55480-7461.jpg

’คุณหญิงโค้ดดิ้ง’​ นำทัพผู้บริหาร ศธ.ลง​พื้นที่​นราธิวาส ปลื้มการจัดการศึกษาพิเศษ แนะผู้บริหารดึงภาคีเครือข่ายมาช่วยสนับสนุนด้านการศึกษา

ข่าว ศธ.360 องศา 21 มกราคม 2563

'คุณหญิงโค้ดดิ้ง'​ นำทัพผู้บริหาร ศธ.ลง​พื้นที่​นราธิวาส ปลื้มการจัดการศึกษาพิเศษ แนะผู้บริหารดึงภาคีเครือข่ายมาช่วยสนับสนุนด้านการศึกษา

โรงเรียน​ราช​ประชา​นุ​เคราะห์​ อ.ระแงะ​ จ.นราธิวาส​

นายสุรัตน์ บุญฤทธิ์ ผอ.สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดตั้งโรงเรียนราชประชานุเคราะห์จำนวน 5 โรงเรียน ใน 5 จังหวัดพร้อมกัน คือ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 จังหวัดนราธิวาส, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 40 จังหวัดปัตตานี, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 41 จังหวัดยะลา, โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 42 จังหวัดสตูล และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 43 จังหวัดสงขลา โดยอยู่ในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจำนวน 4 โรงเรียน (ยกเว้นจังหวัดสตูล) เพื่อรองรับและจัดการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส และเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบชายแดนภาคใต้ ปัจจุบันมีนักเรียนที่ได้รับบริการทางการศึกษาใน 4 โรงเรียน ในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษเฉพาะกิจซึ่งเป็นการจัดการเรียนการสอนแบบอยู่ประจำ จำนวน 2,469 คน

สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษให้การสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา มีการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามหลักสูตร มีการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาหลักสูตรทักษะการดำรงชีวิต หลักสูตรอิสลามศึกษา และหลักสูตรทักษะอาชีพ ที่เพิ่มเติมจากหลักสูตรแกนกลางการศึกษาชั้นพื้นฐาน

นายนูซี มะเต็ง ผอ.โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 จังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2547 เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งผลให้เด็กในพื้นที่ส่วนหนึ่งต้องสูญเสียบิดา มารดา หรือผู้ปกครองจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยรัฐบาลเห็นว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญที่จะพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ มีทักษะพื้นฐานทางวิชาชีพ สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมที่ถูกต้องในการดำรงชีวิต

ปัจจุบันโรงเรียนมีนักเรียนอยู่ประจำทั้งหมด 602 คน และคณะครู บุคลากรทั้งหมด 101 คน โดยโรงเรียนได้ดำเนินการจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานควบคู่หลักสูตรที่สนองนโยบายและจุดเน้นของสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สพฐ. เป็นหลักสูตรที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต วัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น หลักสูตรการศึกษาเพื่อการทำงาน หลักสูตรอิสลามศึกษา หลักสูตรการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม และทักษะการดำรงชีวิต เป็นต้น

ในส่วนของปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน คือ โรงเรียนมีสภาพพื้นที่ล้อมรอบด้วยสระน้ำ จึงเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมไหลหลากทุกปี มีความเสี่ยงกับนักเรียนที่ไม่มีทักษะด้านการว่ายน้ำ ทำให้การสัญจรเข้า – ออก ลำบากในช่วงน้ำท่วม อีกทั้งโรงเรียนอยู่ในพื้นที่ที่ต้องดูแลความปลอดภัยทั้งวันจึงต้องใช้กระแสไฟฟ้าและความสว่างตลอดเวลา โรงเรียนจึงมีค่าใช้จ่ายมากเป็นพิเศษ

คุณ​หญิง​กัลยา​ โสภณ​พ​นิช​ รมช.ศึกษา​ธิการ กล่าวว่าเป็นบุญของแผ่นดินที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชปณิธานให้ความสำคัญด้านการศึกษา ส่งผลให้เกิดการจัดตั้งโรงเรียนราชประชานุเคราะห์หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ เพื่อดูแลเด็กด้อยโอกาส ซึ่ง ศธ.สามารถจัดการศึกษาโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง จนมาถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้ทรงรักษา สืบสาน และต่อยอดด้านการศึกษาของคนทุกระดับ ทุกสถานภาพตามพระปฐมบรมราชโองการ ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานด้านการศึกษาจะต้องจารึกรับใส่เกล้าไว้ และตั้งใจทำงานอย่างเต็มความสามารถ

สำหรับผลการดำเนินงานของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 ถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จ มีรางวัลหลายด้านยืนยันเป็นที่ประจักษ์ จึงขอชื่นชมผู้บริหาร ครู บุคลากรทุกคนที่ช่วยดูแลเด็กด้อยโอกาสทุกประเภท เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความสามารถ มีทักษะในการดำรงชีพ พร้อมทั้งชื่นชมว่าโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 มีพันธกิจที่ทันสมัยมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การบริหารจัดการ การพัฒนาครู การสร้างนวัตกรรม การเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง สอดคล้องกับนโยบายของ ศธ.เพื่อเตรียมคนเข้าสู่ยุคศตวรรษที่ 21

ทั้งนี้ การจะสร้างคนให้มีคุณลักษณะตามที่ต้องการ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีภาคีเครือข่ายมาสนับสนุนโรงเรียนให้เข้มแข็งมากขึ้น ดังนั้นขอให้โรงเรียนดำเนินการตามพันธกิจที่กำหนดไว้อย่างเข้มข้น เมื่อเด็กเรียนจบไปจะเป็นคนดี คนเก่ง มีความสุข มีงานทำ และทำงานเป็น

ส่วนปัญหาอุปสรรคที่เสนอมานั้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องทางกายภาพ เชื่อมั่นว่าแก้ไขได้ไม่ยาก โดยแนะนำให้หารือกับภาคสังคม ชุมชน ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ให้ทราบถึงความจำเป็นและนโยบายรัฐบาลเพื่อขอความร่วมมือสนับสนุนเข้าร่วมเป็นภาคีเครือข่ายของโรงเรียน

รมช.ศธ. กล่าวต่อไปว่า ขอให้ตระหนักว่าเด็กทุกคน ประชาชนทุกคน ทุกอายุ ทุกอาชีพ จะต้องเรียนโค้ดดิ้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แตกต่างกันไปตามความยากง่ายของชั้นเรียนและอาชีพ เนื่องจากเราต้องสร้างคนของเราที่มีความสามารถสื่อสารกับเทคโนโลยียุคใหม่ได้ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลและ ศธ. ให้เด็กชั้นอนุบาลและประถมศึกษามีทักษะ Unplug Coding คือไม่ต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ แต่สอนให้เล่นเกมเพื่อสร้างทักษะ 5 ด้าน ได้แก่

1) ทักษะการอ่าน สามารถเข้าใจและเชื่อมโยงสิ่งที่อ่านได้
2) ทักษะการเขียน โดยต้องเขียนเป็นและสื่อสารให้เข้าใจได้
3) การคิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีเหตุผล คิดเชิงตรรกะ คิดเชิงคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
4) การแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน
5) การกล้าตัดสินใจ

โดย ศธ.ได้อบรมครูและนำร่องสอนโค้ดดิ้งในโรงเรียนที่มีความพร้อมเมื่อปลายปีที่แล้ว และเร็ว ๆ นี้จะมีการอบรมครูเพื่อสอนโค้ดดิ้งอีก ซึ่ง ผอ.โรงเรียนจะต้องเข้าร่วมอบรมด้วย เพื่อให้เกิดความเข้าใจและนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ศธ.ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาด้านวิชาชีพเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องการผลิตบุคลากรสายอาชีพทั้งปริมาณและคุณภาพอย่างก้าวกระโดด ซึ่งปัจจุบันมีการเชิญนักลงทุนมาลงทุนในพื้นที่ EEC โดย ศธ.จะทุ่มเทกำลังหางบประมาณมาผลิตคนด้านอาชีวศึกษาที่มีคุณภาพ มีทักษะวิชาการเป็นเลิศ เป็นคนดีมีจิตอาสา มีคุณธรรม ป้อนสู่ตลาดอุตสาหกรรม ดังนั้นหากใครมีโครงการดีที่น่าสนใจ มีความคิดดีสร้างสรรค์ สามารถนำเสนอเข้ามาได้ หากทางผู้บริหารเห็นชอบจะพยายามหางบประมาณมาสนับสนุนให้ดำเนินโครงการต่อไป

ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดนราธิวาส
อ.เมืองนราธิวาส

ช่วงบ่าย รมช.ศึกษาธิการ พร้อมคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดนราธิวาส และได้กล่าวว่า การลงพื้นที่ภาคใต้ชายแดนในครั้งนี้ ตั้งใจที่จะมาเยี่ยมชมโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 และศูนย์การศึกษาพิเศษ ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้มีผู้บริหารของ ศธ.ทุกหน่วยงานร่วมติดตามด้วย เป็นโอกาสอันดีที่ได้มาเรียนรู้การทำงานในพื้นที่ ซึ่งโรงเรียนทั้ง 3 แห่ง ต่างก็มีผลงานเป็นที่ประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นด้านคอมพิวเตอร์ วิชาการ กีฬา ศิลปะ การแสดง ที่ได้รับรางวัลมากมาย จึงขอแสดงความชื่นชมยินดีกับผลงานของทุกโรงเรียน

ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 39 และศูนย์การศึกษาพิเศษ ต่างมีความยากลำบากในการฝึกฝนเด็ก โดยเฉพาะศูนย์การศึกษาพิเศษถือว่ายากที่สุด เนื่องจากเป็นเด็กพิการ ซึ่งเป็นผู้ด้อยโอกาสของสังคม ด้วยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และต่อเนื่องมายังสมัยของรัชกาลที่ 10 เด็กเหล่านี้จึงได้รับการดูแลจาก ศธ. ได้มีโอกาสมาเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่โรงเรียนที่จัดไว้ให้ต่อไป

นอกจากนี้ เหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อย ภัยธรรมชาติ ความยากจน ส่งผลให้เด็กมีโอกาสมาอยู่โรงเรียนประจำ ซึ่งการอยู่โรงเรียนประจำถือเป็นเป็นจุดเด่นของโรงเรียนทั้ง 3 แห่ง ทำให้เด็กได้มีโอกาสเรียนมากกว่าในห้องเรียน นอกเหนือจากเรียนวิชาการแล้ว ยังได้เรียนวิชาการดำรงชีพ การอยู่ร่วมกัน การแก้ปัญหา ความอดทน การใช้ชีวิตในสถานการณ์ที่ยากลำบาก โดยโรงเรียนสามารถดำเนินการจนประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

นายนพดล มนตรี ผอ.ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า การดำเนินงานของศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดนราธิวาส ได้จัดตั้งหน่วยบริการขึ้นประจำทั้ง 13 อำเภอเนื่องจากแต่ละอำเภออยู่ห่างไกลและสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขา โดยเป้าหมายของศูนย์ฯ ไม่ใช่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแต่เป็นผลสัมฤทธิ์ของการส่งต่อไปสู่สถานศึกษาระดับถัดไป ส่งกลับสู่สังคม และส่งกลับคืนสู่ครอบครัว ให้เด็กดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข และสามารถประกอบอาชีพได้ตามศักยภาพของแต่ละบุคคล

ปารัชญ์ ไชยเวช/ สรุป
ธนภัทร จันทร์ห้างหว้า/ ถ่ายภาพ