55494-1302.jpg

ครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2563

ภารกิจ รมช.ศธ (คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) 24 มกราคม 2563

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2563 เวลา 13.00 น. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการจัดการเรียนการสอนโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นราธิวาส ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2563 ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน (นราธิวาส ปัตตานี ยะลา) พร้อมด้วยนายณรงค์ ดูดิง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นางสาวอุษณีย์ ธนโนศวรรย์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา, ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, รศ.ประวิต เอราวรรณ์ รองเลขาธิการ ก.ค.ศ., นายนรา เหล่าวิชยา รองเลขาธิการ กศน. และนายทวีศักดิ์ อำลา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านนโยบายและแผน สช. ร่วมลงพื้นที่ โดยมีผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารและข้าราชการท้องถิ่น ตลอดจนคณะครู และนักเรียนให้การต้อนรับ ณ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นราธิวาส ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวแสดงความยินดีและชื่นชมโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นราธิวาส ที่มีอายุการดำเนินงานยาวนานกว่า 50 ปี จะเห็นได้ว่าโรงเรียนมีความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะมีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นคือเป็นโรงเรียนที่รับนักเรียนแบบอยู่ประจำ ซึ่งเด็กนักเรียนส่วนใหญ่ที่อยู่โรงเรียนประจำจะเป็นเด็กที่มีคุณภาพ

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวมอบนโยบายว่าในยุคปัจจุบันเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด โรงเรียนไม่สามารถจัดการศึกษาได้โดยลำพังอีกต่อไป ดังนั้นโรงเรียนจึงจำเป็นต้องเชิญชวนภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ ผู้ประกอบการ อุตสาหกรรม สภาหอการค้า ชุมชน สังคม เป็นต้น มาให้ความร่วมมือพร้อมสนับสนุน และเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เพื่อให้เด็กที่จบการศึกษาไปแล้วมีงานทำและทำงานเป็น มีคุณภาพและเพียงพอตรงกับความต้องการของสถานประกอบการ เป็นการเตรียมความพร้อมของทรัพยากรบุคคลให้ก้าวสู่ในยุคศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมั่นใจ


นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังมีนโยบายให้เด็กทุกคนต้องได้เรียน Coding ซึ่งเป็นการปฏิรูปการศึกษาที่ถึงตัวเด็กโดยตรง โดยในปี 2563 นี้ ตั้งเป้หมายให้เด็กนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาต้องได้เรียน Coding แบบ Unplug คือเรียนแบบไม่ต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เด็กมีทักษะจำเป็นซึ่งเป็นทักษะในยุคศตวรรษที่ 21 ที่เด็กไทยและคนไทยทุกคนต้องมีทักษะ ดังนี้
1) การอ่าน คือ เด็กจะต้องอ่านออกและสามารถเชื่อมโยงเข้าใจในสิ่งที่อ่านได้
2) การเขียน คือ เด็กจะต้องเขียนเป็นและสามารถสื่อสารให้เข้าใจได้
3) การคิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีเหตุผล คิดเชิงตรรกะ คิดเชิงคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
4) การแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน
5) การกล้าตัดสินใจ

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวตอนท้ายว่า เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า โดยจะต้องเป็นผู้ใหญ่ที่มีความพร้อมในทุก ๆ ด้านด้วย และสิ่งที่จะทำให้เด็กจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความพร้อมในทุก ๆ ด้านได้นั้น คือ การศึกษา ดังนั้นการศึกษาจึงเป็นหัวใจสำคัญในการที่จะพัฒนาคนให้เป็นคนเก่ง คนดี จึงขอให้ช่วยกันสร้างสรรค์บรรยากาศ สถานที่ อำนวยความสะดวกให้กับเด็กได้เรียนในสิ่งที่เด็กอยากเรียน และมีความถนัด เพื่อให้เด็กได้เรียนอย่างสนุกและมีความสุข เป็นคนเก่ง คนดี และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ต่อไป

นายไตรทิพย์ สกุลประดิษฐ์ นายอำเภอแว้ง กล่าวขอบคุณ รมช. ศึกษาธิการและคณะที่เดินทางมาพบปะเยี่ยมเยือนและให้การสนับสนุนการพัฒนางานด้านการศึกษา เพื่อให้เยาวชนไทยที่อยู่ในเขตชายแดนมีคุณภาพและเท่าเทียมกัน สำหรับสถานศึกษาในพื้นที่อำเภอแว้ง มีโรงเรียนสังกัดสำนักงานการศึกษาเอกชนจำนวน 5 โรง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาสเขต 2 จำนวน 27 โรง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 15 จำนวน 1 โรง และโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นราธิวาส

นายสุรัตน์ บุญฤทธิ์ ผู้อำนวยกาการศึกษาพิเศษประจำจังหวัดปัตตานี ประธานกลุ่มสถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษกลุ่ม 8 ภาคใต้ กล่าวว่า การจัดการศึกษาสงเคราะห์เป็นการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐนสำหรับเด็กด้อยโอกาส รับนักเรียนแบบอยู่ประจำและไป- กลับ ตามพื้นที่บริการซึ่งครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ในระดับปฐมวัย ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย เน้นการส่งเสริมทักษะอาชีพและทักษะการดำรงชีวิต ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสถานศึกษา กล่าวได้ว่าโรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์นอกจากจะมีบทบาทหลักในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสแล้ว ยังเป็นกลไกในการสร้างความมั่นคงและความเป็นเอกภาพให้กับคนในชาติ แสดงถึงการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกกลุ่มมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมทุกมิติ

ปัจจุบัน มีสถานศึกษาที่จัดการศึกษาสงเคราะห์ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ทั้งหมด 51 โรง ได้แก่ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ จำนวน 10 โรง โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ รวม 38 โรง โรงเรียนสมเด็จพระปิยมหาราชรมณียเขต โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ และ โรงเรียนฟ้าใสวิทยา โดยรับเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษา 10 ประเภท และเด็กพิการเรียนรวม ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

ด้าน นายมนูญ เสียมไหม ผู้อำนวยการโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นราธิวาส กล่าวรายงานว่าโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นราธิวาส มีเนื้อที่ 190 ไร่ 1 งาน กับ 42 ตารางวา ตั้งอยู่เลขที่ 195/1 หมู่ที่ 9 ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส โดยมีวัตถุประสงค์เริ่มแรกเพื่อช่วยเหลือเด็กที่มีอุปสรรคในการเข้ารับการศึกษา โดยเฉพาะเด็กที่ได้รับการยกเว้นตาม พ.ร.บ. ประถมศึกษา เช่น อยู่ห่างไกล ท้องถิ่นกันดาร การคมนาคมไม่สะดวก กำพร้าบิดามารดา ขาดผู้อุปการะ หรือภัยคุกคาม

ต่อมาในปีการศึกษา 2543 โรงเรียนได้เปลี่ยนวัตถุประสงค์การรับนักเรียนเป็นการให้ความช่วยเหลือทางการศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาสตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด 10 ประเภท เพื่อมุ่งให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษา และได้ขยายพื้นที่บริการการรับนักเรียนจากเดิมรับเฉพาะในเขต 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็น 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยรับนักเรียนจากจังหวัดสงขลา (อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอสะเดา อำเภอจะนะ และอำเภอเทพา) เพิ่มอีก 1 จังหวัด

ปัจจุบันโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นราธิวาส สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 รวมทั้งสิ้นจำนวน 21 ห้องเรียน มีนักเรียนรวม 462 คน และมีเขตพื้นที่การบริการ 5 อำเภอของจังหวัดนราธิวาส ได้แก่ อำเภอแว้ง อำเภอสุคิริน อำเภอสุไหงปาดี อำเภอสุไหงโก-ลก และอำเภอตากใบ

จากนั้น​ รมช.ศึกษา​ธิการ​ ได้เยี่ยม​ชม​กิจกรรม​ผลงานทางวิชาการ​ของนักเรียนโรงเรียน​ศึกษา​สงเคราะห์​นราธิวาส​ อาทิ​ กิจกรรม​โรงเรียน​ธนาคาร​ ทักษะกีฬา​รักบี้ฟุตบอล​ ทักษะคอมพิวเตอร์​สมองกลฝังตัว​ ทักษะอาชีพ​เพื่อการมีงานทำ​ เป็นต้น

ณรีรัตน์ บุญหลัง: สรุป/เรียบเรียง
ทิพย์สุดา ศรีษะแก้ว: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.ศธ.: รายงาน
20/1/2563