สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและ
สวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
โทร. 02-2817884

 

           นายเกษม กลั่นยิ่ง เลขาธิการ สกสค. (ประธานกรรมการ ช.พ.ค.) ขอเรียนชี้แจง ความคืบหน้า โครงการเงินกู้สวัสดิการแก่สมาชิก ช.พ.ค. ที่คุรุสภาดำเนินโครงการร่วมกับธนาคารกรุงไทย เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2547 ผู้แทน บมจ.ธนาคารกรุงไทย ได้มาขอหารือร่วมกับผู้บริหาร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าว ธนาคารกรุงไทย ได้ขอปรับปรุงหลักเกณฑ์การกู้เงินใหม่ และธนาคารจะเริ่มดำเนินการทำสัญญาในส่วนภูมิภาค ในเดือนสิงหาคม เป็นต้นและจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ตุลาคม 2547

1.วัตถุประสงค์ในการกู้

               เพื่อการใช้จ่ายอเนกประสงค์

2. คุณสมบัติของผู้กู้

               2.1 เป็นสมาชิกฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนสมาชิกคุรุสภา (ช.พ.ค.)

              2.2 มีอายุ 55 ปี ขี้นไป

              2.3 เป็นข้าราชการประจำ หรือข้าราชการบำนาญ

              2.4 ไม่ค้างชำระค่าสมาชิก ช.พ.ค. ในวันที่ทำสัญญากู้ (และตลอดอายุสัญญา)

              2.5 มี Bank statement ที่แสดงว่า มีเงินเดือนหรือเงินบำนาญเข้าบัญชีย้อนหลัง 3 เดือน โดยมีจำนวนเงินคงเหลือสุทธิในแต่ละเดือนไม่น้อยกว่า 3,000.00 บาท

              2.6 ยินยอมให้นำเงินดือนหรือเงินบำนาญผ่านบัญชี บมจ. ธนาคารกรุงไทย

              2.7 ต้องไม่มีวงเงินสินเชื่อธนวัฎกับธนาคาร

              2.8 ไม่มีภาระหนี้ผิดนัดกับธนาคาร

3. เอกสารประกอบการขอกู้

         3.1 เอกสารของผู้กู้

                      3.1.1 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และบัตรประจำตัวข้าราชการ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของเอกสาร

                      3.1.2 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้กู้ และคู่สมรส (ถ้ามีพร้อมแนบสำเนาทะเบียนสมรส) พร้อมลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของเอกสาร

                     3.1.3 สำเนาหนังสือเปลี่ยนชื่อและ/หรือเปลี่ยนชื่อสกุล (ถ้ามี) ของผู้กู้ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของเอกสาร

                     3.1.4 แบบยื่นความจำนงและรับรองสิทธิ

                     3.1.5 หนังสือแสดงหลักฐานการรับรองเงินเดือนหรือ สลิปเงินเดือนจากหน่วยงานราชการ ต้นสังกัด

                     3.1.6 Statement ที่เงินเดือนและหรือเงินบำนาญเข้าบัญชีย้อนหลัง 3 เดือน

                     3.1.7 หนังสือให้ความยินยอม ให้หน่วยงานต้นสังกัดของผู้กู้นำเงินเดือนหรือเงินบำนาญเข้าบัญชี

                     3.1.8 หนังสือรับรองการนำเงินเข้าบัญชีของต้นสังกัด

         3.2 เอกสารของผู้มีสิทธิรับเงิน ช.พ.ค.

                     3.2.1 สำเนาบัตประจำตัวประชาชน และบัตรประจำตัวข้าราชการของผู้มีสิทธิรับเงิน ช.พ.ค. (หากมี) พร้อมลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของเอกสาร

                    3.2.2 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้มีสิทธิรับเงิน ช.พ.ค. พร้อมลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของเอกสาร

                    3.2.3 สำเนาหนังสือเปลี่ยนชื่อและ/หรือเปลี่ยนชื่อสกุลของผู้มีสิทธิรับเงิน ช.พ.ค. (หากมี) พร้อมลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของเอกสาร

                    3.2.4 หนังสือยินยอมและสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องการรับเงิน ช.พ.ค. ซึ่งสำนักงาน ช.พ.ค. ได้ลงนามรับรองแล้ว

         3.3 เอกสารของผู้ค้ำประกัน

                    3.3.1 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และบัตรประจำตัวข้าราชการของผู้ค้ำประกัน (หากมี) พร้อมลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของเอกสาร

                   3.3.2 สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ค้ำประกัน พร้อมลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของเอกสาร

                   3.3.3 สำเนาหนังสือเปลี่ยนชื่อและ/หรือเปลี่ยนชื่อสกุลของผู้ค้ำประกัน (หากมี) พร้อมลงลายชื่อรับรองความถูกต้องของเอกสาร

                   3.3.4 หนังสือให้ความยินยอมในการตรวจสอบ และเปิดเผยข้อมูลของผู้ค้ำประกัน อย่างน้อย 1 คน

                   3.3.5 หนังสือแสดงหลักฐานฐานะทางการเงินและเอกสารประกอบของผู้ค้ำประกัน 1 คน ที่ต้องผ่านระบบ RBL และ Credit Bureau

4. วงเงินกู้

              4.1 วงเงินกู้รวมของโครงการไม่เกิน 16,500.00 ล้านบาท หรือจำนวนผู้กู้ต้องไม่เกิน 82,500 ราย โดยผู้กู้ต้องยื่นคำขอกู้ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2547

             4.2 รายละไม่เกิน 200,000.00 บาท โดยให้กู้ได้เพียงครั้งเดียว

5. อัตราดอกเบี้ย

             MLR ต่อปี ในกรณีที่ผิดนัด ให้ใช้อัตราตามประกาศของธนาคาร

6. ประเภทเงินกู้ ระยะเวลาให้กู้และการชำระหนี้

             6.1 ประเภทเงินกู้
                    ระยะเวลาให้กู้
ให้เงินกู้แบบมีระยะเวลา (Term Loan) 10 ปี เมื่อสัญญากู้ครบกำหนด หากธนาคารยังไม่ได้รับชำระหนี้ จะทำการทบทวนใหม่ทุก 1 ปี หากผู้กู้มีประวัติการติดต่อกับธนาคารดี และผู้กู้ หรือผู้ค้ำประกันมิได้บอกเลิกสัญญา ให้ถือว่าสัญญามีผลบังคับใช้ต่อเนื่องปีต่อปี โดยไม่ต้องทำบันทึกต่ออายุสัญญากู้

             6.2 การชำระหนี้
                    
ชำระดอกเบี้ยทุกเดือน โดยธนาคารหักบัญชีของผู้กู้ และชำระต้นเงินกู้เมื่อผู้กู้เสียชีวิต หากผู้กู้ ต้องการชำระคืนต้นเงินกู้ก่อนกำหนด ทั้งจำนวนหรือบางส่วน ธนาคารจะยกเว้นค่าธรรมเนียมการชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนด (Pre-payment Fee)

7. เงื่อนไขบังคับก่อนการให้สินเชื่อ

            7.1 ผู้กู้ต้องมีคุณสมบัติตามที่ระบุในข้อ 2 ทุกข้อ และมีเอกสารประกอบการขอกู้ ตามที่กำหนดในข้อ 3

            7.2 ต้องมีผู้มีสิทธิรับเงิน ช.พ.ค. เป็นผู้ค้ำประกันที่ผ่านเกณฑ์ RBL และการตรวจสอบประวัติทางการเงิน Credit Bureau อย่างน้อย 1 คน

            7.3 กรณีที่ผู้ค้ำประกัน ตามข้อ 7.2 ไม่ผ่านเกณฑ์ RBL และการตรวจสอบประวัติทางการเงิน Credit Bureau ผู้กู้อาจหาบุคคลอื่น ที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ RBL และการตรวจสอบประวัติทางการเงิน Credit Bureau มาค้ำประกันเพิ่มเติมได้

8. เหตุแห่งการผิดนัด

            8.1 ผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญากู้ ไม่ว่างวดใดงวดหนึ่ง

            8.2 ผู้กู้ปฏิบัติผิดเงื่อนไข และ/หรือ คำรับรองที่ระบุไว้ในสัญญานี้ ไม่ว่าข้อใดข้อหนึ่ง

            8.3 ผู้กู้พ้นสภาพการเป็นสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนสมาชิกคุรุสภา

            8.4 ผู้กู้เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว หรือถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ หรือถูกเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจ ตามกฎหมายยึดหรืออายัดทรัพย์สินใด ๆ ของผู้กู้

            8.5 หน่วยงานต้นสังกัดของผู้กู้ ไม่นำเงินเดือน และ/หรือ เงินบำนาญ และ/หรือเงินพึงได้อื่นใด ที่ผู้กู้มีสิทธิได้รับ เข้าบัญชีเงินฝากของผู้กู้ตามที่ระบุในสัญญากู้ และ/หรือมีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ เป็นเหตุให้ไม่มีการนำเงินเดือน และ/หรือ เงินบำนาญ และ/หรือเงินพึงได้อื่นใด เข้าบัญชีเงินฝากของผู้กู้

             8.6 กรณีที่จำนวนสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนสมาชิกคุรุสภา (ช.พ.ค.) ในขณะใด ขณะหนึ่ง มีจำนวนน้อยกว่า 350,000 คน หรือในทุกรอบ 6 เดือน (ทุกวันทำการสุดท้ายของเดือนมิถุนายน และธันวาคมของทุกปี) มีจำนวนสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนสมาชิกคุรุสภา (ช.พ.ค.) ที่เข้าใหม่ น้อยกว่าจำนวนสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนสมาชิกคุรุสภา (ช.พ.ค.) ที่ลดลงไป

              ทั้งนี้ หากผู้กู้ตกเป็นผู้ผิดนัดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างต้น ไม่ข้อใดข้อหนึ่ง ธนาคารมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเงินกู้และเรียกหนี้ทั้งหมดคืนจากผู้กู้ได้ทันที เว้นแต่กรณีผิดนัดตาม ข้อ 9.6 ให้ผู้กู้ชำระหนี้คืนธนาคาร จนเสร็จสิ้นภายในกำหนดระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ธนาคารได้รับทราบ หรือถือว่าได้รับทราบถึงเหตุผิดนัดสัญญาดังกล่าว

 

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและ
สวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
16
กรกฎาคม 2547


กลับหน้าแรกกระทรวงฯ
ปรับปรุงข้อมูล : 16 กรกฎาคม 2547
แหล่งข้อมูล :
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและ สวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา โทร. 02-2817884
รวบรวม เรียบเรียง พัฒนา และนำเสนอ โดย
 กลุ่มพัฒนาระบบสารสนเทศ  ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สป. ศธ.
โทร. 0 2281-9809 , 0 2628-5643-4 ต่อ 41   โทรสาร  0 2281-8218   
ติดต่อผู้ดูแลระบบ :
website@emisc.moe.go.th