55495-2759.jpg

ตรวจเยี่ยม วทษ.สุพรรณบุรี

ภารกิจ รมช.ศธ (คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) 24 มกราคม 2563

เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2563 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายศุภชัย ศรีหล้า ประธานคณะทำงานติดตามแผนงานและงบประมาณ รมช.ศธ. นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ที่ปรึกษาและประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์และนโยบาย รมช.ศธ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามนโยบายขับเคลื่อนสถานศึกษาเกษตรและประมงสู่ความเป็นเลิศของวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรี (วษท. สุพรรณบุรี) โดยมีนายชาติชาย เกตุพรหม ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาเกษตรกรรมและประมง นายสิทธิศักดิ์ รัตนพาณิชย์ ผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษาเกษตรภาคกลาง นายถาวร ทิพวรรณ ผู้อำนวยการ วษท.สุพรรณบุรี ตลอดจนข้าราชการ บุคลากร นักศึกษา ให้การต้อนรับ ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรี อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี


รมช.ศึกษาธิการ กล่าวชื่นชมการดำเนินงานของ วษท.สุพรรณบุรี ที่บรรลุเป้าหมายหลายด้าน โดยที่เป็นจุดเด่น คือ การพัฒนานวัตกรรมการบริหารในรูปแบบ ESAM (Excellence Suphanburi Agricultural Model) และใช้รูปแบบการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ และฝึกอาชีพเกษตรยุคใหม่ ESAM SMART FARM MODEL อีกทั้งการพัฒนาสถานศึกษาให้เป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ ในวิชาชีพเฉพาะทาง ได้แก่ ศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เทคโนโลยีผลิตพืชอาหารปลอดภัย เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงปลาสวยงามมาตรฐานคุณภาพส่งออก ศูนย์วิจัยอาหารสัตว์น้ำมีชีวิต เทคโนโลยีผลิตสัตว์ปีกมาตรฐาน GAP เป็นต้น

ปัจจุบันเป็นยุคศตวรรษที่ 21 โลกเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน กระทรวงศึกษาธิการจึงมีนโยบายให้ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเข้ามาช่วยเพิ่มทักษะ (Upskill) เปลี่ยนทักษะ (Reskill) หรือสร้างทักษะใหม่ (Newskill) ภายใต้แนวคิดหลัก STI : Science Technology Innovation ให้กับนักศึกษา วทษ. และประมง ทั้ง 47 แห่ง เมื่อนักศึกษาเรียนโดยใช้ STI (สติ) เข้ามาช่วยแล้วก็จะเกิดปัญญาและสามารถถ่ายทอดส่งต่อให้เกษตรกรในพื้นที่ได้ (Upskill) เปลี่ยนทักษะ (Reskill) หรือสร้างทักษะใหม่ (Newskill) ในการทำมาหาเลี้ยงชีพให้มีอาชีพ มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น

อีกทั้งประเทศไทยเป็น 1 ใน 6 ประเทศที่ผลิตอาหารเลี้ยงชาวโลก แต่เกษตรกรจำนวนมากยังยากจน เราจึงต้องการให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้ ดำรงชีวิตในยุคดิจิทัลได้อย่างมีความสุข

นอกจากนี้ รมช.ศึกษาธิการ ยังให้ความสำคัญกับนโยบายการบริหารจัดการน้ำ โดยให้ วทษ.สุพรรณบุรี เร่งสร้างนักเรียน ครูหรือบุคลากรให้เป็น “ชลกร” หรือบุคคลที่สามารถบริหารจัดการน้ำได้ ภายใต้แนวทาง 3 ข้อ คือ หาที่อยู่ให้น้ำ หาที่ให้น้ำไหล และเก็บน้ำไว้ใต้ดิน รวมถึงให้ดำเนินการปลูกสวนป่าในพื้นที่ของวิทยาลัย เพื่อช่วยลดโลกร้อน สร้างความร่มรื่นให้กับพื้นที่ โดยเลือกปลูกไม้มีค่าที่กฎหมายอนุญาต 58 ชนิด เช่น ไม้พยูง สัก ยาง กฤษณา ให้แก่ชุมชน และขยายความรู้ไปยังชุมชนโดยรอบ ให้ทราบคุณค่าของไม้มีค่าที่สามารถปลูกเพื่อเป็นมรดก เป็นการออมทรัพย์สำหรับอนาคตได้

“ขณะนี้ รัฐบาลและ ศธ. ได้ให้ความสำคัญกับการอาชีวศึกษาอย่างมาก ในด้านการพัฒนากำลังคนทั้งในระบบ และระยะสั้น เพื่อรองรับการเป็นประเทศไทย 4.0 จึงขอฝากให้ วษท. สุพรรณบุรี จะต้องมุ่งเน้นการผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีทักษะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในปริมาณ และคุณภาพ เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลและ ศธ. อีกทั้งยังต้องส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย รักวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของไทย มีศีลธรรม และกตัญญูต่อผู้มีพระคุณควบคู่กันไปด้วย” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

จากนั้น รมช.ศธ. และคณะได้ตรวจเยี่ยมศูนย์เรียนรู้ 3 แห่ง ได้แก่ ห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ศูนย์การเรียนรู้และฝึกอาชีพเพาะเลี้ยงปลาสวยงามมาตรฐานคุณภาพ และศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่

ณรีรัตน์ บุญหลัง: สรุป/เรียบเรียง
ทิพย์สุดา ศรีษะแก้ว: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.ศธ.: รายงาน
23/1/2563