|
ที่ตั้งและอาณาเขต ตั้งอยู่ที่มุมตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปแอฟริกา
ทิศเหนือติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ทิศตะวันตกติดมหาสมุทรแอตแลนติค
ทิศใต้ติดประเทศมอริเตเนีย
ทิศตะวันออกติดประเทศแอลจีเรีย |
ประชากร 31,167,783 คน (ประมาณการ กรกฎาคม 2545) กว่าร้อยละ 60 มีอายุน้อยกว่า 25 ปี ประชากรกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศอาศัยอยู่ในตัวเมือง ประชากรวัยทำงานมีประมาณ 11 ล้านคน
พื้นที่ 710,850 ตารางกิโลเมตร (รวมทั้งดินแดน Western Sahara ซึ่งมีพื้นที่ 252,120 ตารางกิโลเมตร ที่โมร็อกโกอ้างสิทธิเหนือดินแดนและเป็นกรณีพิพาทกับแนวร่วม Polisario)
ภูมิอากาศ อากาศแห้งกึ่งเขตร้อนและแบบเมดิเตอร์เรเนียนในบริเวณชายฝั่งทะเลที่ราบตอนกลางของประเทศอากาศร้อนจัด อุณหภูมิในกรุงราบาตช่วงฤดูร้อน 27 องศาเซลเซียส ฤดูหนาว 7 องศาเซลเซียส ภาคเหนือฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือน พ.ย. เม.ย. ส่วนภาคใต้อากาศแห้งแล้งแบบทะเลทราย
เมืองหลวง กรุงราบาต มีประชากร 1.3 ล้านคน (รวมเมืองบริวาร Salé ด้วย)
เมืองสำคัญ
- คาซาบลังกา (Casablanca) เป็นเมืองท่า และเป็นที่ตั้งของท่าอากาศยานระหว่างประเทศ ประชากรประมาณ 3 ล้านคน
- เมืองเฟส (Fes) เมืองหลวงเก่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยว
- เมืองมาร์ราเกช (Marrakech) เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญเชิงเขาแอตลัส
ศาสนา ประชากรร้อยละ 99 นับถือศาสนาอิสลาม นอกนั้นนับถือศาสนาจูดาห์ (ยิว) และศาสนาคริสต์
ภาษา ภาษาอารบิกเป็นภาษาราชการ ภาษาต่างประเทศที่ใช้กันทั่วไป คือภาษาฝรั่งเศส
บุคคลสำคัญ
สมเด็จพระราชาธิบดีฮันซันที่สอง ทรงพระราชสมภพเมื่อ 9 กรกฎาคม 1929 และขึ้นครองราชย์ต่อจากสมเด็จพระราชาธิบดีโมฮัมเหม็ดที่ห้า เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 1961 (King Hassan II) ทรงครองราชย์เป็นระยะเวลา 38 ปี ทรงมีบทบาทสำคัญในกระบวนการสันติภาพในตะวันออกกลางได้รับความจงรักภักดีจากชาวโมร็อกโก เนื่องจากราชวงศ์อาลาวิท (Alawite) ของพระองค์สืบทอดมาจากพระศาสดาโมฮัมเหม็ด นอกเหนือจากที่ทรงดำรงตำแหน่งประมุขแล้ว ยังทรงเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณด้วย (Commander of the Believers) สมเด็จพระราชาธิบดีฮันซันที่สองเสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 1999 มีพระโอรส และพระธิดารวม 5 พระองค์ ดังนี้
--->เจ้าหญิง Lalla Meriem
--->มกุฎราชกุมาร Sidi Mohammed ประสูติเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 1963 ณ กรุงราบาต ทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีด้านกฎหมายเปรียบเทียบเมื่อปี 1985 ปริญญาโทด้านรัฐศาสตร์เมื่อปี 1998 ทรงฝึกงานที่สำนักงานประธานประชาคมยุโรป กับนาย Jacques Delors ระหว่างปี 1988-99 ทรงได้รับปริญญาเอกเกียรตินิยมดีเยี่ยมจากมหาวิทยาลัยนีซ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 1993 โดยทรงทำวิทยานิพนธ์ในหัวข้อความร่วมมือระหว่างประชาคมโลกยุโรปกับกลุ่มประเทศมาเกร็บ ทรงขึ้นครองราชย์ต่อจากสมเด็จพระราชบิดาในพระนามสมเด็จพระราชาธิบดี โมฮัมเหม็ดที่หก (Mohammed VI) เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 1999 และทรงเข้าพิธีพระบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 1999
---> เจ้าหญิง Lalla Asmaa
---> เจ้าหญิง Lalla Hasna
---> เจ้าชาย Moulay Rachid
บุคคลสำคัญฝ่ายบริหาร
- นายกรัฐมนตรี นาย Abderrahmane El-Youssoufi เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 1998
- รัฐมนตรีต่างประเทศ นาย Mohamed Benaissa เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 8 เมษายน 1999
- รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ
1. นาย Abdeslam Znined รับผิดชอบกิจการมาเกร็บ และอาหรับและอิสลาม
2. นาง Aicha Belarbi รับผิดชอบด้านความร่วมมือ
3. นาย Taib Fassi Fihiri
การปกครอง
- ระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล แต่พระมหากษัตริย์ทรงพระราชอำนาจในการแต่งตั้งและถอดถอนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงสำคัญ รวมทั้งมีพระราชอำนาจออกพระราชกฤษฎีกายุบสภานิติบัญญัติ
- โมร็อกโกได้แก้ไขรัฐธรรมนูญและลงประชามติรับหลักการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เมื่อวันที่ 13 กันยายน 1996 โดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดให้มี 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎร (House of Representatives) โดยการเลือกตั้งโดยตรง และสภาที่ปรึกษา (Chamber of Counsellors) เลือกตั้งโดยทางอ้อม
ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) 112 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2001 est)
ผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัว 3,700 ดอลลาร์สหรัฐ (2001 est)
อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ 5% (2001 est)
อัตราเงินเฟ้อ 1% (2001 est)
อัตราการว่างงาน 15-22% (2000) 21% ในเขตเมือง 5.9% ในชนบท
ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ 4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (มกราคม-สิงหาคม 2000)
หนี้ต่างประเทศ 19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (2001 est)
อัตราการชำระหนี้ต่างประเทศ 25%
การลงทุนจากต่างประเทศ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1998)
ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ แร่ฟอสเฟต ถ่านหิน เหล็ก แบไรต์ ตะกั่ว ทองแดง อาหารทะเล
อุตสาหกรรมที่สำคัญ เหมืองหินฟอสเฟตและการแปรรูป การแปรรูป อาหาร เครื่องหนัง สิ่งทอ การก่อสร้าง การท่องเที่ยว
ผลิตผลทางเกษตร ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ Sugar beet ส้ม ปศุสัตว์ ผลิตผลการประมง (700,000 ตันในปี 1998)
มูลค่าการส่งออก 8.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (f.o.b. 2001 est)
มูลค่านำเข้า 12.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (f.o.b. 2001 est)
ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ
นำเข้า ฝรั่งเศส (ร้อยละ 25) สเปน (ร้อยละ 11) อิตาลี (ร้อยละ 6) เยอรมัน (ร้อยละ 6) สหราชอาณาจักร (ร้อยละ 5) (2000)
ส่งออก ฝรั่งเศส (ร้อยละ 26) สเปน (ร้อยละ 10) สหราชอาณาจักร (ร้อยละ 8) เยอรมัน (ร้อยละ 5) อินเดีย (ร้อยละ 5) สหรัฐฯ (ร้อยละ 5) (2000)
สินค้าส่งออกที่สำคัญ กรดฟอสฟอริค แร่ฟอสเฟต อาหารทะเล ปุ๋ยธรรมชาติและปุ๋ยเคมี เสื้อผ้าสำเร็จรูป ชุดชั้นใน ผลไม้รสเปรี้ยว (citrus fruits) ผลไม้แช่อิ่ม/ดอง/ฉาบน้ำตาล
ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับราชอาณาจักรโมร็อกโก |
ความสัมพันธ์ทั่วไป
ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับโมร็อกโกเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2528 ความสัมพันธ์ได้ดำเนินมาด้วยดีโดยตลอด ต่อมาเมื่อเดือนมีนาคม 2537 ไทยได้เปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงราบาต และเมื่อเดือนสิงหาคม 2537 โมร็อกโกก็ได้เปิดสถานเอกอัครราชทูตโมร็อกโกที่กรุงเทพฯ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีความใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและการค้า
การแลกเปลี่ยนการเยือน
ระดับราชวงศ์
ฝ่ายไทย
- ตุลาคม 2536 สมเด็จพระนางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนาฯ เสด็จฯ เยือนโมร็อกโก
- กันยายน 2537 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จฯ เยือนโมร็อกโก
ฝ่ายโมร็อกโก
- 10 มิถุนายน 2526 เจ้าชาย Sidi Mohamed (สมเด็จพระราชาธิบดีที่ 6 ในปัจจุบัน) เสด็จผ่านประเทศไทยเป็นเวลา 2 ชั่วโมง
- กันยายน 2529 พระธิดา 3 พระองค์ของสมเด็จพระราชาธิบดีฮัสซันที่สองเสด็จเยือนไทยเป็นการส่วนพระองค์
-11 18 กันยายน 2531 เจ้าชาย Moulay Rachid เสด็จเยือนไทยเป็นการส่วนพระองค์
บุคคลสำคัญในรัฐบาลและอื่น ๆ
ฝ่ายไทย
--> 4 7 กันยายน 2526 รต. ประพาส ลิมปะพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนโมร็อกโกแบบ Working Visit และได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโมร็อกโก
--> 13 16 ตุลาคม 2535 ฯพณฯ องคมนตรีพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และคณะเดินทางไปพักผ่อนที่เมืองมาร์ราเกช
--> มกราคม 2537 นายวันมูหะหมัด นอร์ มะทา รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1
เดินทางเยือนโมร็อกโก
--> เมษายน 2537 รองนายกรัฐมนตรี ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ นายอุทัย พิมพ์ใจชน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง (ในขณะนั้น) ได้เข้าร่วมการประชุม GATTS ที่เมืองมาร์ราเกช โมร็อกโก
--> มิถุนายน 2537 ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เดินทางไปเยือนโมร็อกโก เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงราบาต และเป็นประธานในการประชุมเอกอัครราชทูตในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา
--> มิถุนายน 2542 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเยือนโมร็อกโกตามคำเชิญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมโมร็อกโก
-->24 26 มกราคม 2543 ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยือนโมร็อกโกอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือโมร็อกโก
ฝ่ายโมร็อกโก
--> 7 สิงหาคม 2528 Dr. Taeib Bencheikh รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโมร็อกโกเยือนไทยและได้เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศด้วย
--> พฤษภาคม 2538 นาย Mehdi Mimoun อธิบดีกรมกิจการเอเชียและ โอเชียเนียเยือนไทย
-->13 17 เมษายน 2542 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพาณิชย์และการหัตถกรรม (รับผิดชอบการหัตถกรรม) โมร็อกโกเยือนไทยตามคำเชิญของฝ่ายไทย
--> 4 8 เมษายน 2542 นาย Mustapha Mansouri รัฐมนตรีกระทรวงการขนส่งและพาณิชย์นาวีโมร็อกโกเดินทางเยือนไทยเพื่อลงนามในความตกลงระหว่างไทยกับโมร็อกโกว่าด้วยการเดินเรือพาณิชย์
--> 28 มิถุนายน 2 กรกฎาคม 2542 คณะนักธุรกิจโมร็อกโกเดินทางเยือนไทยตามโครงการของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงราบาตเพื่อพบปะผู้ส่งออกของไทย
--> 12 19 กุมภาพันธ์ 2543 คณะผู้แทนโมร็อกโกนำโดยนายกรัฐมนตรีเดินทางเข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา ครั้งที่ 10 UNCTAD X ที่กรุงเทพฯ
--> 27 ต.ค.- 1 พ.ย. 2544 นาย Abdelouahed RADI ประธานสภาผู้แทนราษฎรโมร็อกโก เยือนไทยอย่างเป็นทางการ
ความสัมพันธ์ทางการค้า
การค้าระหว่างไทย โมร็อกโกยังมีมูลค่าไม่มากนัก และมีศักยภาพที่จะพัฒนาได้อีกมาก ฝ่ายไทยนำเข้าอาหารทะเลแช่แข็ง มาทำอาหารกระป๋องเพื่อส่งออก ฝ้าย และฟอสเฟต ส่วนโมร็อกโกนำเข้าสินค้าจากประเทศไทย ได้แก่ เครื่องรับโทรทัศน์ รองเท้า เส้นใยสังเคราะห์ ยานพาหนะ และอุปกรณ์ประกอบ (รถสามล้อเครื่อง) ฯลฯ ในระยะสองสามปีที่ผ่านมา โมร็อกโกเริ่มได้เปรียบดุลการค้าจากไทยหลังจากที่ก่อนหน้านั้นไทยได้เปรียบดุลการค้ามาโดยตลอด เนื่องจากไทยเริ่มนำเข้าฟอสเฟต และผลิตภัณฑ์จากฟอสเฟต
ความตกลงทวิภาคี
- ความตกลงด้านการขนส่งทางอากาศ (ลงนาม 16 ตุลาคม 2541)
- ความตกลงด้านการเดินเรือพาณิชย์ (ลงนาม 5 เมษายน 2542)
- ความตกลงการค้า (ลงนามเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2543) ความตกลงที่อยู่ในระหว่างการริเริ่มและเจรจา
- ความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน
- ความตกลงเพื่อการยกเว้นการจัดเก็บภาษีซ้อน
- ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการทางเศรษฐกิจและวิชาการ
- พิธีสารว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนางานฝีมือ
ความตกลงพร้อมที่จะลงนาม (ทั้งสองฝ่ายกำลังสรรจัดเวลาที่เหมาะสมเพื่อลงนาม)
-ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว
-ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทยและกระทรวงการต่างประเทศโมร็อกโก
ความตกลงกับสหภาพยุโรป (EU)
โมร็อกโกได้ลงนามร่วมกับสหภาพยุโรป (อียู) ในความตกลง Euro-Mediterranean Association Agreement ซึ่งจะมีผลต่อความสัมพันธ์กับ EU ในด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ การเงิน สังคม วัฒนธรรมและการกงสุล และความตกลงดังกล่าวจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดเขตการค้าเสรีระหว่างยุโรปและโมร็อกโกต่อไปในอนาคต