หมวด 8
ทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษา

          แนวคิดเกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากรและการลงทุนเพื่อการศึกษาในหมวดนี้ ประกอบด้วย
หลายหลักการและแนวทาง
          ในการระดมทรัพยากร ได้กำหนดหลักการให้รัฐและองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเก็บ
ภาษีเพื่อการศึกษาได้
          ภาษีการศึกษานี้เป็นมาตรการใหม่  นอกเหนือจากการจัดเก็บภาษีตามปกติทั่วไปที่นำมาใช้
แทนการศึกษาอยู่แล้ว
          นอกจากนั้น ในการระดมทรัพยากร ยังส่งเสริมให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน ฯลฯ จัดการศึกษา 
โดยรัฐจะสร้างแรงจูงใจด้านการลดหย่อน หรือยกเว้นภาษีให้
          ประการสุดท้ายในการระดมทรัพยากรนี้ ยังส่งเสริมให้สถานศึกษาที่เป็นนิติบุคคล สามารถ
จัดหาผลประโยชน์ จากทรัพย์สินของสถานศึกษาได้ ส่วนสถานศึกษานี้ไม่เป็นนิติบุคคลก็สามารถ
หารายได้และผลประโยชน์จากที่ประชุมได้ตามระเบียบกระทรวงการคลัง
          ในส่วนของวิธีการจัดสรรงบประมาณให้การศึกษาได้กำหนดวิธีการที่หลากหลาย   เช่น 
เงินอุดหนุนทั่วไปรายบุคคล กองทุนกู้ยืม เงินอุดหนุนทั่วไปให้สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาที่เป็น
นิติบุคคล
          นอกจากนั้นยังกำหนดให้รัฐจัดสรรงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนให้แก่ผู้ที่จัดการศึกษา  เช่น 
ครอบครัว องค์กรชุมชน ฯลฯ ประการสุดท้าย หมวดนี้ยังได้กำหนดระบบการตรวจสอบ ติดตาม
และประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการใช้จ่ายงบประมาณด้วย  
          รายละเอียดมาตราต่อไปนี้

          มาตรา 58 ให้มีการระดมทรัพยากรและการลงทุนด้านงบประมาณการเงินและ
ทรัพย์สิน  ทั้งจากรัฐ  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  บุคคล  ครอบครัว  ชุมชน
องค์กรชุมชน เอกชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ
สถาบันสังคมอื่น  และต่างประเทศมาใช้จัดการศึกษานี้

          (1) ให้รัฐและองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่นระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา โดยอาจจัดเก็บภาษี
เพื่อการศึกษาได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
          (2) ให้บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน องค์กร
ชุมชน  องค์กรวิชาชีพ  สถาบันศาสนา  สถานประกอบการและสถาบันสังคมอื่น  ระดมทรัพยากร
เพื่อการศึกษา  โดยเป็นผู้จัดและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา บริจาคทรัพย์สิน และทรัพยากรอื่น
ให้แก่สถานศึกษา และมีส่วนร่วมรับภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษาตามความเหมาะสมและความจำเป็น
          ทั้งนี้ ให้รัฐและองค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมและให้แรงจูงใจในการระดมทรัพยากร
ดังกล่าว โดยการสนับสนุน การอุดหนุนแอละใช้มาตรการลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีตามความเหมาะสม
และความจำเป็น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
          มาตรานี้เกี่ยวกับการระดมทรัพยากรการศึกษา ซึ่งกล่าวถึงการระดมระดับรัฐและองค์กร
การปกครองส่วนท้องถิ่น ในรูปของภาษีการศึกษาและระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน ตาม (2) โดยรัฐ
จะจัดระบบแรงจูงใจตามวรรคสุดท้าย
 
          มาตรา 59  ให้สถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล มีอำนาจในการปกครอง ดูแล
บำรุงรักษา ใช้ และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของสถานศึกษา ทั้งที่เป็นที่
ราชพัสดุตามกฎหมายว่าด้วยที่ราชพัสดุ และที่เป็นทรัพย์สินอื่น รวมทั้งจัดหา
รายได้จากบริการของสถานศึกษา และเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาที่ไม่ขัด
หรือแย้งกับนโยบาย วัตถุประสงค์และภารกิจหลักของสถานศึกษา  บรรดา
อสังหาริมทรัพย์ที่สถานศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล  รวมทั้งผลประโยชน์
ที่เกิดจากที่ราชพัสดุ   เบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาลาศึกษาและเบี้ยปรับ
ที่เกิดจากการผิดสัญญาการซื้อทรัพย์สินหรือจ้างทำของที่ดำเนินการโดยใช้
เงินงบประมาณไม่เป็นรายได้ที่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมาย
ว่าด้วยเงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

          บรรดารายได้และผลประโยชน์ของสถานศึกษาของรัฐที่ไม่เป็นนิติบุคคล รวมทั้ง
ผลประโยชน์ที่เกิดจากที่ราชพัสดุ เบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาลาศึกษา และเบี้ยปรับ
ที่เกิดจากการผิดสัญญาการซื้อทรัพย์สินหรือจ้างทำของที่ดำเนินการโดยใช้เงินงบประมาณ 
ให้สถานศึกษาสามารถจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาของสถานศึกษานั้นๆ 
ได้ตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด  มาตรานี้ กล่าวถึงการส่งเสริมให้มหาวิทยาลัย
สามารถจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของสถานศึกษา และมาตรการ อื่นๆ ชัดเจนอยู่แล้ว
มาตรา 60 ให้รัฐจัดสรรงบประมาณแผ่นดินให้กับการศึกษาในฐานะที่มีความสำคัญสูงสุด
ต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศโดยจัดสรรเป็นเงินงบประมาณเพื่อการศึกษาดังนี้
          (1) จัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปเป็นค่าใช้จ่ายรายบุคคลที่เหมาะสมแก่ผู้เรียนการศึกษา
ภาคบังคับ และการศึกษาขั้นพื้นฐานที่จัดโดยรัฐและเอกชนให้เท่าเทียมกัน
          (2) จัดสรรทุนการศึกษาในรูปของกองทุนกู้ยืมให้แก่ผู้เรียนที่มาจากครองครัวที่มี
รายได้น้อย ตามความเหมาะสมและความจำเป็น
          (3) จัดสรรงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษาอื่นเป็นพิเศษให้เหมาะสมและ
สอดคล้องกับความจำเป็นในการจัดการศึกษาสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการเป็นพิเศษ
แต่ละกลุ่มตามมาตรา 10 วรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่ โดยคำนึงถึงความเสมอภาค
ในโอกาสทางการศึกษาและความเป็นธรรม ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ
ที่กำหนดในกฎกระทรวง
          (4) จัดสรรงบประมาณเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินการ และงบลงทุนให้สถานศึกษาของรัฐ
ตามนโยบาย แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ  และภารกิจของสถานศึกษา โดยให้มีอิสระ
ในการบริหารงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษา ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงคุณภาพและ
ความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษา
          (5) จัดสรรงบประมาณในลักษณะเงินอุดหนุนทั่วไปให้สถานศึกษาระดับอุดมศึกษา
ของรัฐที่เป็นนิติบุคคล และเป็นสถานศึกษาในกำกับของรัฐหรือองค์การมหาชน
          (6) จัดสรรกองทุนกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำให้สถานศึกษาเอกชน เพื่อให้พึ่งตนเองได้
          (7) จัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาการศึกษาของรัฐและเอกชน

          มาตรา 61 ให้รัฐจัดสรรเงินอุดหนุนการศึกษาที่จัดโดยบุคคล ครอบครัว 
องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ 
และสถาบันสังคมอื่นตามความเหมาะสมและความจำเป็น  มาตรานี้เกี่ยวกับ
การจัดการอุดหนุนการศึกษาที่จัดโดยบุคคลครอบครัว ฯลฯ


          มาตรา 62 ให้มีระบบการตรวจสอบ ติดตามและประเมินประสิทธิภาพ
และประสิทธิผลการใช้จ่ายงบประมาณการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับ
หลักการศึกษาแนวการจัดการศึกษาและคุณภาพมาตรฐานการศึกษา โดยหน่วยงานภายในและหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ตรวจสอบภายนอก
หลักเกณฑ์ และวิธีการในการตรวจสอบ ติดตามและการประเมินให้เป็นไป
ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง  หน่วยตรวจสอบนี้ คือหน่วยตรวจสอบ
ที่เรียกว่า "performance audit" คือ ตรวจสอบผลการดำเนินงาน
และแตกต่างจากหน่วยประเมินผลในหมวดประกันคุณภาพ




Copyright & Copy : 1999 MOENet Thailand Service
ที่มาของข้อมูล : หนังสือ คำอธิบาย พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (รมช.วิชัย  ตันศิริ)
รวบรวม เรียบเรียง พัฒนา และนำเสนอ : น.ส.นิภา แย้มวจี / (28 ธ.ค. 2542)
กลุ่มงานจัดการฐานข้อมูล  กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ
ศูนย์สารสนเทศ สป.ศธ.
โทร. 281-9809 , 628-5643 , 628-5644  โทรสาร 281-8218
website@emisc.moe.go.th