srk.gif (5903 bytes)

ครูกับการมีส่วนร่วมในการจัดระเบียบสังคม

           ดิฉันทราบดีว่า   ภารกิจของครู   ผู้บริหารในวันนี้มีมาก  ดิฉันรับรู้และขอแสดงความชื่นชม แต่วันนี้ สังคมไทยต้องเผชิญกับสภาวะวิกฤตหนักทั้งเศรษฐกิจและสังคม วิกฤตจนต้องขอความร่วมมือ และน้ำใจไมตรีจากเพื่อนครูอีกครั้ง เด็กและเยาวชนของเราอยู่ในภาวะแวดล้อมที่เสี่ยงต่อความรุนแรง   อบายมุข ยาเสพติด   ตลอดจนค่านิยมที่เป็นพิษภัยเพิ่มขึ้นทุกขณะ    เขาเหล่านี้อยู่ในวัยที่ยังช่วยตัวเองไม่ได้หากผู้ใหญ่ใกล้ตัวเขาที่สุดคือพ่อแม่ ไม่ร่วมมือกับครูช่วยประคับประคองแล้ว อนาคตของชาติจะเป็นอย่างไร

 

                    ฯพณฯ  นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พันตำรวจโท ทักษิณ  ชินวัตร ได้กล่าวในวันที่ไปให้นโยบาย    ณ  กระทรวงศึกษาธิการ วันแ รกว่า   "โรงเรียนควรเป็นจุดแรกในการสร้าง ความเข้มแข็งของวัฒนธรรมไทย   โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม และเป็นจุดที่จะลดความเสี่ยงทางศีลธรรม"  
                   เรื่องของการจัดระเบียบสังคมกำลังอยู่ในความสนใจของประชาชน      ดิฉันคิดว่านี่คือโอกาส สำคัญที่จะพลิกฟื้นสังคมไทยให้กลับมาสู่แบบแผนกรอบกติกา   ที่มีคุณภาพ  คุณธรรม ที่จะช่วยสร้างชาติ สร้างคนให้ยั่งยืนพวกเราชาวกระทรวงศึกษาธิการ สามารถก้าวเข้าไปมีบทบาทสำคัญที่จะเตรียมเด็กและ เยาวชนให้พร้อมทั้งกายใจ  สติปัญญา  และอารมณ์ ในอันที่จะยืนหยัดได้อย่างสง่างามในสังคมไทยและ สังคมโลก    
                   ดังนั้น เราจะมีส่วนร่วมในการจัดระเบียบสังคมครั้งนี้ด้วยการ เน้นไปที่การบริหารจัดการศึกษา ในโรงเรียน    อย่างมีแผนงานที่เป็นระบบมากขึ้น   ในอันที่จะอบรมกล่อมเกลาลูกหลานของเรา ดิฉันได้ทำ บันทึกหลายฉบับถึงท่านปลัดฯ   เพื่อให้ท่านสั่งการไปยังกรมที่มีสถานศึกษา ในเรื่องต่าง ๆ อาทิ   มีการทำ แผนงานพัฒนาทางด้านศาสนาแก่บุคลากร     การป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศนักเรียน   การดูแลความ ปลอดภัยของเด็กในบริเวณโรงเรียน ฯลฯ ในโอกาสนี้     ดิฉันใคร่ขอความร่วมมือโดยตรงกับเพื่อนครู และ ผู้บริหารโรงเรียนร่วม  "จัดระเบียบสังคม"   กับรัฐบาลโดยมีกรอบงาน ดังนี้  
                   1. ดังที่ดิฉันได้กล่าวถึงการเรียนการสอนจากตัวอย่างในชีวิตจริง ในจดหมายเปิดผนึกฉบับ ที่หนึ่ง   เพื่อนครูควรนำแนวคิด     หลักการ  "การจัดระเบียบสังคม"    เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูป การเรียนรู้   โดยใช้เป็นกรณีศึกษาที่ครูกระตุ้นให้นักเรียนคิดวิเคราะห์ และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา ใน มุมมองของเด็กและเยาวชนที่ผู้ใหญ่ควรรับฟัง    
                   2. ครู อาจารย์   และผู้บริหารเป็นแบบอย่างที่ดี ในการดำเนินชีวิตอย่างมีสาระ โดยเฉพาะ ผู้บริหาร  ต้องเป็นผู้นำทางปัญญา  บริหารโรงเรียนร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษา    ร่วมกันกำหนด พันธกิจระดมกำลังพัฒนาโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยรักษาดุลยภาพและเน้นการพัฒนาทางด้านจิตใจ ก่อนวัตถุ                
                   3. ให้ความสำคัญต่อ   "ระบบเฝ้าระวังเด็ก" กวดขันดูแลให้เด็กทุกคนอยู่ในห้องเรียนใน เวลาเรียนได้เรียนและทำกิจกรรมต่าง ๆ   ทั้งในและนอกโรงเรียนอย่างสนุกสนาน   แต่ปลอดภัย  และ ประสานกับพ่อแม่ผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอ    รวมทั้งให้สารวัตรนักเรียนช่วยกวดขันดูแล เมื่ออยู่นอก โรงเรียนหรือนอกเวลาเรียน                   
                   4. เน้นบทบาทหน้าที่   ของครูทุกคนในการชี้แนะค่านิยมทีถูกต้องดีงาม   อาทิ การละเว้น เที่ยวเตร่ในสถานที่ "อโคจร" การแต่งกายที่เหมาะสมกับกาละเทศะ การรักษาระเบียบวินัย   การประหยัด การรู้จักคบเพื่อน ตลอดทั้งคุณค่าที่แท้จริงในชีวิต   โดยสอดแทรกทักษะชีวิต   และคุณธรรมของศาสนา รวมทั้งเป็นที่พึ่งให้คำปรึกษาอย่างเป็นกัลยาณมิตรที่เด็กไว้วางใจ     ว่ากล่าวตักเตือนด้วยเมตตาธรรม   ดังนี้ท่านจะมีส่วนสำคัญในการช่วยลดแรงกดดันในชีวิตแก่เด็ก                      
                   5.ให้ครู อาจารย์ และผู้บริหาร เสนอความคิดเห็น รวบรวมข้อเสนอแนะของผู้ปกครอง ใน การจัดระเบียบสังคม  ส่งผ่านผู้บังคับบัญชา หรือส่งโดยตรงถึงดิฉันได้ที่   Hotline รมช.สิริกร มณีรินทร์ ใน www.moe.go.th/sirikorn  นอกจากนี้ดิฉันจะได้เปิด    ตู้ ปณ.    เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากเพื่อนครู ผู้ปกครอง รวมทั้งเยาวชนในเร็ว ๆ นี้อีกด้วย
                   หากทุกฝ่ายร่วมมือกันตามบทบาทหน้าที่ของตน   เราจะมั่นใจได้ว่า   ขณะที่กระทรวง มหาดไทยเป็นแกนนำในระดับสังคมแล้ว   ในโรงเรียนนั้น   เด็กมีครูเป็นที่พึ่งอันอบอุ่น   และที่บ้าน มีพ่อแม่เป็นหลักชัย   เราก็จะมีเด็กและเยาวชนที่สมบูรณ์พร้อม                      กรอบความร่วมมือจัดระเบียบสังคม 5 ประการ ดังกล่าวมานี้   ดิฉันมั่นใจว่ามิได้ยากเกิน ความสามารถของเพื่อนครูและผู้บริหารเลย   ใช้เวลาไม่มากนัก แต่มีผลและคุณค่าอย่างใหญ่หลวง  ใน อันที่จะสร้างภูมิคุ้มกันในจิตใจของเด็กและเยาวชนให้เขามีสติ    และเข้มแข็งพอที่จะรู้จักปฏิเสธความ เสี่ยง หลีกเลี่ยงสิ่งมอมเมายั่วยุต่าง ๆ และฟันฝ่า   แก้ไขปัญหาอุปสรรคชีวิตด้วยเหตุผลและธรรมะในใจ ดิฉันขอหยิบยกคำประพันธ์ของ  ฯพณฯ   หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ปูชนียบุคคลในวงการศึกษามาเป็น คำลงท้ายจดหมายฉบับนี้ว่า
              

                         pin.gif (28616 bytes)

BackD.gif (3879 bytes)

Copyright @2000 Ministry of Education, THAILAND
พัฒนา และนำเสนอโดย
  กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ   ศูนย์สารสนเทศ สป. ศธ.
โทร. 281-9809 , 628-5643 , 628-5644 โทรสาร 281-8218
ติดต่อผู้ดูแลระบบ : website@emisc.moe.go.th