคุณสมบัติครูลงทุนอบรมสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง
ๆ
(4)
ควบคุมคุณภาพของการเรียนด้วยการกำหนดให้ใช้หนังสือเรียนแบบ
เดียวกัน ทั่วประเทศ
(5)
การศึกษาอาชีพเน้นอบรมคนเข้าทำงาน
จัดหลักสูตรโปลิเทคนิคโดย
มีวิชาสามัญเป็นแกนกลาง
กลับไปเลือก
Copyright & copy; 1999
MOENet Thailand Service
Program by Educational Management Information System Centre
(EMISC)
Tel. 281-9809, 628-5643, 628-5644 Fax. 281-8218