รัฐบาล
- รัฐบาลผสมระหว่างพรรคประชาชนกัมพูชา (Cambodian People's Party: CPP)กับพรรคฟุนซินเปค (Front Uni National pour un Combodge Independent, Neutre, Pacifique et Cooperatif : FUNCINPEC)
- มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๔๖ปรากฏว่ามีพรรคการเมือง ที่ชนะการเลือกตั้งและได้รับการจัดสรรที่นั่งในสภาแห่งชาติ ได้แก่ พรรค CPP ได้ ๗๓ ที่นั่ง พรรค FUNCINPEC ได้ ๒๖ ที่นั่ง และพรรคสม รังสี (Sam Rainsy Party: SRP) ได้ ๒๔ ที่นั่ง โดยสามารถจัดตั้งรัฐบาลผสมได้เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๔๗
สภานิติบัญญัติ
- สภาผู้แทนราษฎร ประกอบด้วยสมาชิก ๑๒๓ คน มาจากการเลือกตั้งโดยระบบสัดส่วนตามบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๕ ปี มีสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ เป็นประธานสภาแห่งชาติ และมีสมเด็จเฮง สัมริน เป็นรองประธานคนที่หนึ่งและนายงวน ยึลเป็นรองประธานคนที่สอง
- วุฒิสภา ประกอบด้วยสมาชิก ๖๑ คน มาจากการเลือกตั้ง (กษัตริย์ทรงแต่งตั้ง ๒ คน) ทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย ดำรงตำแหน่งคราวละ ๖ ปี (ยกเว้นวุฒิสมาชิกชุดแรก
ซึ่งรัฐธรรมนูญมีบทเฉพาะกาลให้มาจากการแต่งตั้งและดำรงตำแหน่งในวาระ ๕ ปี) สมเด็จเจีย ซิม เป็นประธานวุฒิสภา และมีพระองค์เจ้าศรีสวัสดิ์ ชีวันมณีรักษ์ เป็นรองประธานคนที่หนึ่งและนายพอ บุน สเรอ เป็นรองประธานคนที่สองโครงสร้างการบริหาร
- มีกระทรวงหลัก ๒๖ กระทรวง ได้แก่ (๑) สำนักนายกรัฐมนตรี (๒) กลาโหม(๓) มหาดไทย (๔) ประสานงานกับรัฐสภาและการป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการ (๕) การต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศ (๖) เศรษฐกิจและการคลัง (๗) ข่าวสาร (๘) สาธารณสุข (๙) อุตสาหกรรม เหมืองแร่ และพลังงาน (๑๐) วางแผน (๑๑) พาณิชย์ (๑๒) ศึกษาธิการ เยาวชน และการกีฬา (๑๓) เกษตร ป่าไม้ และการประมง (๑๔) วัฒนธรรมและศิลปากร (๑๕) สิ่งแวดล้อม (๑๖) พัฒนาชนบท (๑๗) แรงงานและการฝึกฝนอาชีพ (๑๘) ไปรษณีย์และโทรคมนาคม (๑๙) ศาสนา (๒๐) กิจการสตรี (๒๑) กระทรวงกิจการสังคมและทหารผ่านศึก (๒๒) โยธาธิการและการขนส่ง (๒๓) ยุติธรรม (๒๔) การท่องเที่ยว (๒๕) พัฒนาผังเมืองและการก่อสร้าง (๒๖) ชลประทาน และอีก ๒ สำนักงานอิสระ (เทียบเท่าทบวง) ได้แก่ สำนักงานการบินพลเรือน และสำนักงานข้าราชการพลเรือน
พรรคการเมืองที่สำคัญ - พรรคประชาชนกัมพูชา (Cambodian People's Party: CPP) พรรคฟุนซินเปค (FUNCINPEC) พรรคสม รังสี (Sam Rainsy Party: SRP)
ลักษณะภูมิประเทศ - ที่ตั้ง กัมพูชามีที่ตั้งอยู่กลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพรมแดนทิศเหนือ ติดประเทศไทย (จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์) และลาว(แขวงอัตตะปือและจำปาสัก) ทิศตะวันออกติดเวียดนาม (จังหวัดกอนทูม เปลกู ซาลาย ดั๊กลั๊ก ส่องแบ๋ เตยนิน ลองอาน ด่งท๊าบ อันซาง และเกียงซาง) ทิศตะวันตกติดประเทศไทย (จังหวัดสระแก้ว จันทบุรี และตราด) และทิศใต้ติดอ่าวไทย
- ขนาด กว้าง ๕๐๐ กิโลเมตร ยาว ๔๕๐ กิโลเมตร มีพื้นที่ทั้งหมด ๑๘๑,๐๓๕ ตาราง
กิโลเมตร หรือมีขนาดประมาณ ๑ ใน ๓ ของประเทศไทย เส้นเขตแดนโดยรอบ
ประเทศยาวประมาณ ๒,๐๐๐ กิโลเมตร โดยมีเส้นเขตแดนติดต่อกับประเทศไทย
เป็นระยะทาง ๗๙๘ กิโลเมตร
- แม่น้ำ/ทะเลสาบสำคัญ
(๑)แม่น้ำโขง ไหลจากลาวเข้าสู่ภาคเหนือของกัมพูชาแล้วไหลผ่านเข้า เข้าเขตเวียดนาม มีความยาวในเขตกัมพูชารวม ๕๐๐ กิโลเมตร
(๒)แม่น้ำทะเลสาบ เชื่อมระหว่างแม่น้ำโขงกับทะเลสาบ ความยาวประมาณ ๑๓๐ กิโลเมตร
(๓)แม่น้ำบาสัก (Bassac) เชื่อมต่อกับแม่น้ำทะเลสาบที่หน้าพระมหาราชวัง กรุงพนมเปญ ความยาว ๘๐ กิโลเมตร
(๔) ทะเลสาบ (Tonle Sap) เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ทั้งหมด ๓,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร
ลักษณะภูมิอากาศ - ร้อนชื้น มีฤดูฝนยาวนาน อุณหภูมิโดยเฉลี่ย๒๐ ๓๖ องศาเซลเซียส อุณหภูมิเฉลี่ยในกรุงพนมเปญ ๒๗ องศาเซลเซียส
เมืองหลวง - กรุงพนมเปญ (Phnom Penh)
เขตการปกครอง - มี ๔ กรุง ได้แก่ กรุงพนมเปญ กรุงไพลิน กรุงแกบ กรุงพระสีหนุ และ ๒๐ จังหวัด ได้แก่ กระแจะ เกาะกง กันดาล กัมปงจาม กัมปงชนัง กัมปงทม กัมปงสะปือ กัมปอต ตาแก้ว รัตนคีรี พระวิหาร พระตะบอง โพธิสัต บันเตียเมียนเจย เปรเวง มณฑลคีรี สตึงเตรง สวายเรียง เสียมราฐ อุดรมีชัย
ภาษา - ภาษาราชการ ได้แก่ ภาษาเขมร ส่วนภาษาที่ใช้งานทั่วไป ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส เวียดนาม จีน และไทย
ศาสนาประจำชาติ - พุทธศาสนานิกายเถรวาท (มี ๒ นิกายย่อย ได้แก่ ธรรมยุติและมหานิกายโดยมีสมเด็จพระสังฆราช ๒ องค์) ศาสนาอิสลาม (หรือเขมรจามซึ่งมีประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คน) และศาสนาคริสต์อีกเล็กน้อย
ธงชาติ/เพลงชาติ - เป็นธงที่เคยใช้ก่อนวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๑๓ มีแถบสีน้ำเงิน แดง น้ำเงิน ตามแนวนอน โดยมีรูปปราสาทนครวัดสามยอดสีขาวอยู่ตรงกลางบนแถบสีแดง
เพลงชาติ - เพลงนาคราช (Nokoreach)
สกุลเงิน - เรียล อัตราแลกเปลี่ยนราว ๔,๐๐๐ เรียลต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ ๑๐๐ เรียลต่อ ๑ บาท
ระบบชั่งตวงวัด - ระบบเมตริก
ความสัมพันธ์ทางการทูต - สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๔๙๓ (ค.ศ. ๑๙๕๐)
- เอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ คือนายปิยวัชร นิยมฤกษ์
- เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยคือนายอึง เซียน (Ung Sean)
การค้าทวิภาคีไทย กัมพูชา - การค้าทวิภาคีปี ๒๕๔๖ มีมูลค่ารวม ๒๙,๑๘๖.๑ ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ ๒๙ ไทยได้เปรียบดุลการค้า ๒๘,๑๗๐.๙ ล้านบาท (ในปี ๒๕๔๕ การค้าทวิภาคีมีมูลค่ารวม ๒๒,๖๒๒.๓ ล้านบาท ไทยได้เปรียบดุลการค้ากัมพูชา ๒๑,๖๕๙.๓ ล้านบาท) สำหรับการค้าทวิภาคีในช่วงเดือนมกราคม มิถุนายน ๒๕๔๗ มีมูลค่า ๑๔,๑๖๖.๙ ล้านบาท ไทยได้เปรียบดุลการค้า ๑๓,๓๓๑.๓ ล้านบาท
- การค้าชายแดนไทย กัมพูชา ในปี ๒๕๔๖ มีมูลค่ารวม ๑๗,๗๘๒ ล้านบาท ลดลงร้อยละ ๕.๗ โดยไทยได้เปรียบดุลการค้าชายแดน ๑๕,๘๐๖.๔ ล้านบาท ส่วนการค้าชายแดนในช่วงเดือนมกราคม มิถุนายน ๒๕๔๗ มีมูลค่า ๑๑,๓๒๓ ล้านบาท ไทยได้เปรียบดุลการค้า ๙,๗๗๑.๗ ล้านบาท
- สินค้านำเข้าจากไทย ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป น้ำตาลทราย จักรยานยนต์/อุปกรณ์/ส่วนประกอบ วัสดุก่อสร้าง เครื่องดื่ม เครื่องจักร เคมีภัณฑ์ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องอุปโภคบริโภค
สถานะความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย กัมพูชา
ความสัมพันธ์ในระดับรัฐบาล
- ความสัมพันธ์ไทย กัมพูชาในปัจจุบันนับได้ว่าพัฒนาขึ้นอย่างมากและดำเนินไปบนพื้นฐานของความเข้าอกเข้าใจระหว่างกัน ทั้งนี้ การประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมไทย กัมพูชาเมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๑ มิถุนายน ๒๕๔๖ ที่เมืองเสียมราฐและจังหวัดอุบลราชธานี (ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของการนำความสัมพันธ์ไทย กัมพูชากลับคืนสู่ภาวะปกติอย่างสมบูรณ์แบบภายหลังการเกิดเหตุการณ์ไม่สงบในกรุงพนมเปญเมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๔๖) และการประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วยยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิระวดี เจ้าพระยา แม่โขง (Ayeyawady Chao Phraya Mekong Economic Cooperation Strategy: ACMECS) ที่เมืองพุกามเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งสามประเทศ โดยเฉพาะกับกัมพูชา ซึ่งความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างสองประเทศนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดในระดับนานาประเทศด้วย
- ล่าสุด กองทัพเรือได้จัดหมู่เรือรบ ๒ ลำพร้อมกำลังพล ๑๘๙ นายไปเยือนกรุงพระสีหนุระหว่างวันที่ ๑๓ ๑๘ กันยายน ๒๕๔๗ ซึ่งมีส่วนช่วยเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันอันจะนำไปสู่การขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงและการรักษาความสงบเรียบร้อยในทะเลต่อไป นอกจากนี้ ยังมีนัยสำคัญเนื่องจากเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ฝ่ายกัมพูชาอนุญาตให้เรือรบไทยไปเยี่ยมเยียนเมืองท่าของกัมพูชานับตั้งแต่ที่ทั้งสองประเทศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อปี ๒๔๙๓
ความร่วมมือตามมติที่ประชุมร่วมคณะรัฐมนตรีไทย กัมพูชา
การพัฒนาร่วมเขาพระวิหาร
- คณะกรรมการร่วมเพื่อพัฒนาเขาพระวิหาร (ฝ่ายไทย) มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานตามที่ได้รับมอบหมายโดยมติคณะรัฐมนตรีร่วมฯ ได้เริ่มดำเนินงานแล้วตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๖ โดยในส่วนของกัมพูชาได้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการระหว่างกระทรวงเพื่อเตรียมการพัฒนาพื้นที่ตาเฒ่าและเขาพระวิหาร โดยมีนายสก อัน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอาวุโสประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเป็นประธาน
- ฝ่ายไทยได้จัดตั้งคณะอนุกรรมการขึ้น ๒ ชุด ได้แก่ (ก) คณะอนุกรรมการวางแผน
การพัฒนาร่วมเขาพระวิหาร โดยมีรองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ (นายบัณฑิต โสตถิพลาฤทธิ์) เป็นประธาน และ (ข) คณะอนุกรรมการเพื่อบูรณปฏิสังขรณ์ปราสาทเขาพระวิหาร โดยมีนายเตช บุนนาค อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะนักประวัติศาสตร์ เป็นประธาน
- คณะกรรมการร่วมเพื่อพัฒนาเขาพระวิหารไทยและกัมพูชาได้จัดประชุมกลุ่มย่อย
โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและนายสก อัน รัฐมนตรีอาวุโสประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกัมพูชาเป็นประธานการประชุมร่วมกันเมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๗ ซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงเกี่ยวกับหลักการพื้นฐานในการพัฒนาร่วมเขาพระวิหาร ทั้งนี้ โครงการบูรณปฏิสังขรณ์ปราสาทเขาพระวิหารจะเริ่มดำเนินการภายหลังจากที่ UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนปราสาทเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกแล้ว
ความร่วมมือชายแดน
ได้มีการเปิดจุดผ่านแดนถาวรเพิ่มขึ้น ๓ แห่ง ได้แก่ (๑) บ้านแหลม กุมเรียง (๒) บ้านผักกาด เมืองพรม และ (๓) ช่องสะงำ อันลองเวง การขยายเวลาเปิด ปิดจุดผ่านแดนถาวรเป็นระหว่าง ๐๗.๐๐ ๒๐.๐๐ น. การเริ่มทดลองขยายขอบเขตการเดินทางของผู้ถือบัตรผ่านแดน (border pass) ให้เดินทางเข้าไปในพื้นที่ของแต่ละฝ่ายได้จนถึงจังหวัดที่อยู่ถัดจากจังหวัดชายแดนอีกหนึ่งจังหวัดและพำนักได้ ๗ วัน โดยให้เริ่มดำเนินการที่จุดผ่านแดนถาวรคลองลึก ปอยเปต ซึ่งทั้งหมดนี้ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ สำหรับการขยายพื้นที่เดินทางของผู้ถือบัตรผ่านแดนในพื้นที่อื่น ๆ ต้องรอการประเมินผลโครงการทดลองดังกล่าวก่อน โดยจะมีการหารือเรื่องนี้ในระหว่างการประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนไทย กัมพูชา ครั้งที่ ๒ ซึ่งกำหนดจะมีขึ้นที่กรุงพนมเปญ
ความร่วมมือด้านแรงงาน
ไทยกับกัมพูชาได้จัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการจ้างแรงงานไทย กัมพูชาเมื่อวันที่๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๖ เพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานข้ามแดนผิดกฎหมายชาวกัมพูชา ฝ่ายไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสครั้งที่ ๑ ระหว่างวันที่ ๑๕ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๔๖ ที่กรุงเทพฯ เพื่อกำหนดมาตรการร่วมกันในการแก้ไขปัญหาและขยายความร่วมมือด้านการจ้างแรงงานไทย กัมพูชาเพื่อให้เป็นไปตามบันทึกความเข้าใจดังกล่าว และอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะนี้ ฝ่ายกัมพูชาได้จัดส่งร่างแบบฟอร์มสำหรับใช้ประกอบการพิสูจน์สัญชาติและเอกสารประจำตัวแก่แรงงานกัมพูชาให้ฝ่ายไทยพิจารณาแล้ว พร้อมกับคัดเลือกบริษัท ๓ แห่งเพื่อรับผิดชอบในกระบวนการพิสูจน์สัญชาติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกัมพูชา รวมทั้งการคัดเลือกและจัดส่งแรงงานเข้ามาทำงานในประเทศไทยในอนาคต นอกจากนี้ ฝ่ายกัมพูชาได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความร่วมมือด้านแรงงานระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสครั้งที่ ๒ และระดับรัฐมนตรีครั้งที่ ๑ ระหว่างวันที่ ๒๖ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๔๗ เพื่อผลักดันความร่วมมือให้เป็นไปตาม MOU
ความร่วมมือด้านวัฒนธรรม
ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมไทย กัมพูชาว่าด้วยการส่งเสริมความร่วมมือด้านวัฒนธรรมเพื่อเป็นกลไกในการขยายความร่วมมือด้านวัฒนธรรมไทย กัมพูชาให้กระชับแน่นแฟ้น และส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการดำเนินความสัมพันธ์ในระดับรัฐบาลของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ โดยมีนายเตช บุนนาค ที่ปรึกษาสำนักราชเลขาธิการ (อดีตปลัด กระทรวงการต่างประเทศ) และนายสอน ซัมนาง นายกราชบัณฑิตสถานของกัมพูชา เป็นประธานฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชาตามลำดับ สำหรับกิจกรรมสำคัญ ได้แก่
(1) การอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานโดยนายเตช บุนนาค ไปทอดถวาย ณ วัดอุณาโลม กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ ๕ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๖
(2) การจัดประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย กัมพูชา ว่าด้วยการส่งเสริมความร่วมมือ
ด้านวัฒนธรรม ครั้งที่ ๑ ที่กรุงพนมเปญและเมืองเสียมราฐ ระหว่างวันที่๑๘ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๔๗ เพื่อ ร่วมกำหนดนโยบาย/หลักการพื้นฐาน และพิจารณาแผนปฏิบัติการประจำปีในการขยายความร่วมมือด้านวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ
(3) การจัดคณะสื่อมวลชนกัมพูชาสาขาต่าง ๆ มาเยือนไทยระหว่างวันที่๙ ๑๕ มิถุนายน๒๕๔๗ และระหว่างวันที่ ๖ ๑๓ กันยายน ๒๕๔๗ ภายใต้โครงการประชาสัมพันธ์
(4) โครงการนำคณะเจ้าหน้าที่ด้านศิลปวัฒนธรรมและช่างฝีมือกัมพูชาเยือนไทยระหว่าง
วันที่ ๒๒ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๔๗
(5) โครงการสัมมนามัคคุเทศก์และนักเขียนไทยที่จังหวัดเสียมราฐระหว่างวันที่ ๑๙ ๒๑ กันยายน ๒๕๔๗ เพื่อให้มัคคุเทศก์และนักเขียนไทยมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของกัมพูชาที่ถูกต้อง
(6) การอัญเชิญผ้าพระกฐินพระราชทานโดยนายเตช บุนนาคไปทอดถวาย ณ พุทธสถานพระสีหนุธรรมาธิราช จังหวัดกัมปงสะปือ ซึ่งในชั้นนี้กำหนดไว้เป็นระหว่างวันที่ ๒๐ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๗
ความร่วมมืออื่น ๆ
ได้มีการจัดการประชุมร่วมไทย-กัมพูชาในหลายวาระโอกาส เพื่อปรึกษาหารือและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาและส่งเสริมความร่วมมือด้านต่างๆ อาทิ การแก้ไขปัญหาคลื่นความถี่วิทยุทับซ้อนกันบริเวณพื้นที่ชายแดน ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรม พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติ การเกษตร สาธารณสุข การท่องเที่ยว และด้านวิชาการ การจัดประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคทั้ง ๓ คณะ การจัดประชุมคณะกรรมการรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดน เป็นต้น
สำรวจและปักปันเขตแดนทางบกไทย กัมพูชา
ภายหลังจากที่ได้มีการลงนามในแผนแม่บทและข้อกำหนดอำนาจหน้าที่ (TOR) ในการสำรวจ และจัดทำหลักเขตแดนทางบกร่วมไทย กัมพูชาเมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๔๖ คณะเจ้าหน้าที่เทคนิคไทย กัมพูชาได้จัดประชุมร่วมกันรวม ๓ ครั้งเพื่อเปรียบเทียบเอกสารสำคัญต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสามารถจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ที่จะดำเนินการสำรวจเพื่อให้เป็นไปตามแผนแม่บทและข้อกำหนดอำนาจหน้าที่ คาดว่าจะสามารถเริ่มต้นการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบกได้ภายในต้นปี ๒๕๔๘
ความร่วมมือในการปราบปรามยาเสพติด
ไทยและกัมพูชามีความร่วมมือในด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างใกล้ชิด ผลการดำเนินการที่ผ่านมาเป็นไปด้วยดี และล่าสุดไทยได้ขอความร่วมมือจากกัมพูชาในการดำเนินการกับยาเสพติดที่กำลังระบาดและเป็นปัญหาสำหรับไทย ได้แก่ เคตามีน (Ketamine) ทั้งนี้ เป็นไปตามดำริของนายกรัฐมนตรี ซึ่งฝ่ายไทยก็ได้ดำเนินการประสานเพื่อขอความร่วมมือจากฝ่ายกัมพูชาเพื่อพิจารณากำหนดให้ตัวยาดังกล่าวเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทตามกฎหมายกัมพูชา และให้การใช้ยาดังกล่าว
ในกัมพูชาต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด ซึ่งรัฐบาลกัมพูชารับในหลักการที่จะให้ความร่วมมือ
ความช่วยเหลือของไทยที่ให้แก่กัมพูชาในการพัฒนาเครือข่ายคมนาคมทางบก
-การปรับปรุงเส้นทางหมายเลข ๔๘ (เกาะกง สแรอัมเบิล) ระยะทาง ๑๕๓ กิโลเมตร และการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำ ๔ แห่ง ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๖
(๑) ได้มีการลงนามในสัญญาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อใช้ปรับปรุงเส้นทางหมายเลข ๔๘
แล้วเมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๔๖
(๒) คณะรัฐมนตรียังได้มีมติเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๔๗ อนุมัติการเพิ่มวงเงินกู้เงื่อนไข
ผ่อนปรนเพื่อการพัฒนาเส้นทางหมายเลข ๔๘ สำหรับลดความลาดชันของเส้นทาง อันจะส่งผลให้การขนส่งระหว่างไทย กัมพูชาตามเส้นทางสายดังกล่าวมีความสะดวก ปลอดภัยและสามารถใช้รถยนต์บรรทุกประเภทคอนเทนเนอร์ได้
(๓) สำหรับความช่วยเหลือแบบให้เปล่าเพื่อใช้ศึกษากิจกรรมทางเศรษฐกิจและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำตลอดเส้นทางรวม ๔ แห่ง ขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ในระหว่างการดำเนินการด้านเทคนิค คาดว่าจะสามารถเริ่มการก่อสร้างได้ในช่วงปลายปี ๒๕๔๗ และเสร็จสิ้นในเดือนกันยายน ๒๕๔๙
- การปรับปรุงและพัฒนาเส้นทางหมายเลข ๖๗ (สะงำ อันลองเวง เสียมราฐ) ระยะทาง ๑๕๑ กิโลเมตร ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๔๖
(๑) ประกอบด้วย (ก) ความช่วยเหลือแบบให้เปล่าเพื่อใช้ในการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเส้นทาง การก่อสร้างและปรับปรุงเส้นทางในส่วนที่เป็นอุปสรรคต่อการคมนาคมไทย กัมพูชา
และ (ข) ความช่วยเหลือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อใช้ในการปรับปรุงเส้นทางจากอันลองเวง เสียมราฐ
(๒) ขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ในระหว่างการด้านเทคนิค คาดว่าจะสามารถเริ่ม
การก่อสร้างและซ่อมแซมถนนได้ในราวสิ้นปี ๒๕๔๗ และเสร็จสิ้นในปี ๒๕๔๘
ความช่วยเหลือทวิภาคีไทย กัมพูชา
- ความร่วมมือและช่วยเหลือทางวิชาการไทย กัมพูชา โดยผ่านกรมวิเทศสหการ กระทรวงการต่างประเทศ โดยในปี ๒๕๔๖ เป็นเงินประมาณ ๓๗.๔๑ ล้านบาท และในปีงบประมาณ ๒๕๔๗ เป็นเงินประมาณ ๒๘.๕๒ ล้านบาท
- โครงการความร่วมมือตามแผนความร่วมมือไทย กัมพูชา ปี ๒๕๔๖ - ๔๗ รวม ๔ โครงการ โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ (๑) โครงการศึกษาเพื่อจัดตั้งตลาดกลางค้าส่งและส่งออกของกัมพูชา
(๒) โครงการศึกษาความเหมาะสมเพื่อจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมที่จังหวัดเกาะกง (๓) โครงการปรับปรุงการผลิตพืชเศรษฐกิจเป้าหมาย และ (๔) โครงการส่งเสริมการลงทุนและการตลาดด้านการท่องเที่ยวไทย กัมพูชา ทุกโครงการดำเนินไปตามแผนและมีความคืบหน้าที่น่าพอใจ
- ความช่วยเหลืออื่น ๆ ได้แก่ จัดการฝึกอบรมและศึกษาดูงานต่าง ๆ อาทิ โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์แก่เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกัมพูชาระหว่างวันที่ ๑๙ ๒๕ มกราคม ๒๕๔๗ และด้านการประกันคุณภาพการศึกษาแก่คณะเจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการคณะกรรมการรับรองวิทยฐานะสถาบันการศึกษาระดับสูงของกัมพูชาโดยสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาระหว่างวันที่ ๒๖ ๓๑ มกราคม ๒๕๔๗
การค้าไทย กัมพูชา
การค้าระหว่างสองประเทศมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยการค้ารวมเมื่อปี ๒๕๔๖ มีมูลค่า
๒๙,๑๘๖.๑๐ ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๙ และไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า ๒๘,๑๗๐.๙ ล้านบาท และการค้าชายแดนในปีเดียวกันมีมูลค่า ๑๗,๗๘๒ ล้านบาท ขยายตัวลดลงร้อยละ ๕.๗ ไทยได้เปรียบดุลการค้า ๑๕,๘๐๖.๔ ล้านบาท ทั้งนี้ คาดว่าหลังการพัฒนาเครือข่ายคมนาคมทางบกระหว่างไทย กัมพูชาแล้วเสร็จ การค้าชายแดนระหว่างสองประเทศจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกมาก
สำหรับการค้าไทย - กัมพูชาในช่วงครึ่งปีแรกของปี ๒๕๔๗ การค้าทวิภาคีมีมูลค่า
๑๔,๑๖๖.๙ ล้านบาท ไทยได้เปรียบดุลการค้า ๑๓,๓๓๑.๓ ล้านบาท ส่วนการค้าชายแดนในช่วงเดียวกันมีมูลค่า ๑๑,๓๒๓ ล้านบาท ไทยได้เปรียบดุลการค้า ๙,๗๗๑.๗ ล้านบาท
ความตกลงไทย กัมพูชา
๑. ความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (Agreement between the Kingdom of Thailand and the Kingdom of Cambodia on the Establishment of the Joint Commission for the Bilateral Cooperation) ลงวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๗
๒. ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia for the Promotion and Protection of Investments) ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๓๘
๓. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (Agreement on Tourism Cooperation between the Government of the Kingdom of Thailand and the Kingdom of Cambodia) ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๓๘
๔. ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการชายแดน (Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia on the Establishment of the Border Committees) ลงวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๓๘
๕. ความตกลงว่าด้วยการค้า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (Agreement on Trade, Economic and Technical Cooperation between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia) ลงวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๓๙
๖. ความตกลงระหว่างกระทรวงการคลังของราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงเศรษฐกิจและ การคลังของราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยคณะอนุกรรมการร่วมด้านการคลัง (Agreement between the Ministry of Finance of the Kingdom of Thailand and the Ministry of Economy and Finance of the Kingdom of the Cambodia on the Joint Sub-committee on Finance) ลงวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๓๙
๗. ความตกลงทางวัฒนธรรมระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (Cultural Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia) ลงวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๐
๘. ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าด้วยการสัญจรข้ามแดนระหว่างประเทศทั้งสอง (Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia on Border-Crossing between the Two Countries) ลงวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๐
๙. บันทึกความเข้าใจระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยความร่วมมือในการปราบปรามยาเสพติด สารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และสารตั้งต้น (Memorandum of Understanding between the Kingdom of Thailand and the Kingdom of Cambodia on Cooperation on Suppression of Trafficking and Illegal Trading of Narcotic Drugs, Psychotropic Substances and Precursor Chemicals) ลงวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๔๑
๑๐. ความตกลงว่าด้วยบริการเดินทางอากาศระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชา (Air Service Agreement between the Kingdom of Thailand and the Kingdom of Cambodia) ลงวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓
๑๑. ความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการต่อต้านการลักลอบขนส่งทรัพย์สินทางวัฒนธรรมข้ามแดนและการส่งคืนทรัพย์สินทางวัฒนธรรม (Agreement between the Kingdom of Thailand and the Kingdom of Cambodia to Combat against Illicit Trafficking and Cross-Border Smuggling of Movable Cultural Property and to Restitute it to the Country of Origin) ลงวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๓
๑๒. ความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยความร่วมมือในการส่งคืนยานพาหนะที่ถูกโจรกรรมหรือยักยอก (Agreement between the Kingdom of Thailand and the Kingdom of Cambodia on the Cooperation for the Return of Stolen of Embezzled Vehicles) ลงวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๓
๑๓. บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก (Memorandum of Understanding between the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia on the Survey and Demarcation of Land Boundary) ลงวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๓
๑๔. สนธิสัญญาระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการส่งผู้ร้าย ข้ามแดน (Treaty between the Kingdom of Thailand and the Kingdom of Cambodia on Extradition) ลงวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๔๑ (มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๔)
๑๕. กรอบความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (Framework Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia on Economic Cooperation) ลงวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๔๔
๑๖. บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่กัมพูชาและไทยอ้างสิทธิ์ไหล่ทวีปทับซ้อนกัน (Memorandum of Understanding between the Royal Thai Government and the Royal Government of Cambodia regarding the Area of their Overlapping Maritime Claims to the Continental Shelf) ลงวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๔๔
๑๗. ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางทูต (Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia on the Exemption of Visas for Holders of Diplomatic Passports) ลงวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๔
๑๘. บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยการพัฒนาถนนหมายเลข ๔๘ (เกาะกง สแรอัมเบิล) และถนนหมายเลข ๖๗ (สะงำ อันลองเวง เสียมราฐ) (Memorandum of Understanding between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia on the Development of Road Number 48 (Koh Kong - Sre Ambel) and Road Number 67 (Sa-Ngam Alongveng - Siem Reap)) ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๖
๑๙. บันทึกความเข้าใจระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยความร่วมมือในการขจัดการค้าเด็กและหญิง และการช่วยเหลือเหยื่อจากการค้ามนุษย์ (Memorandum of Understanding between the Kingdom of Thailand and the Kingdom of Cambodia on Bilateral Cooperation for Eliminating Trafficking in Children and Women and Assisting Victims of Trafficking) ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๖
๒๐. บันทึกความเข้าใจระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตร (Memorandum of Understanding between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia on Agricultural Cooperation) ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๖
๒๑. บันทึกความเข้าใจระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยความร่วมมือในการจ้างแรงงาน (Memorandum of Understanding between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia on Cooperation in the Employment of Workers) ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๖
๒๒. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างกระทรวงศึกษาธิการแห่งราชอาณาจักรไทยกับกระทรวงศึกษาธิการ เยาวชน และการกีฬาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (Memorandum of Understanding on Cooperation in Education between the Ministry of Education of the Kingdom of Thailand and the Ministry of Education, Youth and Sports of the Kingdom of Cambodia) ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๖
๒๓. ความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยความร่วมมือด้านสุขอนามัยพืช (Agreement between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of the Kingdom of Cambodia on Technical Cooperation on Sanitary and Phytosanitary Measures) ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๖
๒๔. แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยเอกสารแนวความคิดเกี่ยวกับการสัญจรข้ามแดนไทย - กัมพูชา (Joint Ministerial Statement on the Concept Paper on Thailand-Cambodia Border Points of Entry) ลงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๖