55261-6195.jpg

ขับเคลื่อนการอาชีวศึกษา

ภารกิจ รมช.ศธ (คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช) 04 ธันวาคม 2562

คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบาย เรื่อง "การขับเคลื่อนสถานศึกษาอาชีวศึกษาเกษตรและประมง" ในการประชุมสัมมนาผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อขับเคลื่อนการอาชีวศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยมี นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, นายณรงค์ แผ้วพลสง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้บริหารสถาบันการอาชีวศึกษาทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมประชุม ณ หอประชุมวิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี เมื่อเร็ว ๆ นี้

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวแสดงความยินดีกับผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่มาประชุมสัมมนาเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) และวิทยาลัยการประมงให้ตอบโจทย์นโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาภาคการเกษตรได้อย่างยั่งยืน รวมถึงนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ระดับอาชีวศึกษา ที่มุ่งพัฒนาการศึกษาเพื่อการมีงานทำและสร้างนวัตกรรมตามความต้องการของพื้นที่ชุมชน ภูมิภาคหรือประเทศ ตลอดจนการเป็นผู้ประกอบการเองด้วยจุดเน้น 4 ด้าน คือ 1) จัดการศึกษาในระบบทวิภาคี ให้ผู้เรียนมีทักษะและความเชี่ยวชาญ 2) เรียนภาษาอังกฤษเพื่อเพิ่มทักษะสำหรับใช้ในการประกอบอาชีพ 3) เรียนรู้การใช้ดิจิทัล เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำหรับหาช่องทางในการสร้างอาชีพ และ 4) จัดตั้งศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาในภูมิภาค

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวต่ออีกว่า ในฐานะที่กำกับ ดูแล สอศ. ในส่วนของ วษท. และประมง รวม 47 แห่งทั่วประเทศ ขอให้เร่งพัฒนาผลิตกำลังคนด้านวิชาชีพให้มีคุณภาพ คุณธรรม เข้าสู่ตลาดแรงงานตามมาตรฐานให้เพียงพอตรงกับความต้องการของตลาดมากที่สุดภายใน 2-3 ปีนี้ เพื่อยกระดับการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการน้อมนำกระแสพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นต้นแบบให้กับเกษตรกรในพื้นที่ โดยให้สถานศึกษาทุกแห่งปลูกต้นไม้ทั้งที่มีค่า และต้นไม้ที่เหมาะสมในท้องถิ่นทุกชนิด ตามลักษณะและขนาดพื้นที่ รวมทั้งวางแผนจัดการน้ำ ด้วยการหาที่ให้น้ำอยู่ (แหล่งเก็บกักน้ำ) หาที่ให้น้ำไหล (เส้นทางการไหลบ่าของน้ำ) และการเก็บน้ำไว้ใต้ดิน (ธนาคารน้ำ) ทั้งนี้ วษท. และประมง ต้องเป็นผู้นำและต้นแบบด้านการเกษตรให้กับเกษตรกร ชุมชน ท้องถิ่น ในด้านวิชาการและการลงมือปฏิบัติ รวมถึงเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรให้กับเยาวชนและเกษตรกร นอกจากนี้ต้องผลักดันให้เกษตรกรก้าวไปสู่การเป็น Smart Farmer และการทำเกษตรแปลงใหญ่ โดยการนำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในระบบการผลิตและการบริหารจัดการ เพื่อเสริมทักษะใหม่และพัฒนาทักษะที่มีอยู่เดิมให้สอดคล้องและก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก

“ในยุคศตวรรษที่ 21 การจัดการศึกษาระดับอาชีวศึกษาต้องเน้นตอบโจทย์การผลิตและพัฒนากำลังคนให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน และทิศทางการพัฒนาประเทศ อีกทั้งกลุ่มเป้าหมายผู้เรียนจะต้องครอบคลุมกลุ่มนักเรียนนักศึกษาในระบบและนอกระบบ โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานในภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากยุคศตวรรษที่ 21 เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ส่งผลให้สถานประกอบการนำเทคโนโลยี AI มาทดแทนแรงงานคน ทำให้มีกลุ่มแรงงานที่ต้องตกงานมีจำนวนมากขึ้น ดังนั้น ขอให้ วษท. และประมงทั่วไประเทศเตรียมการรองรับช่วยเหลือ เยียวยา กลุ่มแรงงานดังกล่าว ด้วยการพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ โดยนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนนวัตกรรม มาช่วยพัฒนาสร้างทักษะใหม่ ๆ หรือเพิ่มพูนความรู้เดิม (Up-Skill, Re-Skill) กลุ่มแรงงานที่ได้รับผลกระทบให้มีทักษะสูงขึ้นเท่าทันต่อความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างก้าวกระโดด เพื่อสามารถดำรงชีวิตอยู่ในยุคศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีความสุข มั่นคง และยั่งยืนตลอดไป” รมช. ศึกษาธิการ กล่าว

ณรีรัตน์ บุญหลัง: สรุป/เรียบเรียง
ทิพย์สุดา ศรีษะแก้ว: ถ่ายภาพ
กลุ่มประชาสัมพันธ์ สร.ศธ.: รายงาน
29/11/2562